หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ยอมทิ้งศักดิ์ศรี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

12

ยอมทิ้งศักดิ์ศรี




การผ่าตัดที่แสนยาวนานจบสิ้นลงในเวลาสี่ทุ่มพอดี ทันทีที่นายแพทย์ผู้ผ่าตัดเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ทำให้ธัญกรที่มารออยู่ที่หน้าห้องนี้ด้วยโผเข้าไปหาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“อาครับ น้าสายใจเป็นอย่างไรบ้างครับ ปลอดภัยแล้วใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แต่เรียกสายตาของสิรินทร์และสารัตน์ให้หันมองด้วยความไม่เข้าใจ หญิงสาวผุดลุกขึ้นไปหานายแพทย์ผู้ที่ทำหน้าที่ผ่าตัดมารดาของตนเองด้วยความกังวล

“คุณหมอคะ เอ่อ แม่เป็นยังไงบ้างคะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ” ใบหน้าที่ไม่สบายใจและคำถามที่เอ่ยออกมาอย่างกังวล ทำให้นายแพทย์เอ่ยขึ้น

“ใจเย็นๆ หนูซีนไม่ต้องห่วงหรอก ทุกอย่างเรียบร้อยดีรออีกสักสองสามชั่วโมงนะหนู อ้อ...อาร์ตส่วนนายก็ไม่ต้องกังวลเกินเหตุไปหรอก ทุกอย่างเรียบร้อยดีอารับรองได้” นายแพทย์วัฒน์ ผู้เป็นอาตอบให้หลานชายได้สบายใจ ดูท่าทางที่หลานชายของเขาแสดงออกมาสิ ร้อนรนยิ่งกว่าคนอื่นๆ เสียอีก เขาชักจะสงสัยเสียแล้วล่ะว่าหลานชายตัวดีของเขา นี่ชักจะยังไงๆ กับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานี่เสียแล้ว…

“ปลอดภัยจริงๆ นะครับอา ไม่เป็นอะไรแน่นะครับ” ธัญกรถามย้ำขึ้นอีก หันมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่มองหน้าเขาอยู่ด้วยอย่างไม่เข้าใจ

“ปลอดภัยสิ ขนาดอารับรองด้วยตัวเองแล้วนายยังไม่เชื่ออีกเหรอ ฮึ” นายแพทย์วัฒน์ยืนยันอีกครั้ง เขาต้องเคลียร์ข้อสงสัยให้ได้ เพราะเขาเห็นหลานชายคนเดียวของเขาวิ่งวุ่นเรื่องผู้ป่วยรายนี้มาหลายวันแล้ว ย้ำนักหนาให้เขาดูแลเป็นกรณีพิเศษ แต่ที่เขาไม่เข้าใจทำไมต้องแอบทำโดยไม่เปิดเผยตัวเอง

“ครับอา ผมก็แค่กังวล เอ่อ...กลัวซีนเขาจะไม่สบายใจ” ชายหนุ่มเหลือบสายตามองเธออีกครั้ง คราวนี้เธอสายตาแสดงความสงสัยส่งมาให้เขาเต็มที่แบบต้องการคำตอบ

“คุณ นี่คุณรู้จักคุณหมอด้วยเหรอ แล้วทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” สิรินทร์ถามออกมาอย่างสงสัยจริงๆ แล้วเขามาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะนี่?...

“เอ่อคือ คือว่า...” คราวนี้เป็นคนตัวสูงที่อ้ำอึ้ง เขายังไม่อยากบอกตอนนี้แต่เหตุการณ์กลับกลายมาเป็นแบบนี้ไปแล้ว ก็คงปิดเอาไว้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ...ก็เขาออกตัวไปขนาดนี้แล้วนี่นาไม่ต้องปิดบังกันอีกแล้ว

“ว่ายังไงล่ะคุณอาร์ต” คนหน้าหวานถามย้ำอีกครั้ง

“คือว่า...เอ่อ คุณหมอคืออาแท้ๆ ของฉันเองแหละ” ชายหนุ่มบอกออกมาในที่สุด

“นี่หมายความว่าคุณ...วางแผน” หญิงสาวถามเสียงเบา

“อย่าเพิ่งโวยวายสิ ไม่ได้ผิดที่ฉันนะ ก็เธอพาแม่มารักษาที่นี่เองนี่นา แล้วมันก็เป็นความบังเอิญก่อนด้วยที่โรงพยาบาลแห่งนี้หุ้นส่วนใหญ่ก็คือคุณอาของฉันเอง แล้วอีกอย่างท่านเป็นหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคหัวใจโดยเฉพาะเสียด้วย มันก็เลยลงตัวแบบที่เธอเห็นนี่แหละ ฉันไม่ได้วางแผนอะไรมาก่อนจริงๆ นะ อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนี้เด็ดขาดซีน” ธัญกรรีบบอกออกมากลัวเธอจะเข้าใจผิดไปใหญ่โตทั้งที่จริงๆ แล้วมันก็เป็นไปอย่างที่เธอพูดออกมานั่นแหละ เขาไม่ยอมรับเสียอย่างแล้วเธอจะรู้ได้อย่างไรล่ะ...?  


“หยุดเถอะทั้งสองคนนั่นล่ะ อาทำทุกอย่างตามหน้าที่ตามจรรยาบรรณของแพทย์นะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริงๆ นะหนู” นายแพทย์วัฒน์แทนตัวเองด้วยความสนิทสนมขึ้นมา เมื่อเริ่มจะมองออกแล้วว่าหลานชายของเขาน่าจะมีอะไรหรือรู้สึกอะไรๆ กับเธอบ้างไม่มากก็น้อยล่ะ สายตาผู้ชายด้วยกันเขาดูออก...

“อ้อ นายอาร์ต เดี๋ยวไปที่แผนกการเงินด้วยล่ะช่วยไปเซ็นเอกสารแทนอาทีนะ แล้วก็รับยามาให้หนูซีนเสียด้วยเลย อาต้องขอตัวไปที่ห้องพักก่อนมีอีกเคสที่อาต้องผ่าตัดฉุกเฉิน แล้วเอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีพรุ่งนี้เช้านะ ไปล่ะ” นายแพทย์วัฒน์บอกออกมาแล้วออกเดินไปทันที สิรินทร์มองตามไปอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่ชายหนุ่มยิ้มเต็มหน้า แล้วสายตาคมเขียวปัดของหญิงสาวหันกลับมาจ้องชายหนุ่มอีกครั้งอย่างจะขอคำตอบ

“อะไรล่ะ เธอก็ได้ยินแล้วนี่นา ก็ตามนั้นนั่นแหละ เธอรออยู่นี่นะฉันไปล่ะเดี๋ยวกลับมาคุยต่อ อยากรู้อะไรไว้ถามตอนนั้นก็แล้วกัน” ธัญกรรีบออกเดินไปโดยเร็ว ขอไปตั้งหลักก่อนเถอะเห็นสายตาเขียวปัดที่มองมาแล้วเขาชักจะไม่อยากอยู่ใกล้เท่าไหร่นักหรอก มือก็หนัก แรงก็เยอะผิดผู้หญิงคนอื่นอยู่ด้วย เขาขี้เกียจถูกเธอกระหน่ำทุบเอาอีก เมื่อก่อนถ้าเธอแรงมาเขาก็แรงไปแต่ตอนนี้ไม่อยากทำให้เธอเจ็บแม้แค่ปลายเล็บด้วยซ้ำ

“นี่คุณ เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อนคุณอาร์ต อะไรของคุณเนี่ย” หญิงสาวร้องออกมาอย่างขัดใจที่ไม่สามารถรั้งเขาเอาไว้เพื่อถามให้รู้เรื่องในสิ่งที่สงสัยได้ จึงนั่งลงรอน้องชายที่ลงไปซื้อกาแฟที่มินิมาร์ทชั้นล่างของโรงพยาบาลแห่งนั้นอย่างหงุดหงิด

 

***************

 


ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นทุกคนก็มาพร้อมกันอยู่ในห้องพักพิเศษห้องเดิมที่นางสายใจพักรักษาตัวอยู่  คนป่วยได้ถูกนำมาพักที่ห้องนี้อีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่รู้สึกตัวแต่การยืนยันของนายแพทย์วัฒน์ก็ทำให้สองพี่น้องรู้สึกสบายใจมากขึ้น รวมทั้งธัญกรด้วยอีกคน

“พี่อาร์ตครับ ยังไม่กลับเหรอครับ ผมไม่ได้จะไล่หรอกนะครับ แต่เห็นพี่เหนื่อยช่วยดูแลตลอด ผมเลยอยากให้พี่กลับไปพักผ่อนนะครับ” สารัตน์เอ่ยขึ้นมาหลังจากลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงของมารดาที่นอนหลับนิ่ง ยังไม่ฟื้นมาจากการผ่าตัด

“ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เล็กน้อย” คนหน้าหล่อออกตัวในทันที

“ครับ ผมรู้ครับ แต่คืนนี้ผมจะนอนเฝ้าแม่เองนะครับ ถ้าพี่กลับผมจะรบกวนให้ช่วยไปส่งพี่ซีนที่บ้านด้วยนะครับ ท่าทางจะง่วงแล้วล่ะคงเหนื่อย เพราะยุ่งๆ มาหลายชั่วโมง อีกอย่างผมเป็นห่วงที่บ้านด้วยทิ้งไว้เฉยๆ แบบนั้นแล้วไหนจะรถของพี่ซีนอีกยังจอดอยู่หน้าบ้านเลยนะครับ เห็นพี่ซีนบอกอย่างนั้น” สารัตน์บอกตามความจริง

“เอ่อ...แล้วซีนเขาจะยอมกลับกับพี่เหรอ” ธัญกรแกล้งถามไปอย่างนั้นเอง เขารู้ว่าเขาสามารถทำให้เธอยอมกลับกับเขาได้อยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้ชายหนุ่มรุ่นน้องอีกคนไม่สบายใจเท่านั้นเอง

“กลับสิครับ เดี๋ยวผมคุยเอง พี่ซีน พี่ซีนครับ พี่...” สารัตน์หันไปปลุกพี่สาวที่เผลอหลับฟุบไปกับเก้าอี้ตัวเล็กในห้องเสียแล้ว

“หือ...อือ อะไรซี” หญิงสาวงัวเงียตื่นขึ้นมา

“พี่ซีนกลับไปบ้านนะครับ เดี๋ยวผมนอนเฝ้าแม่เอง คืนนี้ไม่น่าจะมีอะไรต้องห่วงแล้ว เห็นคุณหมอบอกว่าแม่จะหลับเพราะฤทธิ์ยาอีกหลายชั่วโมง นะครับพี่ซีน เดี๋ยวกลับกับพี่อาร์ตเลย” สารัตน์เอ่ยขึ้นเพราะหวังดีกับพี่สาวจริงๆ แต่สิรินทร์ตอบกลับรวดเร็วเสียงดัง จนน้องชายต้องรีบห้าม

“ไม่เอา พี่ไม่กลับกับเขาหรอก” สิรินทร์ตอบเสียงดังฟังชัดทีเดียว

“น่าพี่ซีน กลับไปนอนที่บ้านแหละดีแล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยมาอีกทีนะครับ พี่อาร์ตครับผมฝากพี่ช่วยไปส่งพี่ซีนด้วยนะครับ” สารัตน์ตัดปัญหารู้เหตุผลดีว่าทำไมพี่สาวถึงไม่อยากกลับกับชายหนุ่มอีกคน

“ได้เลย ไปกันเลยสิซีน” ธัญกรรับปากแล้วหันไปหาหญิงสาวทันที

“ฉันไม่ไปกับคุณ” เสียงห้วนตอบกลับมา

“ทำไมล่ะ อ๋อ...นี่คงกลัวล่ะสิ ใช่มั้ย ฉันไม่เอาคืนตอนนี้หรอกน่าไม่ต้องห่วงยังไม่ถึงเวลา” ธัญกรบอกออกมาเป็นนัยๆ ซึ่งหญิงสาวรู้ดีว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร เธอหันมองน้องชายเห็นยืนทำหน้าสงสัยในสิ่งที่ทั้งสองคุยกัน จึงตัดปัญหาไม่อยากให้น้องชายรับรู้เรื่องราวด้วย

“พูดบ้าๆ ฉันกลับก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไปสิ ยังจะยืนอยู่ทำไมล่ะคุณ” หญิงสาวมองหน้าเขาแวบเดียวแล้วหันไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องบ่า หันไปบอกน้องชายอีกครั้งแล้วออกเดินทันที

“พี่ไปนะซี พรุ่งนี้เช้าจะเอาเสื้อผ้ามาให้นะ ฝากดูแลแม่ดีๆ ด้วย” สิรินทร์ออกเดินหลังจากบอกน้องชาย ธัญกรหันไปตบไหล่ชายหนุ่มรุ่นน้องเบาๆ แล้วบอกอีกครั้งก่อนออกเดินตามคนหน้าหวานไปด้วย

“ซี ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะช่วยดูแลพี่สาวเราให้เอง” ถ้าสารัตน์รู้ล่วงหน้าว่าวิธีดูแลของชายหนุ่มอีกคนเป็นแบบไหน เขาคงเปลี่ยนใจไม่ให้พี่สาวกลับไปนอนที่บ้านแน่ๆ

 

***************

 


เกือบเที่ยงคืนกับบรรยากาศที่เงียบสงัดบนรถคันหรู สองข้างทางระหว่างเส้นทางที่ธัญกรขับรถกลับไปส่งหญิงสาวนั้นไม่มีแสงไฟส่องทางมากนัก ชายหนุ่มเจ้าของรถและทำหน้าที่เป็นสารถีไปด้วย หันมองด้านซ้ายของตนเองอยู่บ่อยๆ เมื่อเห็นว่าตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาจนตอนนี้จนเลี้ยวรถเข้าทางสวนผลไม้ของเธอแล้ว แต่หญิงสาวยังนั่งหันข้างออกทางประตูเงียบกริบอยู่แบบนั้น

ในที่สุดรถคันโตก็จอดนิ่งสนิทลงตรงข้างรถญี่ปุ่นคันเล็กของเธอหน้าบ้านไม้หลังกะทัดรัด ธัญกรหันมองหญิงสาวอีกครั้ง แล้วเอื้อมมือไปแตะที่ร่างบางของเธอเบาๆ


“ซีน ถึงบ้านแล้ว” บอกออกไปเสียงเบา กลัวเธอจะหันมาทำตาเขียวใส่อีก แต่ร่างเธอยังนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกลับมา

“ซีนครับ ถึงบ้านแล้วนะ” ชายหนุ่มเขย่าร่างเธอเบาๆ อีกครั้ง คราวนี้คนตัวบางพลิกกายกลับมายังฝั่งเขา แต่ยังตาคมยังปิดสนิทอยู่

“อ้าว หลับหรอกเหรอ ถึงว่าจับตัวขนาดนี้ยังเฉยอีก” ธัญกรบ่นออกมาเบาๆ กับตนเองแล้วยิ้ม ลองปลุกเธออีกสองสามครั้งแต่ร่างบางยังไม่ยอมตื่น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเปิดประตูรถลงไปแล้วเดินไปยังฝั่งที่เธอนั่งอยู่ แขนแข็งแรงเอื้อมไปปลดเข็มขัดออกจากกายเธอ แล้วโอบร่างนั้นขึ้นอุ้มลงจากรถไป

ร่างสูงเดินเร็วๆ เสี่ยงดวงเดินไปบนบ้านทั้งที่มืดสนิทแบบนั้น ก่อนจะวางร่างเธอลงบนโซฟาตัวยาวที่เขาเคยนั่งเมื่อตอนเที่ยง แล้วเดินไปเปิดสวิทช์ไฟฟ้าจนห้องรับแขกทั้งห้องสว่างขึ้นมาในทันที ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันแล้วมองหน้าเธอในระยะใกล้ชิด แล้วลองเรียกเธออีกครั้ง

“ซีน ถึงบ้านเธอแล้วนะ ตื่นสิ” ชายหนุ่มก้มลงไปเรียกจนเกือบถึงใบหูของเธอ กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวที่รวยรินเข้าจมูก ทำให้ธัญกรหน้าแดงขึ้นมาในทันทีก่อนที่เขาจะก้มลงไปแตะจมูกของตัวเองลงบนแก้มนวลนั้นเพื่อพิสูจน์ความหอมนั้นเบาๆ

“ซีน ตื่นเร็วสิ ถ้าเธอไม่ตื่นฉันจูบปากนะ” ตอนนี้เขาไม่ได้จะหยอกเธอเล่น แต่เธอทำให้เขาควบคุมความต้องการจากส่วนลึกเอาไว้ไม่ได้จริงๆ

ชายหนุ่มขยับกายเข้าหาเธออีกนิดก่อนมองหน้าเธอชนิดที่เรียกว่าใกล้ชิดที่สุด ใบหน้าขาวผ่องอมชมพู สวยหวานจนเขาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งรั้นนิดๆ มีไฝเม็ดเล็กสีน้ำตาลตรงปลายจมูกของเธอซึ่งเขาคิดว่ามันทำให้เธอดูมีเสน่ห์ขึ้นมากกว่าเดิม ปากแดงชุ่มชื้นที่เขามองแล้วทนต่อความต้องการของตนเองไม่ไหวอีกต่อไป...เธอจะว่าเขาหื่นก็ช่างแล้วล่ะ ก็เขาเรียกเขาปลุกหลายครั้งแล้วนี่นา อยากไม่ตื่นขึ้นมาเองทำไมล่ะ เพราะฉะนั้นเขาจะปลุกด้วยวิธีนี้แหละ...


ธัญกรก้มใบหน้าลงไปจนชิดใบหน้าของเธอก่อนทาบเรียวปากของตนเองลงไปบนกลีบปากบางนั้นอย่างอดใจเอาไว้ไม่ไหว ทันทีที่ริมฝีปากสัมผัสกันเธอก็หันใบหน้าหนีไปอีกด้านทันที คงจะเป็นเพราะรำคาญที่ถูกรบกวนเวลานอนอันแสนสุขมากกว่าที่จะรู้ตัวเอง ชายหนุ่มยิ้มออกมาอีกแล้วจุมพิตลงไปเบาๆ บนแก้มนวลแทน ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากและจมูกโด่งๆ ของตนเองไปถึงซอกคอหอมกรุ่นของเธอ...ให้รู้กันไปว่ายังไม่ยอมตื่นอีก…

“ซีนครับ ตื่นเร็วไม่ตื่นฉันทำมากกว่านี้นะ” เรียกเธอออกไปอีกครั้ง ทั้งที่ปากพูดไปแบบนั้น แต่เขาคงไม่กล้าทำมากกว่านี้ในขณะที่เธอไม่รู้สติแบบนี้หรอก ขอแค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้ว และคราวนี้ได้ผลเมื่อคนหลับลึกรู้สึกตัวขึ้นมาเพราะรู้สึกรำคาญกับอะไรบางอย่างที่ยุกยิกแถวซอกคอเธอ จนรบกวนการนอนหลับของเธอเสียสิ้น

“อือ อื้อ อะไรเนี่ย...” มือบางยกขึ้นปัดไปเบาๆ ที่ซอกคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเต็มที่ เห็นใบหน้าของคนที่เธอเผลอคิดถึงในฝันเมื่อครู่แล้วตกใจร้องลั่นออกมาทันที

“ว้าย ตายแล้วคุณ นี่คุณจะทำอะไรฉันเนี่ย” สิรินทร์ผุดลุกนั่งทั้งที่ยังงงๆ อยู่แบบนั้น

“ทำไปแล้ว ไม่ใช่จะทำหรอก” ชายหนุ่มตอบออกไปหน้าตาเฉย น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปยั่วเย้าจนเกือบจะหัวเราะออกมาเมื่อเธอยกมือบางขึ้นเงื้อสูงลิ่ว

“อ๊ะๆๆ จำได้ไหมเอ่ย ว่าฉันเคยบอกเอาไว้ว่ายังไง ตีลงมาสิตอนนี้ฉันกำลังอยากจูบเธออยู่พอดีเลย” เจอประโยคนี้เข้าไป มือบางก็ค่อยๆ ลดลงจนไปวางอยู่ที่ตักในที่สุด แล้วสิรินทร์ก็หันมองรอบด้านเมื่อนึกได้ แล้วร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้ง

“แล้วนี่ ฉันมาอยู่ในบ้านได้ยังไง คุณขี้โกงอีกแล้วนะมาถึงบ้านแล้วก็ปลุกฉันสิ ทำไมไม่ปลุกฉันเล่า แล้วๆ ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” ถามออกไปงงๆ ไม่อยากยอมรับว่าเธอเสียเปรียบให้เขาแอบแต๊ะอั๋งอีกแล้วเป็นแน่

“ฉันอุ้มมาเอง ก็เรียกเธอไม่รู้กี่รอบแล้วทำไมไม่ยอมตื่นล่ะ เพราะฉะนั้นงานนี้ฉันไม่ผิด ห้ามด่า ห้ามต่อว่าฉันเด็ดขาด แต่เธอจะต้องขอบคุณฉันมากกว่านะซีน” ธัญกรบอกไปตามความจริง แต่แอบๆ เก็บเอาไว้บ้างในบางช่วงเวลาที่เขาแอบหากำไรจากเธอเล็กๆ น้อยๆ

“ก็เรียกให้ตื่นสิ แบบนี้หากำไรชัดๆ” หญิงสาวบ่นออกมา

“โห คิดไปได้ แทนที่จะขอบคุณที่คนเขาอุตส่าห์อุ้มลงมา หนักก็หนัก เมื่อยแขนหมดเลยเนี่ย” ชายหนุ่มแกล้งบ่นออกมา...อย่างเธอน่ะให้เขาอุ้มทั้งวันทั้งคืนยังได้เลย

“นี่คุณว่าฉันอ้วนเหรอ คนบ้า” หญิงสาวต่อว่าออกมา

“เปล่า ฉันพูดตอนไหนว่าอ้วน ยังไม่ได้พูดอะไรเลย แบบนี้แหละดีแล้วแต่ฉันว่าถ้าเธอทานให้เยอะกว่านี้อีกหน่อยก็น่าจะดีกว่านะ จะได้มีอะไรๆ เต็มไม้เต็มมือขึ้นมาบ้าง” คำพูดแสนจะตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดของเขานั้น ทำเอาคนหน้าหวานปรี๊ดแตกขึ้นมาอย่างหมดความอดทนอีกต่อไป


“อ๊าย...ไอ้คุณอาร์ต นี่ นี่คุณ คุณแอบทำอะไรฉันหาถึงได้รู้ๆๆ ว่า เอ่อ...” คราวนี้ใบหน้าหวานแดงก่ำ พูดไม่ออกไปเลย จ้องตาเขาอยู่สักครู่แล้วหันไปทางอื่นทันที ตัดสินใจลุกเดินออกห่างจากเขา

“ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว ขอบคุณก็แล้วกันที่มาส่งที่บ้าน ตอนนี้ฉันจะพักผ่อนแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้วล่ะเชิญค่ะ” หญิงสาวไล่แขกทางอ้อมทำให้คนตัวสูงหน้างอทันที

“พอหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่งทันทีเลยนะ มันน่าน้อยใจจริงๆ เลย” เสียงทุ้มออกอาการน้อยใจขึ้นมาในทันที

“ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ก็เห็นว่าคุณคงเหนื่อยแล้วกลับไปนอนพักผ่อนเสียสิคะ” คราวนี้เธอพูดเสียงเบาลง แต่ความหมายของประโยคก็ยังเหมือนเดิมอยู่นั่นเอง ธัญกรเหมือนไม่ได้ฟังที่เธอพูดชายหนุ่มออกเดินลงไปยังรถของตนเองที่จอดอยู่แล้วเอ่ยถามเธอขึ้นมาเสียงดัง

“เธอเอากุญแจรถมาสิ เดี๋ยวฉันเก็บรถเข้าที่จอดรถให้ จอดไว้ตรงนี้ไม่กลัวเหรออันตรายนะซีน” ชายหนุ่มเดินกลับมาหาเธออีกที ยืนคอยเธออยู่สักพักแต่หญิงสาวยังเฉย เขาจึงเดินกลับขึ้นมาบนบ้านอีกครั้ง

“ก็ได้หากเธอดื้อแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ฉันไม่กลับไปที่โรงงานแล้วจะนอนบ้านเธอนี่แหละอยู่เป็นเพื่อนเธอยังไงล่ะ เฝ้าทั้งรถเฝ้าทั้งเจ้าของรถคนสวยไปด้วยเลยดีกว่า” ชายหนุ่มเปิดโอกาสให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วทำหน้ามึนเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง หยิบเอาเสื้อผ้าที่เขามักแขวนไว้ใช้สำรองในรถเป็นประจำมาชุดหนึ่ง เมื่อล็อกรถเรียบร้อยก็เดินกลับมาหาเจ้าของบ้านหน้าหวานที่ยืนมองการกระทำของเขาตาโต พูดไม่ออกไปแล้ว

“อ้าว หลีกสิ ฉันจะนอนที่นี่ด้วย แล้วจะอาบน้ำได้ที่ไหนล่ะ” ชายหนุ่มทำตัวยิ่งกว่าตนเองเป็นเจ้าของบ้านเสียอีก สิรินทร์ยืนมองเขาอย่างตะลึงไปเลยทีเดียว

“คุณนี่ นอกจากหน้ามึนแล้วยังหน้าด้านได้อีกนะ ฉันอนุญาตให้คุณนอนที่นี่ได้เมื่อไหร่กัน คนอย่างคุณไว้ใจไม่ได้หรอกไม่มีทางเด็ดขาด” หญิงสาวประกาศเจตนารมณ์ออกมาชัดเจน แต่ชายหนุ่มกลับเดินผ่านหน้าเธอไปเฉยๆ จนหญิงสาวต้องวิ่งตามไปแทบไม่ทัน

“คุณอาร์ต นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ อย่ามาทำแบบนี้นะกลับไปนอนที่โรงงานของคุณสิ” เสียงหวานขุ่นเขียวขึ้นมา

“ใจดำจัง” พูดจบชายหนุ่มก็เดินเข้าห้องเธอไปหน้าตาเฉย ก็ห้องน้ำมันอยู่ในห้องของเธอนี่นา ตอนนี้เขาเหนียวตัวอยากอาบน้ำเต็มทีแล้ว เธออยากบ่นก็บ่นไปสิ เขาไม่สนใจอีกแล้วพูดมากเข้าเดี๋ยวค่อยออกมาจัดการก็ได้

“นี่ๆ คุณ...ไอ้ ไอ้ คุณอาร์ตบ้า หน้าไม่อาย คนอะไรเนี่ย” หญิงสาวต่อว่าออกมาด้วยความโมโห

“ก็คนแบบนี้แหละ ฉันไม่ทะเลาะกับเธอหรอก ตอนนี้ฉันจะอาบน้ำ ด่าได้ด่าไปบ่นได้บ่นไป เดี๋ยวฉันอาบน้ำเสร็จออกมาอีกทีเธอโดนแน่ซีน พูดมากไปเถอะ” ชายหนุ่มแกล้งขู่ก่อนเดินหายเงียบเข้าห้องน้ำของเธอไป ทิ้งให้เจ้าของบ้าน และเจ้าของห้องตัวจริงหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูกอยู่อีกพักใหญ่ เธอจะตะโกนใส่ตามหลังไปก็กลัวที่เขาขู่เมื่อครู่ไว้


เธอจะทำอย่างไรดีล่ะ โอย...ให้เขาร้ายกาจเหมือนเมื่อก่อนเสียก็ดี จะได้ไม่ต้องมาทำให้เธอระแวงอยู่แบบนี้ ใจเย็นๆ สิยัยซีน เดี๋ยวเธอก็จะคิดออกเอง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ คิด...หญิงสาวท่องในใจอยู่แบบนั้นอย่างลุ้นระทึกเลยทีเดียว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha