หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 16 : ฉันหวง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

16

ฉันหวง




ห้องพักผู้ป่วยบนชั้นห้าของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ เริ่มมีเสียงครึกครื้นขึ้นมาทันที หลังจากที่เงียบเหงามาทั้งคืน ทำให้สารัตน์ยิ้มออกมาก่อนเอ่ยขึ้นกับมารดาที่เพิ่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งได้ไม่นาน ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“แม่ครับ พี่ซีนมาแล้วนะครับ แต่อยู่หน้าห้องอยู่เลย สงสัยจะยังเจรจากันไม่ลงตัวแน่ๆ” สารัตน์บอกมารดาที่ฟื้นขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า นางสายใจส่งรอยยิ้มให้ลูกชายด้วยเช่นกัน

“ซีนมาแล้วเหรอ ซีช่วยพยุงแม่หน่อยสิลูก” นางสายใจขยับตัวเบาๆ ให้ลูกชายช่วยปรับเตียงและหมอนให้ตนเองนอนสบายขึ้น

“ครับแม่ แต่พอดีว่าเอ่อ...มีแขกมาด้วยเลยไม่อยากคุยกันเสียงดัง กลัวรบกวนแม่น่ะครับ” สารัตน์โกหกออกไป เพราะความจริงแล้วพี่สาวของเขากำลังทำความเข้าใจกับชายหนุ่มอีกคนมากกว่าดูจากท่าทางแล้วเขาเชื่อแน่แล้วว่าพี่สาวของเขากับพี่อาร์ตคงจะได้ลงเอยกันจริงๆ แล้วล่ะ

ก็ท่าทางแบบนั้นของพี่สาว เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิตตั้งแต่โตเป็นหนุ่มขึ้นมา ด้วยสายตาของผู้ชายเขาก็มองอาการของพี่อาร์ตของเขาออกด้วยเช่นกัน มันเกิดขึ้นตอนไหน อย่างไร เขาไม่รู้ แต่เขาก็อยากให้พี่สาวของตนเองมีความสุข โดยเฉพาะเมื่อครู่ก่อนหน้าที่มารดาจะตื่นขึ้นมา เขาเห็นอาการหึงหวงชัดเจนของธัญกรที่มีต่อคุณคริสโตเฟอร์ เจ้านายสุดหล่อของพี่สาวของเขา เหตุผลนี้ทำให้หญิงสาวต้องเชิญให้ทั้งสองคนออกไปคุยกันข้างนอก

“ใครเหรอ แล้วทำไมไม่ให้เขารอล่ะ แม่รู้สึกดีขึ้นแล้วไม่เป็นไรหรอก คุณหมอก็ไม่ได้ห้ามเยี่ยมนี่นา ซีไปเชิญเขาสิ ปล่อยให้แขกรอข้างนอกแบบนั้นเสียมารยาทแย่เลยนะ” นางสายใจเอ่ยบอกลูกชาย

“เดี๋ยวพี่ซีนก็เข้ามาครับ นั่นไงมาพอดีเลย” สารัตน์ เดินออกจากข้างเตียงของมารดา ถอยไปยืนอยู่อีกฝั่ง

“แม่ขา ตื่นแล้วเหรอคะ ตอนที่ซีนมาถึงแม่ยังนอนหลับอยู่ก็เลยไม่อยากส่งเสียงรบกวนค่ะ” สิรินทร์ตรงเข้ากอดมารดาเบาๆ ด้วยความระมัดระวัง เธอดีใจมากที่สุดที่มารดาปลอดภัย ถึงแม้ท่านจะต้องอยู่พักรักษาตัวจนกว่าจะหายดีอีกนานเกือบสองอาทิตย์ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว ขอให้ท่านปลอดภัยและยังอยู่กับเธอเท่านั้นพอ

“เพิ่งตื่นนี่แหละ แล้วนั่นใครมาด้วยล่ะลูก” นางสายใจถามขึ้นก่อนจะมองตรงไปยังชายหนุ่มที่เดินออกมายืนตรงหน้าของนางพร้อมกันทั้งสองคน

“คุณคริสเหรอ แล้วเอ่อคุณ...” นางสายใจนิ่งอึ้งไป เมื่อสายตาของนางมองไปเจอชายหนุ่มอีกคนยืนส่งยิ้มมาให้นางอยู่ด้วยในตอนนี้

“คุณน้าครับ ผมเองครับ ธัญกร” ธัญกรเดินเข้าไปยืนจนติดขอบเตียง มือใหญ่เอื้อมไปจับแขนของนางเอาไว้บีบเบาๆ แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย จนคนป่วยที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียงจับน้ำเสียงนั้นได้ นางจึงมองหน้าชายหนุ่มตรงๆ อยู่นานมาก

“แม่คะ” สิรินทร์ตัดสินใจเรียกมารดาขึ้นมา

“อะไรล่ะซีน อ้อ แล้วนี่คุณคริส ฉันว่าคุณพาซีนกลับไปทำงานได้แล้วล่ะทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก คุณหมอบอกว่าฉันดีขึ้นแล้ว ให้ซีอยู่เป็นเพื่อนฉันก็ได้เพราะเขาทำงานที่นี่ใกล้ๆ แค่นี้เอง แต่ยัยซีนลามานานหลายวันมากแล้วนะคะ เสียการเสียงานแย่เลย” นางสายใจบอกกับเจ้านายของลูกสาวออกมาอย่างเกรงใจ แต่คริสโตเฟอร์กลับส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นครับคุณแม่ จะลาอีกนานเท่าไหร่ก็ได้ครับ” คริสโตเฟอร์บอกย้ำออกมาอีกครั้ง สิรินทร์หันมองหน้าเจ้านายทีหน้ามารดาทีก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียเอง

“แต่ซีนกำลังคิดว่าจะกลับไปทำเรื่องลาออกจากงานให้เรียบร้อยน่ะค่ะ” คำบอกของเธอจบลง ทำให้ทุกคนในห้องมองหน้าเธออย่างตกใจ แต่มีเพียงชายหนุ่มรูปหล่อนามว่าธัญกรเท่านั้นที่แอบยิ้มออกมาด้วยความสมใจ

ในที่สุดคำพูดออดอ้อนเรื่องนี้ของเขาแทบจะสิบๆ ครั้งเมื่อคืนนี้ก็ได้ผล เขาไม่ได้ขี้โกงจริงๆ นะ ก็แค่มีข้อแลกเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง...ธัญกรคิดอย่างดีใจก่อนจะหันไปมองหน้าเธอแล้วพูดขึ้นมาเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยสักนิดเดียว แต่สายตาที่จ้องมองเธออยู่ตลอดเวลานั้นแพรวพราวเลยทีเดียว

“ซีน ทำไมครับทำไมถึงต้องลาออกด้วยล่ะ แบบนี้เจ้าคริสมันก็ขาดลูกน้องฝีมือดีไปน่ะสิ น่าเสียดายแย่เลย” ธัญกรพูดขึ้นหน้าตาเฉย แต่ในใจลิงโลดเป็นที่สุดเลยทีเดียว

“นั่นสิ ทำไมครับคุณซีน ทำไมคุณเอ่อ...จะต้องลาออกด้วยล่ะครับ” คริสโตเฟอร์น้ำเสียงแหบสั่น เมื่อถามประโยคนี้ออกมา

นางสายใจมองหน้าลูกสาว แล้วมองหน้าชายหนุ่มที่เป็นแขกมาเยี่ยมนางทั้งสองคนอย่างสงสัย นางเห็นได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง แต่มันคืออะไรกันล่ะ?

“เอ่อ...บอสคะ ซีนต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่เหตุผลหลักๆ คือซีนต้องการมาอยู่ดูแลแม่อยู่ใกล้ๆ แม่ตลอดหลังจากนี้ค่ะ หวังว่าบอสคงจะไม่ เอ่อ... ไม่โกรธซีนนะคะ” สิรินทร์บอกออกมาด้วยความเกรงใจและรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง แต่เธอคงจำเป็นต้องลาออกแบบนี้แหละดีที่สุด

หญิงสาวไม่อยากพบเจอกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ รู้ดีว่าใครอีกคนที่ยืนหน้าเฉยอยู่ข้างเตียงของมารดานั่นแหละตัวดีที่สุด เธอไม่กล้าวางใจว่าเขาจะไม่ทำจริงตามที่พูด ถ้าเธอไม่ลาออก ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ ก็แค่จะไปบอกเจ้าคริสมันว่าเธอเป็นเมียฉัน แล้วฉันก็ไม่อนุญาตให้เมียฉันมาเป็นลูกน้องของเพื่อนด้วย เดี๋ยวมันจะหาว่าฉันไม่มีปัญญาเลี้ยงเมีย”  เขาพูดแบบนั้นกับเธอเมื่อคืนนี้ และท่าทางว่าคงจะทำจริงตามที่พูดแน่ๆ ถ้าหากเธอยังดื้อรั้นไม่ทำตามที่เขาต้องการ

“ก็ เอ่อ เอาไว้คุยเรื่องนี้กันใหม่อีกทีก็แล้วกัน วันนี้ผมมาเยี่ยมคุณแม่แต่เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังนะครับคุณซีน” เสียงทุ้มของคริสโตเฟอร์เบาลง รู้สึกใจไม่ดีกับการตัดสินใจของเธอแบบนั้น หันไปมองเพื่อนรัก เพราะเขากลัวว่านี่จะเป็นการตัดสินใจของเธอที่มีเหตุผลมาจากเพื่อนเขาหรือเปล่า?

“เอาอย่างนี้สิ ถ้านายห่วงว่าเขาลาออกแล้วกลัวว่าจะว่างงานก็มาทำที่บริษัทของฉันก็ได้ ความสามารถแบบที่นายรับรองเธอไว้คงไม่น่าห่วงอะไรนี่นาคริส” แสดงความคิดเห็นออกมาเหมือนกับหวังดีเต็มที่ แต่ใจของเขานะเหรอตื่นเต้นเป็นที่สุด

“ฉันว่าให้คุณซีนเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่า เอ่อคุณแม่ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตพาตัวคุณซีนไปคุยเป็นการส่วนตัวสักครู่นะครับ” คริสโตเฟอร์เอ่ยขอออกมาเสียงเบาอย่างนอบน้อม

“ก็ ตามสบายเลยค่ะ ซีนไปคุยกับเจ้านายสิลูก เฮ้อ...แม่จะห้ามก็คงไม่ทันแล้วใช่ไหม ลองว่าลูกตัดสินใจไปแล้วแม่ก็ได้แต่ให้กำลังใจก็แล้วกัน ไปสิลูกไปคุยกับคุณคริสเขาหน่อย ปุบปับแบบนี้เขาก็คงเตรียมใจไม่ทันเหมือนกันนั่นแหละ” นางสายใจเอ่ยขึ้นมาอย่างเข้าใจ นางมองออกมานานแล้วว่าเจ้านายของลูกสาวคนนี้ไม่ได้คิดกับลูกสาวของนางแบบเจ้านายกับลูกน้องหรอก แต่นางก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของลูกในเรื่องนี้

“เอ่อ ก็ได้ค่ะแม่” สิรินทร์หันมองชายหนุ่มอีกคน แต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วออกเดินตามเจ้านายหนุ่มไปนอกห้องทันที

“ซีน เดี๋ยวก่อนสิ” ธัญกรที่ยืนมองอยู่ลืมตัวเดินเร็วๆ ไปคว้าแขนเธอเอาไว้

“อะไรอีกล่ะคุณ ปล่อยสิ” หญิงสาวพยายามปลดมือของเขาออกพูดเตือนเสียงเบา กลัวมารดาและน้องชายจะเห็น แต่ช้าไปเสียแล้วเพราะสายตาสองคู่มองมาด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน สารัตน์นั้นยิ้มออกมาด้วยความพอใจ แต่นางสายใจงงกับการกระทำของชายหนุ่มที่เขาเข้ามาหาครอบครัวนางด้วยจุดประสงค์อื่นในตอนแรก


“ไม่ปล่อย ฟังฉันนิดหนึ่งก่อนสิ” ธัญกรบอกเสียงเบา

“อะไรอีกเล่า” ร่างบางพยายามปลดมือเขาออกจากแขนเป็นพัลวัน

“เธออย่าเปลี่ยนความคิดเด็ดขาดนะ ไม่ใช่ว่าพอไปเจ้าคริสมันอ้อนเข้าหน่อย ก็จะตัวอ่อนมืออ่อน ยอมเชื่อมันนะ” ชายหนุ่มออกอาการชัดเจน

“เห็นฉันเป็นคนเหลาะแหละแบบนั้นเหรอ แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดพอแล้วที่ทำแบบนี้ นี่ฉันเอาอนาคตของฉันมาเสี่ยงกับการว่างงานไม่มีอะไรกินขนาดนี้แล้ว ยังคิดว่าฉันพูดเล่นๆ อีกเหรอคุณอาร์ต” หญิงสาวเสียงเข้มขึ้น

“พี่อาร์ตสิ...” ชายหนุ่มย้ำคำเรียกขานของเธออีกรอบ

“ก็ได้ พี่อาร์ต ปล่อยซีนก่อน ขอซีนไปคุยกับเจ้านายสักครู่นะคะ” หญิงสาวมองหน้าเขา แล้วเหลือบมองไปทางเตียงของมารดาที่มีสายตาสองคู่มองมาอยู่นานแล้ว

“ไม่ไปไม่ได้เหรอ เจ้าคริสมันยิ่งมีความสามารถพิเศษในการโน้มน้าวใจคนอยู่ด้วย” ชายหนุ่มเริ่มบ่นออกมาออกอาการงอแง

“ไม่ได้ เอ๊ะคุณนี่ทำไมพูดไม่รู้เรื่องนะ” สิรินทร์เริ่มเสียงสูงขึ้นกว่าเดิม

“ก็ฉันหวงนี่ เดี๋ยวเธอก็ใจอ่อนให้มันหรอก” คนตัวโตบอกหน้างอง้ำ

“ไม่ต้องมาออกอาการนะคุณ เอ่อพี่อาร์ต” หญิงสาวไม่ยอมเหมือนกัน

“สัญญาก่อนสิ ว่าจะไม่ใจอ่อนให้มันน่ะ เธอต้องยืนยันลาออกไปเลยนะซีน นะครับ นะ” น้ำเสียงเริ่มออดดอ้อนเอาแต่ใจมาอีกแล้ว หน้าตาที่เฉยๆ เรียบๆ ในตอนแรกออกอาการงอแงมาให้เธอเห็นอีกครั้งแล้ว

“ก็ได้ๆ เรื่องมากจริงๆ เลยคุณนี่ ไปรอที่นายซีก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวซีนกลับมา แต่ถ้าไม่เชื่อใจกันก็ไม่ต้องมาพูดกันอีกเลยต่อจากนี้ไป” หญิงสาวปลดมือเขาออกจนได้ เหลือบสายตามองไปทางมารดาอีกครั้งแล้วต้องถอนใจออกมา

งานนี้เธอคงต้องอธิบายกับมารดายาวแน่ๆ…

 

**************

 


ธัญกรเดินกลับมานั่งข้างเตียงของนางสายใจอีกครั้ง แต่สายตาคมนั้นมองไปยังฝั่งที่หญิงสาวเดินตามเพื่อนรักของเขาออกไปตาปรอย นางสายใจมองหน้าชายหนุ่มที่มัวแต่สนใจสองคนที่ออกไปข้างนอก จนลืมตัวนั้นแล้วครุ่นคิดไปด้วยความสงสัย ถ้าสายตาของนางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานมองไม่ผิด ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ นี้คงคิดอะไรกับลูกสาวของนางแล้วล่ะ แต่มันเป็นไปได้อย่างไรตั้งแต่ตอนไหนกัน นี่คือสิ่งที่นางไม่รู้เลยจริงๆ และพอคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามองนางจึงส่งยิ้มให้อย่างไม่รู้จะทำอะไรให้ดีกว่าที่เป็นอยู่

“คุณน้าครับ เอ่อถ้าผมมีอะไรจะขออนุญาตสักอย่างได้ไหมครับ” ธัญกรก็คือธัญกรคนเดิมจริงๆ ความสามารถในการสื่อสารของเขาไม่เคยเหมือนใครเลยสักครั้ง

“อะไรล่ะคะ มีอะไรอีกหรือเปล่าหรือว่าจะเป็นเรื่องนั้น...” นางสายใจยังหมายถึงเรื่องเมื่อคราวก่อนที่นางจะเข้ารักษาตัว

“โอ๊ะไม่ใช่ครับ ถ้าคุณน้าหมายถึงเรื่องความงี่เง่าของผมก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แน่นอนครับผมขอโทษ ที่ทำอะไรไม่มีมารยาทแบบนั้นออกไป แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นแล้วล่ะครับ คือว่าผมเอ่อคือ...” คราวนี้ชายหนุ่มออกอาการอ้ำอึ้งเหมือนเดิมเมื่อต้องพูดเรื่องราวที่มีสาระ เป็นแบบนี้อีกแล้ว

“ก็ถ้าคุณไม่คิดแบบนั้นแล้ว มันจะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ” นางสายใจถามออกไปแต่เริ่มนึกตามที่ตัวเองคิดเอาไว้ด้วย

“คือ เอ่อเรื่องซีนน่ะครับ” เมื่อเริ่มพูดออกไปเขาก็แทบจะถอนหายใจ

“เรื่องยัยซีน มีอะไรหรือคุณ หรือว่ายัยซีนไปทำอะไรให้คุณไม่ถูกใจล่ะ” นางสายใจถามน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

“ไม่ใช่ครับ คือคุณน้าครับ ผม...” ธัญกรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างเรียกกำลังใจ ทำไมเจรจาธุรกิจเป็นร้อยล้านไม่เห็นจะมีอาการตื่นเต้นแบบนี้เลยนะ

“ว่าไงล่ะคุณ มีอะไรก็พูดเถอะเดี๋ยวอีกสักพักคุณหมอท่านก็จะเข้ามาดูฉันอีก ตอนนั้นคงไม่สะดวกแล้วล่ะ” นางสายใจบอกตามความจริงเมื่อเห็นท่าทางอึดอัดของชายหนุ่ม

“คือว่า...ผมจะขออนุญาตขอลูกสาวคุณน้าแต่งงานได้ไหมครับ” ตรงดิ่งอีกตามเคยตามแบบฉบับของเขาเลยจริงๆ คราวนี้นางสายใจเป็นฝ่ายตกใจอีกครั้ง นางยกมือขึ้นทาบบนอกจนสารัตน์รีบวิ่งเข้ามาหาทันที

“แม่ เป็นอะไรครับเจ็บหรือเปล่า” ลูกชายคนเดียวของนางมารวบกอดมารดาเอาไว้ด้วยความตกใจ จนธัญกรที่เพิ่งนึกได้ก็ตกใจไปเช่นกัน

“ไม่ ไม่เป็นไรซี ไม่ต้องห่วง แม่ก็แค่ตกใจเล็กน้อย เอ่อไม่คิดว่าคุณเอ่อ...เขาจะพูดอะไรแบบนี้” นางสายใจมองจนกลายเป็นจ้องหน้าธัญกรไปเลยทีเดียว ชายหนุ่มที่ใจกล้าอยู่เมื่อครู่นั่งเงียบสนิทไปเลยเพราะกลัวมารดาของหญิงสาวจะเป็นอะไรไป

บ้าจริง นี่เขาทำอะไรลงไปอีกเนี่ย...

“ไหนนะ เมื่อครู่คุณหมายความว่ายังไงนะคุณธัญกร” นางสายใจถามขึ้นเมื่อตั้งสติได้

“คือๆ เอ่อ...” คราวนี้ชายหนุ่มไปไม่เป็นอีกครั้งแล้ว

“คุณบอกว่าจะขอลูกสาวฉัน นี่มันหมายความว่ายังไงกันล่ะไปรักไปชอบกันตอนไหน มันแค่เวลาไม่เท่าไหร่เองนะคุณ” นางสายใจยังข้องใจไม่เข้าใจจริงๆ

“ก็ คือ เอ่อคือว่า ก็ตั้งแต่ตอนแรกที่เจอนั่นล่ะครับ” พูดออกไปได้แล้ว ชายหนุ่มก็แทบจะถอนหายใจออกมา เวลาแบบนี้เขานึกถึงธีรเทพขึ้นมาทันที รายนั้นสุขุมเยือกเย็นแก้ปัญหากับเรื่องแบบนี้ได้ดีนักล่ะ

“หา หมายความว่ายังไงฉันไม่เข้าใจ แล้วทำไมจะต้องรีบร้อนมาขอแบบนี้ล่ะ เรื่องแบบนี้มันเรื่องใหญ่นะคุณ จะทำเล่นๆ เป็นวัยรุ่นใจร้อนไม่ได้หรอก แล้วนี่ยัยซีนเห็นดีเห็นงามด้วยหรือยังไงกันฉันล่ะเหนื่อยกับเด็กสมัยนี้จริงๆ” นางสายใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ก็เอ่อ เปล่าหรอกครับ เธอไม่รู้เรื่องที่ผมทำอยู่นี่หรอก แต่เร็วๆ แบบนี้แหละดีแล้วครับ ช้าๆ เกิดคนอื่นมาขอเธอตัดหน้าไป ผมไม่แย่เหรอ” ท้ายประโยคเหมือนบ่นกับตัวเอง

“ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ไหนคุณบอกฉันมาหน่อยสิว่า นอกจากเหตุผลนี้แล้วมีอะไรอีกไหม”  นางสายใจยิ่งถามก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น

“คือผมคิดว่า ผมรักเธอนะครับ แล้วก็ไม่อยากให้เธอเอ่อ...เธอเสียหายด้วย ถ้าหากว่าจะต้องไปไหนมาไหนกันโดยที่คุณน้ายังไม่รับรู้” เหตุผลที่พูดออกไปดูดีน่าฟัง แต่ถ้าหากนางสายใจรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าทำให้ลูกสาวของตัวเองเสียหายไปก่อนที่จะมาขออนุญาตแบบนี้นางจะว่ายังไงบ้าง?

“พี่อาร์ตครับ ผมอยู่ข้างพี่นะครับเชียร์เต็มที่เลยครับ” สารัตน์โพล่งขึ้นมาด้วยความดีใจ เขาชอบผู้ชายแบบธัญกรนี่แหละ ผู้ชายแบบนี้แหละถึงจะเหมาะสมกับพี่สาวของเขา

“ซี อย่าเพิ่งสิผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่” นางสายใจหันไปเอ็ดลูกชายก่อนจะหันมาถามคำถามที่ทำเอาธัญกรถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว

“นี่ไม่ใช่ว่าคุณไปทำอะไรๆ ให้ลูกสาวฉันเสียหายนะถึงได้รีบขนาดนี้”  จี้ตรงใจจนคนหน้าหล่อเงียบกริบไป แต่พอตั้งหลักได้สักครู่เขาก็บอกนางสายใจออกมาด้วยความจริงใจ ถึงเขาจะกล้าบ้าบิ่นขนาดไหน แต่ก็ไม่ยอมให้มารดาของเธอรู้เองนี้แน่ๆ

“เอ่อ ไม่ครับ ผมไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกครับ ลูกสาวคุณน้าดุจะแย่ ใครจะไปกล้าครับ ผมอยากขอจองเธอเอาไว้ก่อน ถ้าคุณน้าตกลงผมจะให้คุณพ่อกับคุณแม่แวะมาเมื่อคุณน้าหายดีแล้วนะครับ” ชายหนุ่มแสดงความจริงใจ ส่งสายตาจริงจังมองหน้าผู้สูงวัยกว่าไม่ยอมหลบหน้าอีกแล้ว ไม่ได้หรอกช้าๆ เขากลัว กลัวว่าเพื่อนของเขาจะทำให้เธอใจอ่อน

คราวนี้ล่ะเพื่อนก็เพื่อนเถอะ คงได้เป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแน่ๆ...นางสายใจมองหน้าเขาอีกครั้ง นางไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ จะตอบอะไรไปตอนนี้ก็ไม่ได้คงต้องถามลูกสาวของตนเองก่อน ไม่รู้ว่าจะอย่างไรกันแน่ระหว่างสองคนนี้

“เรื่องนี้ฉันคงยังตอบอะไรคุณไม่ได้หรอกนะ มันอยู่ที่เจ้าตัวเขาโน่นแหละ ฉันอยากให้เขาได้ตัดสินใจด้วยตัวเองและฉันก็คงต้องคุยกับซีนเขาก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที เข้าใจฉันนะคุณ” นางสายใจตอบแบบเป็นกลางๆ นางเองก็ไม่มั่นใจนักในสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูด มันพูดยากถ้าจะให้เชื่อตามที่เขาบอกนางมา

“ครับคุณน้า” เสียงทุ้มตอบรับออกมาเสียงเบาคราวนี้เขาคงต้องลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียวล่ะ...ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อสิ่งที่คิดว่าน่าจะง่าย กลายเป็นเรื่องยากไปในทันที เขากังวลว่าเธอคนนั้นจะตอบอย่างไร กลัวว่าเธอจะบอกปฏิเสธกับมารดาของเธอ ถึงแม้เขาจะยืนยันความจริงใจกับเธอไปแล้ว แต่ผู้หญิงอย่างสิรินทร์เขาก็กลัวใจเธออยู่เหมือนกัน

“นี่ๆ คุณ...ไอ้ ไอ้ คุณอาร์ตบ้า หน้าไม่อาย คนอะไรเนี่ย” หญิงสาวต่อว่าออกมาด้วยความโมโห

“ก็คนแบบนี้แหละ ฉันไม่ทะเลาะกับเธอหรอก ตอนนี้ฉันจะอาบน้ำ ด่าได้ด่าไปบ่นได้บ่นไป เดี๋ยวฉันอาบน้ำเสร็จออกมาอีกทีเธอโดนแน่ซีน พูดมากไปเถอะ” ชายหนุ่มแกล้งขู่ก่อนเดินหายเงียบเข้าห้องน้ำของเธอไป ทิ้งให้เจ้าของบ้าน และเจ้าของห้องตัวจริงหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูกอยู่อีกพักใหญ่ เธอจะตะโกนใส่ตามหลังไปก็กลัวที่เขาขู่เมื่อครู่ไว้


เธอจะทำอย่างไรดีล่ะ โอย...ให้เขาร้ายกาจเหมือนเมื่อก่อนเสียก็ดี จะได้ไม่ต้องมาทำให้เธอระแวงอยู่แบบนี้ ใจเย็นๆ สิยัยซีน เดี๋ยวเธอก็จะคิดออกเอง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ คิด...หญิงสาวท่องในใจอยู่แบบนั้นอย่างลุ้นระทึกเลยทีเดียว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha