หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : เจ้านายที่แสนดี (2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

7

เจ้านายที่แสนดี (2)




ความคิดของธัญกรเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่วันก่อน ที่เขาถูกเธอด่าใส่หน้าแบบเจ็บแสบ ก็ชีวิตเขาเกิดมาก็มีพร้อมไปหมดแล้วทุกอย่าง และเขาก็ไม่ได้จะโอ้อวดหรืออวดมีอวดร่ำรวยอย่างที่เธอต่อว่าสักนิด เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าการพูดจาสื่อสารในแบบตรงๆ อย่างที่เขาปฏิบัติอยู่ มันจะผิดมากมายมหันต์เหมือนที่เธอต่อว่าเขาก็เท่านั้น

และเพราะเธอต่อว่าอย่างโมโหใส่หน้าเขาจนนับครั้งไม่ถ้วนนั่นแหละ ทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ว่า...เขาจะลองใหม่ จะลองเสี่ยงดูกับเธออีกสักตั้ง ก็เขาอยากได้เธอมาอยู่เคียงข้างกายจริงๆ จังๆ นี่นา ต้องให้ทำวิธีไหนเขาก็ยอมทั้งนั้นแหละ แต่ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมทุกวิธีที่เขาแสดงออกมาจึงกลายเป็นสิ่งน่ารังเกียจสำหรับเธอไปเสียได้

“อะไรอีกล่ะคุณ” สิรินทร์ถามขึ้นอย่างระแวง

“นั่งลงก่อนสิ” ชายหนุ่มบอกเสียงทุ้มเรียบ

“ก็ได้” ตอบรับคำแต่ท่าทางกระฟัดกระเฟียด

“เอ่อ...ซีน ถ้าแม่เธอผ่าตัดเสร็จแล้ว ต่อไปเธอก็ต้องอยู่ดูแลแม่เธอที่นี่ตลอดเวลาใช่ไหม” ชายหนุ่มถามนำในสิ่งที่ต้องการจะรู้

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้าอย่างคุณนี่ ถึงจะได้จ้างคนอื่นมาดูแลแม่” สิรินทร์ตอบตามจริง แต่ออกแนวประชดประชันเขาอีกเล็กน้อยตามเคย

“แหม...เธอนี่ อย่าให้มีโอกาสนะ จะต้องเอาคืนฉันทันทีเลย” คนตัวโตตัดพ้อออกมา

“แล้วคุณถามทำไม ยุ่งอะไรกับครอบครัวของฉันด้วยล่ะ” หญิงสาวถามอย่างไม่ยอม

“ก็...ถ้าเธอต้องดูแลแม่เธอ แล้วเธอจะไปทำงานได้อย่างไรล่ะที่ทำงานเธออยู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เหรอ  เห็นน้องชายเธอบอกแบบนั้นนี่นา” ธัญกรบอกเหมือนรู้ดี

“ก็ใช่ ก็ขับรถไปสิคุณไม่เห็นจะยาก” หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย

“แล้วเธอไม่เหนื่อยเหรอ ไกลนะจากที่นี่ไปกรุงเทพฯ ไปกลับทุกวันด้วย” ชายหนุ่มยังแสดงอาการหวังดีอีก

“ฉันไหวอยู่แล้ว...นี่ แล้วคุณถามมากจัง ถามทำไมกัน?” คนหน้าหวานขมวดคิ้ว

“ก็เป็นห่วง เฮ้ย...ถ้าอย่างนั้นฉันถามอีกข้อ แล้วตอนกลางวันใครจะอยู่ดูแลแม่เธอล่ะเธอกล้าทิ้งแม่เอาไว้คนเดียวแบบนั้นเหรอ ไม่กลัวหรือไง” ชายหนุ่มยังถามขึ้นเพราะต้องการให้เป็นไปตามที่ตนเองหวังเอาไว้


“นี่คุณ จะแช่งแม่ฉันเหรอ” เสียงหวานเพิ่มระดับขึ้นสูงลิ่วอีกครั้ง

“เปล่า ก็บอกอยู่ว่าห่วงต่างหาก” เขาพูดจบลงเธอก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที...ใช่จริงๆ ด้วย แล้วเธอจะกล้าทิ้งมารดาไว้คนเดียวได้อย่างนั้นเหรอ จะให้น้องชายมาเฝ้าก็ไม่น่าจะได้ เพราะรายนั้นต้องทำงานกับห้องแล็บตลอดเวลา ถ้าหากหยุดนานๆ ก็คงไม่เหมาะสมเช่นกัน

“ใช่จริงๆ ด้วย เฮ้อ...กลุ้ม” คนหน้าหวานเผลอถอนหายใจออกมา

“ซีน ถ้าอย่างนั้นเธอก็ลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เสียเลยสิ ดีไหม” เสียงทุ้มยุขึ้นทันที

“นี่คุณ จะบ้าเหรอให้ลาออกแล้วฉันจะเอาอะไรกินล่ะ ฉันไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีขี้เก๊กอย่างคุณนะ” สิรินทร์ยังไม่วายแขวะคนใกล้ๆ อีก

“นี่เธอ พูดแล้วไม่ต้องใส่คำสร้อยมาจะได้ไหม อย่าให้เผลอเชียวนะกัดเอาคืนแบบไม่เลือกใช่ไหม ฮึ...ก็ใช่ ฉันหมายถึงลาออกจริงๆ ลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ แล้วก็มาทำงานที่นี่ ใกล้ๆ บ้านแบบนี้แทนยังไงล่ะ” เขาเริ่มวกเข้าเรื่องที่ตัวเองตั้งใจมาเต็มเปี่ยม

“พูดง่ายนะคุณ ฉันไม่ใช่คุณนี่ จะได้มีเงินเหลือเฟือเหลือกินเหลือใช้จนเที่ยวซื้อโน่นซื้อนี่ไปทั่ว” หญิงสาวต่อว่าที่เขากล้ามาตัดสินใจแทนเธอ

“พอเถอะน่าซีน อย่าไปพูดถึงเรื่องแย่ๆ ที่ฉันเคยพูดและเคยทำเอาไว้เลยนะ...แต่สำหรับเรื่องนี้ฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเธอลาออกจากที่โน่นจริงๆ” ชายหนุ่มตั้งใจจริง ก็เมื่อสักพักก่อนหน้านี้เขาเพิ่งประชุมพนักงานมา แล้วผู้จัดการผ่ายการตลาดโรงงานของเขาก็เพิ่งลาออกไปสดๆ ร้อนๆ ด้วย

“อย่างคุณนี่นะจะช่วยฉัน เชื่อได้เหรอ...” หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อถือในคำพูดของเขาสักนิด หาเรื่องทะเลาะกันมาตลอดจะมาช่วยเหลือเธอด้วยความหวังดีแบบนี้ ใครจะเชื่อลง...ก่อนเธอจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งเหมือนกำลังกังวลใจอะไรบางอย่าง


“ใช่ มาทำงานกับฉันที่โรงงานที่นี่ข้างบ้านเธอนี่ไง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเพิ่งลาออกไป ถ้าเธอสนใจฉันยินดีจ่ายเงินเดือนให้เธอไม่อั้น อยากได้เท่าไหร่ตามสบายเลย” ชายหนุ่มบอกอย่างหวังดี แต่แอบคิดไม่ซื่ออยู่บ้าง ทำให้หน้าหวานนั้นหันกลับมาจ้องหน้าเขาตาเขียวปัดด้วยความโมโหขึ้นมาแล้วแหวเสียงสูงใส่จนธัญกรตกใจบ้าง

“นี่คุณ อีกแล้วนะ จะเอาเงินมาฟาดหัวซื้อฉันอีกใช่ไหมเนี่ย คนบ้าอย่ามาพูดกันอีกเลย” พูดจบหญิงสาวก็ยกมือขึ้นสูงก่อนจะตีลงบนร่างเขาอย่างแรงหลายทีติดๆ กัน


“เพี๊ยะๆๆ”

“โอ๊ย…อะไรเนี่ยเธอ เจ็บนะ” ธัญกรอุทานเสียงกร้าว เหลือบสายตาขึ้นมองหน้าเธอนิ่งๆ เห็นปากบางแดงที่เม้มเข้าหากันแน่นเพราะความโกรธหรือโมโหของเธอก็ไม่รู้ได้ แต่ใช่เธอจะโกรธเป็นคนเดียวเมื่อไหร่กันล่ะ ชายหนุ่มลูบเบาๆ ตรงบริเวณที่เธอตีเข้าใส่เมื่อครู่

ตอนนี้ชายหนุ่มก็โมโหเธอไม่แพ้กัน...ผู้หญิงอะไร ฟาดลงมาได้มือหนักเป็นบ้า...นี่ตั้งแต่เขารู้จักผู้หญิงคนนี้มา เขาโดนเธอตบเธอตีมากี่ครั้งกันแล้วนะ...ธัญกร พยายามควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองไว้อย่างสุดฤทธิ์ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ยอมให้เธอทำร้ายเขาได้เพียงฝ่ายเดียว ตอนเริ่มมาทำท่าจะดีอยู่แล้วเชียว แล้วเขาพูดผิดตรงไหนกัน ทำไมต้องมาฟาดใส่เขาด้วย

ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาเธอย่างรวดเร็ว แล้วกดจมูกโด่งๆ ลงไปหอมที่แก้มเธอแรงๆ หลายทีติดกันเพื่อเอาคืนแล้วลุกมายืนตัวตรง แต่สายตาที่ส่งให้คนตัวเล็กที่ตาโตอ้ำอึ้งอยู่เพราะพูดไม่ออกนั้นเจิดจ้าขึ้นมา

“ถ้าเธอตบ ฉันก็จะจูบปากเหมือนที่บอกเอาไว้ไงล่ะ แต่นี่เธอตีฉันก็ลดโทษเป็นสถานเบาให้แค่จูบแก้มก็พอ คราวนี้จำเอาไว้ท่องให้ขึ้นใจเลยนะถ้าไม่เชื่อที่ฉันพูดเธอช้ำทั้งตัวแน่ ไม่เชื่อก็ลองดูสิอะไรกัน คนอุตส่าห์หวังดีแต่ดันมาตีเอาได้ เจ็บนะซีน แรงเธอนี่ไปเอามาจากไหนนักหนา ตัวก็แค่เนี๊ยะ...” ชายหนุ่มบอกออกมา แต่หน้าตาคลายความโมโหลงเป็นนิ่งเรียบ เธอไม่รู้หรอกจริงๆ เขาเกือบจะยิ้มออกมาแล้วด้วยซ้ำ  ก็ดูหน้าเธอสิ เขาจูบแก้มไปตั้งนานแล้วยังยืนทำตาโตอึ้งตะลึงค้างอยู่อีก มันน่าจัดให้อีกสักครั้งสองครั้งถ้าไม่กลัวว่าจะโดนไล่ออกจากบ้านเหมือนคราวที่แล้ว แต่ชายหนุ่มไม่รู้สักนิดว่าอาการที่เธอยืนนิ่งตาโตแบบนั้น เพราะสาเหตุอื่นมากกว่า

“บอส...” เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาหวิว เมื่อสายตาของเธอไปปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งของหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อที่เดินมายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเธอ

“บอสคะ คือว่า...” หญิงสาวได้สติอีกครั้ง แล้วเดินกระแทกร่างของคนที่รังแกตัวเองเมื่อครู่ ออกไปหาอีกคนอย่างรวดเร็ว

“คุณซีน ว่ายังไงครับ เอ่อ ขอโทษที่ผมมาขัด เอ่อ...” สำเนียงไทยชัดเจนคุ้นหูของคนร่างสูงอีกคนเช่นกัน ทำให้ธัญกรหันขวับไปหาต้นเสียงที่ดังขึ้นด้านหลังตัวเอง

“อ้าว...คริส นายมาถึงแล้วเหรอแล้วทำไมไม่โทรหาฉันล่ะ แต่เดี๋ยวก่อน นายมาที่นี่ได้ยังไงรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่นี่” ธัญกรถามออกไป ลืมไปเสียสนิทว่านัดเพื่อนเอาไว้ตอนบ่ายโมง แต่นี่ก็เพิ่งจะเที่ยงนี่นาว่าแต่ทำไมเพื่อนของเขาตามมาที่บ้านนี้ถูกล่ะ

“คือ...ฉันมาหาคุณซีนก่อนน่ะ กะเอาไว้ว่า เสร็จจากที่นี่แล้วจะโทรหานาย แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอเข้ากับ เอ่อ...มันหมายความยังไงกันคุณซีน นี่คุณกับ นายอาร์ต เอ่อ...” คริสโตเฟอร์ยังไม่หายตะลึงจากสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ภาพเมื่อครู่ทำเอาหนุ่มหล่อลูกครึ่งยังงง จับต้นชนปลายไม่ถูกรับไม่ทันกับสิ่งที่พบเจอเข้า...เพื่อนรักของเขากับเธอ ลึกซึ้งกันแค่ไหน...ใบหน้าหล่อหม่นลง ดวงตาสีฟ้าที่เคยสดใสเสมอเศร้าลงทันทีเมื่อนึกขึ้นมา

“บอสคะ คือ เอ่อ...มันไม่ใช่อย่างที่บอสเข้าใจนะคะ” สิรินทร์รีบเอ่ยออกมาทันทีเพราะกลัวว่าเจ้านายจะเข้าใจเธอผิดเดี๋ยวจะมองเธอไม่ดี ก่อนเธอจะหันไปหาตัวต้นเหตุทันทีด้วยความโมโห

“เพราะคุณคนเดียวเลย ฉันเดือดร้อน ก็เพราะคุณอีกแล้วนะ คุณทำบ้าแบบนั้นบอสจะเข้าใจฉันผิดเอาได้นะ” หญิงสาวต่อว่าเขาอย่างขุ่นใจ ธัญกรเห็นแบบนั้นก็สงสัย แต่เมื่อครู่เธอเรียกเพื่อนเขาว่าบอส...นี่แสดงว่าเธอทำงานกับเพื่อนรักของเขาอย่างนั้นเหรอ ทำไมมันจุดไต้ตำตออย่างนี้ล่ะ


ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวแบบตรงๆ อีกครั้ง ก่อนจะทำหน้ามึน แล้วความคิดเจ้าเล่ห์แบบที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตก็เกิดขึ้นทันที เขาหันมองสายตาเพื่อนรักอีกครั้ง เห็นตาคมสีฟ้านั้นมองไปทางเธอแบบที่แสดงความรู้สึกให้โดยที่เธอไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ ความรู้สึกเห็นแก่ตัวก็แวบเข้าสมอง ท่าทีที่แสดงออกจึงเปลี่ยนไปทันทีทันควัน

“แหม...ที่รัก อายเหรอไม่เป็นไรหรอกน่าที่นายคริสมันมาเห็นเข้า ก็คนกันเองทั้งนั้นรู้จักกันแบบนี้ก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องปิดบังอีกไงล่ะ” ชายหนุ่มพูดในสิ่งที่สมองเพิ่งคิดได้เมื่อครู่แล้วเปลี่ยนใบหน้าเฉยชาเป็นยิ้มกริ่มใส่เธอ สิรินทร์ตาค้างอีกรอบกับความหน้าไม่อายของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนเธอจะทำในสิ่งที่เขานึกแทบไม่ทัน

“อ๊าย...คนบ้า คุณนี่มันสารพัดพิษจริงๆ นะ พูดแบบนี้ได้ยังไงฉันเสียหายนะ ไอ้คุณมหาเศรษฐีขี้เก๊ก นี่แนะๆๆ” ร่างบางโถมเข้าใส่เขา ระดมทั้งมือทั้งเท้าทั้งตีทั้งเตะใส่เขาแบบไม่ต้องดูกันเลยว่าจะโดนตรงไหนด้วยความโมโห...นี่ชีวิตเธอไปสร้างเวรกรรมไว้กับเขาตั้งแต่ชาติปางไหนถึงได้ถูกเขาตามราวีไม่เลิกขนาดนี้นะ...

“โอ๊ยๆๆ นี่ซีน ฉันเจ็บนะ นี่หยุดสิ หยุด ฉันบอกให้หยุดบ้าเดี๋ยวนี้นะ หยุด...” ธัญกรทั้งมัดทั้งกอดเธอเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าเธอไปเอาแรงมาจากไหนนักหนา ถึงเอาเธอไม่อยู่ สุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นชิดริมหู เมื่อมัดเธอเอาไว้แบบต้องเสียเหงื่อกันเลยทีเดียว

“หยุดเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่หยุดบ้าฉันจูบเธอนะ เอาสิ” เพียงคำประกาศิตจบลงร่างบางที่โกรธเขาหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทำร้ายร่างกายเขาอยู่โดยที่ลืมคำขู่ของเขาก่อนหน้านี้ไปหมดหยุดชะงักลงทันที ตาคมจ้องตาเขาแบบไม่ยอมลงให้อย่างโกรธเคือง แล้วน้ำใสๆ ก็ไหลลงจากดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างเป็นสายอย่างห้ามใจเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว...

“คือ...ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ในเมื่อที่ดินตรงสวนนี้เธอกับแม่ของเธอไม่ขายฉันก็คงไม่ซื้อแล้วล่ะ เป็นอันว่าเรื่องนี้จบนะ เธอไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว ฉันจบเรื่องนี้แล้วจริงๆ” ชายหนุ่มบอกเจตนารมณ์ใหม่ของตัวเอง

“อ้อ ก็ดีค่ะขอบคุณนะคะ แต่ไม่ใช่สิทำไมฉันต้องขอบคุณคุณด้วยล่ะก็นี่มันที่ดินของฉันนี่นา อ้อ...คุณถ้าคุยเสร็จแล้วก็...เอ่อ ฉันคงต้องขอตัว มีธุระที่จะต้องทำเหมือนกันฉันไม่ได้จะไล่นะคุณคงไม่ว่ากันล่ะ” หญิงสาวยอมเสียมารยาทเพราะเธอจะต้องรับแขกอีกคนที่บ้านในไม่ช้านี้ และเป็นแขกที่มีความสำคัญกับหน้าที่การงานของเธอด้วย หญิงสาวเอ่ยจบก็ลุกจากที่นั่งทันที

“เดี๋ยวสิซีน ธุระของฉันยังไม่จบนะยังมีอีกเรื่อง” ธัญกรเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง...อะไรกันเนี่ยผู้หญิงคนนี้ แบบนี้ก็มีด้วยเหรอไม่เคยพบเคยเจอเลยจริงๆ ไม่สนใจเขาสักนิด แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย เขาเองก็เบื่อพวกชอบวิ่งไล่ตามแล้วกรี๊ดกร๊าดใส่เขาเต็มทีแล้ว แบบนี้แหละสนุกแน่ๆ...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha