เทพบุตรบงการวิวาห์

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

“คำสาปของตระกูลดิมิทรีจะรักผู้หญิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น หากสิ้นรักนั้นจะไม่สามารถรักใครได้อีกเลย”

3 ปี ก่อนหน้านี้....

ประเทศไทย... ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คับคั่งไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกประเทศ ชายหนุ่มลุกจากที่นั่งเดินออกมาตามทางเดินพร้อมกับลูกน้อง อาจเพราะเมืองไทยยังไม่เสรีเรื่องการนำเครื่องบินส่วนตัวมาจอดเท่าไหร่นัก และเขาก็ไม่อยากให้มีปัญหาวุ่นวายตามมา จึงเลือกการเดินทางที่ง่ายและสะดวกมากกว่า

ทันทีที่ออกมาได้ ผู้คนมากมายบริเวณนั้นต่างพากันเมืองมองด้วยความสนใจ เมื่อเจอชาวต่างชาติหน้าตาหล่อเหลา พร้อมมีลูกน้องคอยตามหลัง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเพราะเริ่มชินกับการเป็นที่สนใจจากผู้คน เขาเดินออกมายังด้านนอกจนกระทั่งมาถึงรถยนต์คันหรูสีดำเงางามป้ายทะเบียนต่างประเทศจอดรอรับพร้อมคนขับเปิดประตูคอยท่า

ตระกูลดิมิทรีมีบุตรชายสามคนของแด๊ดอดัมและมาดามอิซาเบล ...อเล็กซานเดอร์ ดิมิทรี วัย 30 ปี บุตรชายคนโตผู้รับช่วงต่อกิจการการธนาคารของตระกูลดิมิทรี ประจำอยู่ที่นิวยอร์ก บุตรชายคนทั้งสามผู้ที่มีความสามารถและหน้าตาไม่ด้อยไปกว่ากัน ความหล่อเหลาของใบหน้าราวชายหนุ่มนั้นราวกับเทพบุตร รูปกายงามราวกับเทพบุตร นัยน์ตาคมเฉียวมองตรงไปข้างหน้า คิ้วกดดำได้รูปถูกคั้นด้วยจมูกโด่งเป็นสัน รับกับเรียวปากบางราวกับปากอิสตรี

อันดับที่สอง โบริส ดิมิทรี วัย 29 ปีได้รับช่วงกิจการโรงแรมในเครือดิมิทรีที่มีสาขาใหญ่อยู่เมืองแห่งการค้า ลอสแองเจลิส น้องชายของเขานั้นฉลาดเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมาตั้งแต่เด็ก จนได้รับสืบทอดกิจการโรงแรมโดยวัยที่ยังน้อย ไม่ต่างไปกับ

คนสุดท้าย นิโคไล ดิมิทรี วัย 28 ปี ขึ้นแท่นนักธุรกิจดาวดวงใหม่ รับผิดชอบบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หรูส่งออกต่างประเทศรายได้หลายร้อยล้านต่อปีเป็นใบการันตีความสามารถของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

หากแต่ว่าตระกูลของเขานั้นมีคำสาปที่ถูกสืบทอดกันมานาน “คำสาปของตระกูลดิมิทรีจะรักผู้หญิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น หากสิ้นรักนั้นจะไม่สามารถรักใครได้อีกเลย” และนั่นทำให้พวกเขาทั้งสามยังไม่ปักใจรักใคร ในตอนนี้ แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายอารมณ์ทางเพศย่อมมีมากโดยเฉพาะตระกูลเขาก็ต้องซื้อบริการไว้ผ่อนคลาย แต่เรื่องหัวใจยังไม่ถึงเวลา และคำสาปนั้นที่ผู้เป็นพ่อบอกยังจำแม่นไม่มีวันลืมได้ลง

ชายหนุ่มเดินตรงไปข้างนอกหลังจากที่ลูกน้องเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทาง ช่วงเท้าก้าวขยับเดินไปตามทางเดินออกมาหยุดข้างรถ โรมัน ซาวิน การ์ดที่ถูกส่งตัวมาคุ้มครอบความปลอดภัยในระหว่างที่เขาอยู่เมืองไทย

ด้วยอาชีพของเขานั้นทำให้เกิดศัตรูมาก ทุกคนอยากจะโค่นอำนาจอาณาจักรธุรกรรมการเงินและอสังหาริมทรัพย์ของตน ที่นับวันจะเติมโตก้าวหน้ากว่าคู่แข่ง ให้ได้แต่ทุกครั้งที่มีคนกล้าท้าทายอำนาจของตระกูลดิมิทรีต้องจบไม่สวย กายหนาสอดเข้าไปนั่งด้านหลังคนขับพร้อมโรมันเข้าไปนั่งประจำที่ ในเวลาต่อมารถก็เริ่มออกตัวเผื่อไปยังที่หมาย

“ผมเตรียมล่ามไว้ให้แล้ว เจ้านายจะเรียกใช้เลยไหมครับ” โรมันถามขณะที่ออกจากสนามบินมาได้สักพัก การจราจรภายในกรุงเทพฯ เนืองแน่นไปด้วยรถติดกันเป็นแถวกว่าจะไปถึงที่หมายได้ต้องใช้เวลานานพอสมควร

“ตามมาเลย ไม่เอาผู้หญิงฉันไม่ชอบให้พวกหล่อนมายั่วยวน” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ

“ครับเจ้านาย” โรมันรับคำเสร็จก็โทรหาบริษัทที่จ้างล่ามไว้

เมื่อใดก็ตามที่มาเมืองไทยเจ้านายก็จ้างล่ามส่วนตัวไว้คอยแปลภาษา เพื่อความสะดวกบางครั้งต้องอยู่ยาวก็ให้พักอยู่ด้วย ล่าสุดการเขาจ้างล่ามที่เป็นผู้หญิง หล่อนพยายามปืนเกลียวแอบย่องเข้าหาผู้เป็นนายในยามวิกาล และนั้นทำให้ชายหนุ่มไม่อยากได้ล่ามผู้หญิง

ชายหนุ่มมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเห็นการจราจรที่ติดขัดเหมือนเช่นทุกครั้งที่มาเมืองไทย ผู้หญิงที่เขามาในชีวิตพวกหล่อนไม่คิดสมบัติก็คงอยากรวยทางรัด ปากหนากระตุกยิ้มเหยียดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในคราวนั้นที่มีคนพยายามเข้าห้องนอนกลางดึกเพื่อปลุกปล้ำเขา หล่อนเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่กฎเหล็กของเขาคือไม่ยุ่งกับลูกจ้างแม้จะชั่วคราวก็ตามเขาไม่อยากมีปัญหาในขณะที่งานยังไม่เรียบร้อย

รถยนต์คันงามวิ่งเป็นระยะทางสม่ำเสมอหลังหลุดจากการจราจรติดขัดมาได้ก็ผ่านเข้ามาถึงที่หมาย รถแล่นไปจอดบริเวณด้านหน้าคฤหาสน์หลังงดงามสีไข่มุกที่ชายหนุ่มซื้อเอาไว้เพื่อความสะดวกต่อการอาศัย แม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดที่นี่ทุกอาทิตย์และเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ การเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้เขาต้องการที่จะมาศึกษาความเป็นไปได้ที่จะลงทำธุรกิจที่นี่แม้ความเป็นไปได้ในการลงทุนในระยะยาว

 

อากาศเมืองไทยในช่วงเดือนมิถุนายนนั้นร้อนอบอ้าว ยิ่งไปกว่านั้นเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ คับคั่งไปด้วยรถราทั้งควันที่ส่งออกมาทำอากาศข้างนอกร้อนหนักไปกว่าเดิม ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเดินสวนกันไปมา มีเพียงร่างอ้อนแอ่นในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นเข้ารูปกับกางเกงขายาวทรงสวยสีดำกำลังวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถเมล์สายประจำเพื่อเดินทางไปทำงาน

หญิงสาวส่งสายตาสอดส่องไปมาเพื่อหาที่นั่งก่อนจะเจอเข้ากับที่ว่าง เธอไม่รอช้าขยับเข้าครอบครองพื้นที่นั้นทันที เสียงหอบหายใจดังเบาๆ เมื่อผิวกายปะทะเข้ากับความเย็นเย็นสบาย อาการเหนื่อยเมื่อครู่ทุเลาลง เธอใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงรถเมล์สายประจำทางก็มาจอดยังจุดหมายที่แจ้งกับกระเป๋ารถเมล์ ร่างบางลงจากรถกระชับสายกระเป๋าใบเล็กที่คล้องบ่าแน่นเดินเข้าไปยังสถานที่ฝึกงาน 

นางสาวหวานใจ พิรุณ เด็กกำพร้าที่ถูกครอบครัวพิรุณรับเลี้ยงและเด็กอื่นๆ รอเวลาที่จะได้ส่งต่อให้ครอบครัวอื่น แม้ในตอนนี้เธอเริ่มโตขึ้นจนไม่สามารถทำรายได้ให้แต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะเด็กทุกคนที่อยู่ข้างในนั้นต้องมีคนอุปการะ แต่เธอนั้นไม่มีเพราะเอาแต่ส่งต่อให้น้องๆ คนอื่นออกไปก่อน เจ้าของจึงเริ่มหาเด็กคนอื่นมาเลี้ยงแทนแล้ว

หญิงสาวเจ้าของร่างอ้อนแอ้นเอวคอนกิ่วสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบหกเซนติเมตร มีใบหน้าเรียวไข่ ดวงตากลมโตสีดำ เรียวปากปากได้รูปอมชมพู พวงแก้มแดงระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวัย 24 ปี เธอเข้าฝึกงานบริษัทล่ามหลังจากเรียนจบได้ไม่นานความสามารถด้านภาษาต่างประเทศจากทุนเรียนทำให้เธอถูกเรียกตัวเป็นเด็กฝึกงานที่นี่รอเวลาที่จะได้บรรจุ

เพราะหลายวันก่อนหน้านี้ เธอถูกพ่อแม่บุญธรรมเรียกไปคุยด้วยถึงการจะรับเลี้ยงดูบุญคนใหม่เพราะตอนนั้นเธอยังไม่มีงานทำ ร่างบางเดินเข้ามากรอกรายชื่อเข้างานเหมือนเช่นทุกครั้ง แล้วเดินเข้าไปรายงานตัวเองกับหัวหน้างาน

“สวัสดีค่ะ วันนี้มีงานให้หวานไหมคะ” เสียงหวานทักทายพร้อมประนมมือยกไหว้ทำความเคารพเสร็จก็เอ่ยหางานโดยเร็ว ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายที่กำลังก้มตรวจเอกสารในมือ

“วันนี้ไม่มี”

แต่แล้วอยู่ๆ พนักงานก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องพร้อมพูดเสียงดัง ราวกับว่ามีใครเป็นอะไรไป ท่าทางลนลานทำให้หวานใจยืนอยู่ตรงนั้นหันมองตาม

“หัวหน้าคะ เกิดเรื่องแล้ว”

“มีอะไร หน้าตาตื่นมาเชียว” หัวหน้างานเงยหน้าขึ้นมอง สองคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยขณะถามออกไป

“ลูกค้าวีไอพีที่นัดคุณกมลล่ามอังกฤษมาถึงก่อนเวลาสองวันค่ะ และเขาต้องการล่ามเดี๋ยวนี้ด้วย” เธอบอกเสียงหอบเพราะวิ่งมาไกล

“แล้วทำไมไม่ส่งกมลไปล่ะ” หัวหน้าบอกทับอีกครั้ง กับแค่ลูกค้าต้องการล่ามที่นัดตัวไว้แล้วจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม ก็แค่ส่งตัวไปให้ก็จบแล้ว

“เจ้านายส่งคุณกมลไปเป็นล่ามที่ภูเก็ตสองวันนะคะ” อีกฝ่ายบอก

“ตายจริง! แล้วจะทำยังไง มีล่ามที่รู้ภาษาอังกฤษอีกไหม”

ผู้จัดการยกมือทาบอก ถามกลับไปด้วยท่าทีวางมาดให้นิ่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ที่นี่เป็นบริษัทในเครืออาเซียนมีล่ามภาษามากมายแต่ก็มีล่ามอังกฤษไม่มากนักเพราะส่วนใหญ่มักออกไปทำงานเอกชนไม่หวังเพิ่งงานจากบริษัท

“ไม่มีค่ะ คนที่สามารถพูด ฟังภาษาอังกฤษได้มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นและตอนนี้ติดงานที่ต่างจังหวัดกันหมดเลยค่ะ” พนักงานคนนั้นบอกเสียงอ่อย

“งั้นก็ยกเลิกงานนี่ไป”

“ยกเลิกไม่ได้ค่ะ เรารับเงินเขามาก่อนแล้ว”

“งั้นให้หวานใจไปแทนดีไหมคะ หวานใจเรียนจบตรีภาษาเยอรมัน – อังกฤษ สัญญาจะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ” หวานใจเห็นว่าจะได้งานเธอจึงรีบเสนอตัวเองไปทันที เพราะการได้งานในแต่ละครั้งหากเราทำหน้าที่ได้ถูกใจ ทางนั้นก็จะให้ทิปงามๆ เช่นกันและเธอต้องทำให้ได้เพราะไม่เช่นนั้นบ้านพิรุณคงได้ไล่เธอออกมาข้างนอกแน่

“เธอแน่ใจนะว่าทำได้” หัวหน้าหันมามองอีกหวานใจ สายตาเขาดูไม่เชื่อในคำพูดของเธอสักเท่าไรนัก

“ค่ะ หวานใจจะทำให้ดีที่สุด ให้หวานใจทำงานนี้เถอะนะคะ”

“หัวหน้าอีกหนึ่งชั่วโมงเราต้องส่งตัวล่ามให้ทางลูกค้าแล้วนะคะ” พนักงานคนนั้นเร่งเร้าหัวหน้า

“เอางั้นก็ได้ ทำให้ดีละอย่าให้เสียมาถึงชื่อบริษัทเด็ดขาด”

“ขอบคุณหัวหน้ามากค่ะ” หวานใจยกมือไหว้พร้อมยกตัวบอกขอบคุณด้วยความดีใจที่ได้รับงาน


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha