หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : เกินห้ามใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

13

เกินห้ามใจ




เพียงเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกมาเท่านั้น เจ้าของห้องตัวจริงเสียงจริงก็แทบจะกระโดดออกไปนอกห้องแทบไม่ทัน เธอจะกล้าอยู่ในสภาพแบบนี้เหรอ? หญิงสาวเดินเร็วๆ ไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ

ธัญกรเดินออกจากห้องน้ำด้วยสภาพที่มีผ้าขนหนูพันกายเอาไว้เพียงผืนเดียว ส่วนเสื้อผ้าชุดที่เขาถือเข้าห้องน้ำไปนั้นก็ถือออกมาอีกครั้ง สายตาคมทันเห็นร่างเธอเดินเร็วๆ ออกจากห้องไป ชายหนุ่มยิ้มขำๆ กับอาการนั้นของเธอ เขารู้ว่าเธอจะต้องกลัวการเผชิญหน้าตามลำพังกับเขาแน่ๆ ทุกทีที่เจอถึงจะเห็นเธอกล้าแกร่งแบบนั้นแต่ลึกๆ ที่เขาสัมผัสได้นั้นเธอคือผู้หญิงขี้อาย อาจจะอายมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำไป ถึงปากจะดีไปหน่อย แต่เอาเข้าจริงเธอก็ไม่กล้าเขารู้ดี แบบนี้แหละที่เขาชอบ คอยดูเถอะเดี๋ยวจะได้รู้กันว่าที่เธอต่อว่าเขาเจื้อยแจ้วมาตลอดนั้นจะยังเป็นอยู่อีกไหม?

ชายหนุ่มจัดการแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวใส่สบาย ที่ถือลงมาจากรถพร้อมกับกางเกงผ้าแบบออกกำลังกายที่เขาชอบใส่นอนเป็นประจำ แล้วเดินออกจากห้องนอนของเธอไปในทันที


“โห เจ้าของบ้านนี้ ทิ้งแขกเอาไว้คนเดียวหน้าตาเฉยเลย ไม่รู้เหรอว่าฉันกลัวนะ รอบบ้านเธอทั้งมืด ทั้งทึบขนาดนี้ ฉันไม่กล้าอยู่ในห้องคนเดียวหรอกนะซีน” ชายหนุ่มพูดเกินจริงไปหน่อย แล้วเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับเธอ ร่างบางขยับถอยห่างจากเขาจนเบียดชิดกับพนักโซฟา แล้วหันมองเขาตาเขียว

“ไม่ต้องมาพูดมากเลย คืนนี้ยังไงคุณก็นอนค้างที่นี่ไม่ได้” หญิงสาวยืนยันเจตนาของตนเองอีกครั้ง

“อ้าว ตกลงว่าเธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ฉันอาบน้ำแต่งตัวพร้อมนอนซะขนาดนี้แล้ว ถ้าเธอไม่ให้นอนที่นี่ แล้วฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ” ชายหนุ่มยังทำหน้าเฉยส่งให้เธอจนน่าหมั่นไส้นักในสายตาของสิรินทร์

“ก็เรื่องของคุณสิ ฉันไม่รับรู้ด้วยหรอก” หญิงสาวบอกออกไปเสียงขุ่น

“ไม่รับรู้ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะตอนนี้ฉันง่วงแล้ว” พูดจบร่างสูงก็เอนตัวลงนอนไปบนตักเธอในทันที โดยที่หญิงสาวถอยไม่ทันเพราะติดอยู่กับพนักโซฟาเรียบร้อยแล้ว

“อะไรกันคุณ ไม่นะอย่ามาทำแบบนี้สิ” หญิงสาวทั้งผลักทั้งถอยร่นตัวเองไปด้วย ทั้งที่รู้อยู่ว่าถอยไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

“อย่าขยับสิ แป๊บนึงนะ” ชายหนุ่มเหลือบตาขึ้นจ้องหน้าเธอ

“อะไรอีกเล่า คุณนี่เรื่องมากตลอดเลย” สิรินทร์ยังไม่ยอมแพ้ให้เขา

“เรื่องมากยังไง ดูสิฉันนอนหนุนตักนุ่มๆ ของเธอเฉยๆ นะ เธอเองต่างหากที่อยู่ไม่นิ่ง” มือเรียวใหญ่โอบรอบเอวบางของเธอเอาไว้เมื่อพูดจบ

“ก็...คุณนี่ โอ๊ย...จะทำยังไงให้ฉันชนะคุณได้บ้างเนี่ย เสียเปรียบตลอดเลย แล้วมือคุณน่ะปล่อยเลย ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ถ้าไล่ไม่กลับ อยากหน้าไม่อายก็อยู่ไปสิ แต่อย่ามายุ่งกับฉันเด็ดขาดไม่อย่างนั้นล่ะก็...” สายตาคมที่จ้องตรงที่ใบหน้าเขาโดยเฉพาะ เน้นคำพูดช้าๆ ชัดๆ ให้เขารู้ว่าเธอไม่ยอมแน่ๆ แต่คนอย่างธัญกร ที่ทู่ซี้ทำหน้ามึน หน้าไม่อายอย่างที่เธอว่าเอาไว้มาขนาดนี้แล้ว จะยอมทำตามที่เธอบอกง่ายๆ ได้อย่างไรกัน ถึงจะไม่เคยรุกเข้าใส่ผู้หญิงคนไหนเลยในชีวิตนี้ แต่เขาก็รู้ได้ด้วยสัญชาตญาณของผู้ชายล่ะน่า...

“จะทำอะไรฉันล่ะ อย่ารังแกฉันเหมือนตอนบ่ายอีกนะ แบบนั้นไม่เอาหรอกฉันขาดทุนแย่เลย” สายตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มมองสบตาเธอท้าทายไปด้วยในตัว

“ทะ ทำอะไร ฉันไปทำอะไรคุณตั้งแต่เมื่อไหร่” หญิงสาวถามเสียงกุกกักขึ้นมา

“ก็เธอจูบฉันเมื่อตอนบ่ายแล้ววิ่งหนีหน้าตาเฉยเลย ฉันยังไม่ได้เอาคืนนะ รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงรังแกก่อน” ใบหน้าหล่อปรากฏรอยยิ้มเต็มหน้า

“ไม่รู้ ไม่ต้องมามั่วใส่ฉันเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรแบบนั้นสักหน่อย แล้วมือเนี่ยปล่อยเสียทีสิ เหนียวเป็นกาวเลยนะ” มือบางพยายามปลดมือและอ้อมแขนของเขาออกจากเอวของตนเอง

“อ่ะ จูบตรงนี้ก่อนแล้วจะปล่อย” ชายหนุ่มปล่อยมือข้างหนึ่งมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง แล้วส่งสายตาแรงกล้าบอกเธอยืนยันคำพูดเมื่อครู่

“ไม่” ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ถ้าไม่ก็อยู่แบบนี้ น้ำก็ไม่ต้องอาบ นอนก็ไม่ต้องนอน เร็วสิครับ” ธัญกรยังรุกใส่เธออีก

“ฉันบอกว่าไม่ไงเล่า” หญิงสาวยังย้ำเจตนารมณ์เดิมของตนเอง คราวนี้มือเรียวใหญ่นั้นโอบรัดรอบเอวบางของเธอแน่นเข้ามากกว่าเดิม เปลี่ยนท่าจากนอนหงายเป็นนอนตะแคงแล้วหันใบหน้าเข้าซุกตรงหน้าท้องของเธอแทน หญิงสาวถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

“อย่าเล่นบ้าๆ นะคุณ” ท้วงขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ

“ฉันเคยเล่นเมื่อไหร่กันเล่า กับเธอฉันทำจริงทุกครั้งแหละ” คำพูดเจ้าเล่ห์ที่แสนจะตรงไปตรงมา ทำให้เธอทุบลงบนไหล่หนาของเขาอย่างแรง แต่ชายหนุ่มก็แค่สะดุ้งก่อนจะกดใบหน้าซุกลงที่หน้าท้องแบนราบ ผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบางนั้นแน่นขึ้นกว่าเดิม

“อืม ตรงนี้ก็ได้ เธอไม่จูบปาก ฉันจูบตรงนี้ก็ได้หอมเหมือนกันแหละ เสียแต่ไม่หวานเท่านั้นเอง โอ๊ย...ซีนหยิกทำไมเนี่ย เล็บเธอนี่โคตรคมเลย เจ็บชะมัด” ชายหนุ่มร้องออกมาตอนท้ายเมื่อเจ็บแปลบที่ไหล่หนา เพราะเธอทั้งหยิกทั้งกดเล็บลงบนเนื้อของเขา

“คนบ้า คุณนี่ โอย...ฉันไม่อยากจะพูดจริงๆ เลย พูดออกมาได้แต่ล่ะอย่าง ลุกไปเดี๋ยวนี้นะคราวนี้ถ้าไม่ลุกอีกฉันจะทำมากกว่าหยิก” คนหน้าหวานขู่เขาบ้าง

“ฉันก็จะทำมากกว่าจูบเหมือนกันเลือกเอาสิ แค่จูบฉันแล้วเธอจะได้ไปอาบน้ำ แต่ถ้าไม่เธอก็ทั้งถูกกอด ถูกจูบ ถูกทำอะไรๆ อีกหลายอย่างเลยจะลองไหม ถึงจะยังไม่อาบน้ำแต่ตัวเธอน่ะหอมไปทั้งตัวแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากจะอดทนอีกแล้วเหมือนกัน เข้าใจไหมซีน หือ...” ชายหนุ่มหันหน้ามาแล้วเงยกลับขึ้นมองใบหน้าเธออีกครั้งบอกว่าเอาจริง

มือเรียวใหญ่นั้นเลื่อนจากเอวบางของเธอขึ้นไปคล้องคอเธอเอาไว้ เจอเข้ากับท่าทางแบบนี้ คนที่ปากแข็งดื้อรั้นมาตลอดอย่างสิรินทร์ เริ่มมองเห็นลางแพ้มาแต่ไกล...เอาเถอะ นิดเดียวเท่านั้นเอง แล้วเธอจะได้ไปอาบน้ำนอนพักผ่อนเสียที ส่วนเขาก็ช่างเขาสิ...อยากนอนที่บ้านเธอนักก็ให้นอนตรงโซฟานี่แหละ...สิรินทร์คิดอย่างให้กำลังใจตัวเอง แต่เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนเองคิดนั้นคิดผิดถนัดเลยทีเดียวล่ะ

“ก็ได้ ยุ่งกับชีวิตฉันจริงเลยคุณนี่” ต่อว่าออกไปเสียงเขียว แล้วหญิงสาวก็ก้มใบหน้าลงไปแตะริมฝีปากที่แก้มสากของเขาเบาๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น แต่มือเรียวใหญ่ที่คล้องคอเธอเอาไว้กลับไม่ยอมปล่อย ดึงรั้งใบหน้าเธอลงไปหาอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้นอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ไม่มีใครสอนเหรอซีนว่าผู้ชายไว้ใจไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่ฉันเองนี่แหละคนสวย” พูดจบธัญกรก็ทำในสิ่งที่ยืนยันคำพูดให้เธอได้รู้ในทันที ปากชุ่มชื้นจุมพิตแนบแน่นที่เรียวปากของเธอ มือใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยเธอ จนกลายเป็นเหมือนว่าหญิงสาวก้มใบหน้าลงไปจูบเขา ถึงแม้เธอพยายามจะรั้งศีรษะของตนเองขึ้นไป แต่คราวนี้เขาไม่ปล่อยเธอให้ได้มีโอกาสตั้งหลักเลยด้วยซ้ำไป


“อื้อ...” เสียวหวานร้องไม่ออกเพราะถูกเขาพันธนาการและปิดเรียวปากเอาไว้แน่น จนเขารุกเร้าเข้าหา ตวัดรัดรึง ดูดซับความหวานจนพอใจนั่นแหละถึงได้ยอมคลายอ้อมแขนที่คล้องคอเธอเอาไว้ออกไป แล้วพลิกร่างตัวเองกลับมานอนคว่ำ ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงบนตักของเธอแทน

“ว้าย...” พอสามารถสูดเอาอากาศเข้าเต็มปอดได้ เธอก็ต้องร้องลั่นออกมาอีกรอบด้วยความตกใจที่เขาซุกลงไปแบบนั้น

“ร้องทำไมอีกซีน ฉันยังไม่ทันทำอะไรเลย นี่ถ้าทำขึ้นมาจริงๆ ไม่ร้องทั้งคืนเหรอ ฮึ” มาอีกแล้วประโยคที่แสนจะตรงและฟังดูขัดหูยิ่งนัก ชายหนุ่มค่อยๆ เงยใบหน้าขึ้นมองจ้องหน้าเธอ แล้วค้ำร่างของตัวเองไห้ลุกขึ้น เหมือนจะนั่ง หญิงสาวถอนใจออกมาแต่ไม่ทันถอนใจได้สุดทาง เธอก็ต้องหงายหลังลงไปบนโซฟาตัวโตเพราะแรงทาบทับของคนร่างสูงโปร่ง

“จะ จะทำ อะไรคุณอาร์ต” ถามเสียงสั่นเพราะเธอไม่ทันระวังตัวทีเดียวเชียวถึงได้เปิดโอกาสให้เขาแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่เธอจะได้ไปอาบน้ำพักผ่อนถ้าเขายังเป็นอยู่แบบนี้

“แสดงความรัก” ชายหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัด

“อะไรนะ” สิรินทร์ถามเสียงสูงด้วยความตกใจ

“ก็รัก เลยอยากบอกไงล่ะ” ชายหนุ่มย้ำชัดเจน ชัดเข้าไปถึงในหัวใจของเธอเลยทีเดียว แต่เรื่องอะไรเธอจะต้องให้เขารู้ว่าเธอก็รู้สึกดีที่เขาบอกแบบนั้นกันล่ะ...

“อะไรเล่า ฉันไม่รู้เรื่อง นี่เสียเวลาเล่นมานานแล้วนะฉันง่วงจนจะทนไม่ไหวแล้ว เลิกเล่นเสียทีสิคุณอาร์ต นะ นะคะ ขอฉันไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวจะเอาที่นอนกับผ้าห่มมาให้คุณนอนตรงนี้นะคะ” หญิงสาวยอมกัดฟัน ยอมอ่อนลงให้เขาเองลองดู เพราะเห็นแล้วว่าคนอย่างเขาหน้ามึนได้แบบไม่รู้จักอายทีเดียวล่ะ ถ้ายังยื้อกันอยู่แบบนี้คงไม่ต้องนอนจนสว่างแน่...แต่จริงๆ มันก็สว่างโดยที่เธอเกือบไม่ได้นอนนั่นแหละ ช่างไม่รู้อนาคตตัวเองซะบ้างนะหนูซีน...  

“ไม่ต้องอาบแล้ว เดี๋ยวฉันทำความสะอาดให้เองรับรองสะอาดหมดจดเลยล่ะ แล้วฉันก็ไม่นอนตรงนี้ด้วย จะนอนในห้องเธอเท่านั้นคนสวย” ร่างสูงของเขาผุดลุกขึ้นกะทันหัน จนเธออึ้งแล้วอึ้งอีกรอบเมื่อเขาก้มลงมาอุ้มเธอขึ้นไว้ในอ้อมแขนด้วยความรวดเร็ว ร่างบางที่ยังไม่ทันตั้งตัวรีบโอบไหล่เขาเอาไว้ด้วยความตกใจและกลัวตกลงไปที่พื้น


“ว้ายคุณ ทำอะไรฉัน ปล่อยนะ” ร่างบางดิ้นยุกยิกแต่ไม่กล้าปล่อยแขนจากไหล่ของเขา ท่าทางที่เธอแสดงออกกับคำพูดนั้นสวนทางกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ธัญกรยิ้มออกมาอย่างถูกใจ...ก็ร่างของเธอที่เขาอุ้มอยู่นี่ดิ้นรนไม่หยุดแล้วความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอที่เบียดชิดกับอกกว้างของเขาอยู่ก็ทำให้เขารู้สึกชอบใจเป็นที่สุดเช่นกัน

ร่างสูงออกเดินเร็วๆ ไปยังห้องนอนห้องเดิมของเธอที่เขามีโอกาสเข้ามาเป็นครั้งที่สาม เข้าไปในห้องก็วางร่างบางของเธอที่ยังดิ้นรนเอาเป็นเอาตายแบบไม่ยอมแพ้ลงไปบนเตียงกว้าง แล้วทาบร่างแกร่งแข็งแรงของตนเองตามลงไปติดๆ เขาไม่ได้คิดจะหักหาญน้ำใจเธอหรอก แต่ถ้าหากเธอยอมก็ยกประโยชน์ให้จำเลย ถือเป็นความสามารถของเขาก็แล้วกัน...เขาก็แค่อยากอยู่ใกล้ชิดให้เธอได้รู้ว่าเขารู้สึกกับเธออย่างไรในตอนนี้เท่านั้น

“ไม่นะคุณอาร์ต อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉะ ฉันโกรธคุณจริงๆ ด้วย” หญิงสาวต่อว่าเสียงสั่น เธออยากจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ ไม่น่าเลยรู้อยู่ว่าคนอย่างเขาเชื่อใจไม่ได้ ก็เขาเตือนเธอเองแล้วนี่...ทำไมนะซีน ทำไมเธอไม่ระวังตัวเอง...หญิงสาวต่อว่าตนเองอยู่ในใจ

“โอ๋ๆ ซีน ไม่ต้องตกใจไปหรอก ถ้าฉันจะมีอะไรกับเธอนะรับรองได้ว่าเธอจะต้องยอมด้วยตัวเองเท่านั้น ส่วนวิธีที่จะทำให้ยอมนั้นอันนี้ก็ต้องวัดดวงกันล่ะ เพราะฉันถือคติไม่ข่มเหงน้ำใจผู้หญิง ถึงเธอจะดูว่าฉันเป็นคนแบบนี้ แต่ฉันไม่ทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นนะ เพราะฉะนั้นเธอสบายใจได้ว่าคืนนี้ถ้าเธอจะไม่รอดจากฉันก็เพราะเธอยอมเองนะคนสวย” รอยยิ้มเต็มใบหน้าของคนที่พูดออกมาเหมือนจะดูดีนั้น ทำให้หญิงสาวมองนิ่ง แต่อย่าคิดว่าเธอจะไว้วางใจเขานะ…

“ใครจะยอม คุณอย่ามาพูดแบบนี้นะ” หญิงสาวไม่ไว้วางใจ

“เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะยอมหรือไม่ยอม เพราะฉันน่ะไม่เหมือนใครนะ แล้วฉันก็ไม่เหมือนผู้ชายคนไหนด้วย เพราะฉะนั้นเธอได้รู้แน่ว่าสุดท้ายเธอจะต้องยอมเอง ฮึๆๆ” เสียงหัวเราะท้ายประโยคของเขาทำเอาสิรินทร์ใจเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างระทึกใจ

อะไรเนี่ย?...มีผู้ชายแบบนี้ในโลกด้วยเหรอ แต่ที่เขาพูดออกมานั้นเธอไม่มีทางเชื่อใจเด็ดขาด มันคงเป็นคำพูดหว่านล้อมหลอกล่อให้เธอไว้วางใจจนลืมระวังตัวมากกว่าล่ะสิ...

“และฉันก็มั่นใจในความสามารถและเสน่ห์ของตัวเองดีอยู่” ชายหนุ่มส่งสายตาหวานฉ่ำให้เธอทันทีที่พูดจบ ก่อนที่มือใหญ่นั้นจะเลื่อนไปสัมผัสที่แขนกลมกลึงของเธอเบาๆ จนคนที่เขาแกล้งลูบแผ่วๆ นั้นขนลุกขนชันขึ้นมาแต่ยังเสียงแข็งใส่เขาไม่หยุด

“เอามือออกไปเลย” ขู่เขาเสียงขุ่นแต่ขนลุกมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“ไม่มีทาง เธอรู้ไหมว่ามือกับปากฉันมีประโยชน์มากแค่ไหน ไม่ต้องพูดแล้วล่ะคนสวย ตอนนี้ฉันไม่อยากฟังเธอบ่นพอๆ กับที่ไม่อยากอยู่ห่างเธอแม้เสี้ยววินาทีเลยทีเดียวล่ะ” ชายหนุ่มก้มหน้าลงซุกใบหน้าหล่อเหลานั้นที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ หญิงสาวพยายามเบี่ยงหลบแต่หลบอย่างไรก็หลบไม่พ้น

“นี่คุณ ไหนว่าไม่ทำอะไรฉันไงล่ะ อยะ...อย่าทำแบบนี้นะ” เสียงหวานยิ่งสั่นมากขึ้นไปอีก เมื่อเขาแกล้งเป่าลมร้อนๆ ลงไปแผ่วเบาที่เนื้อนุ่มนั้น

“ก็ไม่ทำไงหรอก ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเลย จริงๆ นะ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์เอ่ยออกมา ถึงเขาจะไม่ชอบพวกผู้หญิงน่าเบื่อที่ชอบเข้ามาวอแวในชีวิต และไม่เคยจีบผู้หญิงคนไหนสักคนเพราะความรำคาญเจ้าหล่อนพวกนั้น แต่เรื่องพวกนี้ใช่เขาจะไม่รู้นี่นาเพราะเขาก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกัน


คอยดูสิว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ เขาเริ่มจะรู้แล้วว่าหญิงสาวต้องรู้สึกอะไรกับเขาบ้างนั่นแหละ แต่เธอคงพยายามเก็บกักมันเอาไว้ไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวเสียฟอร์มมากกว่า ส่วนเขานะเหรอ...ยอมทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อเดินหน้าเข้าหาเธอมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ เขาจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เขาจะต้องมีเธอมาอยู่ข้างกายของเขา เขาจะต้องได้เธอมาครอบครองเป็นภรรยาของเขา และที่สำคัญเขาจะไม่ยอมให้เธอได้อยู่ห่างสายตาเขาอีกเลยนับจากนี้เป็นต้นไป

ธัญกรก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นนั้นอีกครั้ง คราวนี้คนตัวบางขนลุกชันไปทั้งตัวเลยทีเดียว ตั้งแต่เขาเข้าถึงเนื้อถึงตัวและฉวยโอกาสกับเธอมากี่ครั้งแล้ว ก็ไม่มีครั้งไหนจะน่ากลัวเท่ากับครั้งนี้เลย ที่น่ากลัวเพราะเธอเริ่มกลัวใจตัวเองมากกว่า กลัวว่าจะเผลอไผลไปกับเล่ห์กลมารยาของเขาด้วย...ไม่ได้ๆ เธอจะต้องเข้มแข็งเอาไว้...

เขาก็เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ นั่นแหละ ไม่ได้พิเศษอะไรเลยไม่จริงๆ ท่องเอาไว้สิซีนท่องเอาไว้...แต่ทำไมตอนนี้ เธอถึงรู้สึกว่าตัวเองอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไม่อยากต่อต้านเขาก็ไม่รู้ได้ แล้วไหนจะปากร้อนๆ ของเขาที่ระดมสัมผัสทั่วร่างของเธออยู่นี่อีกล่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งมองเห็นทางเอาตัวรอดยากขึ้นทุกที ให้เขานิสัยไม่ดี ให้เขาทำตัวแย่ๆ เหมือนเมื่อก่อนเสียยังจะดีกว่ากันเยอะเลย อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยแน่ๆ แต่ตอนนี้เธอเริ่มมองไม่เห็นทางรอดเสียแล้ว ก็เพราะหัวใจไม่รักดีของตัวเธอเองนี่แหละที่ไปเผลออ่อนให้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha