หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : จำใจไม่จำยอม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

5

จำใจไม่จำยอม




ริมฝีปากชุ่มชื้นของเขาปิดประกบลงบนปากแดงของเธออย่างแม่นยำ บดเคล้าอย่างรุนแรงจนแทบไม่ต้องหายใจด้วยความโมโห ลิ้นเรียวสอดแทรกรุกเร้าเข้าหาโพรงปากของเธอด้วยความดุดัน กระแทกริมฝีปากของตัวเองลงไปแรงๆ อย่างต้องการทำโทษ ให้เธอรู้ว่าเขาเจ็บที่ถูกเธอกัดเมื่อครู่นี้ จูบจนพอใจตัวเองแล้วนั่นแหละ จึงค่อยคลายแรงบดเบียดลงไป เปลี่ยนเป็นดูดซับความหอมหวานซ่านซึมลงสู่หัวใจ

ความรุนแรงลดลง ความอ่อนโยนละเมียดละไมเข้ามาแทนที่ เรียวลิ้นรัดรึงลิ้นเล็กของเธอเข้าหาอย่างอ่อนหวาน ดูดดึงรัดรึงอย่างหวามไหว ตาคมปรือมองเธอก่อนหลับลง แล้วเอื้อมมือที่โอบเธอเอาไว้จับไหล่บอบบางนั้นแทน ดึงร่างบอบบางให้หันหน้าเข้าหาเขามืออีกข้างสอดเข้าท้ายทอยบังคับให้เธอตอบรับจูบของเขาอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เขาส่งลิ้นเรียวเข้าทักทาย แทรกซอน ดูดดื่มจนแทบลืมหายใจอีกครั้ง รู้สึกถึงแรงกดที่ต้นแขนจากเล็บคมๆ ของเธอเขาจึงยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ

“ไงล่ะซีน คราวหน้าจะลองอีกไหม” ถามเสียงทุ้มนุ่มนวลขึ้น มือเรียวจับศีรษะเธอให้ซบลงตรงไหล่ขวาของตัวเอง แต่ร่างบางของเธอยังแข็งขืนต่อต้านไม่ยอมโอนอ่อนตามความต้องการของเขา

“ไม่ต้องยุ่งกับฉัน” เสียงหวานขุ่นใส่เขาไม่เลิกอย่างไม่ยอมลงให้

“อ้าว...ยังไม่สิ้นฤทธิ์อีก” เขาสวนกลับขึ้นมา รู้สึกหัวใจเต้นรัวจนบังคับตัวเองแทบไม่อยู่ แม้กายอยากจะถอยห่างจากเธอไกลๆ แต่ใจกลับสั่งให้โอบเธอเอาไว้กับตัวอีกสักพัก

ร่างของสิรินทร์ดิ้นขลุกขลักอยู่ในพันธนาการของเขาอย่างอึดอัด เธอรู้สึกมือเย็นเฉียบ แต่ใบหน้ากลับร้อนซู่ แถมใจก็เต้นแรงเร็วจนแทบทะลุออกมาจากอก ...เธอเป็นอะไรก็ไม่รู้...

“คุณนี่นิสัยไม่ดีตลอดเลย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” หญิงสาวใช้มือที่ว่างผลักร่างของเขาให้ออกห่าง ทั้งที่พื้นที่บนเบาะรถมีแค่นิดเดียว

“ก็พอๆ กันแหละ เหมาะสมกันแล้วไง ฉันนิสัยไม่ดีส่วนเธอก็ปากดี แถมหวานด้วย...แบบนี้แหละสมน้ำสมเนื้อกันดีที่สุด อ๊ะๆ หยุดนะ อย่าแม้แต่จะตีลงมาเด็ดขาด เพราะคราวนี้ไม่แค่ปากเท่านั้น แต่ฉันจะจูบเธอให้ทั้งตัวเลยทีเดียวกล้ามั้ยล่ะ” ดวงตาคมจ้าท้าทาย อารมณ์หวานๆ เมื่อครู่หายไปหมด เพราะเธอคนนี้แหละช่างเป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ สำหรับเขา เป็นผู้หญิงที่ดูแกร่งแต่อ่อนหวาน ดูน่ารำคาญแต่แอบซ่อนความสดใสไว้ในตัว...ถึงปากจะร้ายไปหน่อย แต่ถ้าหวานซึ้งตรึงใจแบบนี้ก็ยังพอทนไหว ถึงจะคิดแบบนี้แต่สำหรับเขาตอนนี้ ไม่ใช่แค่ทนไหวแล้วล่ะอยากจะโผเข้าใส่เธอแบบไม่อยากทนเลยอีกต่างหาก...

“โอ๊ย ฉันไม่พูดกับคุณเรื่องบ้านี่แล้ว มีเรื่องอะไรที่จะพูดก็พูดมา ฉันจะได้ขึ้นกลับไปข้างบนเสียที อ้อ...แล้วก็กรุณากดปลดล็อกรถด้วย” สิรินทร์ตั้งสติได้แล้ว เธอพยายามควบคุมตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนผ่อนออกมาเบาๆ เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ...ผู้ชายคนนี้ ชอบทำให้เธอเสียการควบคุมตัวเองจริงๆ แต่ไหนแต่ไรมา ไม่ว่าผู้ชายแบบไหนเธอก็รับมือมาได้ตลอด ลูกค้าเรื่องมากหรือติดความหรูหราแค่ไหนเธอก็สามารถเจรจามาได้ตลอด หรือจะพวกมหาเศรษฐีทั้งหลายในเมืองไทยที่เคยมาใช้บริการที่บริษัทของเจ้านาย เธอก็สามารถเจรจาขายโฆษณาสำเร็จมาแล้วทั้งนั้น แต่กับผู้ชายคนนี้คนเดียวคนที่เข้ามาเพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ส่วนตัวจากครอบครัวของเธอ ผู้ชายที่พูดจาขวานผ่าซาก ไม่รักษาน้ำใจใคร ดูถูกคุณค่าของคนอื่นอย่างที่สุด แต่กลับทำให้เธอสติแตกทุกครั้งเช่นกันที่ต้องต่อกรกับเขา เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ...

“ก็ได้ พูดก็พูดเรื่องเดิม เรื่องเดียวนั่นแหละที่ฉันจะพูดกับเธอ” ชายหนุ่มบอกออกมาตรงๆ เธอหันมองเขาตาโตอย่างคาดไม่ถึงในความหน้าด้านของเขา

“ฉันก็ยืนยันคำเดิมคำเดียว สุดท้ายเหมือนกันว่าไม่ขาย แล้วหลังจากนี้คุณไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้กับฉันอีก เปิดล็อกประตูด้วยฉันจะลงแล้ว” หญิงสาวขยับตัวเมื่อเปิดประตูรถแล้วแต่ยังเปิดไม่ออก


“ปล่อยฉันลงไป” หญิงสาวเน้นเสียงเข้มขึ้นแต่เขากลับทำในสิ่งที่เธอไม่ได้ร้องขอ

“ฉันไม่ได้จะขอซื้อที่ดินของเธอแล้วล่ะ เราพักเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนหรือลืมไปเลยก็ได้ แต่เปลี่ยนมาเป็นซื้อเธอแทนได้หรือเปล่า ขายไหม?...” พอเสียงห้าวจบลง เขาก็ได้รับรู้รสชาติของการถูกตบหน้าเป็นครั้งที่สองในชีวิต คราวนี้โดนเข้าเต็มๆ ที่ปากถึงกับได้กลิ่นคาวเลือดในปากของตนเองเลยทีเดียว

“นี่ๆๆ เธอ... เธอตบฉันอีกแล้วนะ คราวนี้เธอโดนหนักแน่” ธัญกรโมโหสุดขีด จนลืมนึกไปว่าเพราะคำพูดของตัวเองเมื่อครู่ที่สื่อออกไป ตรงๆ ทื่อๆ ไม่รู้จักประดิษฐ์ประดอยคำพูดให้มันดูดี ฟังเข้าหูเสียก่อน แล้วเธอก็เข้าใจผิดรับไม่ได้เอาเสียเลย...

“โดนก็โดนสิ คราวนี้ฉันสู้ตาย ไอ้ผู้ชายบ้าเฮงซวยที่สุด ฉันไม่ใช่โสเภณีหรือผู้หญิงอย่างว่านะถึงจะได้มาขอซื้อกันง่ายๆ คนบ้า...” หญิงสาวโกรธจนไม่รู้จะโกรธอย่างไรแล้ว รู้สึกจี๊ดขึ้นสมองจนเบลอไปหมด  ธัญกรได้ยินประโยคที่เธอต่อว่าเขาชัดเจน ชายหนุ่มปล่อยมือทั้งสองที่บีบไหล่เธอไว้เมื่อครู่ด้วยหวังจะสั่งสอนเธอที่กล้าตบปากเขาจนได้เลือดอยู่ในขณะนี้...โสเภณีอะไรกัน เขาพูดตอนไหน เขายังไม่ได้เอ่ยอะไรแบบนั้นสักหน่อย...คนชะตากำลังจะขาดยังไม่รู้ตัวเองอีก


เขาก็แค่เปลี่ยนวัตถุประสงค์จากที่ดินแปลงนั้นมาเป็นเธอเท่านั้นเอง ก็เขาอยากมีเธอมาอยู่เคียงข้างกายเขาแทนเสียแล้วนี่ เพราะเขาคงทนไม่ได้อีกแล้วถ้าต่อจากนี้ไปจะมีใครหน้าไหนได้สูดดมกลิ่นหอมประจำกายของเธอ หรือจะมีใครหน้าไหนได้จูบเธอเหมือนที่เขาเคยได้รับสิ่งนั้นมา เขาคงทนไม่ไหวถ้าจะมีผู้ชายคนไหนได้ชิมรสชาติหวานล้ำเหมือนที่เขาได้ชิม เพราะแค่คิดแบบนี้เมื่อไหร่เขาก็รู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมาทันที พลุ่งพล่านขึ้นมาเหมือนน้ำเดือดทุกครั้ง แล้วมันผิดตรงไหนเธอไม่ขายที่ดินนั้นเขาก็ไม่สนแล้ว เขาใช้เวลาคิดมาสามวันจึงตัดสินใจยกเลิกความคิดนั้นทิ้งไปแล้ว และเขาก็ยังหาเหตุผลไปอธิบายบิดาไม่ได้ด้วยซ้ำ...แล้วทำไมยัยนี่ถึงตบปากเขาแบบนี้ล่ะ...

“พอๆ หยุดได้แล้ว ไม่ต้องด่าฉันเลยไอ้ที่ขุดมาแต่ละประโยคนั่นน่ะฟังได้ที่ไหนกัน” ธัญกรพยายามทำความเข้าใจกับอาการโกรธของเธอแบบงงๆ เอ่ยออกไปอย่างพยายามรอมชอมที่สุด

“แล้วทีคุณล่ะมาหาว่าฉันเป็นโสเภณีได้เหรอ เห็นว่าตัวเองรวยแล้วจะพูดว่าอะไร ดูถูกใครก็ได้อย่างนั้นเหรอ เปิดประตูเดี๋ยวนี้ฉันจะลงแล้ว อยู่กับคุณนานกว่านี้คงได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ” สิรินทร์ไม่ยอมท่าเดียวมือบางทั้งสองดึงเปิดประตูอย่างแรง

“อ้าวๆ เดี๋ยวรถก็พังกันพอดี” ชายหนุ่มประท้วง

“เปิดสิ” คนหน้าหวานบอกเสียงห้วน

“นี่ซีนๆ เอาล่ะๆ ฉันยอมเธอเลย ครั้งแรกจริงๆ นะที่ฉันยอมให้คนอื่น เงียบ ตั้งสติแล้วฟังฉันอีกครั้งนะ คือเอ่อ...ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้นเอ่อ...ยังไงดีล่ะ คือฉันหมายความว่าที่ดินที่สวนผลไม้ของเธอน่ะ ฉันไม่เอาแล้วก็ได้ ดีเหมือนกันห้าสิบล้านฉันไปหาซื้อที่อื่นได้มากกว่านี้เยอะแยะเลย แต่ที่ฉันว่าจะซื้อเธอ...เอ่อไม่ใช่ๆ คือเอ...แล้วต้องพูดว่ายังไงดีวะเนี่ย” ชายหนุ่มสับสนกับคำพูดของตนเอง เขาอยากสื่อความหมายออกไปให้เธอเข้าใจ แต่เขาไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน จะต้องทำอย่างไรล่ะ ก็ทุกทีอยากได้อะไรก็เอาเงินให้ไปแล้วทุกอย่างก็ได้มาตลอดนี่นา

แต่กับเธอคนนี้...แถมเป็นผู้หญิงเสียด้วย ตั้งแต่เกิดมาเขาเคยอยากจะได้ผู้หญิงคนไหนมาไว้ข้างกายบ้างเล่า?...สักครั้งเขาก็ไม่เคยอยากจะยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงด้วยซ้ำ แต่กับเธอนี่...เขาต้องทำอย่างไรถึงให้ได้มาล่ะ? สิรินทร์มองหน้าเขาตาขุ่น ยังไม่คลายความโกรธลงสักนิดแต่ก็ยังพยายามจะทนฟังในสิ่งที่เขากำลังเอ่ยออกมา


“คือฉันหมายถึง ฉันอยากได้ เอ๊ย...ก็ไม่ใช่อีก...คือฉันอยากอยู่ใกล้เธอน่ะ แล้วถ้าไม่ใช้เงินซื้อมาแล้วฉันต้องทำอย่างไรล่ะ? เห็นเวลาคนเขาแต่งงานเขายังเอาเงินไปให้ผู้หญิงนี่...” ชายหนุ่มหลุดเอ่ยประโยคที่เขาคิดอยู่ออกมา แต่สงสัยว่าตอนเด็กนี่เขาคงสอบตกวิชาภาษาไทยมาตลอด เพราะแทนที่เธอจะฟังแล้วดูดี แต่มือเล็กๆ ทั้งสองข้างเปลี่ยนเป้าหมายจากประตูรถมาเป็นร่างแกร่งของธัญกรแทน มือบางระดมรัวทุบใส่กายเขาอย่างโมโหและหมั่นไส้...คนบ้านี่ พูดออกมาได้แต่ละประโยค เธอไม่นึกเลยว่าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากผู้ชายที่แสนจะดูดีและอยู่ในวงสังคมชั้นสูงแบบเขา...

“คุณนี่มันทั้งบ้า ทั้งบื้อที่สุดเลย ปล่อยฉันลงไปแล้วเชิญคุณกลับบ้านของคุณไปเลย อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์ไม่ต้องมาทำทานเพราะฉันไม่รับ แล้วฉันก็ฝากคุณไปคิดสักเรื่องนะ ถึงฉันจะไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือจี๋จ๋ากับผู้ชายมากนัก แต่ฉันก็รู้ว่าคำพูดของคุณแบบที่พูดใส่หน้าฉันเมื่อครู่นี้ ต่อให้ไปพูดกับผู้หญิงคนไหน ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่บ้าหรือปัญญาอ่อนล่ะก็...คงตบปากคุณเหมือนฉันทุกคนนั่นแหละ หลีกไปฉันจะลงแล้ว” สิรินทร์ไม่ได้สนใจอีกคนอีก เมื่อเห็นเขายอมปลดล็อกประตูให้แล้วเธอก็เบียดกายผ่านหน้าเขาที่ยังนั่งนิ่งบื้อไม่เข้าใจที่เธอพูดใส่หน้าอยู่ เปิดประตูรถแล้วคนตัวบางก็เดินตัวปลิวหายไปเลย

...ตกลงว่าวันนี้เขาทำเรื่องเหลวอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย...แล้วจะต้องทำอย่างไรดีล่ะ แข็งก็แล้ว อ่อนก็ว่าแล้วนะแต่ท่าทางไม่เห็นจะได้ผลอย่างที่ธีรเทพบอกสักนิด แล้วนายนั่นมันไปเอาทฤษฎีมาจากไหนกันว่า ถ้าเขาพูดกับเธอตรงๆ แล้วมันจะทำให้เธอเข้าใจได้ง่ายขึ้นและสำเร็จ ไม่เข้าใจจริงๆ


ธัญกรนั่งหน้ายุ่งเพราะไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม?...สุดท้ายตัวเขาเองถึงต้องยอมให้กับเธอ คนที่เดินตัวปลิวหายไปอีกแล้ว คนที่ไม่เคยแพ้หรือยอมแพ้ใคร กลับชนะไม่เป็นเมื่อต้องต่อกรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบสิรินทร์หรือเขาจะแพ้ทางคนแบบเธอกันแน่นะ...ชายหนุ่มสะบัดศีรษะอย่างไม่เข้าใจใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นมาถอนหายใจหนักหน่วง แล้วสตาร์ทรถขับออกจากโรงพยาบาลแห่งนั้นทันที เป้าหมายคือโรงงานที่สมุทรปราการนั่นเอง...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha