หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 15 : แบบนี้เขาเรียกหึง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

15

แบบนี้เขาเรียกหึง





สิรินทร์ขยับตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด ตาคมพยายามลืมขึ้นจนมองได้เห็นชัดเจนไปทั้งห้องนอนกว้างของตนเอง ความรู้สึกหนักที่บริเวณหน้าท้องเหมือนมีอะไรตั้งทับเอาไว้ ทำให้หญิงสาวเลื่อนสายตากลับลงไปมองบริเวณนั้นเมื่อนึกขึ้นได้

“นี่คุณ เอ่อ...พี่อาร์ต ปล่อยฉันก่อนสิ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบสายตาลงไปมองแล้วสบตาเข้ากับตาคมของชายหนุ่มที่เงยขึ้นมาจากบริเวณนั้นเช่นกัน เขาตื่นมาตั้งแต่ตอนไหนกันล่ะนี่...พอเธอมองตาเขาสักพักหญิงสาวก็ต้องหลบสายตานั้นเสียเอง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อคืนนี้ ไม่อยากบอกใครเลยว่าเธออายมาก

“ตื่นแล้วเหรอซีน นอนต่ออีกนิดก็ได้นะเธอเพิ่งได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเองไม่ใช่เหรอ” ธัญกรเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเสียเองด้วยน้ำเสียงธรรมดา เมื่อเธอหันหน้าหลบสายตาเขาไปทางอื่น

“บ้า อย่าพูดนะ ก็ใครล่ะที่ทำให้ฉันไม่ได้นอน น่าเกลียดจริงพูดออกมาได้ยังไงกัน” ยิ่งพูดคนตัวบางก็ยิ่งหน้าแดงเข้มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

“ซีน” ชายหนุ่มเรียกย้ำเฉพาะชื่อของเธอ แต่หญิงสาวยังหันไปอีกทางด้วยความรู้สึกที่อายแสนอาย  เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉยมาก

“ไม่ต้องมาเรียกฉันเลย ลุกนะคุณอาร์ต” เสียงหวานขุ่นขึ้นมา

“ซีน” ชายหนุ่มลากเสียงยาวเรียกชื่อเธออีกครั้ง

“อะไรเล่า จะเรียกทำไมอีกล่ะคุณ” หญิงสาวเสียงสูงขึ้น

“ฉันเรียกให้เธอขานดีๆ หน่อยไงล่ะซีน ตั้งแต่เมื่อคืนสถานภาพระหว่างเราสองคนเปลี่ยนไปแล้วนะ อย่าลืมล่ะจำให้ดีๆ ด้วยครับ” ธัญกรย้ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธออีกครั้ง

“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องมาย้ำ” เสียงเริ่มสั่นขึ้นมาเมื่อสติ อารมณ์และความคิดกลับมาเป็นตัวของตัวเองเต็มที่แล้วในตอนเช้านี้

“นี่ไง เห็นไหมพูดไม่เพราะเลยนะครับ ฉันว่าถ้าเป็นแบบนี้สงสัยต้องทำให้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้งดีกว่าจะได้พูดจาหวานๆ น่ารักเหมือนเมื่อคืนบ้าง” พูดจบร่างสูงที่เกยใบหน้าอยู่ที่หน้าท้องเธอ ก็ขยับซุกใบหน้าลงไปที่หน้าท้องนั้นทันที คราวนี้คนที่พูดจาแข็งกระด้างอยู่เมื่อครู่หวีดร้องลั่นขึ้นมา

“อ๊าย...ทำอะไรคุณอาร์ต จั๊กจี้นะ ลุกไปเลย” หญิงสาวท้วงขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ

“ไม่ลุก เรื่องอะไรจะลุกล่ะ เราต้องมาตกลงกันให้รู้เรื่องก่อน ไม่อย่างนั้นฉันไม่ลุกไปไหนทั้งนั้น นอนเฝ้าเธออยู่แบบนี้นี่แหละ” ชายหนุ่มเอ่ยเจ้าเล่ห์ออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ขยับขึ้นทาบบนร่างเธอทันทีแสดงให้รู้ว่าเขาทำจริง

“เอ่อคะ คือคุณอาร์ต อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ฉันจะลุกไปอาบน้ำแล้วนะ เดี๋ยวจะต้องไปโรงพยาบาลอีก ลุกสิ” หญิงสาวยอมเสียงอ่อนลงอย่างจำยอม เมื่อเห็นท่าทางนั้นของเขาหากเธอยังดื้อดึงสงสัยว่าตัวเธอเองนั่นแหละจะต้องเดือดร้อนอีกแน่ๆ

“เรียกฉันว่าพี่เหมือนเมื่อคืนอีกสิ นะ แล้วก็แทนตัวเองว่าซีนด้วย ทีกับคนอื่นเธอพูดแบบนั้นตลอดทำไมกับฉันถึงไม่เห็นพูดบ้างเลย” คนที่ได้คืบแล้วเริ่มจะเอาศอก ธัญกรเอ่ยบอกเธอแล้วเลื่อนใบหน้าขึ้นไป แล้วซุกหน้าคมลงที่ซอกคอหอมกรุ่น แกล้งงับผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเธอเล่นเบาๆ อย่างหยอกล้อ

“นี่คุณ เอ่อพี่อาร์ต อย่าทำแบบนี้สิปล่อยก่อน” เสียงที่ขุ่นอยู่อ่อนลงอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเขาเป่าลมอุ่นๆ ไปที่ซอกคอนั้นด้วย จุดอ่อนของเธอก็อยู่ตรงนี้แหละพอเขารู้ว่าเธอจะต้องแพ้ทางทุกครั้งที่เขาจูบตรงนี้ ก็ทำให้เขาชักจะได้ใจ แกล้งเธอได้บ่อยๆ

“ไม่ปล่อย เห็นไหมพอเธอพูดดีๆ ฉันก็เข้าใจง่ายจะตาย ต่อไปพูดแบบนี้ทุกครั้งนะซีน แล้วก็จำเอาไว้ด้วยว่าฉันคือสามีของเธอแล้ว เดี๋ยววันนี้ฉันไปโรงพยาบาลด้วยดีกว่าไปส่งเธอแล้วจะได้ไปคุยกับน้าสายใจด้วย” เขาบอกออกมาอย่างจริงใจ

“ไป เอ่อ...จะไปทำไมอีกล่ะ” หญิงสาวถามอย่างไม่ไว้วางใจ เขาจะไปพูดอะไรกับมารดาของเธอกันล่ะไม่ใช่ว่าจะไปบอกเรื่องที่เกิดขึ้นนี้หรอกนะ ไม่ได้ๆ...

“ก็ไปเยี่ยมแม่ยายไง แล้วก็จะไปเกริ่นๆ ขอลูกสาวของท่านด้วย” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ แล้วยักคิ้วให้เธอ

“ไม่ได้นะคะ” หญิงสาวร้องลั่นขึ้นมาอีกรอบด้วยความตกใจ มารดาของเธอเพิ่งผ่าตัดหัวใจแล้วเจอเรื่องนี้เข้ามีหวังท่านหัวใจวายอีกแน่ๆ

“ทำไมจะไม่ได้ ก็เพราะได้มาแล้วนี่แหละเลยต้องทำเรื่องให้มันถูกต้องไงซีน ฉันพาเธอลัดขั้นตอนไปไกลเลยนะนั่น แบบนี้มันผิดความตั้งใจไปเยอะเลย ก็เธอนั่นแหละอยากมีเสน่ห์มายั่วกิเลสฉันทำไมล่ะ แบบนั้นใครจะทนไหว แต่สาบานได้ว่าฉันจะต้องแต่งงานกับเธอด่วนที่สุดเลย จริงๆ ซีน” ท่าทางเอาจริงเอาจังของคนตัวโตทำให้หญิงสาวตะลึง

“คุณ...” สิรินทร์มองหน้าเขาแล้วอึ้งไปนาน บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรจะว่าดีใจก็ใช่อยู่ที่เขาคิดจริงจังกับเธอ แต่จะให้เธอเชื่อเขาได้จริงๆ เหรอ?

“ทำไม มองหน้าแบบนี้ไม่เชื่อฉันเหรอ” ธัญกรถามอย่างสงสัย

“ไม่ใช่ เอ่อคือ คือว่า...” คนหน้าหวานตอบไม่ถูกไปไม่เป็นเมื่อเจอท่าทางจริงจังของเขา

“ฮึ ฉันอุตส่าห์ยอมเสียความบริสุทธิ์ให้เธอเลยนะ น่าน้อยใจจริงเลย” เสียงห้าวพูดขึ้นมาแล้วแกล้งหันหน้าไปทางอื่นที่ไม่มีเธอมองอยู่ แล้วแอบยิ้มออกมาอีกครั้งโดยที่เธอไม่เห็น คนตัวเล็กอึ้งอีกรอบกับสิ่งที่ได้ยิน แล้วพอนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อคืนที่ผ่านมาตอนนั้นซึ่งเธอไม่ได้สนใจมากนักก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ บ้าจริง มีผู้ชายคนไหนในโลกนี้เป็นเหมือนเขาอีกไหมนะ...

“โอ๊ย ไม่ต้องพูดแล้ว คุณไม่อายบ้างหรือไงเนี่ย” หญิงสาวต่อว่าเสียงอ่อน มือเล็กยกขึ้นจับแขนของเขาที่เลื่อนมาลูบเบาๆ ที่ร่างเธอตอนไหนก็ไม่รู้แต่มันทำให้เธอขนลุกขึ้นมาเลยทีเดียว

“พี่อาร์ต เอ่อ...ลุกเสียทีสิ นะคะ” ลองเอ่ยเสียงอ่อนให้เขาอีกครั้ง แต่เขายังหันหน้าไปอีกทางเฉยเสีย มีเพียงมือซุกซนที่กลับไม่ได้หยุดนิ่งด้วยเลยสักนิด

“อือ ก็ได้ครับแต่ว่า...” พอหันมองหน้าเธออีกครั้งตาคมของธัญกรก็ส่งประกายหวานออดอ้อนมาให้เธอในทันที

“อะไรอีกล่ะ ไม่เอาไม่ต้องมายุ่งกับตัวซีนแล้วนะ ซีนจะไปอาบน้ำแล้ว” คนปากแข็งบอกออกไปแบบนั้น แต่ใจอ่อนยวบไปแล้วกับท่าทางออดอ้อนของเขา

“น่า นะนิดเดียวเองครับ แล้วเดี๋ยวเราไปอาบน้ำพร้อมกัน” ความหมายของเขาคืออาบน้ำจริงๆ แต่เธอนึกไกลไปถึงประโยคที่เขาพูดเอาไว้เมื่อคืนจึงตีลงไปบนไหล่เขาอย่างแรง

“อย่ามาทะลึ่งแต่เช้าแบบนี้นะ ลุกไปเลย” หญิงสาวอายจนตัวแดงไปหมดแล้ว

“ได้เลยทูนหัว ฉันเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว” พูดจบร่างสูงก็ลุกนั่งในทันใด แต่สายตาเจ้ากรรมของเธอนี่สิ ดันไปมองที่ร่างเปลือยของเขาแบบเต็มๆ จนต้องร้องออกมาอย่างตกใจ

“ว้าย...อี๋ ลามก” หญิงสาวร้องออกมามือบางยกขึ้นปิดตาทันที

“ลามกอะไรจ๊ะ ทีเมื่อคืนไม่เห็นบอกฉันแบบนี้นี่นา ไปครับจะอาบน้ำก็ไปอาบได้แล้ว แต่ก่อนไปขอนิดหนึ่งนะครับตามที่บอกไว้ไง” ธัญกรโผกลับเข้าหาร่างบางของเธออีกรอบ รวบแขนแกร่งรอบร่างบางแน่นแล้วจูบลงไปแรงๆ บนกลีบปากสีชมพูนั้นอย่างห้ามใจไม่ไหว ก่อนรีบปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้วนั่งหัวเราะมองคนตัวบางที่แทบจะกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีเขาเข้าห้องน้ำไป

ขณะที่นั่งรอเธออาบน้ำอยู่นั้น ธัญกรก็โทรศัพท์ไปหาลูกน้องคนสนิทสั่งให้จัดการเรื่องบางอย่างตามที่ตนเองต้องการเอาไว้ด้วย เสียงหัวเราะอย่างหยอกล้อของธีรเทพที่ดังมาจากปลายสาย ทำให้เจ้านายหนุ่มเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง

 

***************

 


เกือบสิบเอ็ดโมงตรง รถคันหรูที่มีคนขับสุดหล่อนั่งหน้ายิ้มแป้นมาตลอดทาง กับสาวหน้าหวานที่ตอนนี้นั่งหน้าบึ้งอยู่อีกฝั่งของคนขับก็จอดลงที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลแห่งเดิม หญิงสาวเอื้อมมือไปเปิดประตูรถทันทีที่รถจอดสนิทลง

“อ้าวๆๆ อย่าเพิ่งสิครับ อย่าลืมว่าฉันเป็นแฟนเธอแล้วนะตอนนี้ อ้อ ไม่ใช่สิเป็นสามีต่างหาก เพราะฉะนั้นกรุณานั่งเฉยๆ แล้วรอให้สุภาพบุรุษไปเปิดประตูรถให้นะครับ” ธัญกรเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า แล้วรีบลงจากรถด้วยความรวดเร็วเดินอ้อมไปอีกฝั่งของรถที่มีเธอนั่งหน้าบึ้งอยู่ทันที

“ซีนทำเองได้ ไม่ต้องมายุ่งเลย” เสียงใสตอบกลับแบบไม่ยอมลงให้

“อ้าว ทีเมื่อคืนไม่บอกแบบนี้นี่นา” ชายหนุ่มเอ่ยแซวขึ้นมาคราวนี้คนที่หน้าบึ้งอยู่วีนแตกทันที

“นี่คุณ...” เสียงร้องของเธอสูงลิบ จนชายหนุ่มต้องเบือนหน้าออกห่าง แต่พอเธอทำท่าจะขยับตัวเขาก็เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอใบหน้าหวานที่ก้มลงพอดีจึงชนเข้ากับใบหน้าเขาเต็มๆ

“ครับ จะจูบแก้มฉันก็ไม่บอกกันดีๆ ทำไมต้องดุด้วยล่ะหืม ฮึ” ธัญกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ามากกว่าเดิม แล้วชายหนุ่มก็หันหน้าไปหาเธอตรงๆ คราวนี้ปากชุ่มชื้นของเขาก็ประทับลงที่ริมฝีปากเธอทันที ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นความชอบใจอย่างที่สุดของชายหนุ่ม

คริสโตเฟอร์กลับมาอีกรอบในวันนี้ โดยที่ไม่ได้บอกสิรินทร์เอาไว้ก่อน เพราะเขารู้ว่ามารดาของเธอฟื้นจากการผ่าตัดขึ้นมาแล้วเมื่อเช้านี้อย่างปลอดภัย หลังจากที่เขาโทรถามสารัตน์น้องชายของเธอ เขาจึงกลับมาเยี่ยมอีกครั้ง แต่เป้าหมายจริงๆ ก็เพื่อมาดูว่า เพื่อนรักของเขายังมายุ่งวุ่นวายกับเธออยู่อีกหรือไม่มากกว่า เพื่อจะได้จัดการกับความรู้สึกของเขาเองให้ลงตัวด้วย แต่คราวนี้ภาพในสายตาที่เขาเห็นกลับทำให้ร่างสูงแทบหมดแรงยืน

ภาพที่เพื่อนรักของเขาบรรจงจุมพิตหญิงสาว ผู้ที่เป็นลูกน้องของเขา และเธอก็ไม่ได้มีอาการต่อต้านให้เห็นเหมือนครั้งที่เขาเคยเห็น ร่างสูงจึงก้าวเดินเข้าไปเรื่อยๆ ตรงไปยังคนทั้งคู่ด้วยร่างกายที่อ่อนแรง... สงสัยว่าเขาคงต้องยอมแพ้แล้วจริงๆ โดยสิ้นเชิงแล้วหรือนี่? แต่จะให้เป็นแบบนี้ไปโดยไม่มีอะไรเลยมันก็ใช่ที่นี่นา...

“อ้าว อาร์ตมาที่โรงพยาบาลด้วยเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูแกล้งเอ่ยถามออกไปเสียงดัง ทำให้ร่างสูงที่เขามองอยู่จากทางด้านหลังสะดุ้งเล็กน้อย แต่ร่างนั้นก็ค่อยๆ หันกลับมาหาเขาช้าๆ คริสโตเฟอร์พยายามมองแต่ใบหน้าของเพื่อนรัก ไม่ยอมให้สายตามองเลยไปยังหญิงสาวซึ่งคงจะตกใจเช่นกัน

“คริส นายมาทำไมอีกล่ะ” ดูคำถามของเพื่อนเขาสิ ถามแบบนี้น่าจะแกล้งเสียให้เข็ด

“ก็มาเยี่ยมคุณแม่ เห็นว่าท่านฟื้นแล้ว เมื่อวานพอดีท่านเข้าห้องผ่าตัด ฉันเลยยังไม่ได้คุยอะไรๆ กับท่านเลย” คริสโตเฟอร์เน้นคำว่าอะไรๆ ชัดเจนขึ้นทำให้คนตรงหน้าของเขาถามกลับแทบจะทันที

“คุยอะไร นายจะมาคุยอะไรกับท่านล่ะ วันนี้ท่านเพิ่งฟื้นคงให้นายคุยอะไรด้วยไม่ได้หรอกนะ” แล้วทำไมธัญกรเพื่อนรักของเขาต้องเสียงดังขึ้นด้วยล่ะ...คริสโตเฟอร์มองหน้าอย่างงุนงง

“มันเรื่องของฉันกับคุณแม่ ว่าแต่นี่นายไม่คิดจะหลีกให้คุณซีนลงมาจากรถหน่อยเหรอเพื่อน เอ่อ...คุณซีนครับ ผมมาเยี่ยมคุณแม่อีกรอบนะครับ อีกอย่างผมมีเรื่องงานมาแจ้งคุณด้วยแต่เอาไว้เราค่อยคุยกันหลังจากนี้ดีกว่านะครับ ผมว่าเราขึ้นไปข้างบนกันเลยไหมครับ นี่ อาร์ต นายหลีกหน่อยสิ” คริสโตเฟอร์เดินตรงเข้าไป เบียดร่างเพื่อนรักออกจากข้างรถแล้วส่งมือเรียวใหญ่ให้หญิงสาวจับเอาไว้ สิรินทร์มองนิ่งอยู่สักครู่ก่อนเอื้อมมือเล็กๆ ของตนเองไปจับไว้แล้วลงจากรถคันหรู



“ไปครับคุณซีน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ลิบลับ แต่สายตาคมสีฟ้า เหลือบมองคนข้างกาย เพื่อนรักของเขาที่ยังยืนนิ่งอยู่

“เอ่อ ขอบคุณค่ะบอส” สิรินทร์เพิ่งหาคำพูดของตัวเองเจอตอบออกมาเสียงเบา เธออายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เมื่อครู่เจ้านายของเธอคงเห็นภาพที่ไม่เหมาะสมไปแน่ๆ

“เดี๋ยวเราขึ้นไปข้างบนพร้อมกันดีกว่า วันนี้ผมซื้อของเยี่ยมมาฝากคุณแม่แล้วก็ซื้อขนมของโปรดคุณมาด้วยนะ” คริสโตเฟอร์แกล้งพูดให้เสียงดังขึ้น คนที่ยืนฟังอยู่หูร้อนขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ

“เอ่อ เกรงใจจังเลยค่ะ แต่ก็ขอบคุณมากนะคะบอส  ซีนไม่ได้ไปทานที่ร้านนั้นตั้งนานแล้วตั้งแต่ไปกับบอสเมื่อเดือนก่อนโน่นแน่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราขึ้นไปข้างบนกันเลยดีกว่านะคะ เอ่อพี่อาร์ตด้วย ไปค่ะ” หญิงสาวรู้สึกขอบคุณเจ้านายผู้แสนใจดีจริงๆ แต่ก่อนจะออกเดินเธอก็หันกลับไปชวนคนหน้าหล่อที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นบึ้งแทนเธอไปแล้ว หลีกไปให้ไกลๆ เขาก่อนดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง... หญิงสาวคิดแบบนั้นจริงๆ

“อ้อ ยังรู้ว่ามีฉันยืนหัวโด่อยู่ด้วยนี่ นึกว่าจะมองไม่เห็นหัวกันเสียแล้ว” น้ำเสียงออกอาการหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เธอไม่สนใจมากนัก ก็ดูเขาทำหน้าเข้าสิ ถ้าเป็นเด็กๆ ทำพอเข้าใจได้หรอกว่าอาจจะกำลังงอน แต่อย่างเขานี่ มันเหมือนคนพาลเสียมากกว่า...

สิรินทร์จึงออกเดินไปทันทีโดยมีคริสโตเฟอร์เดินจับแขนเธอไปติดๆ ไม่ยอมปล่อย  หญิงสาวคิดแค่ว่า มีอะไรก็ไปคุยกันบนห้องพักของมารดาก็ได้ แต่คนที่เห็นภรรยาหมาดๆ ของตนเองเดินไปกับเพื่อนรักแบบนั้น ได้แต่กัดฟันระงับความโมโหเขารู้ดีว่าเพื่อนรักแกล้งแหย่เขาแน่ๆ เพราะรู้จักกันมานานจึงรู้ดีกับอาการแบบนั้น แต่ธัญกรก็ยังยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามาครอบงำ

เดี๋ยวเถอะแม่ตัวดี ทำหน้าเฉยเมยใส่เขาได้แบบนี้มันน่านักเชียว...ชายหนุ่มคิดอย่างว้าวุ่น หงุดหงิดในหัวใจแต่ทำอะไรใครไม่ได้ สุดท้ายเลยหันไปเตะลมเตะอากาศไปเรื่อยด้วยความโมโห ก่อนจะรีบสาวเท้าเร็วๆ เดินตามทั้งสองคนไปด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha