เศษรักอสูร

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : ลวงตาลวงใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 13

ลวงตาลวงใจ

 

            รุ่งอรุณของวันใหม่ เจ้าของร่างเล็กกำลังทำหน้ายุ่ง เมื่อรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ออก สักพักแพขนตางามงอนค่อยๆ กะพริบตาปริบๆ เปิดตากว้างมองฝ้าเพดานห้อง แต่หางตาเหลือบมาเห็นเสี้ยวหน้าและหนวดเคราของใครบางคน จึงทำหน้ายุ่งคิ้วขมวด ขยับตัวถอยห่าง หนำซ้ำยังผลักใบหน้าหล่อๆ ของคนหลับใหลจนหล่นจากหมอนดังตุบใหญ่

            “นี่คุณ! ทำไมฉันลงมานอนที่นี่ได้ฮ้า!” ทั้งระดมทุบ ทั้งร้องถาม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคืองขุ่น

            ด้านคนถูกปลุกด้วยกำปั้น และเสียงแปดหลอด ต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง อาการงัวเงียมลายหาย จ้องกรอบหน้าเล็กแล้วคลี่ยิ้มแหยๆ กระถดสะโพกแกร่งขยับเข้าใกล้ ทำหน้าตาใส่ซื่อ “ลูกหว้า...ลงมานอนกับพี่ทำไมฮึ! นอนตรงนี้เจ็บหลังแย่”

            “ไม่ต้องพูด!

ร้องห้ามเขาลั่นห้อง ปากบางเม้มแน่นเป็นแถบตรงอย่างขัดใจ “คุณไม่ต้องมาโบ้ยความผิดให้ฉัน คุณเป็นคนอุ้มฉันลงมาใช่ไหมฮ้า! ทำแบบนี้ทำไม คนบ้า คนเลว!” พ่นคำด่าสาดใส่หน้าหล่อๆ เป็นชุดใหญ่

            “โอเค...พี่ยอมรับก็ได้ ก็พี่อยากนอนกอดลูกหว้านี่ครับ”

เขายอมรับหน้าตาย “ก็ลูกหว้ายื่นคำขาด ไม่ให้พี่ขึ้นไปนอนด้วยบนเตียง พี่ก็ต้องทำแบบนี้ ฉะนั้น พี่ไม่ผิดนะครับ ลูกหว้าผิดเองต่างหาก เพราะมัวแต่นอนน้ำลายเยิ้ม” กล่าวพลางหลิ่วตาให้ล้อๆ

“หลับลึกเสียจนพี่อยาก...”

“หยุดนะ!” รีบยกมือห้ามเขาจ้าล่ะหวั่น ค้อนให้เสียจนคอแทบเคล็ด หากก็แอบยกมือปัดป้ายคราบน้ำลายอย่างที่เขาพูด เมื่อเห็นรอยยิ้มขบขันเกลื่อนใบหน้าหล่อเหลา จึงคว้าหมอนเหวี่ยงไปฟาดหน้าเข้าให้ปังใหญ่ แล้วรีบรนลานขยับปลายเท้าไปดึงประตูห้องให้เปิดกว้าง จ้องมองเขาด้วยการขบฟันกรอดๆ

“เชิญออกไปได้แล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้า”

บอกพลางพยักพเยิดไปด้านนอก “และก็ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป กรุณาอย่าเข้ามาในห้องนี้อีกนะคะ เรื่องเสื้อผ้ากับของใช้ ฉันจะวานป้าแช่มขนไปส่งห้องรับรองให้ ขอบคุณ” เธอรีบด่วนสรุป พูดเองเออเองเสร็จสรรพ โดยไม่ฟังคำคัดค้านของเขา เมื่อคนตัวโตยังไม่กระดุกกระดิกกาย ก็รีบสืบปลายเท้ายาวๆ เดินไปรั้งท่อนแขนกำยำเต็มแรง ดึงๆ รั้งๆ ออกจากห้อง หลังจากเขายอมไปแต่โดยดี ก็ยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตู บ่นปากขมุบขมิบด่าทอคนเจ้าเล่ห์ไปอีกชุดใหญ่

ยืนนิ่งด่าเขาไปนานพอควร ช่วงขาเล็กเพรียวก็นำพาร่างบอบบางหายเงียบเข้าไปในห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวร่วมครึ่งชั่วโมง ถึงได้ก้าวออกมาพร้อมชุดคลุมสีขาว ขยับไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ผู้หญิงคนที่อยู่ข้างในกระจก ดูผ่อนคลาย ใบหน้ามีสีสัน ดวงตาก็ทอประกายระยิบระยับราวดาวกระจ่างบนท้องนภา ช่างแตกต่างจากเมื่อไม่กี่วันก่อนยิ่งนัก เพราะเธอคนนั้นรู้จักแค่เพียงน้ำตาและทุกข์ระทม

มือบางคว้าหวีมาแปรงผมมัดรวบขึ้น ปล่อยหางม้าให้ดูทะมัดทะแมง เรียบร้อยก็แต่มแต้มเครื่องสำอางบางเบา ฉาบลิปสติกสีแดงอ่อนๆ ปาดป้าย เป็นครั้งแรกในรอบสองปี ที่สลิลลาลุกขึ้นมาแต่งตัวเป็นสาวมั่น หลังจากนั้นก็เดินไปหยิบเอาเสื้อยืดสีดำเข้ม กับกางเกงขาสั้นห่างจากเข่ามนมานับคืบเศษ ตั้งแต่วันนี้ เธอจะทิ้งคราบของสาวหวานผู้อ่อนแอ ปรับตัวเองให้เข้มแข็งดูมีพลัง อย่างน้อยก็เพื่อต่อสู้กับความร้ายกาจของมัจจุราชตนนั้น ไม่ยอมให้เขารังแกเธอเอาง่ายๆ

สาวมั่นมีเสน่ห์ ฉีกยิ้มกว้างขวางให้เป็นรางวัลกับตัวเอง แล้วปรี่ไปยังประตูดึงให้เปิดออกกว้าง ก้าวออกไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ ทว่า...เพียงข้ามธรณีประตู เธอก็ต้องทำตาปริบๆ เมื่อเจอกับป้าแช่มและลุงแก่น ซึ่งมองมาด้วยท่าทีคล้ายเห็นผีก็ไม่ปาน

“มีอะไรกันหรือคะ ทำไมมองลูกหว้าแปลกๆ”

ร้องถามพลางขยับเข้าไปใกล้ ก้มมองตัวเองอย่างสำรวจหาความผิดปกติ เธออยากรู้นักว่าตัวเองมีเขางอก หรือมีหาง หรือว่ามีขนขึ้นเต็มตัวคล้ายลิงกันแน่ สองลุงป้าถึงได้จ้องเอาๆ ไม่วางตา

“คุณลูกหว้า...” ทั้งสองเรียกชื่อพร้อมเพรียงกัน

ก่อนป้าแย้มจะถามราวกับไม่อยากเชื่อ “คุณลูกหว้าจริงๆ หรือคะ”

“จริงสิคะ ทำไมเหรอคะป้า”

“ก็วันนี้ดูเป็นสาวมั่น เท่ห์มากเลยค่ะ สวยที่สุดด้วยนะคะ” ชมเปราะพร้อมเดินวนรอบๆ ตัว “สวยสุดๆ”

หญิงสาวยิ้มเขิน แล้วอ้อมแอ้มกล่าวเสียงเบาหวิว “ก็ลูกหว้าทำตัวอ่อนแอมามาก ต่อไปนี้ลูกหว้าจะเป็นคนใหม่ ไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ อีก ใครกล้าทำร้ายลูกหว้า ลูกหว้าจะสู้สุดใจขาดดิ้นค่ะ” ตอบพร้อมคลี่ยิ้มกว้าง

ขณะที่สองสามีภรรยากำลังหันมามองหน้ากันปริบๆ ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่ต้องแปลความหมายก็รู้ว่านายหญิงของเกาะคงหมายถึงนายหัวใหญ่ ดูท่าทางคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเจ้านายบังเกิดเกล้าอีกแล้ว เพราะตอนนี้หญิงสาวเจ้าน้ำตา ถูกหล่อหลวมให้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว ดูจากแววตาทั้งสองข้างนั่น เธอสู้คนขึ้นมาก มากเสียจนอดหวั่นๆ แทนผู้เป็นนายไม่ได้

ป้าแย้มและลุงแก่นได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้กับสลิลลา ก่อนจะกระวีกระวาดจัดโต๊ะอาหารมื้อเช้า และก็เป็นดังคาดการณ์ เพราะภีรภพไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมโต๊ะ หนำซ้ำยังต้องไปนั่งกินบริเวณเฉลียงของบ้าน แม้อีกฝ่ายจะมองด้วยความตื่นตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของหญิงสาว ทว่า...สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มตกใจก็คือ เธอดูเข้มแข็งจนน่าสะพรึงกลัว!

 

ปลายเท้าซึ่งยังแข็งแรง นำพาร่างอวบอ้วนดูสุขภาพดี เดินวนไปเวียนมาเสียจนรอบห้องรับแขก ดวงหน้าประมุขแห่งสินันทราดลกำลังชะเง้อชะแง้ทำตัวเป็นยีราฟคอยาว เพื่อรอให้ใครบางคนเดินเข้ามา หันไปมองหน้าคนสนิทอย่างป้าหวานแล้วทอดถอนหายใจทิ้งบ่อยครั้ง เอาแต่เดี๋ยวลุก เดี๋ยวนั่ง จนคนอยู่ข้างตัวต้องร้องห้าม

“คุณนาย นั่งก่อนเถอะค่ะ อีกไม่นานคุณภาคเธอคงมาถึง”

“ก็ฉันใจร้อนนี่แม่หวาน...”

คุณนายอรัญญาว่า แล้วทำหน้ายุ่งเป็นกระต่ายผูกโบ “นี่หนูลูกหว้าหายไปนานแล้วนะ ตาภพก็อีกคนทำตัวติดต่อไม่ได้ งานยุ่งหรือไปทำอะไรกันแน่ ถ้าไปต่างประเทศอย่างที่ลูกน้องตัวดีบอกจริงๆ ฉันก็จะวางใจหรอก แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ เกิดตาภพเจอหนูลูกหว้า แล้วพาไปฆาตกรรม ฉันไม่หัวใจสลายหรือยังไง”

“โธ่...คุณนายขา...คุณภพเธอไม่ใจดำขนาดนั้นหรอกค่ะ” คุณแม่บ้านกางปีกปกป้องคุณหนูสุดรัก ซึ่งตัวเองฟูมฟักมาตั้งแต่แบเบาะ

“น้อยไปน่ะสิ ตาภพร้ายกาจจะตายไป ฉันไม่เชื่อใจลูกชายคนนี้หรอก พักหลังๆ ทำตัวเป็นมัจจุราชหน้าหยก หน้าเนื้อใจเสือ อำมหิต” ต่อว่าลูกชายบังเกิดเกล้าเป็นชุดใหญ่ “พลั้งมือฆ่าหนูลูกหว้าทิ้งล่ะมั้งป่านนี้น่ะ”

“โธ่...คุณนาย อย่ามองคุณภพในแง่ร้ายขนาดนั้นสิคะ”

“หยุดเลย ฉันเป็นแม่ยังไม่เข้าข้าง เพราะแม่หวานนั่นแหละ ให้ท้ายตาภพจนเสียผู้เสียคน” นางบ่นออกมาไม่หยุดหย่อน

ด้านคุณแม่บ้านได้แต่ก้มหน้า ทำตาอิดออด ก็จริงดังอย่างคุณนายว่า ตั้งแต่เล็กจนโตน้อยครั้งนักที่นางจะขัดใจให้คุณชายของบ้านต้องอารมณ์เสีย แต่พักหลังๆ มานี้ นางก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วยไปซะทุกอย่าง มียกเว้นก็เรื่องคุณหนูลูกหว้าผู้น่าสงสารนั่นแหละ

สองคนวัยเดียวกัน ได้แต่พ่นลมหายใจทิ้งเป็นว่าเล่น สายตาสองคู่ จ้องมองกรอบประตูห้องรับแขก ภาวนาให้คนๆ หนึ่งซึ่งโทรไปตามให้เข้ามาพบในเวลาอันรวดเร็ว และไม่นานนัก เจ้าของร่างสูงเพรียวกับทรงผมยาวมีสไตล์มาดเซอร์ก็เดินเข้ามา พร้อมสวมเสื้อแจ็กเก็ตยีนสีอ่อนกับกางเกงยีนขาดช่วงหัวเข่ากระด้าง

“สวัสดีครับคุณแม่ คุณป้าหวาน” ณัฐคภาค กัจวานิษฐ์ กล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“นั่งก่อนสิจ๊ะตาภาค” ประมุขแห่งสินันทราดลเชื้อเชิญด้วยแววตาเอ็นดู “ไม่เจอกันนานเลยนะจ๊ะ คุณพ่อสบายดีหรือเปล่า”

“ท่านสบายดีครับครับ ว่าแต่คุณแม่โทรเรียกผมให้มาพบ มี...”

“เรื่องเจ้าภพตัวดีนั่นแหละ แม่กลุ้มเหลือเกิน”

เสียงของคุณนายอรัญญาเริ่มแข็งกระด้าง “ลูกน้องตาภพรายงานว่า ตาภพไปดูงานที่ต่างประเทศ แต่แม่ไม่เชื่อหรอกนะ แม่คิดว่าเจ้าภพคงเจอตัวหนูลูกหว้า แล้วพาไปกักขังอยู่ที่ไหนสักแห่ง ภาคพอจะรู้เรื่องนี้ไหมลูก”

“เอ่อ...” ปื้นคิ้วเข้มของคนถูกถามขมวดเป็นหูกระต่าย “ลูกหว้า...คนที่เจ้าภพ เอ่อ...”

“จ้า หนูคนนั้นแหละ หญิงสาวข้างบ้านของแม่”

“ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยครับ” หนุ่มเซอร์รีบปฏิเสธ เพราะเขาไม่รู้อะไรเลยจริงๆ “ผมเพิ่งกลับจากคุมงานก่อสร้างที่สมุทรปราการ เพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืนนี้เอง นี่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำนะครับ ว่าลูกหว้าหายไป แล้วเจ้าภพหาเจอหรือไม่เจอ”

“เหรอลูก...”

คุณอรัญญาทำหน้าผิดหวัง “ก็เมื่อห้าวันก่อน หนูลูกหว้าหนีออกจากบ้าน เจ้าภพก็ไปตาม และตอนนี้พากันหายเงียบเข้ากลีบเมฆกันหมด อย่างที่แม่บอก ว่าลูกน้องเจ้าภพรายงานว่าไปต่างประเทศ แม่ไม่เชื่อหรอก” ถอนหายใจพลางทิ้งแผ่นหลังนุ่มลงแนบกับพนักพิงของโซฟา ขยับปลายนิ้วมาบีบบริเวณขมับเมื่อรู้สึกปวดหนุบๆ

“แม่ไม่สบายใจเลยภาค”

“คุณแม่อย่าคิดมากเลยนะครับ บางที...”

“ภาคคิดเหมือนแม่ไหมลูก แม่ว่าเจ้าภพต้องพาตัวหนูลูกหว้าไปกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายจิตใจเป็นแน่” โพล่งออกมายาวเหยียด อาการเป็นลมแทบจับจนล้มตึง ดีที่คว้ายาดมมาจ่อปลายจมูกของตัวเองได้ทันเวลา “ภาค แม่ขอร้อง ช่วยแม่คิดที ว่าเจ้าภพพาหนูลูกหว้าไปอยู่ที่ไหน แม่ไม่อยากให้เจ้าภพหน้ามืดตัวมัว ปล่อยให้ความแค้นครอบงำ”

“ผมจะพยายามครับ”

ชายหนุ่มยอมรับปาก ยิ้มให้ท่านบางๆ “เอาไว้ ถ้าหากผมได้ข่าวคืบหน้าเมื่อไร ผมจะรายงานให้คุณแม่ทราบ ช่วงนี้ คุณแม่ก็พักผ่อนให้มากๆ ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรทั้งนั้น เรื่องของนายภพผมจะจัดการให้เองนะครับ”

“ขอบใจจ้ะลูก แม่ฝากบอกตาโฬมด้วยนะ ช่วยกันหลายๆ แรง จะได้เจอหนูลูกหว้าเร็วๆ”

“ครับคุณแม่”

รับปากพลางกล่าวลา รีบสืบปลายเท้ายาวๆ ก้าวออกจากบ้านหลังโต แทรกกายขึ้นนั่งบนรถโฟร์วิลส่วนตัวได้ ปลายเท้าหนักก็เหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทว่า...พ้นมาถึงปากซอยก็เหยียบเบรกดังเอี๊ยด! ทำหน้านิ่วครุ่นคิดถึงแหล่งกบดานของเพื่อนตัวดี ใช้เวลาร่วมสิบนาที ปลายนิ้วเรียวก็คว้าโทรศัพท์ มาไล่กดเบอร์โทรนับหาเบอร์ ซึ่งทุกหมายเลข ล้วนเป็นของเจ้าเพื่อนตัวดี

“โทรไม่ติด...”

รำพันพร้อมย่นคิ้วสงสัย “ไอ้ภพมันปิดมือถือทุกเบอร์ แสดงว่ามันต้องอยู่ที่...เกาะส่วนตัว จังหวัดพังงา!

โพล่งลั่นดีใจเมื่อคิดออก รีบกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์ของลุงแก่น โชคดีเพราะสมัยวัยรุ่น เขาเคยไปที่นั่นกับเจ้าภพครั้งหนึ่ง และมีโอกาสได้พูดคุยกับคนดูแลเกาะ ระหว่างรอสัญญาณ ก็วอนขอให้ปลายสายเป็นลุงแก่นจริงๆ อย่าได้เปลี่ยนเป็นเบอร์อื่นเลย เพราะไม่เช่นนั้น เขาคงได้บินไปเหยียบที่นั่นด้วยตัวเองเป็นแน่แท้ และเหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง เพราะน้ำเสียงใต้ฉบับคุ้นเคยก็ก้องเข้ามาในโสตประสาท

“ลุงแก่นใช่ไหมครับ นี่ผมณัฐคภาค เจ้าภาคของลุงไงครับ”

“สวัสดีครับคุณภาค” ปลายสายรับคำด้วยความดีอกดีใจ

“ลุงครับ ไอ้ภพมันอยู่ที่นั่นหรือเปล่า...” ชายหนุ่มรีบถามโดยไม่รั้งรอ เมื่อเห็นอีกฝ่ายกระอึกกระอัก จึงค่อยๆ ตะล่อม “ลุงอย่าโกหกผมเลยนะครับ หรือว่าลุงไม่ไว้ใจ ไม่รักไอ้ภาคตัวดำคนนี้แล้ว”

ไม่นานมุมปากหยักได้รูปก็กระตุกยิ้ม เพราะลุงแก่นยอมรับว่าเพื่อนตัวดีอยู่ที่นั่น หนำซ้ำยังมีสตรีผู้เลอโฉมพ่วงมาอีกหนึ่ง หนุ่มเซอร์จึงรีบบอกกล่าวให้ลุงแก่นปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ในอีกไม่กี่ชั่วโมง เขาจะบินไปจับผิดเจ้าเพื่อนร้ายกาจด้วยตัวเอง ให้รู้ไปสิว่าหมอนั่น มันจะไม่ให้เขาเหยียบแผ่นดินของเกาะลีลาวดี

“ไว้เจอกันไอ้เพื่อนรัก!

เค้นเสียงว่า พลางไหวไหล่น้อยๆ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งไปตามท้องถนน มุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมจองตั๋วเครื่องบินไฟท์ด่วนที่สุด มุ่งสู่จังหวัดพังงา เพื่อทำการเซอร์ไพรส์เจ้าเพื่อนตัวแสบ และหากมันไม่มีเหตุผลดีพอล่ะก็ เรื่องนี้จะถูกรายงานเข้าหูคุณนายอรัญญาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะณัฐคภาคคนนี้ ทั้งรักและเคารพท่านเหนือเกล้า เฉกเช่นมารดาแท้ๆ

 

สาวมั่นในชุดทะมัดทะแมง สวมร้องเท้าแตะเดินเรื่อยไปตามชายหาด โดยมีใครบางคนขยับตามทิ้งระยะห่างร่วมสามสิบเมตร นัยน์ตาคมกล้าจับจ้องแผ่นหลังเล็กไม่วางตา ไม่นานนักระยะห่างก็ถูกร่นขึ้นเรื่อยๆ จนห่างเพียงไม่กี่ก้าว

หญิงสาวหยุดเดิน เมื่อรู้สึกว่าคนตัวโตเข้ามาใกล้จนเกินไป ร่างบางหมุนกายกลับมาเผชิญหน้า ยกมือทั้งสองข้างกอดอก มองหน้าเขาด้วยความไม่ชอบใจ ปลายนิ้วเรียวชี้กราดเป็นเชิงไล่ “คุณกลับไปเดี๋ยวนี้ ห้ามเดินตามฉันอีก ฉันไม่ชอบ”

“ไม่ได้ครับ” เจ้าของคำปฏิเสธ คลี่ยิ้มละลายใจ สืบเท้าเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ “พี่ไม่มีทางปล่อยให้ลูกหว้าอยู่ไกลตาเด็ดขาด”

“แต่ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

“แต่พี่อยากเห็นหน้าเมีย”

โต้เถียงหน้าตาย หลิ่วตาให้นิดๆ ในเชิงล้อ “ดูสิ เมียทั้งสวยทั้งเท่ห์ แถมยังน่ารักขนาดนี้ ใครปล่อยให้มาเดินเล่นเพียงลำพังก็บ้าเต็มทีแล้วครับ เอาน่า...ให้สามีคนนี้เดินเคียงใกล้ จับจูงมือกันรับลมทะเลเย็นๆ โรแมนติกดีออก” ไม่พูดแต่เพียงปาก หากอุ้งมือร้อนผ่าวยังฉวยมือเล็กไปกุมไว้แน่น ต่อให้เจ้าของมือจะพยายามทั้งงัดทั้งแงะ แกะดึงออกสักเพียงใดก็ตาม ทว่า...ก็ไม่อาจเอามือน้อยๆ หลุดจากอุ้งมือใหญ่ไปได้ หนำซ้ำยังถูกจูงมือเดินเอื่อยชมชายหาดขาวโพลน

“ลูกหว้าชอบที่นี่ไหมครับ”

“ถามทำไม” เธอย้อนตาคว่ำ “ปล่อยด้วย ไม่อยากให้จับมือ”

“แต่พี่จะหน้าด้านจับ ทั้งจับทั้งหอม”

กล่าวพลางยื่นจมูกเข้าใกล้ จนแทบเฉียดแก้มเนียนไปหลายครั้งหลายครา แอบยักคิ้วหลิ่วตาให้ด้วยความชอบใจ ในยามที่ร่างเล็ก ทำปากกระหมุบกระหมิบบ่น “โบราณว่า ผู้หญิงแอบด่า แสดงว่าผู้หญิงแอบรัก”

“ฉันด่าเพราะเกลียด!” เธอโพล่งลั่นใส่หน้าอย่างไม่ยอมโอนอ่อนไปตามน้ำคำชวนเลี่ยนนั้น “เกลียดยังไงก็เกลียดอย่างนั้น ชิงชังแค่ไหนก็ยิ่งชิงชังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี และตอนนี้ ไม่อยากให้อยู่ใกล้”

“ถึงน้องจะเกลียด แต่พี่จะรัก ถึงน้องจะชัง แต่พี่ก็ยังทั้งรักทั้งหลง”

“จะอ้วก!” เธอทำหน้าพะอืดพะอม

ว้าว!

หากคนตัวโตร้องลั่น ทำทีเหมือนดีใจนักหนา “เมียพี่ท้องแล้ว ดีใจที่สุดเลย ว่าแต่ลูกเขาเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายดีครับ สำหรับพี่ หญิงหรือชาย พี่ก็จะรักสุดหัวใจ เพราะเขาคือลูกของเรา ลูกที่พี่ตั้งใจให้เกิด” กล่าวพลางจ้องดวงหน้าเล็ก ตราตรึงให้เธอลุ่มหลงไปกับน้ำคำอันรัญจวนใจ

แต่สิ่งที่สลิลลาตอบกลับมาก็คือ การผลักเรือนกายแกร่งให้ออกห่างเต็มแรง แล้วก้มกอบเอาทรายเม็ดละเอียดขว้างใส่เนื้อตัวกำยำจนเปื้อนเปรอะ เมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนี ก็วิ่งไล่ขว้างใส่อย่างไม่ยอมแพ้

“พูดบ้าอะไรฮ้า! ฉันไม่มีทางมีลูกกับคุณเด็ดขาด ไปให้พ้นเลยคนสารเลว!

ทั้งร้องด่าปาวๆ ทั้งกุมเอาทรายขว้างใส่คนตัวโตไม่ยั้ง ยิ่งอีกฝ่ายวิ่งหลบเลี่ยง เธอก็ยิ่งคึกคะนอง หาทางทำร้ายเขา ปาไปสุดแรงเกิน แต่ก็พลาดท่า เพราะเรียวขาเล็กเกิดพันกันจนอุตลุด เจียนล้มลงเค้เก้ ดีหน่อยที่คนตัวโตวิ่งมาประคองได้ทัน เธอจึงตกอยู่ในอ้อมกอดแนบแน่นของเขา

“ปล่อย...” ร้องสั่ง พลางทำตาขวางขุ่น

“ไม่ปล่อย”

เขายียวนหน้าตาย จ้องดวงตากลมโต แล้วขยับปลายนิ้วมาเกลี่ยเบาๆ บริเวณคางเล็ก “ลูกหว้า...” เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง อ้อมแขนล่ำสันกอดร่างอิ่มแนบชิดแผงอกกว้าง แล้วกดปลายจมูกโด่งๆ จมลงกับหน้าผากเกลี้ยงเนียน

“ลูกหว้า...พี่ขอโทษจริงๆ นะครับ”

ใบหน้าหล่อดูเศร้าสลด “พี่ยินดีชดใช้ความผิดทุกอย่าง เรื่องในอดีตพี่ยอมรับว่าพี่เลว พี่ชั่ว ทำร้ายลูกหว้าสารพัด แต่รู้ไหมคนดี วันที่ลูกหว้าป่วย หัวใจของพี่แทบขาดรอนๆ” กล่าวด้วยเสียงอันสั่นเครือ “พี่เพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียผู้หญิงตัวเล็กๆ ซึ่งหัวใจของพี่ร่ำร้องหาตั้งแต่เป็นหนุ่มแรกรุ่น พี่เพิ่งรู้จริงๆ ว่าหัวใจของพี่ รักลูกหว้า รักมากเหลือเกิน แต่คงเพราะไฟแค้นบ้าๆ นั่น ทำให้พี่พลั้งเผลอทำร้ายเมียตัวเอง” ปากหยักเม้มแน่นเป็นแถบตรง เชยปลายคางเล็กให้สบตา

“พี่ขอโทษนะ ลูกหว้าได้โปรดให้โอกาสผู้ชายเลวทรามคนนี้สักครั้ง”

เขาวอนขอด้วยแววตาแห่งความจริงจัง “พี่ยอมทุกอย่าง ยอมให้ลูกหว้าเอาคืน แก้แค้น หรือลูกหว้าจะฆ่าพี่ให้ตายก็ได้ แต่...ขอโอกาสให้พี่ได้ชดเชยในความผิดพลาด ขอให้พี่ได้เป็นสามีและพ่อที่ดี ได้ไหมครับ” ดวงหน้าหล่อเหลา ซบเข้ากับซอกคอเล็ก ร่างกายทรงพลังเริ่มสั่นเทิ้ม

“พี่รักลูกหว้า...”

เขากระซิบคำหวานหู ใกล้ๆ ลำคอผ่องเนียน แล้วกดจูบลงแผ่วเบา “รักสุดหัวใจ”

หญิงสาวกำลังกะพริบตาปริบๆ หัวใจเธอเต้นแรงเหลือเกินในยามได้ฟังคำบอกรักลื่นหู ลำคอเล็กกำลังแห้งผาก สองจิตสองใจ ไม่อาจโกหกได้เลยว่า ตัวเธอเองก็รักเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถึงแม้เขาทำร้ายจนร่างกายของเธอแทบแหลกละเอียด เธอก็ยังคงรักเขา ทว่า...ร่างเล็กกลับฝืนจิตใจอ่อนไหว ผลักดันกายแกร่งให้ออกห่าง จนอีกฝ่ายล้มเค้เก้ก้นจ้ำเบ้าจมไปกับผืนทราย แถมยังถูกระลอกคลื่นตีขึ้นมาจนก้นเปียกปอน

“ลูกหว้า...ผลักพี่ซะแรง เปียกหมดเลย” เขาโอดครวญหน้ายุ่งๆ

“สมน้ำหน้า!

ทำหน้าทะเล้นล้อเขาด้วยความลืมตัว ก่อนจะร้องวี้ดว้ายลั่นชายหาด เมื่อชายหนุ่มวิดน้ำทะเลสาดใส่จนเปียกชื้น “ว้าย! คนบ้า คุณทำอะไรฮ้า! ฉันเปียหมดเลย” ร้องปาวๆ ใส่หน้าอย่างโกรธๆ ก่อนจะวิ่งลงไปในทะเล แล้วสาดน้ำเค็มปี๋ใส่คนตัวโตไม่ยั้ง

นาทีนี้ สายตานับสิบคู่บนเกาะ จึงได้เห็นนายหัวและนายหญิงของเกาะ หยอกเย้ากันจนเปียกปอน ได้ยินเสียงหวีดร้องและหัวเราะดังลั่น ดูท่าทางคนทั้งคู่คงกำลังมีความสุข ทว่า...ถึงแม้ทุกคนจะคิดเช่นนั้น หากมัจจุราชหนุ่มกำลังคิดต่าง เพราะทุกอย่างที่เขากระทำ ล้วนมีเป้าหมายหลัก นั่นคือทำให้สลิลลาเจ็บเจียนตาย ตายเพราะรัก เพราะหลง!

 

“อุ้ย!

กลีบปากเต้นระริกร้องเบาๆ เมื่อน้ำทะเลกระเด็นโดนดวงตาจนเกิดการระคายเคือง มือน้อยรีบยกปิดตาข้างขวาของตัวเองโดยพลัน แล้วทำหน้ายุ่ง หยีตาอีกข้างมองคนตัวโต ซึ่งเป็นคนสาดน้ำใส่จนตัวเธอเปียกปอน พลางทำหน้าดุ

ด้านชายหนุ่ม รีบกระโจนเข้ามาดูอาการอย่างเป็นห่วงเป็นใย “เป็นอะไรฮึ! เจ็บมากหรือเปล่า ห้ามขยี้ตานะครับ”

“ไม่ต้องยุ่ง!

ร้องห้ามแล้วผลักกายแกร่งให้ออกห่าง พล่างกล่าวกระแนะกระแหนเขา “แค่นี้ฉันไม่ตายหรอก เจ็บยิ่งกว่านี้ยังโดนมาแล้ว”

ภีรภพได้แต่ทำหน้าเศร้าสลด ทั้งๆ ที่ลอบกัดฟันกรอดๆ นึกอยากจะหักคอคนตัวเล็กยิ่งนัก ทว่าสิ่งที่เขาทำก็คืออุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ต่อให้เจ้าของกายบางจะทั้งดิ้นทั้งพยศเป็นม้าสาวเพียงใดก็ตาม ช่วงขาแข็งแรงก็สามารถพาเธอก้าวเข้ามาในบ้าน ผ่อนร่างเล็กนอนลงบนโซฟาตัวยาวเฟื้อย ก่อนจะรีบหมุนกายไปหาน้ำสะอาด เพื่อให้หญิงสาวได้ล้างตา

นำน้ำเทใส่แก้วปากกว้าง แล้วยื่นให้ บังคับให้หญิงสาวล้างตาให้สะอาด เมื่อเรียบร้อยก็เป็นคนซับผ้าเช็ดหน้า เช็ดคราบน้ำออกจากกรอบหน้าเล็กด้วยความอ่อนโยน ดวงตาสีนิลเพ่งพิศกรอบหน้าสวยๆ ของสลิลลาราวกับตกอยู่ในภวังค์

ปลายนิ้วโป้ง ค่อยๆ เกลี่ยไล้แก้มอิ่ม เลื้อยลากมาจนถึงกลีบปากจิ้มลิ้ม พลางเอ่ยเบาๆ “ลูกหว้า...พี่...” สะกดร่างเล็กให้หลงอยู่ในมนต์รัก ค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าใกล้ จูบปากอิ่มนุ่มนวลแผ่วเบา หากหวานพร่าจับจิต ความละมุนละไมฉาบไปทั้งกลีบปากนุ่ม เขาค่อยๆ บดเบียดคลุกเคล้า ไม่ผลีผลามตะกละตะกลามดังเช่นเมื่อก่อน

สลิลลากำลังหน้าแดงเป็นสีชาด เธอเผลอไผลไปกับความอ่อนโยนของคนตัวโต นั่งนิ่งให้เขาได้ประคองสองแก้มนวลแล้วบดจูบอย่างถนัดถนี่ เธอไม่อาจห้ามใจและร่างกายซึ่งถูกปลุกเร้าได้เลย ร่างกายของเธอมันอยากโถมเข้าหาคนตัวโตจนเนื้อเต้น อยากให้เขาสัมผัสและครอบครองด้วยความน่าไม่อาย

“อย่า...” พลันรีบตั้งสติ ก่อนจะเผลอตัวเผลอใจ สยบยอมให้เขา เอียงแก้มและใบหน้าหนี “อย่าทำแบบนี้เลย...”

“ลูกหว้า...” ชายหนุ่มเรียกด้วยถ้อยคำแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวราดรินพวงแก้มหอม “พี่อยากรักลูกหว้าแทบขาดใจ” คนตัวโตบอกอารมณ์ปรารถนาตัวเองโดยไม่ซ่อนเร้น กดปลายจมูกโด่งๆ จมไปกับแก้มเนียนจนเป็นรอยบุบบุ๋ม “พี่รักลูกหว้ามากมายเหลือเกิน รักมากเสียจนขาดไม่ได้ เพราะหัวใจดวงนี้มีเพียงลูกหว้าคนเดียว” ปากของคนกระซิบคำหวานหู กำลังเคลื่อนช้าๆ ทาบทับกลีบปากนุ่ม บดเคล้าเคลียคลอไม่ห่าง

“พี่รักลูกหว้านะคนดี”

ถ้อยคำน่าฟัง มาพร้อมกับมือหนาลากไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนละเอียด แม้จะมีเนื้อผ้ากางกั้น หากมันก็บางเสียจนไม่สามารถปกป้องความร้อนผ่าวของอุ้งมือร้ายกาจได้ หนำซ้ำยังพลั้งเผลอใจปล่อยให้มือปลาหมึกของคนตัวโต ได้ล้วงแทะแตะต้องแผ่นหลัง ปลดตะขอบราเซียร์ให้คลายออก ปล่อยให้หน้าอกหน้าใจได้ดีดผึงมาล้อตา

ภีรภพปลายตามองทรวงอกอิ่ม ซึ่งหลุดจากการครอบครองของบราเซียร์ตัวเล็ก มันเอ่อล้นและดูเต็มไม้เต็มมือ เสียจนอดไม่ได้จะขยับอุ้งมือเข้าครอบครองและคลึงเคล้น ขณะปากทำหน้าที่ปิดคำห้ามของหญิงสาว ด้วยการสอดปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดพันพัดกับลิ้นเล็ก ปล่อยลมหายใจอันร้อนฉ่ารินกรอบหน้าสวย จนร่างแน่งน้อยขนลุกซู่

มือหนายังทำหน้าที่เคล้นคลึงทรวงงาม ทักทายปลายถันอันแข็งเป็นตุ่มไต แล้วใช้มืออีกข้าง ลากต่ำผ่านสะดือบุบบุ๋ม ปลดตะคอกางเกงขาสั้นจู่แล้วล้วงไล้ แตะต้องจุดอ่อนไหวของกายสาวให้สั่นพร่า

“อย่า...” เธอเอียงปากหนีการรุกราน พลางร้องห้าม มือน้อยตะครุบมือใหญ่อันทรงพลังทำให้เธอระโหยโรยแรงไว้

“อย่าห้ามเลยเมียจ๋า”

เขาบอกพร้อมทำการล่วงล้ำ ปลายนิ้วแกร่งครอบครองความเป็นสาว เสียจนร่างแน่งน้อยครวญครางไม่ได้ศัพท์ ทำให้สลิลลาหอบพร่าจนตัวโยน ปล่อยตัวปล่อยใจให้ชายหนุ่มได้รานรุกเนื้อนุ่มอย่างปรารถนา ไม่นานเสียงเล็กก็หวีดร้องลั่นบ้าน จนชายหนุ่มต้องรีบบดจูบรุนแรง เพื่อป้องปิดไม่ให้เสียงแห่งความสุขสมเล็ดรอดเข้าหูคนอื่น ก่อนจะรีบช้อนร่างอ่อนระทวยเข้าสู่อ้อมแขน มุ่งหน้ากลับเข้าห้อง ผ่อนเรือนกายหอมกรุ่นลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม

ชายเสื้อยืดตัวเล็กถูกรั้งออกเหนือศีรษะ ก่อนอุ้งมือร้อนผ่าวจะรีบสลัดเสื้อผ้าออกจากการแกร่งด้วยความรีบร้อน หลังจากเรือนกายของเขาและเธอเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ เรือนกายหนั่นแน่นทรงพลังก็บดเบียดรุกล้ำกายสาวด้วยความนุ่มนวล และเริ่มรุนแรงเมื่ออารมณ์กามาอันแรงกล้าบุกเข้าครอบครองจิตใจ สะโพกสอบสอดส่ายใส่สะโพกเล็ก จนร่างแน่งน้อยหัวสั่นหัวคลอน

ใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการถาโถมและหล่อหลวมเป็นพิมพ์เดียวกัน สองร่างต่างหวีดร้องระรอกคลื่นของความสุขสม แม้เหงื่อกาฬจะไหลอาบ หากทั้งสองคนก็ยังผลัดเปลี่ยนกันประโลมลูบ จูบกันและกันในทุกอณูเนื้อ และไม่นานจังหวะรักรุนแรงครั้งที่สองและสามก็ตามติด นาทีนี้สลิลลายอมแล้ว ยอมเป็นทาสเสน่หาของเขาหมดหัวใจ เธอยอมแล้วยอมให้เขาได้กลืนกินเรือนกายของตัวเอง โดยไม่ปริปากต่อว่า หนำซ้ำยังแอ่นหยัดเข้าหา กระโจนลงบ่วงพิศวาสจนยากจะป่ายปีน!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ "

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha