เทพบุตรบงการวิวาห์

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ตอนที 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เย็นวันนั้นปาร์ตี้สังสรรค์ถูกจัดขึ้นบริเวณสระน้ำ หนุ่มสาวนั่งคุยกันอย่างออกรส มีเพียงหนึ่งสาวที่นั่งฟัง แม้จะถูกถามแต่เธอก็ยังพูดน้อย คอยแต่หลบสายตาคมคู่นั้นเพราะเขาเอาแต่จ้องมองเธอด้วยความร้อนแรง ปรารถนาอย่างที่เธอเคยเจอเมื่อตอนอยู่ในห้องนอนเขา หญิงสาวรู้สึกร้อนสลับหนาว ชักวางตัวไม่ถูก

ทั้งหมดนั่งล้อมวงคุยกันอยู่ริมสละน้ำ สองบิดาและมารดานั้นขึ้นไปนอนเรียบร้อยแล้วปล่อยให้ลูกๆ ได้คุยกันให้หายคิดถึง เธอนั่งใกล้กับชนิดาต่อจากนั้นเป็นโบริส อเล็กซานเดอร์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามเธอพอดี และข้างๆ เขาคือนิโคไล

ชายหนุ่มมองร่างยั่วยวนตรงหน้าขณะยกแก้วเหล้าจรดปากส่งน้ำสีอำพันเข้าข้างในแล้วกลืนลงคออึกใหญ่ การกระทำเช่นนั้นสร้างความอึกอัดให้แต่หญิงสาวที่ถูกจ้องตาเป็นมัน เขาเห็นเธอขยับคุยอะไรกับเพื่อนเบาๆ ก่อนจะพากันลุกขึ้นเดินออกไป

สองสาวหนีออกมานั่งคุยกันด้านนอก และเป็นชนิดาที่เหนื่อยจากงานเมื่อช่วงเช้ายังไม่พักจึงขอตัวหลบขึ้นห้องนอนเสียก่อน ทิ้งให้เพื่อนสาวที่ตั้งใจจะอยู่ชมพระจันทร์นั่งอยู่คนเดียว

พระจันทร์วันนี้ช่างสวยงามราวกับกำลังร่ายมนต์คาถา ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองดวงจันทร์กลมลูกโตคล้ายมีกระต่ายอยู่ข้างในนั้นอย่างเหม่อลอย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมาคนขยับเดินมานั่งเก้าอี้กับเธอ

อเล็กซานเดอร์เลี่ยงออกจากกลุ่มเดินตามหญิงสาวมา พอสบโอกาสที่เพื่อนเธอหลบไป จึงเข้ามาแทนที่ สายตาคมมองคนตรงหน้า แสงพระจันทร์สะท้อนร่างบางช่างยั่วยวนราวกับเทพธิดาบนสวรรค์

“มาทำอะไรตรงนี้”

“เอ่อ ฉันมีสูดอากาศค่ะ” เธอก้มหน้างุดไม่กล้าหันมองหน้าเขาแสร้งตอบเสียงแผ่วเบา

“วันนี้คุณสวยมากรู้ไหม”

อยู่ๆ เขาก็พูดชม แต่ใจจริงอยากบอกตั้งแต่ที่ทานข้าวด้วยกันแล้ว กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำตัวไม่ถูก มือใหญ่เอื้อมไปจับมือเธอมากุมไว้ ภายในใจอยากทำมากกว่านี้ด้วยความคิดถึงที่แน่นอก อยากจูบ อยากกอด มากเหลือเกิน แต่ต้องห้ามตัวเองไว้

“ขอบคุณค่ะ”

เธอตอบเบาๆ พวงแก้มร้อนและคงแดงมา ยังดีที่เสียงจันทร์ไม่สว่างมากช่วยอำพลางไม่ให้เขาได้เห็น เธอพยายามดึงมือกลับกระตุกเบาๆ เขายอมปล่อยโดยดี หญิงสาวใจหล่นวูบเล็กน้อยที่เขาไม่ได้ตื้ออะไรมาก ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมหนีไปที่อื่น เพราะกลัวว่าจะเผลอใจให้เขาอีก

“จะไปไหนล่ะ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนสิ” จากที่ปล่อยมือตอนนี้เปลี่ยนเป็นจับข้อมือแทนเพราะเห็นหญิงสาวเตรียมจะลุกหนี

“ฉันอยากพักแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

“ทำไมต้องหลบหน้ากันด้วย” ชายหนุ่มดึงเธอเข้ามาใกล้ พร้อมพิจารณาเสี้ยวหน้าหวานที่คิดถึง หลายปีที่ผ่านมาเขาเฝ้ามองเธอจากรูปถ่ายที่เก็บเอาไว้ติดตัวตลอด คล้ายหนุ่มน้อยแอบรักหญิงสาวแต่กลัวอกหักจึงไม่กล้าเปิดเผย

“ฉันไม่ได้หลบค่ะ” กลิ่นกายชายหนุ่มไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรก็ยังมีเสน่ห์ดึงดูดได้เสมอ และยังเป็นกลิ่นเดียวที่ทำให้หัวใจสั่นไหว

“แล้วที่จะไปนี่ล่ะ”

“ฉัน...ฉันง่วงนอนจริงๆ ค่ะ” เธอปฏิเสธเสียงสั่น

“แต่ผมไม่ง่วงเลย”

“เรื่องของ อื้อ....”

หวานใจเงยหน้าขึ้นเตรียมปฏิเสธเด็ดขาดอีกครั้ง แต่การกระทำนั้นกลับเปิดทางให้ชายตรงหน้าก้มลงจูบเธอ เพราะความตกใจทำให้เธอดิ้นรนขัดขืน แต่รสจูบร้อนแรงนั้นทำเอาหูอื้อตาลาย ไม่ยอมผ่อนปรนราวกับเรี่ยวแรงถูกจูบร้อนแต่วาบวามนั้นดูดไปจนสิ้น ร่างบางทิ้งกายพิงกับร่างหนา

ยากเกินห้ามใจ อเล็กซานเดอร์ดึงร่างบางเข้าประชิดตัวแล้วก้มลงไปมอบจูบเร้าร้อนตามความคิดถึง จูบนั้นแปลเปลี่ยนเป็นหวานซึ้ง เนินนานกว่าคนตัวโตจะหยุดเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะขาดอากาศหายใจเสียก่อน

“ยังหวานเหมือนเมื่อก่อน”

“ปล่อยนะคะ” หวานใจรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีผลักกายหนาออกห่างแล้วสะบัดตัวหนีออกจากอ้อมแขนของเขา

“คุณหนีผมได้ไม่นานหรอกหวานใจ” อเล็กซานเดอร์พูดตามร่างบางที่เดินหายเข้าบ้านไป สายตาที่มองแผ่นหลังเล็กมุ่งมั่นจะทำจริงอย่างที่ว่าไว้  ชายหนุ่มนั่งชมจันทร์อยู่ตรงนั้นชั่วครู่ก่อนกลับเข้าไปนั่งดื่มกับน้องๆ ต่อ จนค่อนดึกถึงได้แยกย้ายกันไป

หวานใจวิ่งกระหืดกระหอบเข้าห้องพักตัวเองพร้อมล็อกกลอนแน่นหนาอย่างกับว่ากำลังถูกอเล็กซานเดอร์ตามมา มือเล็กยกขึ้นวางลงตำแหน่งหัวใจที่เต้นแรงเร็วไม่หยุดแล้วเลื่อนไปที่เรียวปากบาง ความร้อนลามเลียจากลิ้มฝีปากไล้ไปทั่วดวงหน้า เสียงหอบหายใจดังแรงๆ ติดกันอยู่สักพัก เมื่อแน่ใจว่าไม่ใครตามมา ร่างบางเดินไปทิ้งกายนั่งลงบนขอบเตียง

หัวใจยังเต้นไม่หยุด ในสมองก็มีแต่ภาพของเขาวนเวียนตามหลอกหลอน จะสลัดก็ทำไม่ได้ เสียงพูดคุยกันดังลอดเข้ามาให้ได้ยินเสียง หวานใจเดินไปชำระร่างกายอีกครั้งพร้อมวางชุดราตรีแสนสวยไว้ เสียงพูดคุยที่ดังลอดเข้ามาคอยช้ำเตือนว่าเธอต้องกลับไปอยู่จุดที่ควร

ร่างบางทิ้งกายลงนอน พยายามข่มตาหลับไม่ให้นึกถึงอเล็กซานเดอร์ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เธอเก็บเขาไว้ในความฝันตลอดไป หวานใจคล้อยหลับไปในเวลาต่อมา เธอยังฝันถึงเหตุการณ์นั้นเสมอ

 

เมืองไทย...

บ้านกลางเก่ากลางใหม่สองชั้นสีขาว ดูร่มเย็นเพราะมีต้นมะม่วงอยู่ข้างหน้าบ้านใต้นั้นมีม้าหินอ่อน อากาศเย็นสบาย แสงแดดไม่แรงเพราะยังเช้า พี่เลี้ยงคนสวยกำลังยืนรดน้ำแปลงดอกไม้ ก่อนจะทิ้งมันลงเมื่อภรรยาเจ้าของบ้านเรียกเข้าไปหา สีหน้ากระอักกระอวนใจของเธอทำให้หญิงสาวรับรู้ว่าที่เรียกมานั้นมีเรื่องอะไร เธอเตรียมใจตั้งแต่บังเอิญได้ยินทั้งสองคุยกันแล้ว

“หวานใจฉันต้องบอกเธอ” สีหน้าเศร้ายามมองไปยังร่างตรงหน้า

“ค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบรับนั้นแผ่วเบา

“สามีฉันเขาบอกว่าลูกโตแล้ว ฉันก็เลยจะเลิกจ้างพี่เลี้ยงเธอเข้าใจฉันใช่ไหม”

“ฉันเข้าใจค่ะ” เธอส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

“แต่ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่จนถึงสุดสัปดาห์นี้ ให้เธอหาที่พักก่อนย้ายออกไป ฉันขอโทษจริงๆ นะ”

“ขอบคุณมากนะคะที่กรุณาให้พักที่นี่”

หญิงสาวเดินกลับห้องด้วยความคิดที่นักอึ้งในสมอง เธอไม่รู้จะไปหางานใหม่และที่พักได้รวดเร็วปานนั้น เพราะอีกแค่สองวันก็ถึงสุดสัปดาห์แล้ว ร่างบางทิ้งสะโพกพายลงกับม้าหินอ่อนหน้าบ้าน พระอาทิตย์ส่องแสงคล้อยลงต่ำเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าใกล้จะลาลับแล้ว

ดวงตากลมโตหม่นเศร้า ยิ่งสายลมพัดเบาๆ กระทบร่าง เส้นผมปลิวไสวพัดตามแรงลมคล้ายกำลังช่วยพัดเอาความทุกข์ใจให้ลอยไปไกลแสนไกล หวานใจกำลังคิดอย่างเลื่อนลอยต้องหางานใหม่และที่อยู่ไปพลางๆ ก่อน เสียงมือถือก็ร้องดังเรียกสติ

เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอมือถือนั้นทำเอาเรียวปากได้รูประบายยิ้ม เพราะเพื่อนสนิทของเธอโทรไกลจากต่างประเทศ เธอกดรับสายไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอนาน

“หวานใจ ฉันคิดถึงเธอ” ชนิดาบอกเสียงสดใสมาตามสาย

“แต่เราพึ่งคุยกันเมื่อวานนี่เองนะ”

“เอาใหม่ เราอยากให้เธอมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้พี่ชายสามีล่ะจะว่ายังไง” ชนิดาเข้าเรื่อง ที่โทรมาก็เพราะอยากคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ

“พี่เลี้ยงเด็กเหรอ” หญิงสาวถามอย่างช่างใจ เพราะการเดินทางไปต่างประเทศค่าใช้จ่ายต้องสูงและที่โน้นค่าครองชีพก็แพงเอาการด้วย ต่อให้เธอมีภาษาอังกฤษติดตัวอยู่ก็ตามทีเถอะ

“ใช่แล้ว เป็นพี่ของคุณโบริส ตอนแต่งงานเธอก็รู้จักแล้วนี่ เขาจะให้เธอเลี้ยงลูกสาวในระหว่างที่ไปทำงาน เพราะบางทีก็ต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วยไม่มีใครดูแลลูกให้  อ้อ เด็กไม่มีแม่ด้วยนะ เลยไม่มีใครดูแล มีแต่พ่อเท่านั้น”

โอ้ หลังจากฟังคำบอกเล่าจบ หวานใจนึกสงสารเด็กคนนั้นขึ้นมาทันที พ่อก็ทำงาน แม่ก็เสียไปแล้ว หญิงสาวตอบรับอย่างไม่คิดเพราะเธอเองเข้าใจความรู้สึกที่ไม่มีใครดี โดยที่เธอลืมนึกถามว่าเป็นใคร

“ได้สิ เราจะเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้”

หวานใจมานึกขึ้นได้ว่าพี่ชายของสามีเพื่อนก็คือ อเล็กซานเดอร์ ดิมิทรี จะให้ทำอย่างไรจะปฏิเสธตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว เพราะเธอรับปากชนิดาเรียบร้อย ยิ่งได้ฟังน้ำเสียงตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็ใจอ่อน

“ขอบใจเธอมากเลยนะ อยู่ใกล้ๆ กัน เวลาไปไหนเราจะก็ไปด้วยกัน” ชนิดาบอกด้วยความดีใจที่มีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ เพราะแต่งเข้าที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร สามีทำงานหนักเพราะต้องแบกรับหลายอย่าง เธอทำได้เพียงแม่ครัวปรุงอาหารไปให้บำรุงร่างกายด้วยความเป็นห่วง

“เป็นสิ่งที่หวังใช่ไหม” เธอระบายยิ้มเมื่อฟังคำพูดของเพื่อนรัก

“เธอรู้ใจเราจริงๆ วันมะรืนนี้เดินทางมาเลยนะ วีซ่าและตั๋วเดินทางคงไปถึงเธอวันนี้แล้ว”

“ขอบใจเธอมากนะ”

“บายจ้ะ”

ชนิดาตัดสายทิ้งไปแล้ว แต่เธอก็ยังมองหน้าจออยู่อย่างนั้นจนมันดับสะท้อนให้เห็นใบหน้าของตัวเอง หัวใจดวงน้อยในอกซ้ายกำลังเต้นแรง เมื่อใบหน้าของใครบางคนลอยเข้ามาในสมอง

เธอจะทำยังไงดี โทรกลับไปขอยกเลิกดีไหมนะ แต่อย่าลืมสิว่าที่ทำอาชีพนี้เพราะอะไร  เสียงสองเสียงค้านกันในหัว จนสุดท้ายก็ต้องยอมจำนนให้กับอุดมการณ์ที่ตั้งมั่นไว้ เธอยากเห็นครอบครัวมีความสุข จึงมาทำอาชีพพี่เลี้ยงนี้ เพราะตัวเองอยากสร้างครอบครัวที่มีแต่ความรัก มีพ่อแม่ลูกรักกันตลอดไป

หวานใจสูดอากาศเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง แล้วเดินกลับไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่มีไม่มากนักใส่กระเป๋าเดินทางเตรียมเอาไว้รอให้ถึงสุดสัปดาห์นี้

สองวันต่อมาตั๋วบินพิเศษระดับวีไอพีและวีซ่าเข้าประเทศก็เดินทางมาถึงพร้อมกับหวานใจที่ร่ำลาบ้านที่อาศัยเสร็จก็ออกเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก แหล่งชอปปิ้งมากมายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว และจัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม บันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก เป็นเมืองที่มี ตึกระฟ้า ตึกสูงมาก (***อ้างอิงข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี***)

เธอตื่นเต้นตลอดการเดินทางหลายสิบชั่วโมงที่นั่งเครื่องบิน แม้จะพยายามข่มตาหลับก็ไม่สามารถทำได้เลย เพราะเอาแต่คิดถึงคนที่คอยอยู่อีกฝั่งโลก แต่ความอ่อนล้าจากการนั่งเครื่องเป็นเวลานานทำให้เธอคล้อยหลับไปในที่สุด

 


ตอนที่ 4

คฤหาสน์ของอเล็กซานเดอร์ ความโอ้อ่าอลังการทุกอย่างรวมตัวกันตรงนี้ ที่ตรงหน้าเธอบ้าน ไม่สิ ราชวังละมังถึงได้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ หญิงสาวตื่นตาตื่นใจกับคฤหาสน์ เพียงด้านนอกยังหรูหรา แล้วข้างในเธอไม่อยากจะจินตนาการถึง

หวานใจลงจากรถยนต์ส่งยิ้มทักทานให้เพื่อนรัก อากาศที่นี่เย็นสบายเห็นต้นไม้สูงใหญ่ถูกตัดแต่งอย่างสวยงาม มีสนามหญ้าใหญ่ราวกับสนามฟุตบอล เหมาะสำหรับการวิ่งเล่นของเด็ก แต่น่าเสียดายที่เจ้าของที่นี่มีลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น

เพราะเสียงรถยนต์ทำให้ชนิดาและแอนนาพากันออกมายืนต้อนรับ และเมื่อรถจอดสนิท แอนนาที่ตื่นเต้นการมาของพี่เลี้ยงคนใหม่ก็ยิ้มร่า ขยับตัวไม่หยุด

“คุณน้าคนสวยมาแล้ว” ร่างป้อมวิ่งออกมากอดขาหวานใจ พร้อมร้องเสียงดังเมื่อเจอคนคุ้นเคย เด็กสาวระบายยิ้มกว้างเฝ้ารอการมาของคุณน้าคนสวยเพื่อนเล่นของเธอ

“สวัสดีค่ะ  ตัวโตขึ้นเยอะเลย” เธอย่อตัวลงอุ้มแอนนาขึ้นและได้ทำตามตั้งใจไว้เมื่อคราวก่อนนั้นคือการหอมแก้มอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยวทั้งสองข้าง

“คุณพ่อเลี้ยงดีค๊า คิดถึงคุณน้าคนสวยมากเลย” เด็กสาวยังพูดจ่อเป็นต๋อยหอยจนคนได้รับการต้อนรับระบายยิ้ม

“มาแล้วเหรอ เป็นไงบ้างเดินทางมาเหนื่อยไหม” ชนิดาเดินออกมาตามแอนนา เธอทักทายเพื่อนสาวด้วยความยินดี

“สบายมากเดินทางแค่นี้เอง” เธอตอบเพื่อนรัก ก่อนที่เด็กในอ้อมแขนจะดิ้นลงไปยืนข้างล่าง พร้อมกับดึงนิ้วมือของหวานใจแรงๆ ไปข้างหน้า

“ขอบใจมากนะ เดินทางมาไกลเพื่อเป็นพี่เลี้ยงแอนนา” ชนิดาสวมกอดเพื่อนรักด้วยความคิดถึง

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ไหนใครบอกอยู่ใกล้ๆ กันเราจะได้ไปเที่ยวไง ถือว่าเราได้เคาะสนิมภาษาด้วย”

“เธอนี่ยังจำไม่ลืมเลยนะ”

ชนิดามองเพื่อนรักอย่างชื่นชมเพราะไม่ว่าชีวิตอีกฝ่ายจะเจออะไรมาบ้าง รอยยิ้มความสุขนั้นก็ไม่เคยจางหายไป เพราะอย่างนี้จึงอยากให้เพื่อนสมหวัง และมีความสุขมาก หวานใจเคยเล่าถึงเหตุผลที่เปลี่ยนสายงานมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เพราะเธออยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก พระเจ้าได้โปรดประทานพรให้เพื่อนรักให้เธอได้เจอครอบครัวที่ฝันเร็วๆ นี้ด้วยเถิด

“หนูจะพาไปดูห้องนอนนะคะ”  เด็กสาวร้องด้วยความดีใจที่จะได้อวดความงดงามของที่นี่ และทำให้สองเพื่อนสนิทยิ้มขำให้กันและกัน

“ฝากดูแลแอนนาก่อนนะ”

เธอพยักหน้าแล้วซ้อนอุ้มแอนนาขึ้นอีกครั้งเพราะจะได้เดินถนัดมากขึ้น  แล้วพาเดินไปตามทางที่นิ้วน้อยๆ ชี้นำไป เธอหันมองซ้ายขวาหวังว่าจะเจอเจ้าของบ้านแต่ก็ไม่พบ มีเพียงสาวใช้ที่แนะนำตัวชื่อ มาเรีย เดินตามกับสาวใช้คนอื่นอีกสองคน

“ดูนี่สิค๊า คุณพ่อ หล่อไหมๆ” แอนนาชี้ไปยังกรอบรูปภาพที่ถูกแขวนไว้ข้างพนัก มีภาพเขาสวมสูทดูดีกำลังเก๊กหน้า และอีกภาพเป็นเขาถ่ายกับแอนนา เธอมองหน้าภาพที่มีภรรยาของชายหนุ่มก็ไม่พบ

“อือ”

เขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  สายตาหวานซึ้งหันกลับมามองภาพชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อสอดส่องมองหาภาพภรรยาเขาไม่เจอ เขาสง่างามราวกับเทพบุตร หล่อเหลาไม่มีเปลี่ยนไป ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มีแต่จะยิ่งเพิ่มความหล่อเหลา ตรึงใจมาเท่าตัว

หวานใจยืนมองรูปเขา สายตาดุคมคู่นั้นราวกับจ้องมองมา หัวใจเต้นแรงเร็วด้วยความประหม่า กายสั่นเทา วูบวาบในห้วงความรู้สึก แค่รูปภาพเธอก็เป็นเอามากถึงขนาดนี้ แล้วถ้าเจอตัวจริงเข้าล่ะ ไม่แย่หรอกหรือ

“ทางนี้ค่ะ ห้องนี้ห้องแอนนา ห้องนี้เป็นของคุณพ่อและคุณน้าอยู่ตรงข้าม เราจะได้อยู่ใกล้ๆ กัน”

“เข้าไปดูข้างในห้องนอนกันเถอะค่ะ”

สองสาวต่างวัยพากันเที่ยวชมห้องนอนที่ต้องพักในระหว่างทำงานที่นี่ และเป็นแอนนาที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุด ราวกับเธอพกแบตเตอรี่มาเต็ม จนสุดท้ายเด็กน้อยก็พามาอวดห้องนอนแสนสวยของตนและแนะนำให้รู้จักกับพี่หมีทั้งหลาย

 

ด้านชนิดากำลังคุยสายอยู่กับพี่สามี เล่าถึงเพื่อนรักที่เดินทางมาถึง เมื่อหลายวันก่อน เธอถูกอเล็กซานเดอร์วานให้ติดต่อเพื่อนรักมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้หลานสาว และแน่นอนว่าตอนวันแต่งงานหล่อนเห็นแววตาที่ทั้งคู่มองกันและกันทำให้อยากเป็นกามเทพช่วยแผลงศรรักให้ทั้งคู่หัวใจตรงกัน

“หวานใจเพิ่งเดินทางมาถึงค่ะ”

“ขอบคุณน้องสะใภ้มากนะที่เป็นธุระให้” น้ำเสียงจากปลายสายตื่นเต้นจนคู่สนทนาระบายยิ้ม ไม่บ่อยนักที่ได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้

“เล็กน้อยค่ะ ดูแอนนาจะชอบหวานใจมากนะคะ” เธอเล่าต่อ และความอยากรู้ทำให้ต้องถามออกไปเพื่อย้ำความมั่นใจ “ว่าแต่ทำไมถึงอยากให้เพื่อนของนิดาทำงานนี้ล่ะคะ”

เพราะหวานใจนั้นอยู่เมืองไทยห่างไกลกันมาก แทนที่อีกฝ่ายจะจ้างพี่เลี้ยงในนิวยอร์กกลับเจาะจงเลือกเพื่อนรักมาทำงานแถมยังจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หากไม่วางแผนมาก่อนคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนี้แบบปุบปับ

เมื่อถูกน้องสะใภ้ถามหาเหตุผล เขาก็ตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บอกเหตุผลทั้งหมด เพราะปากมันหนัก จึงอ้างเรื่องอื่นแทน เพื่อไม่ให้ชนิดาจับพิรุธได้

“ก่อนหน้านี้ทั้งสองเคยคุยกันและท่าทางจะสนิทไว้ใจจนคิดว่าหวานใจเป็นพี่เลี้ยงให้แอนนาได้ดีแน่” ชายหนุ่มยกลูกสาวขึ้นมาอ้าง

“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง เพราะลูกสาวสินะ ยังไงนิดาก็ฝากเพื่อนด้วยนะคะ” ชนิดาไม่ลืมกำชับฝากฝั่งเพื่อนสาวกับพี่ชายสามี

“อืม เคลียร์งานทางนี้เสร็จแล้ว คงได้กลับบ้านเสียที คิดถึงแอนนาแล้วจะแวะไปเยี่ยมโบริส” ชายหนุ่มบอก

“ค่ะ”

หลังจากเธอรับคำปลายสายก็วางไป หญิงสาวไม่ได้เอะใจความสัมพันธ์ในอดีตของของทั้งคู่ รู้เพียงแต่ว่าได้ช่วยเพื่อนรักมีงานทำเท่านั้น ชนิดาหลังจากวางสายก็เดินกลับเข้าไปข้างในบ้านนั่งรอสองสาวต่างวัยที่กำลังตรวจตราความเรียบร้อยของบ้าน

ทั้งสามนั่งเล่นกันอยู่ค่ำ  ชนิดาไม่อยากเดินทางกลับเพราะยังคุยกับเพื่อนรักไม่จุใจแต่ถูกสามีโทรตามข้ามรัฐเธอต้องยอม หวานใจทำหน้าที่พี่เลี้ยงได้อย่างดีเยี่ยมเธอทำอาหารและนั่งเล่นกับเด็กสาวก่อนจะพาไปอาบน้ำเมื่อถึงเวลาและส่งเข้านอน

หวานใจเดินกลับมาที่ห้องนอนตัวเองอีกครั้งหลังจากส่งแอนนาเข้านอนเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรทำต่อ ภายในห้องนอนเสียงหายใจดังขึ้นสม่ำเสมอ เปลือกตาทั้งสองปิดสนิท เรียวปากอมชมพูยิ้มหวานคล้ายกำลังฝันดี

อีกครั้งที่เธอฝันถึงเหตุการณ์นั้น สองกายากำลังกอดเกี่ยว กายหนาอุ่นจนร้อนเสียดสีไปมากับร่างบางเสื้อผ้าที่สวมหลุดลุ่ยออกจากกัน อเล็กซานเดอร์ใช้ความชำช่องที่มีมากกว่าป้อนจูบเร่าร้อน

ให้ผมนะครับ

เสียงทุ้มดังเข้ามาโสตประสาท สายตาคู่คมกริบส่องสว่างเต็มไปด้วยอารมณ์ร้อนแรง ร่างบางสั่นเทาปรือตามอง

ไม่ค่ะ อย่า!

พลันเสียงร้องเรียกหาเธอก็ดังปลุกคนนอนหลับฝันให้ตื่นลืมตา เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟทันที ขณะเดียวกันที่หันกลับมาร่างแอนนาพยายามปีนขึ้นเตียงนอนได้ก็โหมกายเข้าหาร่างบางที่นอนบนเตียงยังดีที่หวานใจตั้งรับไว้ได้ทัน

“น้าคนสวย” แอนนามองหน้าหญิงสาวเรียกเสียงสั่นๆ

“เป็นอะไรคะแอนนา” หวานใจถามเสียงหลง เพราะเธอแตกตื่นจากห้วงความฝันนั้น

“หนูฝันร้าย ขอนอนด้วยได้ไหม” แอนนาบอกทำสีหน้าน่าสงสารจนคนมองเอ็นดู

“ได้สิ” หวานใจพยักหน้าแล้วจัดท่าให้เด็กน้อยได้นอนข้างๆ ก่อนจะคลี่ผ้าห่มคุมกายทั้งตัวเธอและแอนนา หญิงสาวถอนหายใจเสียงดังแล้วคล้อยหลับไปอีกครั้ง

กลางดึกคืนนั้นอเล็กซานเดอร์เดินทางกลับมาถึงที่คฤหาสน์ในตอนดึกแล้วชายหนุ่มเดินแวะเข้าไปหาบุตรสาวที่ห้องแต่ก็ไม่พบ ชายหนุ่มตัดสินใจมาที่ห้องนอนของหวานใจ แสงสว่างจากโคมไฟทำให้ชายหนุ่มมองเห็นร่างของบุตรสาวได้ชัดเจน

กายหนาสอดเข้าไปในห้อง ย่างก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนฝั่งลูก เขาก้มลงจูบหน้าผากลูกก่อนจะเดินกลับมายังพี่เลี้ยงสาวคนงามที่ใบหน้าของเธอยังติดตรึงอยู่ห้วงความคิดของเขา

“หวานใจ” เสียงทุ้มที่เอ่ยอ่อนโยนจนคนนอนต้องใจอ่อนยวบ

“ผมคิดถึงคุณ” ปากหนาประทับจูบลงหน้าผากเนียนด้วยความห่วงหาอาทร สายตาคมสำรวจเสี้ยวหน้างดงาม แล้วเตรียมตัวเผาะออกแต่แล้วร่างบางที่คิดว่าหลับอยู่ก็โผเข้ากอดรอบคอแกร่งเอาไว้ ร่ำร้องเรียกอย่างเว้าวอน

“อเล็ก... อย่าไปนะคะ” ในฝันเธอกำลังเคลิ้มไหว กำลังโอนอ่อนต่อการปลุกเร้าจากอเล็กซานเดอร์ หญิงสาวที่ตั้งใจอยากกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีต เธอจะไม่ปฏิเสธเขาในวันนั้นจะยอมศิโรราบต่ออานัติ และเธอจะทำตามสิ่งที่หวังไว้

“ตื่นอยู่เหรอ”

เพราะถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ชายหนุ่มสงสัย แต่ก็ยังเห็นหญิงสาวลืมตาปรือคล้อยคนกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่แล้วอยู่ๆ มือที่โอบรอบคอเขาก็ดึงให้ขยับเข้าใกล้ เธอจูบปากชายหนุ่มอย่างอาจหาญ ทั้งยังบอกเสียงแผ่วเบา แต่คนฟังนั้นคิดว่าเป็นเสียงที่มีเสน่ห์ กระตุ้นอารมณ์ร้อนแรง และเลือดในกายให้เดือดพล่า

“ฉันยอมคุณแล้วได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปอีก”

เรียวปากบางแนบจูบไร้เดียงสาเข้ากับปากหนาของชายหนุ่มที่เธอคิดว่ากำลังฝันอยู่ หากเพียงคนในฝันของเธอนั้นมีอยู่จริง อเล็กซานเดอร์จูบตอบด้วยความรู้สึกมากมายส่งผ่านไป บดเรียวปากบางนั้นอย่างเร้าร้อนทว่าซาบซ่าน

เธอปลุกความต้องการที่คิดว่าขุดหลุมฝั่งดินกลบไปนานแล้วให้ลุกโซนขึ้นมาอีกครั้ง สองแขนกำยำสอดเข้าใต้ข้อพับขาและท้ายทอยหลังจากถอนจูบออกอย่างเสียดาย

“ไปที่ห้องผมนะครับ”

อเล็กซานเดอร์รีบก้าวเดินออกจากห้องนอนหญิงสาวโดยทันที เพราะเกรงว่าบุตรจะตื่นขึ้นมาขัดขวางเขาเอาได้ ชายหนุ่มเดินเข้ามาให้ห้องนอนพร้อมร่างที่ซุกในอ้อมแขนเบียดหน้าน้อยๆ กับแผงอกด้วยท่าทีออดอ้อน พร้อมเอ่ยวาจาอ่อนหวานจนหัวใจหนุ่มสั่นหวั่นไหว

“ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไป”

ทันทีที่แผ่นหลังถึงที่นอน ร่างบางก็ผวาโอบกอดกายหนาเอาไว้ พร้อมบอกเสียงสั่น ทุกการกระทำของเธอเป็นไปตามที่ฝันไว้ หวานใจฝันถึงอเล็กซานเดอร์กำลังบอกให้หยุด แต่เธอไม่อยากเสียเขาไปอีกแล้วกลับผวาเข้าหาอีกฝ่าย

“ผมไม่ทิ้งคุณไปหรอกที่รัก” ชายหนุ่มมองการกระทำนั้นเป็นการเชิญชวน เขาจับเธอถอดชุดนอนออก เป็นจังหวะเดียวกับที่หวานใจเริ่มได้สติคืนแต่ก็ยังเลือนลาง

หญิงสาวกำลังสับสนระหว่างความฝันกับความจริง ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในเหตุการณ์ไหน แต่กว่าจะได้สังเกตอะไรมากมายร่างเธอก็เปลือยเปล่าท้าสายตาของเขาแล้ว และเขาก็ล่อนจ้อนต่อสายตาเธอ

อเล็กซานเดอร์ระบายยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายรุกหนัก และเขาก็ไม่คิดขัดขืน เฝ้ารอเวลานี้มาเนิ่นนานเหลือเกินเขาคงไม่ยอมให้มันหลุดมือไปแน่

“อื้อ...” เรียวปากบางถูกบดจูบอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นอ่อนหวาน และเรียกให้คนกึ่งหลับกึ่งตื่นได้สติ

“อเล็กซานเดอร์รึคะ...” เธอถามเขาหลังจากที่อีกฝ่ายยอมปล่อยให้หายใจ แล้วก้มหน้าลงคลุกเค้ากับทรวงอกเธอ

“รู้ไหมผมฝันถึงช่วงเวลานี้มานานแค่ไหน” ร่างบางถูกดันให้นอนลงอีกครั้งและทาทับด้วยกายหนา ไอร้อนจากคนบนร่างทำเธอสั่นเทาด้วยความเสน่หา

นี่ไม่ใช่ฝัน!

หวานใจได้สติกลับแต่ก็เลือนรางเช่นกันเมื่อทุกสัมผัสจากเขาปลุกอารมณ์ต้องการให้ลุกโซนตามไปอย่างแรงกล้า

“อื้อ...”

เจ็บ!

เธอร้องในใจ พลางกัดฟันแน่นยามที่เขาสอดประสานเข้ามาข้างในร่าง การกระทำของเขาไม่รุนแรง ติดไปทางอ่อนโยนด้วยซ้ำ ชายหนุ่มรอให้เธอตอบรับเขาชั่วครู่ก่อนจะพุ่งทะยานชักนำ พาเธอข้ามอีกฝั่งฝัน ความสุขมากมายมหาศาลสาดซัดเข้าหาร่างจนกระตุกสั่นไหวรุนแรง

นี่ความฝันหรือเรื่องจริง หากเป็นฝันทำไมถึงรู้สึกเจ็บได้ล่ะ คำถามนี้ดังขึ้นในหัว และถูกเลื่อนลางด้วยความรู้สึกวาบวาม ซาบซ่านกับสัมผัสแปลกใหม่ที่พึ่งเคยพานพบเป็นครั้งแรก จนเผลอหลุดเสียงครางหวานเมื่อความเจ็บนั้นมะลายหายไปสิ้น

เสียงคำรามบวกเสียงครวญครางของเขาและเธอดังขึ้นอย่างไม่เอียงอายต่อกัน  เมื่อเขาส่งหญิงสาวข้ามขอบฟ้าไปแล้ว อเล็กซานเดอร์ก็ไม่รั้งอารมณ์ส่งตัวเองบ้าง ไออุ่นร้อนถูกส่งเข้าไปในกายบางทุกหยาดหยด เสียงหอบหายใจดังขึ้นยามที่คนบนร่างเกร็งสะท้านเพียงเสี้ยววินาทีกายหนักอึ้งก็ลงตัวลงนอนแนบกาย

อเล็กซานเดอร์ระบายยิ้มเมื่อรู้ว่าตนเป็นชายคนแรกของเธอ นับจาก 3 ปีที่ผ่านมาทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีใครคนไหน ความหวงแหนก็แล่นเข้ามากลางอก เขาคงยอมไม่ได้หากจะมีใครมาซ้ำรอยบนร่างของเธอ ทำเหมือนที่เขาได้ทำ ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอด พร้อมกดหอมแก้มนุ่มแรงๆ และจูบซับหน้าผากเนียนอีกครั้ง

“ผมไม่คิดว่าคุณจะรุกผมก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยอ่อนโยน เมื่ออีกฝ่ายยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ พร้อมกระซิบอีกคำที่ทำให้พวงแก้มทั้งสองซับสี

“เราเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว

หวานใจตื่นเต้นกับคำพูดของเขาแต่ก็งุนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่

นี่มันเรื่องอะไรกัน เธอถามตัวเองด้วยความสับสน ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อเหลา อาการสั่นสะท้าน และสุขสมย้ำเตือนเธอว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน

“เอาเถอะ เราต้องนอนพักพรุ่งนี้ค่อยคุยกันต่อ”

เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายตอบรับหรือตอบกลับ ชายหนุ่มก็ตัดบทดึงเธอเข้ามากอดให้อีกฝ่ายนอนซบอกกว้าง ขณะที่เขาเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาต่อมา เพราะการเดินทางทำให้เขาอ่อนล้า และยิ่งแสดงบทรักเมื่อครู่ทำให้คนตัวโตแข็งแรงเช่นเขาเสียพลังงานไปไม่น้อยเช่นกัน การนอนหลับสนิทถือไม่เป็นเรื่องแปลก แต่อีกคนต่างหากที่ยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความฝันใช่ไหม

เธอภาวนาของให้ตื่นมาพรุ่งนี้เช้าเจอว่าเป็นความฝัน แต่สัมผัสและความรู้สึกเจ็บเมื่อครู่ยังย้ำชัดเจนว่าเธอไม่ได้ฝันไปเอง นี่เธอฝันจนเผลอได้สามีจริงๆ หวานใจนอนไม่หลับจนค่อนเช้าเธอถึงทนความง่วงงันไม่ไหว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha