เทพบุตรบงการวิวาห์

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เช้าวันต่อมา หวานใจที่ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของอเล็กซานเดอร์ก็รู้ได้เลยว่าเรื่องเมื่อคืนเธอไม่ได้ฝันไปเอง หญิงสาวแอบกลับมาที่ห้องนอนตัวเองเพราะแอนนานอนอยู่ในนั้นหากตื่นมาไม่เจอเธอเข้าคงได้ตามหาให้วุ่น ร่างบางเดินกลับมาชำระร่างกายและถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนซ้ำๆ ในหัว แม้เชื่อได้ยากแต่เธอก็ตกเป็นของเขาแล้วก็ตาม ฝ่ามือลูบไล้บริเวณผิวกายทุกความร้อนจากสัมผัสเธอรู้สึกได้ย้ำว่าไม่ได้ฝันไป หวานใจใช้เวลาในห้องน้ำเพียงยี่สิบนาที เธอออกมาพร้อมกับแอนนากำลังตื่นนอนพอดี

เด็กสาวอ้อนให้พี่เลี้ยงช่วยอาบน้ำให้ หวานใจยอมกลับเข้าไปอาบน้ำอีกครั้งเป็นเพื่อนเธอ ที่นี่กว้างใหญ่และหรูหราไปเสียทุกอย่าง เธอยังกลัวว่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปแตะต้องข้าวของจนเผลอทำตกแตกจะมีปัญญาซื้อชดใช้ไหม

ขณะที่นั่งเหม่อลอยลอยคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืนอยู่นั้น แอนนาที่กำลังทานข้าวผัดหมูสับไข่ดาวข้างๆ นั้นก็ร้องขึ้นมาพร้อมตักไข่ดาวใส่จานเธอ แถมยังราดซอสมะเขือเทศให้อีกด้วย

“คุณน้า ทานนี่...อร่อย” แอนนากระตุกแขนคนข้างๆ ให้ทานสิ่งที่ตนวางไว้ในจาน

“อร่อยจริงๆ” หวานใจสลัดเรื่องอื่นที่อยู่ในหัวทิ้งไป แล้วตักข้าวเข้าปากก่อนจะเอ่ยชม จนเด็กสาวยิ้มดีใจ

เสียงหยอกล้อระหว่างสองสาวต่างวัยทำให้ชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์ที่กำลังเดินถือตุ๊กตาหมีชะงักเท้ายืนมองทั้งสองผลัดกันส่งข้าวเข้าปาก สายตาอ่อนโยนทอประกายเมื่อมองไปยังร่างหวานใจ ความอิ่มเอมเมื่อคืนยังไม่จางหาย หวานใจที่นอนร้องครางบนเตียงเขาเป็นคนที่สวย น่ารักน่าใคร่ เขาเดินเข้าไปใกล้ทั้งสอง

“มีใครคิดถึงพ่อไหมเอ่ย” เสียงห้าวถาม

แอนนาเมื่อเห็นว่าใครที่กำลังเดินเข้ามาก็รีบลงจากเก้าอี้ที่นั่งวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อ

“คุณพ่อมาแล้ว! แอนนาทำตาโตเมื่อเห็นตุ๊กตาหมีในมือพ่อ เธอยืนมองมันอย่างอ้อนวอนให้ย้ายมาอยู่ในมือ ร่างเล็กบิดตัวเองไปมาสายตาก็จับจ้องกับเจ้าหมีน้อย

“อันนี้ของฝากคนเก่งครับ” คนเป็นพ่อเห็นอาการน่ารักของลูกก็ยื่นตุ๊กตาให้ พร้อมรับเข้าอ้อมแขนแล้วกดหอมแก้ม

“ว้าว น้องหมีน่ารักมากเลย” แอนนารับของฝากจากบิดาแล้วทำตาโตปากอ้าเป็นรูปตัวโอจับของฝากมากอดไว้แน่น แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ “แอนนาขอเอาไปอวดให้คุณน้าดูนะคะ”

“ได้สิครับ” อเล็กซานเดอร์พยักหน้าอนุญาต วางลูกลงบนพื้น แล้วลุกขึ้นเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหวานใจ สายตาคมสื่อความหมาย ขณะไล่มองดวงหน้าของอีกฝ่ายอย่างสื่อความหมาย แม้เมื่อเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาไม่เห็นอีกฝ่ายก็ตาม

แอนนาวิ่งไปหาคุณน้าของเธอพร้อมยื่นตุ๊กตาให้อีกฝ่ายได้ดู “คุณน้าขา ตุ๊กตาหมี”

“น่ารักมากเลยค่ะ” หวานใจชม เพราะรู้ว่าเด็กชอบให้ชมมากกว่าดุ แต่การชมก็ต้องมีขอบเขตหากเป็นเรื่องผิดแล้วคิดเข้าข้างเด็กอาจทำให้เสียคนได้ ต้องคอยตักเตือนเบาๆ ไม่รุนแรงจนเกินไป

“คุณพ่อซื้อให้ค่า”

“แอนนาได้เวลาไปโรงเรียนหรือยัง” ผู้เป็นพ่อดักทางบุตร เพราะเห็นแววว่าเด็กน้อยจะไม่ยอมไปเรียนเพราะติดพี่เลี้ยงคนใหม่

“ว้า” แอนนาทำหน้าเศร้า แต่ชั่วครู่ก็โบกมือลา “ไปโรงเรียนก่อนนะคะ”

หวานใจช่วยอีกเด็กน้อยถือกระเป๋าเดินออกไปส่งขึ้นรถยนต์ข้างนอก โดยมีอเล็กซานเดอร์เดินตามมาด้วย ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องอาหารอีกครั้ง

อเล็กซานเดอร์นั่งทานอาหารเงียบๆ สายตาของเขาก็มองจ้องหวานใจตลอดเวลามีบ้างบางครั้งที่ต้องตักกับข้าว เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมปริปากพูดเขาก็ไม่ยอมเอ่ยปากเล่าเช่นกัน

จนในที่สุด เป็นเธอที่ทนไม่ไหว ความคาใจทำให้ต้องเอ่ยถามไป เมื่อเห็นสาวใช้คนอื่นเดินออกจากห้องทานอาหารไปแล้ว

“เรื่องเมื่อคืนหมายความว่าไง อธิบายมาสิคะ” หวานใจถามเสียงขุ่นเคืองเพราะเข้าใจว่าถูกอีกฝ่ายล่อลวง

“คุณต่างหากต้องอธิบาย คิดจะเชิญชวนผมใช่ไหม”

สายตาจริงจังจ้องมองไปยังดวงหน้างดงามของเธอ คิดถึงคงยังไม่พอ แต่เมื่อคืนเธอทำให้เขาสุขจนล้น หลายปีมานี้เขายอมรับว่าผู้ชายต่างก็มีความต้องการด้วยกันทั้งนั้น การหาที่ระบายความใคร่จึงไม่แปลก แต่ไม่เคยมีใครทำได้แบบเธอ อิ่มเอม ต้องการซ้ำๆ สุขจนล้น

หวานใจรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาที่เขามองมา เหมือนสายตาเมื่อคืนที่เธอถูกสะกด จนตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้งและอีกครั้ง เมื่อคนหื่นให้พักเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ปลุกให้ลุกขึ้นมาเล่นงานต่อ

“ฉันไม่ได้เชิญชวน และคุณแอบเข้าห้องนอนฉัน” หญิงสาวทำหน้าแข็งขืนทั้งที่พวงแก้มแดงสุก หัวใจเต้นแรง ภาพเหตุการณ์เมื่อวานย้ำทุกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ชายหนุ่มระบายยิ้มเหมือนเห็นคนปากแข็งกำลังอาย สายตาคู่คมกริบจ้องมองดวงหน้างดงาม

“ผมหาลูกที่ห้องนอนไม่เจอก็เลยคิดว่าอยู่กับคุณ”

“คุณมาพบแล้วก็ควรกลับห้องตัวเองไป ไม่ใช่พาฉันออกมาด้วยแบบนั้น” เมื่อเห็นช่องว่างเธอก็ต่อยรุกหนัก แต่ชั้นเชิงของเธอต่างจากชายตรงหน้าหลายขุม เธอไม่อาจเทียบความเล่ห์เหลี่ยมกับเขาได้

“คุณยั่วยวนผม อ้อนวอนอย่าไป แถมยังรุกผมก่อนอีกด้วย ผมก็ยิ่งเป็นคนขี้ใจอ่อนด้วยสิ” ปากว่าไปสมองกำลังนึกถึงช่วงเวลานั้น พลันกลางร่างก็ปวดหนึบ ความต้องการในกายเธอมีมากล้นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น   

“เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ได้ทำอย่างที่คุณว่า” เมื่อถูกกล่าวหารุนแรงทำให้หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธไม่ยอมรับ ทั้งยังเถียงสุดใจขาดดิ้น แม้คำลงท้ายจะแผ่วเบาลงแล้วก็ตาม

“ก็มันเรื่องจริง เมื่อวานคุณยังยั่วยวนผมอยู่เลย” สายตาคู่คมกริบมองสำรวจเรือนร่างอีกฝ่ายอย่างอาจหาญ บวกกับความร้อนแรงที่ส่งไปให้หญิงสาวสัมผัส

“ก็ฉันนึกว่าฝันอยู่นะสิ” เธอแสร้งไม่สนใจเลยตาของเขา ก่อนจะต้องไล่ปิดปากตัวเองเพราะดันเผยความในให้เขารู้

“ถ้างั้นคุณคงฝันว่ากำลังมีเซ็กกับผมอยู่ละสิ” เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เธอฝันถึง แต่ไม่แปลกนักหรอกที่ผู้หญิงจะฝันถึงชายหนุ่ม แต่เขาชักอยากรู้ สิ่งที่เธอฝันเป็นเรื่องไหน สายตาคมกริบดุพญาอินทรีย์มองอย่างจับผิด

หวานใจหน้าแดงสุกราวกับลูกมะเขือเทศ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบหลุด เมื่อดันเผลอหลุดปากพูดความในออกไป เธอมองเขาตาโตเท่าไข่หาน เพราะเห็นอีกฝ่ายหัวเราะขัน ความเขินอายบวกกับอารมณ์แง่งอนผลักดันให้เธอต่อต้าน

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ที่ฉันมาที่นี่เพราะแอนนา ไม่ได้คิดจะมาจับคุณ อเล็กซานเดอร์” หวานใจแสร้งหวีดร้องด้วยความโกรธ ทำท่าทางแข็งขันเบี่ยงประเด็น

แม้จะมีเศษเสี้ยวที่คิดอยากครอบครองเขา แต่หากมันเป็นโชคชะตาของทั้งสองคนมากกว่าที่จะได้ครองคู่กัน ส่วนเธอนั้นตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าคงไม่มีทางเป็นผู้หญิงที่เขารักได้แน่ เพราะอะไรนะหรือ เขามีลูกสาว และคงมีภรรยาที่รักมากแล้วไม่เช่นนั้นคงหาเมียใหม่แทนที่จะหาพี่เลี้ยงเด็ก

คิดเองก็เจ็บปวดเองเสียอย่างนั้น

“แต่สาวเมื่อคืน ดูเร่าร้อนมากผิดกับหวานใจคนที่ผมรู้จักเมื่อหลายปีก่อน แต่ที่น่าแปลกใจคุณยังบริสุทธิ์อยู่ทั้งที่ผ่านมา 3 ปีแล้ว หรือคุณกำลังรอผม”

อเล็กซานเดอร์ระบายยิ้มอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว ยามที่เธอรุกจนกายเขาสั่นสะท้านความอดทนที่ทำงานดีเยี่ยมมาตลอดกลับพังพินาศลงด้วยลีลาไร้เดียงสา จูบเงอะงะจากเธอนั้นกระตุ้นอารมณ์รักร้อนแรงจนบางครั้งเขาเผลอไม่เป็นตัวของตัวเอง

ไม่คิดเลยว่าจะถูกผู้หญิงที่หมายตาไว้เมื่อหลายปีก่อนรุกหนักรุนแรงเช่นนั้น ทำเอาเขาหมดความอดทนได้ในพริบตา เวลานั้นเธอน่ารักน่าใคร่เกินกว่าหญิงใดที่เคยรู้จัก

“หลงตัวเอง!” เธอว่าเขาเสียงหลง พยายามยังคับคำพูดของตัวเองไม่ให้สั่น แต่เหตุการณ์เมื่อคืนนั้นราวกับความฝันที่เฝ้าอยากเปลี่ยน หากแต่มันกลับเกิดขึ้นจริง รวดเร็วเกินไปจนตั้งรับไม่ทัน

“คุณก็หลงด้วยใช่ไหม” เขาถามวาจาทะนง มั่นใจในเสน่ห์ของตน

“ไม่!” ด้วยความปากไวเธอตอบกลับทันทีอย่างไม่คิด

“แล้วถ้าผมจะจ่ายคุณเพิ่มอีกสองเท่าสำหรับการเป็นนางบำเรอให้ผมล่ะ จะว่ายังไง เอ๊ะ ยังไม่ต้องตอบตอนนี้หรอก ผมให้เวลาคุณคิดจนถึงพรุ่งนี้”

วาจาร้ายกาจหลุดออกจากปากหนา สายตาคมจ้องมองไปยังดวงหน้าแดงเรือ แต่แล้วแววตาเศร้าของเธอก็ทำให้เขาอยากแตะปากตัวเอง คำพูดที่ทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายจนเธอทำหน้าเศร้าเช่นนั้น แต่เขาที่ไม่เคยงอนง้อใครมาก่อนกลับทำตัวไม่ถูกเสียได้

“ผมจะเข้าบริษัท ต้องเคลียร์เอกสารก่อนพาแอนนาไปเที่ยว” ว่าเสร็จชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องนั้นไป ทิ้งให้หญิงสาวอีกคนนั่งจมกับความคิดของตัวเอง

คำพูดของเขายังวนเวียนในหัว แต่ความรู้สึกที่เจ็บตรงกลางอก เมื่อได้เข้าใจแล้วว่าที่เธอหลงรักเขา ไม่ยอมมีใครเพื่ออยากกลับไปแก้ไขเรื่องในตอนนั้นมันผิดสิ้นดี เพราะคนอย่างอเล็กซานเดอร์ต้องการแค่ร่างกายเธอ ผู้ชายคนเดิมที่เคยอบอุ่นไม่มีแล้ว เหลือเพียงผู้ชายแสนร้ายกาจที่ยืนข้อเสนอเจ็บปวดนั่นให้เธอ

น้ำตาใสๆ กลิ้งไหลตามร่องแก้ม เธอพยายามไม่ส่งเสียงร้องให้ใครได้ยิน  หวานใจนั่งอยู่ตรงนั่นชั่วครู่ ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องนอนตัวเองคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงความผิดพลาดที่ทั้งเขาและเธอไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ร่างบางโรยแรงเพราะคำพูดของเขายังย้ำอยู่ข้างในหัว พยายามพยุงกายเดินกลับเข้าห้องนอนตัวเองทั้งที่น้ำตายังคงไหลไม่ยอมหยุด

เมื่อมาถึงเธอกลับทิ้งกายลงนั่งบนพื้นร้องไห้เสียงดังปานจะขาดใจเสียให้ได้ เธอเจ็บปวดเหลือเกิน

ด้านอเล็กซานเดอร์แม้ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องพูดเช่นนั้นออกไป แทนที่เขาอยากบอกเธออีกอย่างกลับกันเป็นใช้คำที่ทำร้ายจิตใจของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าหงุดหงิด เดินออกมาข้างนอกเห็นโรมันยืนคอยอยู่

“สั่งคนของเราอย่าให้หวานใจออกนอกคฤหาสน์ได้ เข้าใจไหม” อเล็กซานเดอร์ไม่ไว้ใจว่าอีกฝ่ายจะแอบหนีกลับเมืองไทยหรือเปล่า แต่ยังไงเขาก็ต้องรอบครอบไว้ก่อน ดีกว่าต้องมาวุ่นวายตามหาเธอภายหลัง

“ครับนาย” โรมันโค้งรับคำสั่ง

“ฉันจะไปบริษัทสักพัก” ว่าเสร็จก็สอดกายเข้านั่งด้านหลังคนขับ

โรมันสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วเข้าไปนั่งข้างคนขับรถ เมื่อครบแล้วรถยนต์คันหรูทรงตัวถังยาวสีดำมูลค่าหลายสิบล้านก็แล่นไปข้างหน้าเพื่อพาผู้เป็นนายไปส่งยังที่หมาย อเล็กซานเดอร์สับสนไม่รู้จะต้องจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงดี จนสุดท้ายเขาก็ต้องปล่อยให้มีนดำเนินต่อไป

ไม่รู้ว่าปานนี้จะเป็นอย่างไร

ทั้งที่ห่วง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ที่เร่งเคลียร์งานทางโน้นเพราะอยากกลับมาหา อยากเจอหน้าแท้ๆ กลับกลายเป็นว่าปากหมาไปพูดเช่นนั้นกับเธอเสียได้ เฮ้อ... แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาคงไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเหมือนเมื่อ 3 ปีที่แล้วแน่ อเล็กซานเดอร์ตั้งใจอันแน่วแน่

 


ตอนที่ 6

กลางวันนั้นเองอเล็กซานเดอร์ที่ตั้งใจจะไปเคลียร์งานกลับต้องทิ้งให้โรมันดูแลแทน เพราะสมองเขาไม่ได้จดจ่อที่งานตรงหน้า กลับคิดถึงแต่ใบหน้าของหวานใจจนไม่เป็นอันทำอะไร จนต้องแล่นกลับมายืนอยู่ในที่บ้านตอนนี้

สายตาคมมองจ้องไปยังร่างคนที่ทำจิตใจปั่นป่วนด้วยความเสน่หา กายหนาขยับเข้าไปใกล้ ความตึงเครียดตลอดเช้าหายปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นหวานใจ

หวานใจได้ยินเสียงรถก็นึกแปลกใจไม่น้อยเธอเดินออกมาก็เห็นชายหนุ่มเดินตรงมาทางเธอ  แต่แล้วก็เห็นรถยนต์สีแดงแล่นมาจอดอีก เรียกความสนใจทั้งสองให้หันไปมอง

“อเล็กซานเดอร์ ยูจินคิดถึงคุณจังเลยค่ะ” ร่างบางเอวเล็กราวกับนางแบบ ใบหน้าเจ้าหล่อนนั้นถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง หล่อนเดินเข้ามากอดแขนกำยำของอเล็กซานเดอร์ แล้วยื่นหน้าขึ้นหอมแก้มอีกฝ่ายท่ามกลางสายตาของหวานใจที่ยืนมอง

“ปล่อยผมยูจิน” อเล็กซานเดอร์ไม่ชอบใจกับการแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของยูจิน ชายหนุ่มดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมและทิ้งระยะห่างไว้

“ก็ยูจินคิดถึงนี่คะ กลับมาแล้วทำไมไม่โทรหากันบ้างเลย” หล่อนยอมปล่อยชายหนุ่ม แต่ก็ยังพูดเสียงดังให้คนที่ยืนใกล้ๆ ได้ยิน  ยูจินไม่สนใจว่าใครยืนอยู่ตรงนั้นหล่อนไม่ชายตาแลมองด้วยซ้ำ

หวานใจเห็นทั้งสองกำลังกอดเกี่ยวกันแล้วอยากหนีไปให้พ้นหน้า หญิงสาวหมุนกายเตรียมกลับเข้าไปข้างใน

อเล็กซานเดอร์เห็นก็ร้องห้าม

“เดี๋ยว! จะไปไหน”

“ไปช่วยมาเรียเตรียมอาหารค่ะ” ว่าเสร็จก็เดินทันที เธอไม่อยากทนเห็นภาพบาดตาบาดใจ เขามีคนใหม่แล้วส่วนเธอคงเป็นได้นางบำเรอที่เขาหยิบยืนให้สินะ

“หล่อนเป็นใครเหรอคะ คนใช้ใหม่เหรอ”

“ผมว่าคุณควรกลับไปซะ ยูจิน ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหว” อเล็กซานเดอร์เค้นเสียงต่ำ บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนกำลังสกัดอารมณ์มากเพียงไหน สายตาคมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง และบอกไม่ยอมให้หล่อนปฏิเสธ

“งั้นยูจินกลับก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ” หญิงสาวบอกลาทิ้งท้าย แล้วรีบเดินกลับไป เพราะการคบกับเขา ทำให้เธอมีงานเพิ่มขึ้น การเป็นแฟนระหว่างมหาเศรษฐีนั้นย่อมต้องมีดีเสมอ แต่มันไม่ใช่สำหรับเธอ การเป็นแฟนของอเล็กซานเดอร์นั้นขึ้นอยู่กับกฎการเป็นแฟน ซึ่งอีกฝ่ายไม่เคยแตะต้องเธอ มีเพียงออกงานร่วมกัน และใช้หล่อนเป็นไม้กันหมาเท่านั้น

แต่คนอย่าง ยูจิน แคโรไลน์ จะยอมหยุดแค่แฟนปลอมๆ หลอกๆ งั้นเหรอ ไม่มีทาง เพราะเธอหวังสูงถึงขึ้นเป็นมาดามดิมิทรี ร่างบางเดินมาถึงรถยนต์ตัวเอง แล้วหันกลับไปมองข้างหลังที่จากมา ไม่เห็นแม้แต่เงาของอเล็กซานเดอร์ แต่หล่อนตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องจับผู้ชายคนนี้ให้ได้ เพราะความสุขสบายกองอยู่ตรงหน้าถ้าไม่คว้าไว้ก็โง่เต็มที

อเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาให้ห้องอาหารเห็นร่างหวานใจกำลังช่วยจัดเตรียมอยู่ชายหนุ่มโบกมือไล่สาวใช้คนอื่นออกไปข้างนอก

หวานใจเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ก็รีบทิ้งระยะห่าง

“เป็นอะไรไป”

“ขอร้องละ ถ้าคุณมีแฟนอยู่แล้วก็ไม่ต้องมายืนข้อเสนอนั้นให้ อีกอย่างฉันบอกไปแล้วว่ามาที่นี่ทำไม” เธอบอกเขาเสียงเศร้าไม่อยากมองหน้าเขาให้เจ็บปวดใจ

“ยูจินไม่ใช่แฟน หล่อนเป็นแฟนแต่ไม่ใช่แฟน ให้ตายสิ!

เขาจะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจว่า ยูจินไม่ใช่แฟนแต่เป็นแค่ลูกจ้างเท่านั้น อเล็กซานเดอร์อยากอธิบายตามสิ่งที่คิดแต่ปากมันหนักเกินไป

“เอาเถอะค่ะ ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้” เธอว่าจบก็เตรียมจะเดินหนีอีก แต่ถูกรวบข้อมือไว้ หวานใจพยายามฝืนความน้อยใจที่มีไม่ให้น้ำตาไหลลงให้อายคนข้างหลัง

“แล้วจะไปไหน อยู่คุยกันก่อนสิ” อเล็กซานเดอร์รั้งไว้ “เรื่องเมื่อคืน

ยังไม่ทันได้พูดจบ อีกฝ่ายก็สวนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“เรื่องระหว่างเรามันก็แค่ความผิดพลาด เมื่อ 3 ปีที่แล้วฉันก็เป็นแค่เด็กฝึกงานหน้าโง่ที่หลงเสน่ห์คุณเท่านั้น” น้ำเสียงทิ้งท้ายสั่นจนคนฟังรู้สึกได้

“หวานใจ”

“อีกอย่างฉันไม่ได้ทานยาคุม” เธอบอกเสียงดังพร้อมหันหน้ามามองผู้ชายที่อยู่ในห้วงความคิดตลอดเวลา “และเซ็กระหว่างเรามันจืดสนิทคุณไม่ได้มีลีลาเด็ดเหมือนที่ใครต่อใครพูดกันสักนิด”

ว่าเสร็จให้อีกฝ่ายได้เจ็บเสียบ้างก็วิ่งหนีหลบออกไปนอกบ้าน ตรงศาลากลางสวนดอกไม้ ร่างบางนั่งร้องไห้เพียงลำพังอยู่ตรงนั้น และเฝ้าบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง

“หวานใจ! อเล็กซานเดอร์ไม่ได้ตามไป เขาเสยผมแรงๆ อย่างไม่เข้าใจวาต้องทำอย่างไรดี ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ถอนหายใจหนัก ก่อนที่เสียงมือถือในกระเป่ากางเกงจะดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏทำให้ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป

“ว่าไง โบริส”

“ทำเสียงแบบนี้หุ้นตก หรือเงินสูญกันละพี่ชาย” โบริสแช่งมาตามสายแต่ผู้เป็นพี่ไม่มีอารมณ์เล่นด้วย

“ถ้านายจะโทรมาเท่านี้ฉันจะวาง”

“โอเคพี่ชาย วันพุธหน้าวันเกิดของเมียฉัน เลยโทรมาชวนนาย แอนนาและพี่เลี้ยงคนใหม่ด้วย” ก่อนที่อีกฝ่ายจะทำจริงๆ ชายหนุ่มก็รีบบอก

“ได้สิ”

“อ้อ ฉันโทรเข้าบริษัท นายไม่อยู่เหรอ” โบริสได้ทีถามต้อนพี่ชาย เขารู้มาว่าผู้เป็นพี่จ้างพี่เลี้ยงสาวชาวไทยเพื่อนภรรยาของเขาให้เดินทางมาที่นิวยอร์กโดยเฉพาะ หากไม่มีอะไรแอบแฝงก็เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะลงทุนถึงเพียงนั้นทั้งที่ที่นี่ก็มีพี่เลี้ยงเยอะ

“นายเกิดอยากสนใจชีวิตประจำวันฉันขึ้นมาหรือไง” อเล็กซานเดอร์ตอบเสียงเข้ม

“ฮึ! ไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้ล่ะ แล้วเจอกัน” โบริสตัดสายทิ้งเมื่อเจอคนปากหนักเข้า ต่อให้คาดคั้นให้ตายก็ไม่ปริปากง่ายๆ หรอก เว้นแต่อีกฝ่ายอยากเล่าเองเท่านั้น

อเล็กซานเดอร์ให้ลูกน้องหอบเอางานมาทำที่บ้านเพราะเขาเองก็ไม่มีกระจิตกระใจเดินทางกลับไปที่บริษัทอีก และเป็นโอกาสดีที่จะได้อยู่เฝ้าหวานใจอีกด้วย วันนั้นชายหนุ่มแกล้งให้เธอเดินวนเวียนอยู่รอบๆ กายไม่ห่างสายตาได้เกินห้า นาทีด้วยซ้ำ จนสุดท้ายหญิงสาวต้องมานั่งอยู่ใกล้เพราะไม่มีแรงจะเดินไปไหน

 

บ่ายวันนั้น ที่โรงเรียนเลิกไวเพราะปิดเทอมช่วงฤดูร้อนพอดี แอนนากำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าบ้านร้องหาพี่เลี้ยงสาวคนสวยลั่นบ้าน จนคนที่กำลังนั่งเคลียร์เอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จต้องลุกขึ้นเดินออกมาข้างนอก

เสียงที่ร้องดังทำให้หวานใจที่กำลังง่วงอยู่กับการช่วยดูแลดอกกุหลาบด้านหลังบ้านวางมือลง แล้วเดินกลับเข้ามาข้างในคฤหาสน์ เธอรู้ว่าอเล็กซานเดอร์ไม่ได้กลับไปทำงานแต่เอางานมาทำที่บ้าน เธอจึงเลี่ยงไม่เข้าไปใกล้

“คุณน้าคนสวยขา...”

“ตอนนี้เรียกหาคุณน้าคนสวยใหญ่เลยนะคะ” อเล็กซานเดอร์แกล้งแซ็วบุตร ขณะเดินมาอุ้มร่างอ้วนขึ้นหอมแก้ม

“หนูปิดเทอมแล้วค่ะ” ใบหน้าน้อยซบลงซอกคอ ทำท่าออดอ้อนคล้ายลูกแมว “ต่อไปหนูก็จะมีเวลาเล่นน้องหมีเยอะๆ เลย”

เด็กสาวทำท่าอ้าแขนออกกว้าง ด้วยความคิดเด็กคิดอย่างไรมักแสดงออกเช่นนั้น

“งั้นพรุ่งนี้เราไปซื้อพี่หมีกันนะครับ”

“จริงเหรอค๊า” เด็กสาวทำตาโต เงยมองบิดา ถามย้ำอีกครั้งไม่ให้ตัวเองดีใจเก้อ

คนที่เดินเข้ามาเห็นก็อดชื่นชมอเล็กซานเดอร์ไม่ได้เพราะเขานั้นทั้งตั้งบริหารงานที่บริษัทต้องเดินทางไปมาข้ามต่างประเทศแต่สามารถเลี้ยงดูลูกไม่ให้ขาดความอบอุ่นได้ และน่ารักได้ขนาด ตั้งแต่ที่เธอมาที่นี่ยังไม่เห็นแอนนาเอ่ยถึงมารดาสักครั้งและเธอก็ไม่อยากถามด้วยเพราะกลัวเด็กน้อยจะเศร้า

“คุณน้า!” เมื่อเห็นใครเข้ามาใหม่ แอนนาก็ดิ้นลงจากอ้อมแขน เมื่อลงมาได้ก็วิ่งไปกอดขาอีกฝ่าย ด้วยแรงที่มีมากทำให้หวานใจเซเล็กน้อย “คุณพ่อบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปซื้อตุ๊กตาหมีด้วยค่ะ”

“จริงเหรอคะ งั้นเป็นเด็กดีต้องทำอะไรบ้างเอ่ย” หวานใจก้มหน้าลงส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ทั้งยังถามกลับด้วยคำสอนที่เธอบอกเมื่อคืน

“ห้ามดื้อ ห้ามซน ต้องกินอาหารครบห้าหมู่ ดื่มนมก่อนนอนและต้องหอมแก้มน้องหมีด้วย” แอนนาจ่ออย่างไร้เดียงสา จนคนฟังพากันหัวเราะ อเล็กซานเดอร์มองการกระทำของสองสาวต่างวัยแล้วยิ้ม ในเมื่อเธอไม่อยากเป็นนางบำเรอให้เขาสิ่งเดียวที่จะทำให้หวานใจอยู่ด้วยคงไม่พ้นการแต่งงาน

“งั้นเราไปเล่นพี่หมีกันดีกว่านะคะ” หวานใจจับมือเล็กให้เดินตามไปยังห้องนั่งเล่น เธอไม่สนใจชายร่างใหญ่ที่ยืนกอดอกมองมา

อเล็กซานเดอร์เดินเข้าไปนั่งมองทั้งคู่เล่นด้วยกัน เขานั่งอยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมง มีเพียงบุตรสาวที่เรียกให้เข้าไปเล่นด้วย แต่พอเขาเข้าไปใกล้ หวานใจก็จะขยับออกห่าง ทำราวกับรังเกียจตนนักหนา สร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก

เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ อเล็กซานเดอร์จึงฝากให้มาเรียพาบุตรสาวขึ้นไปห้องนอนแทนที่จะเป็นพี่เลี้ยงอย่างหวาน ชายหนุ่มกักขังเธอเอาไว้ในห้องนั่งเล่นเมื่อทุกคนเดินออกไปกันหมดแล้ว

สายตาคมคู่นั้นดุดัน จ้องมองดวงหน้าของหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง ต่างฝ่ายต่างเงียบไม่มีใครเอ่ยปาก หวานที่เริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาของเขา

“คุณมีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีฉันจะขึ้นไปช่วยมาเรียอาบน้ำให้แอนนา” ในที่สุดเธอก็ทนแรงกดดันจากอีกฝ่ายไม่ไหว ถามออกไปโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง

“พูดกับผมก็ให้เงยหน้าขึ้นมามอง” น้ำเสียงสั่งการเด็ดขาดนั้นดังขึ้น อยากทำเมินเฉยเธอแต่ก็ไม่สามารถทำได้

“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนค่ะ” เธอพยายามหาวิธีเลี่ยงการอยู่สองต่อสองกับเขา เพราะกลัวว่าเรื่องเมื่อคืนจะเกิดขึ้นอีก และเธอยอมให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้

อเล็กซานเดอร์รู้ดีว่าเธอกลัวอะไร แต่ท่าทางราวกับลูกกระต่ายตื่นๆ คอยระแวงภัยนั้นก็น่าเกรงน้อยเมื่อไหร่

“กลัวอะไรนักหนา” เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆ

และนั้นทำเอาคนฟังเคลิ้ม แต่ต้องดึงสติกลับเข้าร่างโดยเร็ว

“ฉันไม่ได้กลัว แต่มีงานต้องทำค่ะ” หวานใจตอบเสียงหลง

“งานอะไร”

“ก็... ก็ ช่วยตั้งโต๊ะอาหารไงคะ ไม่เคยได้ยินสุภาษิตโบราณเหรอ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเลย” หญิงสาวยกสุภาษิตคำพังเพยของไทยมาอ้าง คล้ายๆ แหนบชายหนุ่มไปในที แต่พ่อคนมากเล่ห์เจ้าแผนการอย่างอเล็กซานเดอร์มีหรือจะสะทกสะท้านกับคำพูดเธอ ไม่เช่นนั้นเขาจะสามารถเป็นนายของคนนับร้อยชีวิตได้อย่างไร

“งั้นมาปั้นเด็กกับผมไหมล่ะ” อเล็กซานเดอร์ตอบกลับในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องคิดไม่ทันแน่ เพราะหลังจากพูดจบ ดวงหน้าที่ก้มต่ำจนมองไม่เห็นนั้น ก็เงยขึ้น ทำตาโตมองมาทางเขา

“ฉันว่าคุณเลอะเทอะแล้วล่ะคะ ขอตัวค่ะ”

พวงแก้มทั้งสองแดงเรือ หัวใจเธอก็เต้นแรงเร็วราวจะหลุดออกจากอกเมื่อเห็นสายตาจริงจังจากเขา สมองเธอสั่งการให้หนี เพราะขืนยืนต่อล้อต่อเถียงกับเขานานกว่านี้มีหวังต้องยอมเขาอีกเป็นแน่

ร่างบางหมุนกายเดินจากไปแล้ว แต่สายตาคมที่มองตามนั้นยังอ่อนโยน เพียงแค่ได้หยอกล้อกับอีกฝ่ายอารมณ์ขุ่นมัวก็หายไปปลิดทิ้ง อเล็กซานเดอร์เดินตามออกจากห้องไปบ้างเขาสั่งการลูกน้องเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับห้องนอนตัวเองเพื่อชำระร่างกายก่อนทานอาหารเย็น

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha