หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : หัวใจไม่รักดี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

11

หัวใจไม่รักดี




กว่าที่การรับประทานอาหารมื้อเที่ยงนั้นจะเสร็จเรียบร้อยลง คนที่ทำให้คริสโตเฟอร์อึดอัดใจมากที่สุดก็คือเพื่อนรักของเขานั่นเอง ชายหนุ่มไม่เคยเจอธัญกรในลักษณะแบบนี้มาก่อน เป็นเพื่อนรักกันมายาวนานหลายปี แต่วันนี้เป็นวันที่ทำให้เขาได้เห็นว่าคนที่เงียบขรึม ไม่สุงสิง ไม่สนใจผู้หญิงคนไหนมาตลอด กลับกลายเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ทำตัวยิ่งกว่าเพลย์บอยกับลูกน้องสาวของเขา แม้จะแอบไม่พอใจแต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ เขาก็คงเลือกเก็บเอาไมตรีและความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเอาไว้นั่นแหละ เพราะมานึกๆ ดู  บางทีเขาก็ผิดเองที่ปล่อยให้โอกาสหลายปีที่ได้อยู่ใกล้ชิดหญิงสาวนั่นสูญเปล่าไป เพราะความเกรงใจ และไม่มั่นใจในตนเองเพียงพอ

คริสโตเฟอร์นั่งมองสองหนุ่มสาว ที่เกือบจะลืมไปแล้วว่าอาหารมื้อเที่ยงนี้มีเขาเป็นผู้ร่วมโต๊ะอยู่ด้วย  สิรินทร์นั้น ถึงแม้จะพยายามดูแลเขาในฐานะที่เป็นเจ้านาย แต่ใครบางคนก็คอยขวางเอาไว้ตลอดเวลาเช่นกัน


“คุณซีน ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวคุณก็ทะเลาะกับนายอาร์ตมันอีกหรอก แต่ว่าตอนนี้เกือบบ่ายสองแล้ว เราไปโรงพยาบาลกันดีกว่าครับ ผมจะได้เยี่ยมคุณแม่ก่อนที่ท่านจะเข้าผ่าตัดตามที่คุณบอกเอาไว้ด้วย” คริสโตเฟอร์เป็นคนตัดบทเสียเอง เพราะไม่อย่างนั้นทั้งสองคนมัวแต่แหย่กันไปค้อนกันมา คงเลยเวลากันพอดี

“แหม คุณแม่...เรียกซะสนิทสนมเลยนะคริส” เสียงทุ้มเอ่ยแซวเพื่อนรักขึ้นมา แต่ออกอาการเกเรใส่เล็กน้อยทำให้คริสโตเฟอร์ยิ้มให้แล้วแอบขยิบตา

“ก็สนิทสนมจริงๆ นี่นา ใช่มั้ยครับคุณซีน” คริสโตเฟอร์ได้ทีเอาคืนเพื่อนรักบ้าง

“ก็...ค่ะบอส ไปกันเถอะค่ะ” สิรินทร์ลุกจากโต๊ะอาหารเมื่อพูดจบ ส่วนธัญกรได้แต่มองตามหลังหญิงสาวไปแล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ร่างสูงจะโทรศัพท์ออกไปยังปลายทางที่ต้องการ ชายหนุ่มเดินไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย ปลายสายเป็นใครก็ไม่รู้แต่น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มทุ้มของเขาก็เรียกสายตาสงสัยจากหญิงสาวได้ในทันทีเช่นกัน

“ครับผม เดี๋ยวจัดการทางนี้เรียบร้อยแล้วจะรีบกลับนะครับ ว่าแต่อย่าลืมเตรียมของขวัญไว้รับขวัญด้วยนะครับ แล้วเจอกันอาทิตย์หน้านะครับ ครับผม...” ธัญกรเงยมองไปทางหญิงสาวทันเห็นเธอถอนสายตาไปจากเขา แล้วเสมองไปทางอื่นทันที

“คริส นายขับรถตามเหมือนเดิมนะ เพราะวันนี้ ฉันจองคิวแล้ว” ความหมายของประโยคดังกล่าวหมายความรวมถึงตัว และหัวใจของหญิงสาวด้วย แต่คริสโตเฟอร์พยายามทำท่าทางว่า ไม่รู้เรื่องใส่เอาบ้าง

“ก็ได้ แต่ฉันยอมเฉพาะวันนี้เท่านั้นนะอาร์ต นายคิดว่าฉันจะยอมแพ้นายง่ายๆ เหรอ เรื่องอื่นน่ะยอมให้ แต่เรื่องนี้เห็นทีต้องลองกันสักตั้งล่ะ” คริสโตเฟอร์แหย่ไปอย่างนั้นเอง ก็อยากมาออกอาการหวงกับเขาก่อนทำไมล่ะ แบบนี้ต้องเอาคืนให้รู้เสียบ้าง ได้ทำให้คนฟอร์มจัดหลุดฟอร์มนั้นเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจที่สุดเลยทีเดียวคริสโตเฟอร์ยิ้มออกมาเมื่อคิดได้แบบนี้


“แล้วยิ้มอะไร นี่นายกำลังคิดทำอะไรอยู่คริส” ธัญกรถามขึ้นอย่างไม่ไว้วางใจกับรอยยิ้มแบบนั้นของเพื่อน

“เปล่านี่ วันนี้นายจองคิวก็ทำหน้าที่เสียสิ หรือจะให้คุณซีนไปรถฉันระวังนะเดี๋ยวฉันพาเลยไปกรุงเทพฯไม่รู้ด้วยนะ” คริสโตเฟอร์เดินไปกระซิบเบาๆ ข้างหูเพื่อนแล้วออกเดินไปขึ้นรถในทันที สิรินทร์จึงทำท่าจะออกเดินตามไปขึ้นรถเจ้านายด้วย แต่มือเรียวใหญ่ของธัญกรคว้าเอาไว้ได้ทัน หญิงสาวก้มมองมือของตนเองที่ถูกเขาดึงเอาไว้แล้วส่ายหน้า ไม่อยากทะเลาะกับเขาตอนนี้แล้วล่ะ เธออยากกลับไปให้ถึงโรงพยาบาลเร็วๆ จึงปล่อยเลยตามเลย เดินตามแรงดึงของเขาไปขึ้นรถโดยไม่ออกอาการอะไรอีก ได้แต่เก็บทุกอย่างเงียบไว้ในใจ

 

***************

 


ธัญกรออกรถไปด้วยความรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่มารดาของเธอนอนพักรักษาตัวอยู่ มือใหญ่เอื้อมไปเปิดเพลงเบาๆ แล้วร้องคลอไปตลอดทางอย่างมีความสุข ที่สามารถพาเธอขึ้นรถมาได้อีกครั้ง เขาจะทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น เท่าที่พอจะทำได้ในตอนนี้ แต่จะให้เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงเหมือนผู้ชายคนอื่น ก็คงจะไม่ใช่ ก็เขายังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยสักคน อาการหวงชีวิตโสดและการไม่ชอบสุงสิงกับผู้หญิงของเขาแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้นางแบบสาวที่พยายามเอาตัวมาใกล้ชิดกับเขาถึงได้ออกอาการโมโหใส่อยู่บ่อยๆ ซึ่งในสายตาเขาเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ารักเลยสักนิด แต่เป็นสิ่งที่น่ารำคาญด้วยซ้ำไป เพิ่งจะมามีอาการอยากรุกเข้าหาผู้หญิง หรือชนิดที่เรียกว่าอยากได้มาไว้ในครอบครองเป็นเจ้าของก็มีเพียงเธอนี่แหละ ผู้หญิงที่ไม่ได้เรียบร้อยแบบผ้าพับไว้เท่าที่ควรหรอก ใบหน้าสวยหวานที่มองแล้วทำให้เขารู้สึกใจเย็นลงทุกครั้ง ปากแดงก่ำนั่นก็ร้ายซะแต่หวานล้ำก็ยังพอทนไหว ส่วนเหตุผลอื่นๆ เขาไม่อยากคิดอีกแล้ว ตอนนี้ก็แค่จะไม่ยอมปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกแล้วก็เท่านั้นเอง

ธัญกรคิดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี แต่คนที่เหลือบสายตามองใบหน้าเขาอยู่บ่อยๆ ในขณะที่เขากำลังขับรถอยู่นั้นกลับสงสัย และไม่ค่อยไว้วางใจในท่าทางแบบนั้นของเขาเลยสักนิด แล้วความคิดของเธอก็เป็นจริง เมื่อถึงโรงพยาบาล ชายหนุ่มจอดรถนิ่งสนิทก็หันใบหน้ามาหาเธอทันที สิรินทร์มองเขาอย่างระแวง แล้วหันไปเปิดประตูรถเพื่อจะลงจากรถคันหรูของเขา


“นี่ซีน ปล่อยให้ผู้ชายเขาได้ทำหน้าที่สุภาพบุรุษกันบ้างสิครับ แย่งทำเสียหมดแบบนี้แล้วฉันจะได้แสดงตัวเมื่อไหร่กัน อยู่นี่แหละรอสักครู่” ธัญกรเปิดประตูรถเปิดลงไปแล้ววิ่งเร็วๆ ไปฝั่งที่เธอนั่งอยู่เปิดประตูให้เธอแล้วโค้งให้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต

“เชิญครับ คุณผู้หญิงคนสวย” ชายหนุ่มเงยมามองหน้าเธอ แต่เธอยังนั่งนิ่งมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อ

“นี่ๆ คุณเอ่อ...ทำจริงเหรอ” เสียงหวานเอ่ยถามออกมาเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสักนิดเดียว

“ก็บอกแล้วว่างานนี้เอาจริง ถึงเธอไม่เอาแต่ฉันจะเอา แบบนี้แหละมันต้องเริ่มจากแบบนี้” ชายหนุ่มยืนยันตรงไปตรงมาคนละความหมายกับที่เธอพูดลิบลับ

“เอ่อ คุณ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน อย่ามาทะลึ่งนะ ฉันพูดอยู่คนละเรื่องกับคุณแล้ว” สิรินทร์รู้สึกแปลกๆ ที่เขาพูดเมื่อครู่

“คนละเรื่องที่ไหน เรื่องเดียวกันนี่แหละ จะเรื่องไหนก็เกี่ยวกับเธอทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องที่ฉันบอกเมื่อกี้นี้ด้วย ฟังไว้ดีๆ นะ งานนี้ฉันเอาจริง จีบจริงแล้วก็รักจริงด้วย” ชายหนุ่มบอกออกไปตามที่ใจคิด แล้วก็ทำให้เธออึ้งไปยิ่งกว่าเดิม เมื่อครู่เขาพูดว่า?...หญิงสาวมองหน้าเขาอ้าปากค้างเพราะคาดไม่ถึงในสิ่งที่ได้ยิน

“นะ นี่ๆ คุณหมายความว่า...” เธอยังอึ้งไม่หาย ถึงจะแอบๆ คิดว่าเขาคงรู้สึกหรือคิดอะไรกับเธออยู่บ้างจากอาการที่ขยันแสดงออกมาบ่อยมากในวันนี้ แต่ไม่นึกว่ามันจะตรงแบบนี้


“อ้าว ซีน ทำหน้าให้มันดีกว่านี้หน่อยสิ นี่ตกลงว่าผู้หญิงเขาเป็นแบบนี้กันเหรอ เฮ้อ...สงสัยฉันทำผิดวิธีอีกแน่เลย ก็เห็นเจ้าธีร์มันบอกว่าถ้าบอกไปแล้วผู้หญิงร้อยทั้งร้อยต้องดีใจแล้วก็เขินอายนี่นา แล้วนี่ทำไมเธอถึงทำหน้าอย่างกับตกใจมากขนาดนี้ล่ะ” ธัญกรพูดออกมาอย่างลืมคิดไปว่าสิ่งที่เขาพูดออกนั้น ผู้หญิงคนไหนๆก็คงออกอาการแบบนี้ทั้งนั้นนั่นแหละ กลางลานจอดรถในโรงพยาบาลแบบนี้นี่นะ...แล้วสิรินทร์ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ เสียด้วย

“บ้าจริงคุณอาร์ต คุณนี่มันบ้าที่สุดเลยนะ บ้าๆๆ” มือบางรัวทุบลงไปบนแขนแข็งแรงของเขาที่เอื้อมไปปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้เธอ

“อะไรอีกล่ะ ซีน ตีฉันอีกแล้วนะ” คนที่แสดงความซื่อบื้อออกมาโดยไม่รู้ตัวยังทำหน้างง...เขายังไม่ได้ว่าอะไรเธอเลยนะ มาว่าเขาบ้าทำไมอีก...

“นี่มันโรงพยาบาลนะ แล้วคุณมาบอกเรื่อง เอ่อ เรื่องแบบนี้กับฉันในโรงพยาบาลนี่นะ น่าประทับใจพิลึกล่ะ” เสียงหวานเผลอต่อว่าออกมาอย่างแง่งอน ไม่ได้รู้สึกโกรธเขาแต่ไม่เข้าใจว่าคนแบบเขา ทั้งหรู ทั้งดูดีขนาดนี้ แล้วทำไม...ทำไมถึงไม่รู้อะไรเสียบ้างเลย

“ก็โรงพยาบาลน่ะสิ ฉันรู้อยู่” ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อออกมาอีก

“ก็นั่นแหละ แล้วคุณมาบอกเอ่อ...บอกแบบนั้นกับฉันในโรงพยาบาลเนี่ยนะใครเขาจะซึ้งเล่า?” สิรินทร์ต่อว่าออกมาแล้วในตอนนี้ เธออยากจะคิดว่าเขาแกล้งทำนัก แต่หน้าตาท่าทางจริงจังที่แสดงออกอยู่นี้ทำให้เธอไม่กล้าคิดเป็นอื่นแลย

“ไม่ได้สิ ช้าๆ เดี๋ยวนายคริสมันจะแย่งบอกเสียก่อน ก็เมื่อสักพักก่อนหน้านี้เธอก็เห็นนี่นาว่ามันประกาศต่อหน้าฉันเอาไว้ยังไงบ้าง” ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกเอะใจสักนิดในสิ่งที่ตัวเองกระทำ ตอนนี้หญิงสาวเริ่มจะเชื่อแล้วจริงๆ ว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีพรสวรรค์และความสามารถในการเข้าหาผู้หญิงอย่างที่เขาเคยว่าเอาไว้จริงๆ...เธอไม่อยากจะเชื่อเลย

“โอย...ฉันไม่พูดด้วยแล้ว” สิรินทร์ตัดบท ตอนนี้พอหายจากตกใจเธอเริ่มจะอายขึ้นมา แต่เขากลับไม่รับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังเป็น

“แล้วนี่เธอ ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอซีน ทำท่าแบบนี้ฉันใจไม่ดีนะไม่เขินหน่อยเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแล้วจ้องเธอจนใบหน้าแทบติดหน้าหวานนั้น

“ไม่เขิน มันเขินไม่ออก คุณนี่สงสัยว่ายุ่งแต่กับธุรกิจมาตลอดจนลืมอะไรๆ ไปหมดแล้วหรือเปล่า” คนหน้าหวานถามออกไปเสียงแปร่ง

“ลืมอะไร ไม่ลืมทำครบทุกอย่างเลย แล้วเธอว่ายังไงล่ะ นะซีน ฉันเอ่อ...รู้ว่ามันเริ่มมาแบบไม่ค่อยดี เอ่อไม่ใช่สิ ไม่ดีเลยต่างหากล่ะ แต่ตอนนี้ใจฉันมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ฉันอธิบายความรู้สึกไม่ถูกเลย จริงๆ นะ” ชายหนุ่มบอกแต่สิรินทร์หันหน้าไปทางอื่นไม่อยากมองหน้าเขาสักนิด สายตาแบบเมื่อครู่ของเขามันทำให้เธอใจสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ซีน” เสียงทุ้มเรียกขานอ่อนนุ่ม

“นี่ซีน หันมาหน่อยสิเร็วเข้า เดี๋ยวนายคริสมาถึงกันพอดี เธอหันหน้ามาให้คำตอบฉันก่อนสิ ว่าจะอนุญาตให้จีบได้ไหม ฉันบอกแล้วไงว่าคราวนี้เอาจริงแล้วนะ” ธัญกรไม่ละความพยายาม หญิงสาวไม่เคยเจอใครเป็นแบบนี้มาก่อน อยากจะบ้าตายเสียจริงๆ ...ผู้ชายอะไรหาความโรแมนติกไม่เจอเลยสักนิด...

“...”

“นี่ คุณซีนคนสวย หันมาหน่อยสิ เร็วเข้า” ชายหนุ่มยังไม่ยอม ใบหน้าหล่อขยับเข้าใกล้พยายามจะจ้องมองหน้าเธอที่หันไปอีกฝั่งของรถให้ได้ หญิงสาวทนไม่ไหวอีกต่อไปตั้งใจจะหันไปต่อว่าเขาอีกครั้ง แต่เพียงใบหน้าเธอหันกลับมาปากแดงของเธอก็ชนเข้าที่แก้มสากของเขาเต็มๆ แบบไม่ตั้งใจ

“อุ๊บ...” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มร่าออกมาทันที เมื่อริมฝีปากนุ่มๆ นั้นประทับจูบลงเต็มๆ บนแก้มของเขา

“นั่นแน่...” ชายหนุ่มยิ้มกว้างส่งให้เธอทันที เมื่อเธอรีบหันใบหน้าออกไปแทบไม่ทัน

“แบบนี้ฉันถือว่าเธอตกลงแล้วนะ เอ้า...ลงมาสิ เดี๋ยวแม่เธอจะเข้าห้องผ่าตัดแล้วนะ ฮึๆ...แต่ฉันดีใจจังเลย เธอนี่ทำให้ฉันประหลาดใจได้อยู่เรื่อยจริงๆ นะซีน” ธัญกรถูกใจนักที่เรื่องกลายเป็นแบบนี้ เขาไม่สนหรอก เธออยากไม่พูดทำไมล่ะเขาก็ต้องมัดมือชกแบบนี้แหละ…

“หลีกไปเลย ฉันไม่พูดกับคุณแล้วยิ่งพูดยิ่งเสียเปรียบตลอด ถอยไป” หญิงสาวรีบลงรถจากด้วยความรวดเร็ว ผลักร่างเขาออกห่างแล้วจ้ำอ้าวไปทางด้านหน้าโรงพยาบาลทันที

“ อ้าวๆ นี่เธอ หลอกจูบแก้มฉันแล้วจากไปแบบนี้มันไม่ถูกนะ ต้องให้ฉันเอาคืนด้วยสิ ซีนๆ...” ธัญกรแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ ที่เห็นอาการกระฟัดกระเฟียดของเธอ วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่าเดี๋ยวเกิดเธอโกรธจริงขึ้นมาเขาเองก็จะลำบาก

“อาร์ต นายทำอะไร” คริสโตเฟอร์ถามออกมาอย่างข้องใจ ในสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่ เขาเพิ่งขับรถเข้ามาถึงโรงพยาบาลจอดรถเรียบร้อยก็เห็นภาพนั้นเข้าพอดี

“ทำอะไร เปล่าเลย” ตอบใบหน้ายิ้มแย้ม สายตาที่ส่งให้เพื่อนยั่วเย้าไปด้วยในตัว

“ก็นายจูบ...” คริสโตเฟอร์ถามออกไปแล้วต้องหยุดเอาไว้เมื่อเสียงเพื่อนตอบกลับมา

“ใครจูบฉันเปล่านะ ถ้านายเห็นแล้วนายก็ต้องเห็นสิว่าฉันน่ะถูกรังแกนะเพื่อน” ธัญกรพูดกลั้วหัวเราะ แล้วตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ

“ฉันเป็นผู้เสียหายนะ อย่ามากล่าวหากันสิเพื่อน ไปกันเถอะเดี๋ยวน้าสายใจจะเข้าห้องผ่าตัดแล้ว และนายจะไม่ทันเยี่ยมนะ แล้วฉันก็รีบไปเรียกร้องความรับผิดชอบด้วย ฮึๆๆ” ธัญกรโอบไหล่เพื่อนพาออกเดินไปทันที คริสโตเฟอร์ได้แต่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ที่ได้ยินเพื่อนรักพูดแบบนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha