หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : อยากให้เธอรู้ใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

10

 อยากให้เธอรู้ใจ

สิรินทร์ออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง ในชุดเสื้อผ้าที่มิดชิดปิดเนื้อตัวไปหมด ซึ่งทำให้เธอออกอาการไม่พอใจเล็กน้อย ที่ถูกเขาบังคับให้ทำแบบนี้แต่กลับเป็นที่ถูกอกถูกใจของธัญกรที่สุด ชายหนุ่มเผลอยิ้มให้เธอด้วยความลืมตัว เมื่อหญิงสาวเหลือบสายตามองค้อนมาให้ แล้วออกเดินผ่านหน้าเขาไป เปิดประตูห้องนอนเพื่อกลับออกไปยังด้านนอก อยู่ในห้องนี้นานๆ เธอไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเองมากนักหรอก ขนาดต่อหน้าคนอื่น เขายังแสดงความไม่เหมาะสมออกมาให้ได้เห็นแล้วบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นห่างๆ จากเขาไว้นั่นแหละดีที่สุด มันเป็นการปลอดภัยสำหรับเธอมากที่สุด

“ถ้าใส่แบบนี้ตั้งแต่แรก ป่านนี้ก็ได้ทานมื้อเที่ยงจนอิ่มไปเรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นแล้วเดินไปยืนจนชิดร่างของเธอ ที่กำลังเปิดประตูห้องเพื่อออกไปข้างนอก แล้วเขาก็เดินตามเธอไปไม่ออกอาการอะไรให้เธอไม่พอใจอีก

 

**************

 

คริสโตเฟอร์เดินเร็วๆ เข้าไปหาทั้งสองคนด้วยหน้าตาที่ไม่สูดีนัก.. เขาเริ่มจะมั่นใจขึ้นมาแล้วว่าสองคนตรงหน้าเขานี้ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลระหว่างกันแน่ๆ แต่สิ่งที่เขาอยากรู้คือ ทั้งสองคนนี้ไปรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะถ้าดูจากวิถีการดำเนินชีวิตแล้วไม่น่าจะมาพบเจอกันได้ง่ายนัก

“ไปกันเถอะค่ะบอส แล้วเดี๋ยวทานอาหารเสร็จซีนก็คงต้องของตัวกลับไปที่โรงพยาบาลเลยนะคะ เพราะฉะนั้นต่างคนต่างขับรถไปดีกว่าค่ะ” สิรินทร์บอกความต้องการออกมา แต่เสียงของคนที่เดินตามหลังเธออยู่เอ่ยท้วงขึ้นมา

“ไปรถฉันดีกว่า วันนี้ฉันอาสาเป็นสารถีให้เอง ว่าง...” ธัญกรเอ่ยอาสาออกมาเขาอยากเลยไปเยี่ยมนางสายใจมารดาของหญิงสาวด้วย เพราะวันนี้ตอนเย็นจะมีการผ่าตัด

และไม่มีใครรู้ว่าการผ่าตัดครั้งนี้นายแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นคุณอาแท้ๆ ของเขาเอง เพราะนอกจากจะเป็นหุ้นส่วนใหญ่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลแล้ว อาหมอของเขายังเป็นนายแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจโดยเฉพาะ ชายหนุ่มจึงอยากไปดูความคืบหน้าและคุยกับอาหมอของตัวเองด้วย แต่เหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ธัญกรกล้ายืนยันกับตัวเองก็คือ เขาไม่อยากปล่อยให้เพื่อนรักของตนเอง ได้อยู่ตามลำพังกับหญิงสาว ใครจะว่าเห็นแก่ตัวเขาก็ไม่สนใจแล้ว  จังหวะนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยวางเรื่องนี้เป็นอันขาด

“อะไรอีกล่ะคุณ เลิกยุ่งสักเรื่องจะได้ไหมเนี่ย” หญิงสาวหันไปค้อนใส่คนข้างๆ ตาขุ่นเขียว

“ทำไม ฉันจะยุ่งใครจะทำไมล่ะ ก็วันนี้จนถึงวันศุกร์ฉันอยู่ที่โรงงานที่นี่ตลอด เพราะฉะนั้นอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เธอจะมีคนขับรถประจำตัวทั้งอาทิตย์เต็มๆ” ธัญกรทำหน้ามึนใส่เธอจนเพื่อนรักต้องเอ่ยปรามขึ้นมา เมื่อเห็นลูกน้องสาวของตนเองทำท่าจะโกรธอีกแล้ว

“นี่อาร์ตพอเถอะ ฉันว่าฉันไปส่งคุณซีนเองดีกว่า เผื่อทานข้าวเสร็จแล้วนายต้องรีบกลับมาดูงานต่ออีกล่ะ” คริสโตเฟอร์เอ่ยขึ้นเหมือนจะหวังดี แต่ธัญกรรู้ทัน

“แล้วนายล่ะ ไม่ต้องกลับกรุงเทพฯ หรือยังไง เดี๋ยวก็ขับรถตรงเข้ากรุงเทพฯ ไปเลยไม่ต้องวกไปวนมาให้เสียเวลาอีก เอาแบบฉันว่านี่แหละดีที่สุด ไปซีนขึ้นรถเร็ว” ธัญกรตัดบทหน้าตาเฉย แต่สิรินทร์ไม่ได้เออออตามไปด้วย

“คุณอาร์ตพอได้แล้ว ต่างคนต่างไปที่ร้านนี่แหละดีที่สุด ฉันหิวจนตาลายแล้วนะไปเถอะ” สิรินทร์เดินไปที่รถญี่ปุ่นคันเล็กของตนเอง แต่คนด้านหลังวิ่งเร็วๆ ตามไปคว้าเอาร่างเธอไว้ได้ แล้วจูงไปขึ้นรถของตนเองอย่างหน้าตาเฉย

คริสโตเฟอร์ที่มองอยู่ไม่ทันได้พูดอะไร ได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วครู่ ส่วนคนที่ถูกเขาลากไปนั้น ทั้งทุบทั้งข่วนทั้งตีเป็นพัลวัน แต่ธัญกรไม่สนใจสักนิด

“ซีนฉันเจ็บนะ เธอนี่เป็นอะไรทำไมชอบทำร้ายร่างกายฉันตลอดเลยน่ะ อ้อ...คริส เดี๋ยวเจอกันที่ร้านที่ฉันนัดไว้เมื่อเช้านะ” ธัญกรขึ้นนั่งประจำที่คนขับ หลังจากจับคนตัวเล็กที่แรงเยอะมากให้นั่งประจำที่ได้ แล้วเขาก็ก้มลงคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอเรียบร้อย

“คนบ้า” หญิงสาวต่อว่าแรงๆ เมื่อทำอะไรก็แพ้เขาตลอด

“บ้าที่ไหนเล่า สติครบถ้วนเต็มร้อย นี่ซีนอย่าทำหน้าบูดแบบนั้นสิ ดีจะตายไปมีคนขับรถให้นั่งไม่ชอบเหรอ โดยเฉพาะคนขับเป็นฉันด้วยแล้วยิ่งต้องดีใจนะเพราะว่าฉันยังไม่เคยยอมให้ใครมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถของฉันเลยนะ เธอเป็นคนแรกเลยนะนี่” ธัญกรเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อสามารถแยกเธอออกมาจากเพื่อนรักของตนเองได้

“อี๋...น่าดีใจตายล่ะ แล้วคุณคิดว่าฉันอยากนั่งนักรึไงเล่า ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองตลอดนะคุณ” หญิงสาวต่อว่าเขา แล้วหันหน้าออกไปมองข้างทางเสียไม่สนใจคนขับรถกิตติมศักดิ์ที่กำลังยิ้มกริ่มอยู่

“อ้าว ไม่เอาแต่ใจแล้วจะได้ใจมาง่ายๆ เหรอ เธอยิ่งใจแข็งเป็นหินอยู่ด้วย ถ้ามัวแต่ตามใจเธอฉันก็อดกันพอดี เพราะฉะนั้นต้องทำแบบนี้แหละฉันเล็งแล้วว่ามันคุ้มค่าต่อการเสี่ยงลงทุนหน่อย” ธัญกรพูดไปเรื่อย พอรู้สึกว่าตัวเองใจกล้ามากขึ้น คำพูดที่กักเก็บเอาไว้ก็เริ่มที่จะกล้าเปิดเผยออกมา

“โอ๊ย ลิเกแล้วคุณ” หญิงสาวตอกกลับด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ

“ลิเกก็ช่างสิ ฉันว่ามันต้องแบบนี้แหละ อย่างที่เขาว่ากันเอาไว้ไงล่ะหินที่ว่าแข็งเจอน้ำหยดใส่ทุกวันยังกร่อนเลยนี่ ใช่ไหมคุณหนูซีน” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอีกชักจะเริ่มสนุกที่ได้แหย่เธอแบบนี้

“ไม่ต้องเลยคุณ ฉันไม่รับมุกหรอกนะ” ถึงแม้ปากจะบอกไปแบบนั้น แต่ใบหน้าร้อนซู่ไปทั้งหน้าแล้ว

“อ้าวๆ ก็ได้ ไม่รับก็ไม่รับสิ เดี๋ยวอีกหน่อยทนเห็นหน้าหล่อๆ ของฉันไม่ไหวเธอก็ต้องรับเองนั่นแหละ” คนหน้าหล่อยังอวดอ้างอีก

“นี่คุณ ยังไม่หยุดอีกนะ” เสียงหวานขุ่นขึ้นมาอีก

“พอก็ได้ ฉันรู้นะว่าเธอเริ่มจะเขินล่ะสิ เอ่อนี่ ซีน เดี๋ยววันนี้คุณน้าผ่าตัดสี่โมงเย็นใช่ไหม เดี๋ยวทานอาหารเสร็จเธอจะให้ฉันไปส่งเธอที่โรงพยาบาลเลยหรือจะกลับไปเอาของที่บ้านก่อนล่ะ” ธัญกรรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเสียงของเธอเริ่มขุ่นขึ้นมา

“คุณอาร์ต คุณรู้ได้ยังไงว่าแม่ฉันผ่าตัดตอนสี่โมงเย็น แอบถามเจ้าซีมาอีกล่ะสิ น้องคนนี้ก็ไม่ไหวจริงๆ เรื่องสำคัญขนาดนี้ไปบอกคนอื่นรู้กันหมด” หญิงสาวถามคาดคั้นเขาแล้วบ่นน้องชายตามหลังไปด้วย

“ไม่เกี่ยวกับซีหรอก ฉันรู้ก็เพราะว่า เออน่า...ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราไปโรงพยาบาลพร้อมกันเลยดีกว่านะ เอาตามนี้ก็แล้วกันแล้วเธอก็ห้ามโวยวายห้ามด่าฉันด้วย ไม่อย่างนั้นล่ะก็...” ธัญกรดักคอเธอได้ทัน เมื่ออีกคนหันหน้ากลับมาจะต่อว่าเขาอีกครั้ง

“จะทำไม จะแบบไหนอีกล่ะ อย่างคุณทำอะไรได้สักกี่อย่างเชียว อย่างดีก็...” สิรินทร์ยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ แต่ชายหนุ่มหักพวงมาลัยรถเข้าจอดข้างทางทันที

“แบบนี้ไงคุณหนูซีน เพราะคนอย่างฉันทำหลายอย่างไม่เป็นอย่างที่เธอว่าจริงๆ นั่นแหละ” ธัญกรโน้มตัวไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว จนคนที่มัวแต่พูดต่อว่าเขาจ๋อยๆ ไม่ทันได้ระวังตัว ปากบางแดงของธัญกรกดลงไปแรงๆ บนริมฝีปากของเธออย่างแม่นยำ แล้วดูดดึงริมฝีปากหวานนั้นเอาไว้เนิ่นนาน ก่อนที่มือทั้งสองข้างจะเอื้อมไปคร่อมร่างของคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งเอาไว้ในอ้อมแขน ไอร้อนแผ่ซ่านออกจากร่างกายแข็งแรงของเขาที่เบียดแน่นกับอกอิ่มเธอ สิรินทร์รู้ตัวว่าพลาดไปเมื่อสายเสียแล้ว เธอพยายามส่ายหน้าหนีการรุกรานของเขา แต่คนที่คร่อมร่างเธอเอาไว้ข้ามพวงมาลัยรถไปไม่ยอมอ่อนลงให้เธอง่ายๆ อีกแล้ว


ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกนิดเดียวเพื่อสูดอากาศหายใจ พอเธอจะหันหน้าหนีเขาก็ทาบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มนั้นอย่างแม่นยำอีกครั้ง คราวนี้ลิ้นเรียวรุกเร้าตวัดเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว จนอีกคนปฏิเสธไม่ทัน ลิ้นอุ่นซ่านของเขาแทรกซอนเข้าไปในโพรงปากเธอทันที แตะไล้ ตวัดรัดรึงลิ้นเล็กเข้าหาดูดซับเอาความหอมหวานที่ถวิลหามาตลอดเข้าไว้ จากรุนแรงตอนแรกสัมผัส กลายเป็นอ่อนโยนออดอ้อนไปในตัว เรียวลิ้นสากของเขาหยอกล้อลิ้นเล็กของเธอจนอีกคนเผลอวางใจปล่อยให้เขารุกเร้าเข้าหาคลุกเคล้าดื่มด่ำความหวานเอาไว้อย่างเต็มที่เนิ่นนานจนแทบหายใจไม่ออก

หญิงสาวรู้สึกมืออ่อนไร้เรี่ยวแรงไปหมด จะยกมือขึ้นผลักร่างเขาออกห่างแต่กลับกลายเป็นปล่อยแขนลงข้างตัวไปเสียอย่างนั้น ธัญกรยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระเมื่อดื่มด่ำความหอมหวานจนพอใจแล้ว แต่ริมฝีปากแดงชื้นนั้นยังคลอเคลียไม่ยอมห่างใบหน้าเธอ

“แบบนี้แหละที่ฉันถนัด แต่ต่อไปอาจจะมีแบบอื่นตามมาด้วย ถ้าเธอยังต่อว่าฉันไม่หยุดอีก พูดกันดีๆ บ้างสิซีน แค่เธอพูดดีๆ ฉันก็ยอมให้เธอหมดแล้ว ทำไมจะต้องดุด้วยตัวเองเป็นผู้หญิงนะ อ่อนลงบ้างก็ได้ ถ้าเธอยังแข็งแกร่งแบบนี้ฉันไม่ต้องโหดขึ้นเหรอ แล้วเดี๋ยวพอฉันโหดขึ้นมาเธอก็ว่าฉันอีกแหละ นะซีนพูดกันดีๆ หน่อย นะครับ” ธัญกรเปลี่ยนเป็นออดอ้อนโดยไม่รู้ตัวรู้แต่เพียงไม่อยากมีปัญหากับเธออีก เขาอยากเห็นเธอทำดีกับเขาเหมือนที่ทำกับคนอื่นบ้าง แต่ทำไมมันยากเย็นนักหนาก็ไม่รู้

“...” หญิงสาวจ้องหน้าเขานิ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอึ้งหรือเพราะสติของเธอยังไม่กลับมาครบถ้วน แต่ใบหน้าหวานนั่นแดงก่ำ หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นโครมครามจนเธอต้องกลั้นหายใจเพื่อทดสอบตัวเอง ก่อนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวออกมาแล้วจ้องหน้าเขาอีก

“ว่าไงครับ” ชายหนุ่มพูดขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน

“เอ่อ...” สิรินทร์ยังจับต้นชนปลายและปรับอารมณ์ตนเองไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ พอเขาจูบเธออย่างลึกซึ้งแบบนั้นเมื่อครู่ก็ทำให้คนไร้ประสบการณ์เช่นเธอรับมือแทบไม่ทัน

“โอเค ไม่พูดไม่ต่อว่ากันแล้วใช่มั้ย ตกลงว่าวิธีนี้ได้ผลแฮะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นอีกครั้ง ยิ้มอย่างยินดีส่งให้เธอ ตาคมส่งประกายแวววาวใส่เธอก่อนเขาจะดันร่างแกร่งบึกบึนของตนเองขึ้นไม่ให้น้ำหนักตัวไปทับร่างเธอเหมือนเมื่อครู่ แล้วดึงร่างบอบบางของเธอตามขึ้นมาด้วย โดยไม่มีอาการต่อต้านจากร่างบางเหมือนทุกครั้ง


“ซีน” สียงทุ้มเรียกขาน

“คะ?” หญิงสาวขานรับอย่างงงๆ

“ตกลงว่ายังไงล่ะ หือ” ชายหนุ่มถามขึ้นอีกครั้ง มือเรียวเลื่อนไปแตะแผ่วเบาที่ริมฝีปากแดงก่ำชุ่มฉ่ำของเธอ

“เอ่อ ก็...” สติของเธอยังมาไม่เต็มร้อย ชายหนุ่มจึงเอ่ยกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง

“หรือลองดูอีกครั้ง จะได้เรียกสติคืนมาไง” เอ่ยจบก็ทำท่าจะทำจริงอย่างที่ปากว่า

“มะ ไม่ต้องแล้วพอเลย ก็ได้ๆ...” หญิงสาวยันกายลุกนั่งตัวตรงทันที หน้าหวานแดงก่ำไม่รู้จะหันไปทางไหนดี เพราะใบหน้าของเขานั้นอยู่ใกล้เธอเสียจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาได้

“ไหน พูดใหม่ซิ แบบนี้เสียงยังแข็งไป” ธัญกรย้ำอีกครั้ง

“ไม่พูดแล้ว” สิรินทร์เสียงขุ่น

“ให้โอกาสอีกครั้งเดียว ถ้ายังเสียงแข็งเป็นมะนาวไม่มีน้ำแบบนี้อีกคราวนี้ฉันจะทำมากยิ่งกว่าจูบ” ชายหนุ่มแกล้งขู่ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ หรอก แต่เธอกลับสะดุ้ง


“ก็ได้ค่ะ” เสียงที่เอ่ยออกมาเบามาก แต่เขาก็ยังรู้สึกดีล่ะที่ทำให้เธออ่อนลงได้

“ขอบคุณครับ น่ารักที่สุดเลย” พูดจบปากแดงของเขาก็จูบลงเบาๆ ที่ริมฝีปากบางนั้นชั่วครู่ แล้วถอยออกไปนั่งประจำที่นั่งตำแหน่งคนขับของตนเองทันที รอยยิ้มปรากฏเต็มใบหน้า

คราวนี้แหละธีรเทพจะมาว่าเขาไร้ความสามารถไม่ได้แล้วนะ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ทำให้เธอเงียบและหน้าแดงก่ำอยู่ตรงหน้าเขานี่แหละ...ชายหนุ่มคิดขึ้นมาแล้วเผลอหัวเราะอย่างถูกใจ เรียกสายตาคมของเธอให้หันมามอง ก่อนส่งค้อนให้เขาวงโตแล้วหันหน้าออกไปอีกฝั่งของประตูรถทันทีด้วยความอาย


“นี่แหละซีน แบบนี้แหละที่เธอควรจะทำใส่ฉัน เพราะมันน่ารักมากเลยรู้ไหม ไม่ใช่เชิดๆ เริ่ดๆ แบบเก่าอันนั้นไม่สร้างสรรค์เลย เห็นแล้วคิดอะไรไม่ออกน่ะ ฮึๆ” ธัญกรหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เขาไม่หิวเลยสักนิด หันมองหน้าเธออีกครั้งก่อนจะส่งรอยยิ้มแสนน่ารักไปให้แล้วเคลื่อนรถออกสู่ถนนมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารที่นัดเอาไว้อย่างสบายใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha