หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ค่าของเงิน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ค่าของเงิน




                ธัญกรนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงานส่วนตัวในโรงงานของตนเอง เขากำลังคิดหาวิธีที่จะครอบครองที่ดินผืนนั้นที่เขาหมายปองเอาไว้ให้ได้ แต่คิดไปคิดมา ทำไมกลายเป็นใบหน้าหวานของคนปากดีอย่างสิรินทร์กลับลอยเข้ามาเต็มสมองของเขาแทน จนเขาต้องสะบัดศีรษะแรงๆ ไล่ภาพเหล่านั้นออกไป

                ...ยัยปากดี ฮึ  เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยววันนี้ได้เจอกันอีกแน่...ชายหนุ่มคิดอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห คนอย่างเขาไม่เคยถูกใครพูดใส่หน้าแบบนั้นเลยสักครั้ง ตั้งแต่เล็กจนโตมา อยากได้อะไรก็แค่เอาเงินซื้อมา ทุกอย่างก็สำเร็จเสมอ จะมีก็เมื่อวานนี้นั่นแหละ ที่คนอย่างยัยผู้หญิงหน้าหวานนามว่าสิรินทร์คนนั้น กล้าพูดตอกใส่หน้าเขาแบบนั้นเป็นคนแรก

ชายหนุ่มนั่งคิดวางแผนใหม่ ที่ดินสิบห้าไร่นั้นทำเลก็ดีที่สุด เขาจะต้องหาวิธีจนทำให้เธอยอมขายให้เขาให้ได้ ให้มันรู้กันไปว่าเงินของเขาจะแลกกับที่ดินผืนนั้นไม่ได้ แล้วก็ตัวเธอด้วยท่าทางอวดดีหยิ่งยโสแบบนั้น คอยดูเถอะ...เขาจะเอาเธอมาเป็นสมบัติของเขาให้ได้ แล้วเขาก็จะดัดนิสัยและปากร้ายๆ นั่นให้อยู่หมัดเลย จะเอาให้หยิ่งไม่ออกเลยล่ะไม่เชื่อก็คอยดูเขาบ้าง...เมื่อคิดได้ดังนั้นใบหน้าเครียดขึ้งจึงเริ่มผ่อนคลายลงแล้วปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา

                ร่างสูงผุดลุกจากเก้าอี้ทันที เมื่อแผนการดีๆ เกิดขึ้นในสมอง ธัญกรเดินเร็วๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวมุ่งหน้าไปที่ฝ่ายการเงินของบริษัท แทนที่จะเรียกพนักงานมาหาเหมือนทุกครั้งเพื่อทำเรื่องบางอย่างที่ตัวเองต้องการให้มันสำเร็จ แล้วหลังจากนั้นอีกสองชั่วโมงต่อมาธีรเทพก็ถูกตามตัวอีกครั้ง เพื่อเตรียมออกเดินทางสู่เป้าหมายเดิม

                “ธีร์ เตรียมรถให้พร้อมนะ วันนี้ฉันจะไปเจรจากับแม่สาวปากดีนั่นอีกครั้ง อ้อ...เอารถตู้ไปนะ” สั่งจบชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์และแว่นตากันแดดขึ้นมา แล้วเดินออกจากห้องตามหลังลูกน้องคู่ใจไปทันทีด้วยแววตาหมายมาดอย่างคนที่มีแผนการในใจ

 

***************

 


                สิรินทร์ลาหยุดงานมาเป็นเวลาสามวันแล้ว เพื่ออยู่เป็นเพื่อนมารดา ทุกวันมันก็ผ่านไปด้วยดี เพิ่งจะมีเรื่องให้รบกวนใจก็เมื่อวานนั่นเอง เธอไม่อยากให้อาการป่วยของมารดากำเริบขึ้นมาอีกในช่วงนี้ เธอไม่อยากเห็นมารดาเหนื่อย อยากให้พักผ่อนเฉยๆ จึงของลางานจากเจ้านายมาอยู่ที่บ้านสวนแบบนี้

                “แม่ขา วันนี้ดีขึ้นบ้างไหมคะ หรือว่าจะไปนอนพักที่โรงพยาบาลอีกหรือเปล่า เอาไหมแม่” หญิงสาวเอ่ยถามมารดาขึ้นมาเมื่อเห็นใบหน้าเซียวๆ ของท่าน

                “ไม่เป็นไรหรอกซีน แค่เหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยเท่านั้นเอง อาการเจ็บหน้าอกไม่ค่อยมีแล้วล่ะ ไม่ต้องยุ่งยากไปโรงพยาบาลหรอก” นางสายใจส่งยิ้มเซียวๆ ให้บุตรสาว มือกร้านงานยกขึ้นลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ

                “ก็ซีนเป็นห่วงแม่นี่นา นี่ก็ดีขึ้นมาตั้งหลายวันแล้ว แต่เพราะเรื่องเมื่อวานแท้ๆ เลยทำให้แม่ต้องคิดมากอีก พูดไปแล้วน่าโมโหนัก ฮึ...คิดว่าตัวเองเป็นเศรษฐีแล้วยังไงล่ะ เศรษฐีแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ คอยดูนะแม่ ถ้านายนั่นมาอีก ซีนจะเล่นงานให้กลับไปแทบไม่ทันเลย คอยดู” หญิงสาวเอ่ยออกมายืดยาวด้วยความโมโห เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อวาน และท่าทางที่ชายหนุ่มคนนั้นแสดงออกมา

                “ใจเย็นสิซีน ถ้าเขามาอีก แม่ว่าเราปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเลย เขาก็คงไม่มายุ่งแล้วล่ะ คนรวยขนาดนั้น ไปหาเอาที่ไหนก็ได้กับที่ดินแค่ไม่กี่ไร่แบบนี้ เขาไม่ตื๊อเรานานหรอก เชื่อเถอะ” นางสายใจพูดตามที่ใจคิด แต่สิรินทร์ไม่ได้คิดแบบนั้น เธอมองสายตาของเขาออก ท่าทางเย่อหยิ่งถือตัว แล้วไหนจะท่าทางเหยียดหยามคนแบบนั้นอีก เขาคงจะเป็นพวกเศรษฐีที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างที่อยากได้มาเพื่อสนองความปรารถนาของตัวเองเป็นแน่ โดยที่สิรินทร์ไม่รู้เลยว่าคนที่ตัวเองกำลังพูดถึงและแอบเจริญพรเขาลับหลังแบบนี้ ตอนนี้กำลังเดินลงจากรถตู้ที่จอดลงที่หน้าบ้านของเธอเรียบร้อยแล้ว

                “แม่ก็รู้ ซีนไม่เคยหาเรื่องใครอยู่แล้ว แต่นี่เขาจะเอาเงินมาฟาดหัวเรานะแม่” หญิงสาวพูดออกมาเสียงเข้มเต็มอารมณ์ แล้วเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากทางประตูหน้าบ้านทันที ทำให้หญิงสาวกับมารดาหันมองด้วยความคาดไม่ถึง

                “ฉันไม่ได้เอาเงินฟาดหัว แค่จะมาเจรจาขอซื้อที่ดินดีๆ ก็แค่ใช้เงินแลกกับที่ดินแปลงนี้จะเรียกว่าเอาเงินฟาดหัวได้อย่างไรกัน” ธัญกรเดินมายืนจนเกือบถึงประตูบ้าน ยืนกอดอกมองหน้าเธอนิ่งๆ สักครู่ ก่อนหันไปเห็นมารดาของเธอด้วย มือเรียวนั้นจึงยกขึ้นทำความเคารพผู้สูงวัยกว่า ถึงเขาจะร่ำรวยแค่ไหน ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จักมารยาททางสังคม

                “อ้อ...คุณน้าสวัสดีครับ ผมคงไม่ต้องแนะนำตัวแล้วนะครับ” ธัญกรเอ่ยออกมา แต่สายตาคมมองจ้องหน้าหวานๆ ของหญิงสาวด้านข้างอย่างท้าทาย เธอน่ารักจริงๆ ด้วย...ก่อนส่ายศีรษะสลัดความคิดนั้นทิ้งไปแทบจะทันทีที่เผลอคิดออกไป

“ค่ะ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่อีกล่ะ ถ้าเรื่องเมื่อวานดิฉันยังยืนยันความตั้งใจเดิมค่ะ” นางสายใจพูดออกมาน้ำเสียงเรียบ

“ก็เรื่องนี้แหละครับ ผมก็ยังยืนยันคำเดิมเหมือนกันคุณน้าขายให้ผมเถอะครับ ผมยืนยันว่าจะซื้อแค่ที่ดินที่เป็นสวนผลไม้แล้วคุณน้าจะยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ตามปกติ  คิดดีๆ นะครับ ห้าสิบล้านมันไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะครับ” ธัญกรยังพยายามใจเย็นพูดกับนางสายใจ แต่สายตามองไปยังคนที่เป็นลูกสาวด้วยประกายระยับระยับ เจิดจ้าขึ้น ท้าทายอยู่ในทีและนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้สิรินทร์หมดความอดทนอีกต่อไป

“นี่คุณ อย่ามาพูดดีเอาแต่ได้หน่อยเลย ทำเป็นมาพูดให้พวกเราอยู่ต่อ ก็ที่นี่มันเป็นที่ของพวกเรา และมันก็เป็นสิทธิของพวกเราที่จะอยู่ ถึงคุณไม่ให้อยู่เราก็จะอยู่คุณจะมีสิทธิอะไร ที่ดินผืนนี้กับบ้านหลังนี้ก็เป็นของพวกเรา สวนผลไม้นั่นก็เป็นที่ทำมาหากินของพวกเรา พวกนักธุรกิจหน้าเลือดอย่างคุณน่ะจะเข้าใจอะไรล่ะ ฉันบอกคำเดียวสั้นๆ ว่า ไม่ขาย เชิญกลับไปได้” สิรินทร์เอ่ยออกมาเสียงเข้มยืดยาวอย่างโมโห หันมองหน้ามารดาเห็นหน้าซีดๆ อีกแล้ว มารดาของเธอจะโรคหัวใจกำเริบก็เพราะเขานี่แหละ...

คราวนี้หญิงสาวหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของร่างสูงโดยตรง เธอไม่ได้เกรงกลัวคนตรงหน้าสักนิด ธีรเทพที่ยืนมองดูอยู่เห็นท่าไม่ดี เพราะเขาสังเกตเห็นเจ้านายหน้าบึ้งขึ้นเรื่อยๆ...เดี๋ยวเถอะระเบิดได้ลงแน่ๆ... ธีรเทพจึงรีบเดินเข้าไปสะกิดเบาๆ เพื่อเตือนสติเจ้านายของตนเอง

“เอ่อ เจ้านายครับ ผมว่าเราใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะครับ ท่าทางคุณซีนนี่คงไม่ยอมแน่ๆ เราจะมาซื้อที่นะครับ ไม่ใช่เก็บค่าเช่าที่ใจเย็นครับเจ้านาย ไม่อย่างนั้น แทนที่จะเจรจาซื้อที่ดิน จะกลายเป็นทำให้เธอโกรธมากขึ้นนะครับ” ธีรเทพเอ่ยเตือนเจ้านายเสียงเบา แต่คนอย่างธัญกรที่ไม่เคยต้องยอมอ่อนข้อให้ใคร เขาจะยอมหรือ ยิ่งคนอวดดีตรงหน้าเขานี่อีก...ดูสิ ปากแดงๆ น่าจูบนั่นเถียงคำไม่ตกฟากทีเดียว เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวจะรู้สึก... ชายหนุ่มพยายามกลั้นใจตั้งสติให้ใจเย็นลง...เย็นไว้นายอาร์ต เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง...

“นี่เธอ อย่าพูดมากน่ะ ฉันเป็นคนที่ไม่มีความอดทนสูงมากนักหรอก พูดมากปากดีแบบนี้เดี๋ยวก็...” ชายหนุ่มพูดเสียงกร้าวใส่หน้าเธอ มือเรียวใหญ่เผลอยกขึ้นจับแขนเธอแล้วบีบไว้แน่น หญิงสาวเจ็บจนต้องนิ่วหน้า แต่เธอจะยอมให้เขาเอาเปรียบได้อย่างไร...ที่นี่มันที่ของเธอแล้วบ้านนี้ก็บ้านของเธอนะ เขาจะบุกเข้ามาในบ้านเธอ บุกเข้ามาในที่ของเธอแล้วข่มขู่แบบนี้ไม่ได้

“ปล่อยฉันนะ” สิรินทร์จ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าตาขุ่น นางสายใจที่ยืนดูอยู่สักพักแล้ว ท่าทางเรื่องราวจะบานปลายแน่ เพราะโทสะที่ทั้งสองสาดเข้าใส่กัน นางค่อยๆ ถอยไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวยาวหน้าบ้าน   รู้สึกจุกจนแน่นในอกไปหมด หายใจไม่ถนัด

“ซีน อย่าไปเถียงกับเขาอีกเลย คุณก็เหมือนกัน ฉันขอร้องล่ะค่ะพวกเรายังยืนยันไม่ขายเหมือนเดิม” นางสายใจพยายามพูดออกมา แต่ธัญกรที่กำลังโมโหคนหน้าหวานตรงหน้าอยู่ เลยเผลอเสียงดังใส่ด้วยความลืมตัว

“คุณน้าหยุดเถอะ ผมจะจัดการลูกสาวตัวดีของคุณน้า ให้รู้เสียบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร กล้าดียังไงถึงมาขึ้นเสียงใส่หน้าผมแบบนี้” เจอประโยคนี้เข้าไปนางสายใจแทบช็อก นางค่อยๆ หายใจยาวๆ ก่อนเอื้อมมือไปจับแขนลูกสาว มือเย็นเฉียบของมารดาเรียกสติและโทสะที่พุ่งสูงของสิรินทร์ให้กลับมา หันมองหน้ามารดาทันทีด้วยความตกใจ สะบัดแขนออกจากการจับของชายหนุ่มอีกคนอย่างแรง จนหลุดจากคนตรงหน้า เลิกสนใจอีกต่อไป หันมองและสนใจมารดาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

“แม่ แม่เป็นอะไรคะ แม่ เจ็บหน้าอกอีกใช่ไหม แม่ขาใจเย็นๆ นะคะ หายใจลึกๆ ค่ะแม่” หญิงสาวพูดเสียงสั่นด้วยความตกใจ ที่เห็นหน้าซีดๆ ของมารดา นางสายใจพยายามหายใจลึกๆ ตามคำบอกของลูก นั่งนิ่งๆ อยู่เป็นครู่ จึงค่อยขยับตัวได้ เสียงแผ่วเอ่ยขึ้นมาอย่างทนไม่ไหว

“ซีน แม่ไม่คุยกับเขาแล้วนะ ไม่ไหวจริงๆ พาแม่ไปพักก่อนได้ไหมแล้วหนูช่วยจัดการเรื่องนี้แทนแม่ทีนะ แม่เหนื่อยจัง...” นางสายใจพยายามลุกขึ้นยืน ก่อนหันมองหน้าของสองหนุ่มผู้มาเยือนด้วยสายตาไม่ค่อยชอบใจนัก และนางก็ฝืนทนต่อสภาพร่างกายตอนนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

ธัญกรกับธีรเทพ มองสภาพของเจ้าของบ้านวัยกลางคนด้วยความตกใจเช่นกัน ที่เห็นนางทำท่าจะทรุดลงแบบนั้น... นี่มารดาของเธอป่วยอยู่อย่างนั้นเหรอ แต่แล้วความคิดของคนเจ้าเล่ห์เห็นแก่ตัวก็ผุดวาบขึ้นมา เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่ามารดาของเธอเป็นอะไร แม้จะรู้สึกสงสารหน้าตาซีดเซียวของนางสายใจ แต่ความโมโหที่มีต่อสิรินทร์นั้นมีมากกว่ามากมายนัก

“ไปค่ะแม่ ไปพักก่อนนะคะ แม่อย่าคิดอะไรอีกเลยนะ เอาไว้ซีนจัดการเรื่องนี้เอง นะคะแม่ อย่าคิดมากเดี๋ยวอาการก็กำเริบอีก” หญิงสาวพูดกับมารดาน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างยิ่ง และใบหน้าสวยนั้นก็หันขวับมาจ้องอีกคนตรงหน้าด้วยดวงตาเขียวปัด

“ส่วนคุณ รอตรงนี้สักครู่ก็แล้วกัน หรือถ้าไม่รอก็ดีนะ เชิญกลับได้เลย” หญิงสาวพูดเสียงเข้มเด็ดเดี่ยว

“รอสิ ทำไมจะไม่รอล่ะ มาแล้วกลับไปมือเปล่าก็เสียเวลาแย่นะสิ แล้วคนอย่างฉันนะสาวน้อย ฉันไม่ยอมปล่อยอะไรให้ผ่านไปง่ายๆ หรอก ไม่ว่าจะเป็นของที่อยากได้หรือว่าคนสวยๆ เหมือนเธอ ฮึๆ...” เสียงทุ้มหัวเราะท้ายประโยค ส่งสายตาท้าทายให้เธออย่างท้ารบเต็มที่...เอาสิแม่คุณ เดี๋ยวก็รู้กัน...

 

***************

 


สิรินทร์กลับออกมาหน้าบ้านอีกครั้ง หลังจากพามารดาเข้าไปพักผ่อนในบ้าน เธอต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ปล่อยเอาไว้นานไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของมารดาเธอแน่ๆ และจริงๆ พรุ่งนี้กำหนดต้องไปหาหมอตามหมอนัดอีกแล้วด้วย แต่อาการของมารดาของเธอทรุดลงเร็ว เพราะคนเดียวด้านนอกนี่แหละ...

“เอาล่ะ คุณธัญกร ฉันจะพูดกับคุณอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายว่า... ฉันไม่ขายสวนของฉัน และไม่ว่าคุณจะเสนอราคามาเท่าไหร่ฉันก็ไม่สน เพราะถึงฉันไม่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายเหมือนตามที่คุณโอ้อวดเอาไว้ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีของฉันเหมือนกัน อย่ามาดูถูกคนธรรมดาอย่างพวกเราให้มากนัก ทีนี้เข้าใจไหมคะ” หญิงสาวบอกความประสงค์ยืดยาวของตัวเองออกมา ตบท้ายด้วยคำยืนยันที่เด็ดเดี่ยว หน้าตาเย่อหยิ่งไม่ยอมลงให้ และท่าทางที่แสนจะอวดดีของเธอในสายตาของเขาที่เห็นนั้น ทำให้ธัญกรหันมองหน้าธีรเทพอีกครั้ง แล้วถอนหายใจยาวเหมือนตัดสินใจได้แล้ว

“ฉันก็ยืนยันคำเดิมของฉันเหมือนกัน ฉันจะซื้อที่นี่ให้ได้ ฉันจะต้องได้ที่ดินผืนนี้มาเป็นของฉัน และตัวเธอฉันก็จะเอามาเป็นของฉันด้วย จำไว้  เพราะฉะนั้น อย่ามาอวดดีกับฉันอีก...เอาสิห้าสิบล้านบาทสำหรับที่สวนแปลงนี้ของเธอ แล้วก็อีกห้าสิบล้านสำหรับค่าตัวเธอ ร้อยล้านนี่ฉันว่ามันคงพอนะ จะหาที่ไหนได้อีกในชีวิตนี้ล่ะฮึ...” ประโยคยืดยาวที่ดูถูกศักดิ์ศรีของเธอนั้นไม่ทันจบลงด้วยซ้ำ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็หันไปอีกด้านแทบจะทันที ด้วยแรงตบอย่างแรงจากฝ่ามือเล็กๆ นั่น

“เพี๊ยะ...” หญิงสาวตวัดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าคมคายของเขาอย่างแรง เธอโกรธจนตัวสั่นไปหมด แล้วกับการดูถูกศักดิ์ศรี และคุณค่าของเธออย่างที่สุด หญิงสาวต้องสะบัดมือด้วยความเจ็บ ที่ฟาดเขาไปเต็มแรง กัดริมฝีปากบางเอาไว้แน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่คนที่ถูกเธอตบหน้าจนหน้าหัน เจ็บจนชาไปทั้งแถบนั้นโกรธมากกว่าเธอหลายเท่านัก

ใบหน้าคร้ามคมค่อยๆ หันกลับมา ร่องรอยนิ้วมือบนใบหน้านั้นชัดเจนทั้งแถบ ดวงตาคมจ้าของเขาลุกโชนราวกับมีประกายไฟวิ่งอยู่ในนั้นด้วยความโกรธกรุ่น...เธอกล้ามาก ที่บังอาจมาตบหน้าเขาแบบนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาถูกตบหน้า แล้วคนที่ตบหน้าเขาก็เป็นผู้หญิงเสียด้วย เพราะฉะนั้นวิธีการจัดการกับผู้หญิงของเขา ก็ย่อมไม่เหมือนกับจัดการกับผู้ชายอยู่แล้ว

“เธอ...กล้าดียังไงมาตบฉัน เธอโดนดีแน่...” คำพูดข่มขู่จบลงร่างสูงก็สาวเท้าเข้าหาเธออย่างคุกคาม   ธีรเทพเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปดึงแขนเจ้านายเอาไว้เพื่อเตือนสติ

“เจ้านายครับ” ธีรเทพเอ่ยเตือน

“ปล่อยฉัน ธีร์ นายไปรอที่รถ สตาร์ทเครื่องไว้ด้วยนะ” ชายหนุ่มพูดโดยไม่หันมองหน้าลูกน้องคู่ใจ   สาวเท้าเข้าไปจนชิดตัวเธอ มือเรียวใหญ่ทั้งสองข้างนั้นคว้าจับไว้ที่ไหล่นวลนั้นอย่างแรง บีบจนหญิงสาวเจ็บจนต้องนิ่วหน้า

“ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มบอกเสียงกร้าว

“ไม่...” เสียงหวานยืนยันเด็ดเดี่ยวเช่นกัน

“ฉันบอกให้ขอโทษ” ธัญกรผู้ไม่เคยยอมลงให้ใครโกรธจนตัวสั่นไปแล้ว

“ทำไมฉันต้องขอโทษ ฉันไม่ได้ผิด คุณนั่นแหละที่ผิด กลับไปซะ” หญิงสาวโต้ตอบกลับอย่างไม่ยอมลงให้ เธอเป็นเจ้าของบ้านนะจะปล่อยให้คนนิสัยไม่ดีแบบเขามาข่มขู่ได้ยังไงกัน...

“ไม่กลับ จนกว่าฉันจะได้จัดการเธอให้หลาบจำเสียก่อน ว่าอย่ามาลองดีกับผู้ชายแบบฉัน คนอย่างฉันไม่เคยที่จะอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ ที่ดินของเธอฉันก็ต้องได้และตัวเธอฉันก็จะเอาเหมือนกัน” พูดจบปากบางเฉียบเหมือนผู้หญิงนั้นก็ฉกวูบลงปิดกลีบปากบางชมพูของเธอ บดขยี้เต็มแรงด้วยความโมโห มือที่จับไหล่เธอนั้นบีบแน่นมากขึ้น จนคนที่ถูกกระทำหมดทางดิ้นรนต่อสู้ เท้าทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นถีบเตะไปทั่ว เพื่อหวังเอาคืนคนที่รังแกตนเองอยู่อย่างหน้าไม่อายแบบนี้

สิรินทร์รู้สึกเจ็บปากจนระบมไปหมด ได้กลิ่นคาวเลือดของตนเองในปากจากแรงบดขยี้อย่างรุนแรงนั้นของเขา ร่างสูงไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระง่ายๆ ฟันคมขบลงไปแรงๆ บนริมฝีปากของเธอ ก่อนมือข้างหนึ่งจะเปลี่ยนมาบีบคางมนของเธอไว้บังคับให้ตอบรับแรงจูบของเขา หญิงสาวเจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด เผลออ้าปากออกมาเพื่อหวีดร้อง แต่กลายเป็นเปิดโอกาสให้คนที่รอโอกาสอยู่แล้วสอดแทรกเรียวลิ้นของตนเข้าหาเธอทันที รุกเร้า ดุนดันลิ้นเล็กของเธอ ที่พยายามหลีกหนีแต่เขาก็ไม่ยอม ตวัดรัดรึงจนรวบดูดดุนดันลิ้นเล็กนั้นไว้ได้ ดื่มด่ำความหอมหวานประหลาดล้ำนั้นเอาไว้อย่างลืมตัว จากจุมพิตลงโทษกลายเป็นหลงลืมตัวมัวเมากับความหวานนั้นไปชั่วขณะ มัดจูบเธอจนพอใจนั่นแหละ ถึงได้ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระในที่สุด

หญิงสาวขาสั่นจนยืนแทบไม่อยู่ โกรธเขาจนบรรยายไม่ถูก ที่เขากล้าบังอาจมาทำแบบนี้กับเธออย่างดูถูกกันที่สุด ทันทีที่เขาปล่อยร่างบางออกจากการบีบเอาไว้ทำเอาเธอเซไป แต่พอตั้งสติได้ มือบางก็เงื้อยกขึ้นสูงอีกครั้ง แต่คราวนี้คนที่มีประสบการณ์ถูกตบครั้งแรกในชีวิตมาหมาดๆ รู้ทัน ใบหน้าหล่อยิ้มเหยียดให้เธอก่อนหัวเราะแล้วพูดออกมาเสียงเข้ม

“เอาซี้ ตบลงมาเลย เธอตบมา ฉันก็จะมัดปล้ำจูบเธออีก เอาให้แรงกว่าเมื่อกี้อีกก็ดีนะ แรงๆ แบบนั้นฉันชอบนักล่ะ ได้เลือดแล้วชักเดือดขึ้นมาเหมือนกัน เอาซิ ตบเลย” ชายหนุ่มชี้หน้าเธอ คนที่ยกมือขึ้นค้างกลางอากาศปล่อยมือเล็กลงข้างตัว แล้วจ้องหน้าเขาตาเขียวปัด กัดปากบางเอาไว้แน่นด้วยความโกรธเคือง

“ไม่ต้องมาด่าฉันในใจแบบนั้นหรอก เอ๊...แต่ถ้าเธอยังไม่ตัดสินใจขายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ได้แหย่เธอเล่นแบบนี้บ่อยๆ มันก็คุ้มค่าเหมือนกันนะ เงินก็ไม่ต้องเสีย แถมยังได้จูบปากหวานๆ ฟรีเป็นกำไรอีกต่างหาก มันคุ้มจริงๆ ด้วย ฮึๆเอาล่ะ...ซีนใช่มั้ย รู้สึกว่าแม่ของเธอจะเรียกชื่อเธอแบบนี้นี่ ฉันก็จะเรียกเธอชื่อนี้แหละ วันนี้ฉันชักอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว จะยืดเวลาให้เธออีกสักวันก็แล้วกัน ถ้าพรุ่งนี้ฉันกลับมาอีกทีแล้วคำตอบยังเหมือนเดิมล่ะก็ ระวังแม่เธอเอาไว้ดีๆ ล่ะ กำลังไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ หือ...ฉันไปล่ะ” ชายหนุ่มจบประโยคกวนประสาทยาวยืดนั้นลง แล้วเหยียดยิ้มมุมปากให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าทำอะไรเขามากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะการเอาคืนของเขาเมื่อครู่ ยังทำให้เธอเบลออยู่ไม่หายยืนเท้าแทบจะไม่ติดพื้นอยู่จนถึงขณะนี้

“ไอ้...ไอ้เศรษฐีบ้า ฮึ่ย...” สุดท้ายเมื่อทำอะไรคนตัวสูงที่เดินหันหลังจากไปไกลแล้วไม่ได้ สิรินทร์ได้แต่บ่นกับตัวเองแบบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้วยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นในใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha