หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : แรง ปะทะ เดือด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

4

 แรง ปะทะ เดือด




สิรินทร์เดินออกจากลิฟต์ของโรงพยาบาล ลงไปชั้นล่าง มุ่งหน้าไปที่รถเพื่อไปเอาเอกสารสำคัญส่วนตัว หญิงสาวก้มๆ เงยๆ อยู่สักพัก พอยืนตัวตรงปิดประตูรถก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาจนถึงตัวเธอเสียแล้ว ด้วยความระมัดระวังตัวจนเป็นความเคยชินเป็นประจำอยู่แล้วหญิงสาวจึงเบี่ยงกายออกห่างทันที

“ไง คนสวย” น้ำเสียงทุ้มแต่คุกคามอยู่ในทีถามขึ้น

“นี่ๆๆ คุณ...มาได้ยังไง” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจ

“อ้าว ก็ขับรถมาสิ” เสียงทุ้มยียวนขึ้นมาอีก

“ฉันรู้แล้ว คนอย่างคุณจะเดินมารึไงเล่า” หญิงสาวต่อว่าอย่างไม่ชอบใจอาการตกใจหายไป เริ่มตั้งสติได้อีกครั้ง เธอจึงรวบเอาเอกสารเข้าไว้กับตัวแล้วออกเดินทันที

“นี่เธอ รอด้วยสิฉันไปด้วยคน” ร่างสูงของธัญกรวิ่งตามหลังหญิงสาวไปแล้วมองตามเธอด้วยสายตาหมายมาด วันนี้เขาขับรถมาที่นี่ด้วยตัวเองหลังจากให้ธีรเทพ เช็ครายละเอียดจนรู้แน่ชัดว่ามารดาของเธอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมีชื่อของจังหวัด และเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ทุกอย่างพร้อมสรรพ แล้วมันก็ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ หรือจะเป็นพรหมลิขิตของเขาก็ไม่รู้ได้ที่ผู้บริหารของโรงพยาบาลแห่งนี้คือ คุณอาของเขาเอง...มันต้องแบบนี้สิ...ชายหนุ่มคิดอย่างชอบใจที่สุดแบบนี้แหละถึงจะได้ลุ้นกันหน่อย

ธัญกรเดินตามหลังเธอไปเรื่อยๆ ร่างบางก็หันกลับมามองเขาตลอด ส่งสายตาเขียวขุ่นให้เขาทุกครั้งจนถึงห้องพิเศษที่มารดาของเธอนอนพักรักษาตัวอยู่ หญิงสาวก็เปิดประตูเข้าไปทันที ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าห้องนั้นอีกสักพักก่อนตัดสินใจเปิดประตูเดินตามเข้าไปด้วย

                “ซี แม่หลับไปแล้วเหรอ เมื่อกี้ลุงหมอบอกพี่ว่าเตรียมการผ่าตัดได้พรุ่งนี้เลยนะ” สิรินทร์บอกน้องชายทันทีที่เดินเข้าไปถึง แต่สายตาของสารัตน์ไม่ได้มองที่พี่สาว เขามองไปยังร่างสูงโปร่งของผู้ชายรูปหล่อ ที่เดินตามหลังพี่สาวเข้ามามากกว่า หน้าตาหล่อเหลานั้น ส่งยิ้มมาให้เขาทันทีที่เขาเงยมองไป สารัตน์จึงยิ้มกลับไปด้วย ก่อนหันไปกระซิบถามพี่สาว

   “ครับ แม่หลับไปเมื่อกี้เอง แล้วพี่ซีนพาใครมาด้วยล่ะ แฟนเหรอ...” สิรินทร์เหลือบสายตาขึ้นมองคนที่เดินตามเข้ามาด้วยนิดเดียว ก่อนตอบน้องชายเสียงดังฟังชัดด้วยความตั้งใจให้ใครคนนั้นได้ยินด้วย

“อ๋อ พี่ไม่ได้พามาหรอก ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามาได้ยังไงแล้วรู้จักใครที่นี่ บ้านเราไม่นิยมคบหาสมาคมกับคนหน้าเลือดไม่ใช่เหรอซี” หญิงสาวเอ่ยจบคนที่อึ้งไปคือน้องชาย แต่คนที่พาตัวเองมาเป็นแขกโดยไม่ได้รับเชิญกัดฟันกรอดทันที...หนอย ยัยนี่ เปิดศึกกับเขาอีกแล้ว วันนี้เขาหวังว่าจะคุยกับเธอดีๆ แล้วนะ แล้วเขาก็ตั้งใจมาเยี่ยมคนป่วยจริงๆ เพราะฉะนั้น เขาจะพยายามไม่สนใจในสิ่งที่เธอแดกดันเขาหรอก

“อ๋อ สวัสดีครับ ผมธัญกรนะครับ เรียกพี่อาร์ตดีกว่านะ พอดีว่าจะมาเยี่ยมคุณน้าได้ข่าวว่าท่านไม่สบาย คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันก็ต้องแสดงน้ำใจกันหน่อย ไม่ว่ากันนะครับ คุณ...อ่ะ นี่ครับของเยี่ยม” ธัญกรมองหน้าชายหนุ่มในห้อง ซึ่งคงเป็นน้องชายของเธอนั่นเอง

“ผม สารัตน์ครับ เรียกซีก็ได้ เป็นน้องชายสุดที่รักของพี่ซีนครับ จริงไหมพี่ซีน” สารัตน์เดินเข้าไปยกมือไหว้ผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่าตน ยื่นมือออกไปรับของเยี่ยมก่อนหันมองหน้าพี่สาว

“พี่ซีน แล้วเขาก็ไม่ใช่เพื่อนพี่ด้วย จริงๆ เหรอ ซีว่าเหมือนแฟนงอนกันมากกว่าไหม” สารัตน์ถามเสียงเบาอีกครั้ง แต่ได้รับคำตอบเป็นรอยหยิกที่แขนขวาอย่างแรง

“พูดมากน่าซี ถ้าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนพี่นะ ป่านนี้บ้านของเราคงพินาศล่มจมไปแล้วล่ะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเข่นเขี้ยว น้องชายของเธอมองยังไงว่าเป็นแบบนั้น ห่างไกลลิบลับเลยนะนั่น…

“เอ่อ แล้วคุณน้าเป็นยังไงบ้าง ท่านป่วยเป็นอะไรเหรอ” ธัญกรถามขึ้นทั้งที่รู้รายละเอียดเรื่องนี้ทั้งหมดแล้ว และเขาก็แจ้งคุณอาของเขาเรื่องการผ่าตัดนั้นเรียบร้อยแล้วด้วย ว่าเขาขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของนางสายใจ แต่ไม่ต้องแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าของไข้ตัวจริงรับรู้เด็ดขาด เพราะเขาจะบอกเรื่องนี้เองเมื่อถึงเวลานั้น เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่เขาจะเอาไว้ใช้กับเธอยามที่เธอดื้อดึงและพูดคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วจริงๆ และด้วยวิธีนี้ที่เขาตัดสินใจไปแล้ว เธอก็จะไม่หลุดมือไปจากเขาได้หรอก เรื่องที่ดินสวนผลไม้ของเธอเขาจะไม่สนใจแล้วก็ได้ แต่กับเธอนี่สิ ผู้หญิงปากดีที่มีริมฝีปากแสนหวานและกลิ่นกายหอมกรุ่นเป็นเฉพาะตัวของเธอเองนี่ต่างหาก ที่ทำให้เขาต้องเอาเธอมาไว้กับตัวเขาให้ได้ เขาจะต้องได้ครอบครองและเป็นเจ้าของเธอแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ชายหนุ่มยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

“เอ่อ คือแม่เป็นโรคหัวใจนะครับ” สารัตน์เผลอบอกออกไป จึงถูกพี่สาวตีเข้าแรงๆ อีกที

“พี่ซีน ตีซีทำไม” สารัตน์ถามใบหน้างอ

“ก็ ไปบอกเรื่องนี้กับเขาทำไมเล่าซี บอกเขาแบบนั้นเขาจะยิ่งดีใจน่ะสิ” สิรินทร์หมายความแบบนั้นจริง เพราะเมื่อเขารู้ว่ามารดาของเธอป่วยเป็นโรคอะไร เขาจะต้องหาโอกาสเอาเรื่องนี้มาบีบในเรื่องที่ดินสวนผลไม้จนได้แน่ๆ

“อ๋อ...” เสียงทุ้มลากยาว ชายหนุ่มพยักหน้าว่าเข้าใจก่อนเอ่ยบอกอย่างใจดี

“มีอะไรให้ช่วยบ้างล่ะซีน ฉันช่วยได้นะ” ท้ายประโยคย้ำกับเธออย่างยียวนชัดเจน แต่คนตรงหน้าเฉยเสีย ไม่สนใจที่จะรับน้ำใจที่เธอคิดว่าเสแสร้งของเขา

“ซี เดี๋ยวพี่จะไปคุยกับลุงหมออีกรอบ เตรียมพร้อมเรื่องผ่าตัดน่ะ ซีอยู่เฝ้าแม่นะอย่าให้ใครมาทำให้แม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้นะ ทั้งที่จริงๆ เขาก็ทำไปเยอะแล้วล่ะ” หญิงสาวจงใจเน้นเสียงเป็นพิเศษ ก่อนปรายตาไปทางเขา เมื่อพูดประโยคดังกล่าวออกมา เห็นใบหน้านั้นเรียบเฉย แต่สายตาที่ส่งมาแปลกประหลาดกว่าทุกครั้ง เธอมองไม่ออกว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่ทนมองต่อไปอีกไม่ได้เลยก่อนที่เธอจะถอยออกจากห้องไป  ไม่สนใจกับคนที่พาตัวเองมาเป็นแขกอีกทิ้งให้อยู่กับน้องชายของตนเอง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า นั่นจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ทำดี สร้างภาพผู้ชายที่แสนดีกับน้องชายคนโปรดของเธอ

 


***************

 


หญิงสาวจัดการเรื่องของมารดาจนเสร็จเรียบร้อย รู้สึกว่าทุกอย่างมันดูผ่านไปได้ง่ายดาย และสะดวกรวดเร็วเกินไปด้วยซ้ำ ก่อนเดินกลับมายังห้องพักของมารดาอีกครั้งในเวลาเกือบชั่วโมงต่อมา ทันทีที่เปิดประตูห้องพักของมารดา เธอก็ส่งเสียงบอกน้องชายทันที

“ซี เรียบร้อยแล้วนะ พรุ่งนี้แม่จะได้ผ่าตัดแน่นอนสงสัยลุงหมอของเรานี่คงเส้นใหญ่ใช้ได้เหมือนกันนะ ฮิๆ เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเราก็มีญาติเป็นใหญ่เป็นโตกับเขาด้วย” สิรินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะบอกน้องชายด้วยความดีใจ เธอรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุดที่มารดาจะได้ผ่าตัดโดยเร็วที่สุด ทั้งๆ ที่จริงแล้วมีคิวยาวอีกเป็นอาทิตย์ เธอจึงออกอาการดีใจจนออกหน้าออกตาไปหน่อย  จนคนที่ยืนอยู่ด้านหลังประตู ซึ่งเธอเข้าใจว่าคงกลับไปแล้วตั้งแต่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ยืนมองดูเธอแล้วยิ้มแปลกๆ...ยัยบ๊องเอ๊ย คนเส้นใหญ่ตัวจริงยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก...ชายหนุ่มคิดขำๆ...ก็ดูท่าทางเธอสิ คนอะไรเป็นได้ทั้งผู้หญิงปากร้าย และเป็นตลกก็ได้ด้วย

“พี่ซีน แม่จะได้ผ่าตัดพรุ่งนี้แล้วซีดีใจจังเลย เพราะอย่างน้อยแม่จะได้ลดความเจ็บปวด เลิกเจ็บปวดทรมานลงได้เสียที แต่ซียังกังวลว่า เอ่อ...” สารัตน์เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ค่อยสบายใจในตอนท้าย เขาคงคิดมากไปเองมากกว่า แต่ทำไมเขารู้สึกไม่สบายใจจริงๆ กับการผ่าตัดครั้งนี้ แม้จะรู้สึกดีใจว่าการผ่าตัดจะช่วยรักษามารดาได้ แต่ลึกๆ ในใจ เขากลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ถึงแม้หมอจะยืนยันถึงการรักษาที่ดีที่สุดก็ตาม

“เอ่อ พี่อาร์ตครับ พรุ่งนี้พี่จะมาอีกใช่ไหมครับ ผมอยากให้พี่เอาหนังสือเล่มที่ผมอยากอ่านมาให้ด้วยได้ไหมครับ” สารัตน์หันไปถามชายหนุ่มอีกคน ที่เขาตีซี้สนิทกันเรียบร้อยแล้ว และยังยืนอยู่มุมประตู โดยที่หญิงสาวยังไม่มองและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังอยู่

“อือ มาสิครับ พี่จะมาแต่เช้าเลยล่ะ” ธัญกรยิ้มให้หนุ่มรุ่นน้อง ก่อนหันไปมองหน้าสิรินทร์ แล้วเลิกคิ้วใส่อย่างท้าทาย

“อ้าว... นี่คุณ ยังอยู่อีกเหรอ กลับไปได้แล้ว คุณจะมาอยู่ทำไมที่นี่” สิรินทร์มองจ้องหน้าคนที่ยังยืนทำหน้ามึนใส่เธออยู่อย่างไม่ชอบใจ เขาจะมายุ่งอะไรกับเธอในตอนนี้ ต้องการที่ดินอย่างนั้นเหรอ คนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานยังไม่ยอมหยุดอีก ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะคุยกับเขาไม่ว่าจะเรื่องไหนทั้งนั้น

“ก็ว่าจะกลับอยู่พอดี แต่เห็นใครบางคนยังไม่กลับมาเลยอยู่รอก่อน เผื่อได้อีกสักเรื่อง” ธัญกรเอ่ยออกมาเสียงเรียบแต่ใบหน้ากวนๆ ส่งไปให้อย่างท้าทาย

“ไม่ต้องมาลาฉัน ฉันไม่ได้เชิญให้คุณมาแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกฉัน แต่ถึงคุณบอกฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้ว” สิรินทร์ทำท่าทางเยาะเย้ยใส่เขาบ้าง

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะรอเพื่อลาเธอนี่ หลงตัวเองไปหรือเปล่า” ...ให้เขาหลงคนเดียวก็พอแล้ว...ธัญกรแอบคิดในใจ ก่อนเดินไปยืนอยู่ตรงเตียงคนป่วยที่หลับสนิทอยู่

“ซี พี่กลับก่อนนะแล้วพรุ่งนี้เจอกัน” ชายหนุ่มบอกหนุ่มรุ่นน้อง ก่อนจะเดินเบียดร่างเธอมือใหญ่คว้าเอามือเธอไว้ แล้วจูงออกไปนอกห้อง

“นี่คุณ ทำอะไรน่ะฮะ...” หญิงสาวแหวใส่ด้วยความตกใจ แต่ใจกลับสั่นไหวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  เมื่อเขาเลื่อนมือใหญ่ลงไปกำมือเล็กของเธอไว้แล้วบีบแน่น

“เปล่านี่ ยังไม่ได้ทำอะไร ฉันก็แค่ทดสอบปฏิกิริยาของเธอนิดหน่อยเท่านั้นเอง ตอนนี้ฉันก็ได้ข้อสรุปแล้วล่ะ ว่าเธอน่ะไม่ได้เกลียดฉันจริงๆ อย่างปากว่าหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นน้ำเสียงกลายเป็นยั่วเย้าเธอ...มือบางที่เขากุมอยู่เย็นเฉียบสั่นระริก แต่ก็ไม่ดึงออกไปจากการเกาะกุม อาจจะเป็นเพราะเธอลืมตัวไปว่าเขากำลังฉวยโอกาสกับเธออยู่

“ใครว่าล่ะ คุณรู้ได้ยังไงคนอย่างฉันน่ะเกลียดคุณที่สุดแหละ” สิรินทร์ต่อว่าแก้เก้อพยายามบิดมือบางให้หลุดจากมือเขา แต่ชายหนุ่มกลับรวบบีบแน่นขึ้น

สารัตน์มองท่าทางของทั้งสองคนด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้น...ตกลงว่าคู่นี้เป็นอะไรกันแน่ล่ะ ก่อนจะค่อยๆ ยิ้มออกมา เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ด้วยความดีใจ เอ...หรือจะเป็นคนที่มีความรู้สึกพิเศษต่อกันโดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ตัว ก็เขามองยังไงมันก็ไม่น่าจะใช่คนที่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรต่อกันนี่นา ท่าทางบ่งบอกให้เขาคิดแบบนี้นี่ แม้ว่าอาการของพี่สาวของเขาที่ตอนนี้หน้าตาบูดบึ้งงอง้ำ แต่ชายหนุ่มอีกคนนี่สิ เขามองเห็นดวงตาอาวรณ์ห่วงหาแปลกๆ ในนั้นชัดเจน ทุกครั้งที่เขาเผลอแสดงออกมาโดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัว สารัตน์ตัดสินใจทันที

คู่นี้มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ...

“พี่ซีน ไปส่งพี่อาร์ตเถอะ เดี๋ยวซีอยู่เป็นเพื่อนแม่เอง” สารัตน์เสนอขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี เปิดโอกาสให้ใครอีกคนทันที ตามที่ถูกร้องขอเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

 

***************

 


“ไม่ไป นี่คุณปล่อยฉันสิ” สิรินทร์ไม่ได้คล้อยตามคำพูดของน้องชาย แต่ดึงมือออกจากมือของเขาแทน

“เฉยๆ เถอะน่า ตามไปส่งฉันที่รถหน่อย มีเรื่องจะคุย” คนเจ้าอารมณ์สั่งออกมา

“ทำไมฉันจะต้องทำตามด้วยล่ะ เชิญคุณกลับได้” แต่ธัญกรไม่สนใจและไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เหลือบสายตามองน้องชายของเธออีกครั้ง แล้วยิ้มให้เป็นเชิงว่ารู้กันแล้วก่อนลากแขนหญิงสาวให้ตามตัวเองลงจากห้องพักผู้ป่วยไป

เมื่อถึงลานจอดรถ เขาเปิดล็อกประตูรถยนต์ส่วนตัวแล้วดันร่างบางของเธอเข้าไปในที่นั่งตอนหลังของรถคันหรู ก่อนจะตามเข้าไปนั่งเบียดเธอเอาไว้ด้วยคน

“นี่คุณ จะทำอะไรฉัน” สิรินทร์ถามด้วยความตระหนกเมื่อร่างของเธอถูกเบียด

“ก็จะคุยอะไรด้วยหน่อย” ตอบออกมาน้ำเสียงยียวน เบียดเข้าไปอีกจนติดร่างเธอ หญิงสาวถอยไม่เป็นท่าจนติดขอบประตูรถอีกด้าน

“ก็คุยไปสิ จะเบียดเข้ามาทำไมเล่า ถอยไป” หญิงสาวแหวใส่เขาเสียงสูง

“เสียงดังทำไม อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง” น้ำเสียงยังกวนใส่เธอไม่ยอมลงให้ตามนิสัยชอบเอาชนะของเขา    สายตาคมกริบของชายหนุ่มมองหน้าเธอในระยะประชิด

ดูสิ ใบหน้าของเธอเป็นสีชมพูขึ้นมาเลย...ชายหนุ่มคิดก่อนยิ้มออกมาแล้วเผลอหัวเราะด้วยความชอบใจ ที่เห็นใบหน้าของเธอเดี๋ยวซีดเดี๋ยวชมพูอย่างน่าสงสาร แต่ปากบางนั้นยังเก่งกล้า ยังปากดีอยู่เหมือนเดิม

“ไม่ต้องมาใกล้กับฉัน ฉันไม่ได้อยากจะใกล้คุณด้วยสักหน่อย” ยังเสียงแข็งเข้าใส่เขา หัวใจเต้นรัวกับกลิ่นหอมแปลกๆ จากกายของเขา

“หือ แต่ฉันอยากใกล้เธอนี่ ยิ่งโดยเฉพาะตอนนี้ด้วย คิดดูนะบนรถแคบๆ แบบนี้ อยู่กับเธอสองต่อสอง แอร์ก็เย็นฉ่ำแล้วไหนจะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอด้วยล่ะ ฮึๆๆ...” ชายหนุ่มแสดงอาการคุกคามเข้าใส่เธอ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นค้ำไว้กับขอบประตู อยู่ในลักษณะคร่อมเธอเอาไว้ในอ้อมแขนทั้งตัวจนเธอรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากกายเขา

“นี่คุณธัญกร อย่ามาเล่นแบบนี้นะ คุณกับฉันเราเป็นศัตรูกันอยู่นะ” หญิงสาวพยายามขยับตัวเอง แต่ยิ่งเธอขยับเขาก็ยิ่งเบียดเข้าใส่

“เรียกซะเต็มยศเลยนะซีน เรียกชื่อฉันเหมือนน้องชายเธอสิ ฉันอนุญาต” เอ่ยออกมาเหมือนใจดีกับเธอนักหนา แต่เริ่มรู้สึกทนไม่ไหวเข้าไปทุกทีกับกลิ่นกายแสนหอมรัญจวนปั่นป่วนใจ...ธรรมดาเขาไม่ชอบเข้าใกล้ผู้หญิงนี่นา แต่ทำไมเธอคนนี้ถึงทำให้เขาอยากเข้าใกล้อยู่ตลอดเวลาแบบนี้ก็ไม่รู้…

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” หญิงสาวไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูดแต่กลับเสียงดังใส่เขาอีก

“ก็บอกให้พูดเบาๆ ไงล่ะ อยู่กันใกล้ขนาดนี้ หรือว่ายังใกล้ไม่พอล่ะ ฮึ...” ชายหนุ่มขยับกายเข้าหาอีก จนอกแกร่งของเขาเบียดชิดติดไหล่ของเธอ

“ปล่อย” เสียงหวานสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่ปล่อย” ธัญกรยังยืนยันเหมือนเดิม

“ฉันบอกว่าให้ปล่อยฉัน...เดี๋ยวนี้” สิรินทร์ก้มลงกัดเข้าที่แขนแข็งแรงของเขาอย่างแรง จนร่างสูงสะดุ้งโหยงปล่อยมือข้างซ้ายลงแทบไม่ทัน แต่ข้างขวายังคงกักร่างเธอเอาไว้ ใบหน้าที่ยิ้มอยู่เมื่อครู่บึ้งตึงขึ้นมา

“โอ๊ย...นี่เธอกัดฉันทำไม ยัยซีนบ้า หา?” ถามใบหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ

“ก็อยากไม่ปล่อยฉันทำไมเล่า” หน้าหวานแดงก่ำด้วยความโมโหชายหนุ่มจนเกินทนไหวอีกแล้ว

“เป็นสุนัขหรือไงเนี่ยยัยบ้า เจ็บชะมัด” ตาคมเข้มก้มลงมองแขนตัวเองที่ห้อเลือด เป็นรอยฟันคมชัดเจน ก่อนเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าเธอจนเกือบชิดแก้มนวลนั้น

“จำไม่ได้ใช่ไหม ถ้าเธอทำร้ายร่างกายฉันอีกเธอจะต้องโดนอะไร หรือว่าชอบถึงได้ไม่จำ ฮึ...” ธัญกรจ้องตาเธอจนแทบมีประกายไฟลุกออกมาจากดวงตา ก่อนก้มหน้าฉกวูบลงไปหาปากแดงๆ ช่างท้าทายนั้นทันที ตอนนี้เรื่องที่อยากจะพูดเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เขาขอจัดการเธอเสียก่อนที่กล้ามาทำร้ายร่างกายเขาเป็นครั้งที่สองในชีวิต


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha