หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : อาการฟ้อง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

8

อาการฟ้อง




คริสโตเฟอร์หันมองไปยังหนุ่มสาวที่กำลังถกเถียงกันอยู่ แต่ที่เขาได้ยินชัดเจนเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจก็คือ ประโยคที่เพื่อนรักของเขา เรียกเธอว่าที่รักนั่นเอง...อกแกร่งเจ็บแปลบที่ได้ยินแบบนั้น หรือเขาจะช้าจนเกินไป เพราะมัวแต่เกรงใจว่าเธอจะคิดมาก จนตอนนี้เพื่อนของเขานำหน้าเขาไปไกลลิบแล้ว...

คริสโตเฟอร์ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าระหว่างทั้งสองคนนี้ ความสัมพันธ์เป็นไปในรูปแบบไหนกันแน่ แต่ตอนนี้เขาทนไม่ได้เลยที่เห็นน้ำตาของสิรินทร์ หญิงสาวที่ร่าเริงและสดใสอยู่เสมอเช่นเธอ ต้องมาเสียน้ำตาเพราะเพื่อนรักของเขาเอง

“นี่อาร์ต นายหยุดได้แล้ว คุณซีนร้องไห้แล้วนะปล่อยเลย” คริสโตเฟอร์เดินเข้าไป หวังจะแยกเพื่อนออกจากลูกน้องที่เขาแอบรักอยู่ แต่สายตาคมกล้าของเพื่อนรักที่ตั้งแต่รู้จักกันมาเขายังไม่เคยเห็นแบบนี้สักครั้ง นี่มันอาการของคนขี้หึงชัดๆ หรือเขาคงจะช้าไปแล้วจริงๆ สำหรับการเป็นเจ้าของหัวใจผู้หญิงตรงหน้านี้...แต่ช่างเถอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ตอนนี้เขาแค่อยากให้น้ำตาที่ไหลรินแก้มนวลนั้นเหือดแห้งไปจากแก้มนั้นก็พอแล้ว...

“คริสนายอยู่เฉยๆ เถอะ ฉันจัดการได้อยู่แล้ว” ธัญกรพูดออกมาอย่างถือดี แม้จะรู้สึกใจสั่นไหวเมื่อเห็นน้ำตาของผู้หญิงเข้มแข็งเช่นเธอแบบนี้...หรือเขาจะพูดแรงเกินไปอีกแล้วเมื่อครู่นี้ คราวนี้ต้องทำอย่างไรอีกล่ะ ธีรเทพก็ไม่อยู่ให้ปรึกษาเสียด้วยสิ...ธัญกรเริ่มได้คิด

ชายหนุ่มรวบเอามือบางทั้งสองข้างของเธอที่ระดมทุบร่างของเขาเอาไว้แน่น เมื่อเธอยอมหยุดตีเพราะคำขู่ของเขาเมื่อสักครู่ สายตาคมเข้มหันมองไปยังเพื่อนรักอีกครั้ง ส่งสัญญาณบอกใบ้เป็นนัยว่าเขาจะจัดการด้วยตัวของเขาเอง


“นายไปรอตรงโน้นก่อน ฉันขอเคลียร์กับเขาสักครู่ก็แล้วกัน” ธัญกรเอ่ยขึ้นมา ร่างบางที่เขาจับเอาไว้เหลือบสายตาขึ้นมองหน้าเขา น้ำตาหยุดไหลไปแล้วแต่คราบน้ำตายังเลอะแก้มนวลอยู่ หญิงสาวกัดปากเอาไว้แน่นด้วยความโกรธ

“แต่ว่า...” คริสโตเฟอร์ยังละล้าละลังด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว

“เถอะน่า...นายมาหาเธอในฐานะเจ้านาย แต่ตอนนี้ฉันขอเคลียร์ในฐานะอื่นก่อน” ธัญกรยังแทงกั๊ก ไม่ยอมอธิบายให้ละเอียด ทำให้คริสโตเฟอร์ถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วง...เขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ นั่นก็เพื่อน ส่วนอีกคนก็คือเธอ คนที่เขาแอบชอบมานานแล้วด้วย ทำไมโลกมันจะต้องกลมแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้...

“ก็ได้ แต่นายห้ามทำอะไรคุณซีนเด็ดขาด อ้อ...คุณซีนครับอย่าไปยอมมันนะผมอยู่ข้างคุณเสมออย่าลืมนะครับ” เจ้านายผู้แสนดีหันไปมองหน้าหญิงสาวอย่างให้กำลังใจ แววตาที่ส่งไปให้อ่อนโยนยิ่งนัก จนใครอีกคนที่มองอยู่เกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมา

“นี่ นายคริสฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร ขอเวลาฉันอยู่กับซีนเป็นการส่วนตัวสักครู่...” ธัญกรเน้นย้ำท้ายประโยค ทำให้คริสโตเฟอร์ต้องยอมถอยไปอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

พอคริสโตเฟอร์เดินออกไปจากบริเวณนั้น สิรินทร์ก็ขยับตัวดิ้นรนออกจากพันธนาการของชายหนุ่มทันทีเช่นกัน

“นี่ซีน อยู่เฉยๆ หยุดดิ้นสิฉันบอกให้หยุด ไม่หยุดเดี๋ยวฉัน...” ชายหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยค เธอก็สวนกลับขึ้นมา

“ก็เอาซี่ อยากทำอะไรก็ตามสบาย ตามแต่ใจคุณเลย คนรวยอย่างคุณจะทำอะไรก็ได้อยู่แล้วนี่” สิรินทร์หยุดดิ้นรน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหมางเมินใส่เขา แต่สายตาที่จ้องมองนั้นส่งแววขึ้งโกรธไปให้ชัดเจน

“ซีน เอ่อ...ใจเย็นสิ ฉันคือฉันไม่ได้จะทำให้เธอไม่พอใจแบบนี้หรอก แต่มันทนไม่ได้นี่ที่เห็นเธอแสดงความสนิทสนมกับคนอื่นแบบนั้น ฉันก็เลยเอ่อ...” ธัญกรอ้ำอึ้งอีกแล้วทำไมพอจะพูดเรื่องอะไรที่มันเปิดเผยความรู้สึกเขาถึงกับใบ้กินทุกทีก็ไม่รู้

“นะ ซีน เอาล่ะไม่ร้องไห้นะ หยุดร้องนะครับ ฉันเอ่อ ขอโทษที่ทำรุ่มร่ามกับเธอ ขอโทษนะ” ในที่สุดคำพูดยากเย็นก็เอ่ยจากปากของเขาจนได้ ชายหนุ่มก้มหน้ามองคนในอ้อมแขนที่เขายังกอดเอาไว้หลวมๆ มือใหญ่ยกขึ้นไปแตะใบหน้านวลอย่างแผ่วเบา แล้วบรรจงเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างนุ่มนวลอ่อนโยน หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่อเจอกับกิริยาอาการแบบนั้นของเขาเป็นครั้งแรก

“เธออย่าโกรธฉันเลยนะ คือฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ปากไม่ดีปากเสีย นิสัยเสีย อย่างที่เธอชอบว่าไงล่ะ เพราะฉะนั้นเธอก็อย่าถือสาสิ...นะ” ธัญกรเอ่ยออกมาเสียงอ่อนโยนขึ้น โดยไม่รู้ตัวเอง แค่เขาเห็นน้ำตาของเธอเมื่อครู่ ก็ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูกไปเหมือนกัน ลืมไปหมดในทุกสิ่งที่คิดเอาไว้...นี่ตกลงว่า เขาแพ้น้ำตาผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ... แต่ทำไมกับคนอื่นไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ล่ะ? ขนาดบรรดานางแบบสาวสวย และพวกไฮโซทั้งหลายมาร้องร่ำคร่ำครวญเขายังรำคาญด้วยซ้ำไป แต่พอเป็นเธอกลับหายใจไม่ทั่วท้องที่เห็นน้ำตาแบบนี้


“ซีน” เสียงทุ้มเรียกอ่อนโยนขึ้น

“...”

“ซีนครับ...” เรียกซ้ำอีกครั้งแต่เธอก็ยังเงียบ อาการสะอื้นหายไปแล้วแต่เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ถึงไม่ยอมพูดอะไรแบบนี้ มันผิดวิสัยของเธอจนเขาเดาใจไม่ถูกจริงๆ

นอกจากสิรินทร์จะทำเมินเฉยใส่เขาแล้ว ใบหน้าหวานนั้นก็ยังหันหน้าไปทางอื่นด้วย ธัญกรพูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะคนแบบเขาจะให้พูดจาหวานๆ ไพเราะเสนาะหูก็ไม่เคยทำเสียด้วย ครั้นจะลองทำในตอนนี้ ก็นึกไม่ออกว่าต้องทำอย่างไรให้เธอหายโกรธ ก็เขาอยากได้เธอมาอยู่เคียงข้างเขาจริงๆ ผู้หญิงแบบเธอนี่แหละ หากเขาได้อยู่ด้วยแล้วคงจะมีชีวิตชีวาขึ้นมา ผู้หญิงที่เข้มแข็งลุยๆ แบบเธอนี่แหละ น่าจะเหมาะกับเขาที่สุด และในที่สุดคนที่ทำอะไรไม่ถูกก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ในตอนนั้นทันทีเช่นกัน



ร่างสูงของธัญกรทรุดร่างลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ แต่มือเรียวยังจับแขนเธอเอาไว้ทั้งสองข้าง เงยมองใบหน้าเธอนิ่งไม่พูดอะไรออกมา สิรินทร์ถอยร่างของตัวเองออกห่างทันทีที่เขาทรุดลงไปแบบนั้น เพราะเธอไม่ทันได้ตั้งตัวว่าเขาจะทำอะไรกับเธออีก

“นี่คุณ ทำบ้าอะไรเนี่ย” เสียงหวานที่เงียบไปนานแล้ว พูดออกมาในที่สุด

“...” คราวนี้เป็นเขาบ้างที่เงียบไป แต่สายตายังเงยมองหน้าเธออยู่แบบนั้น

“ลุกขึ้นมานะคุณอาร์ต” สิรินทร์บอกเสียงสูง พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา

“ไม่...” ชายหนุ่มเป็นฝ่ายดื้อรั้นบ้าง

“คุณจะทำอะไรอีกเนี่ย โอ๊ย...” หญิงสาวบอกออกมาอีกรู้สึกหน้าร้อนไปหมดกับสิ่งที่เขาทำอยู่ ...ทำบ้าอะไรของเขาเนี่ย? แต่ละอย่างเธอตั้งอารมณ์รับไม่แทบทันเลยสักครั้ง...

“เธอชอบด่าฉันนัก ถ้าอย่างนั้นหากฉันทำแบบนี้ จะพอทดแทนกับสิ่งที่ฉันทำลงไปให้เธอโกรธได้บ้างไหมซีน?” ชายหนุ่มบอกจริงจัง

“คุณ...” สิรินทร์ตาโตเมื่อคนที่จับมือเธออยู่เปลี่ยนเป็นรวบกอดเอวเธอเข้าไว้แทน

“ว้าย...คุณ จะทำอะไร นี่อย่ามาแต๊ะอั๋งฉันนะ ปล่อยเลย” สิรินทร์โก่งร่างบางถอยหลังทันที แต่ไม่พ้น เขาเงยหน้ามองเธออีกครั้ง

“ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำไว้ อภัยให้ฉันอีกครั้งนะ นี่ฉันยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าให้เธอเลยนะซีน” คนอีโก้สูงอย่างเขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง นี่ถ้าใครๆ มาเห็นเข้าเขาคงได้อายไปสามบ้านแปดบ้านแน่ๆ เลย ก็ถ้าเธอเกลียดเงินของเขานักเขาก็นึกออกแค่วิธีนี้เท่านั้นแหละที่จะใช้กับเธอได้

“เอ่อ...”  สิรินทร์เริ่มทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา เจอกับผู้ชายหลายอารมณ์แบบเขาเธอเลยไปไม่เป็น ถ้าหากเธอยังดึงดัน เขาก็คงดื้อดึงทำสิ่งนี้อยู่แบบนี้อีกนาน

“นะซีน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขออีก

“เอ่อ...” คนที่เพิ่งเสียน้ำตามาหมาดๆ ยังอึ้งอยู่

“นะครับ” สายตาคมยังจ้องเธอไม่กระพริบ

“กะ ก็ได้” เสียงหวานตอบออกมาในที่สุด เพื่อตัดปัญหา เพราะไม่อย่างนั้นเธอคงจะเสียมารยาทกับเจ้านายอีกนานเป็นแน่...ป่านนี้ไม่รู้ว่าเจ้านายผู้แสนดีของเธอจะโมโหเธอไปอีกคนด้วยหรือเปล่า...

“จริงนะ เธอไม่โกรธแล้วจริงๆ นะ ถ้าอย่างนั้นก็หมายรวมถึงเธอยอมรับฉันด้วยแล้วใช่ไหม” ธัญกรดีใจที่สุดที่เธอยอมรับคำขอโทษ และเขาก็ตีขลุมเหมารวมเอาคำตอบ “ก็ได้” ของเธอไปถึงเรื่องอื่นด้วยเช่นกัน

“อื้อ...ปล่อยฉันได้แล้วนะ เข้าใจแล้วนี่ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอตัวไปทำหน้าที่เจ้าของบ้านที่ดีบ้างนะคุณ” สิรินทร์หมายถึงการไปต้อนรับเจ้านายของตนเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที แต่คนที่ฟังอยู่ ชักสีหน้าใส่เธอด้วยความลืมตัวออกมา

“ไม่ได้” เสียงห้าวเข้มขึ้นมาเลยทีเดียว

“อะไรไม่ได้” สิรินทร์ถามกลับด้วยความไม่เข้าใจทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว

“เอ่อ...ปละ เปล่า ก็ไปสิ ตามสบายแต่ฉันไปด้วย” ธัญกรผุดลุกขึ้นยืน แต่ยังโอบเอวเธอเอาไว้ หญิงสาวมองหน้าเขานิ่งๆ ก่อนเลื่อนสายตาลงไปตามแขนแกร่งของเขาเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าให้ปล่อย


ธัญกรรีบปล่อยแขนของตนเองออกจากเอวบางของเธอทันที แล้วรีบวิ่งตามเธอไปเมื่อคนตัวบางเดินด้วยความเร็วไปหาเจ้านายหนุ่ม...แบบนี้เขาต้องตามติด ปล่อยโอกาสให้เพื่อนรักของเขาไม่ได้หรอก ดูจากสายตาก็รู้แล้วว่าคิดกับเธอเกินคำว่าลูกน้องแน่ๆ...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha