หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 17 : ขอตัวช่วย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

17

ขอตัวช่วย




นางสายใจมองหน้าชายหนุ่มรุ่นลูกตรงหน้านิ่งแบบนั้นเนิ่นนาน นานมากจนลูกสาวของตนเดินกลับเข้ามาในห้องพักฟื้นของคนป่วยอีกครั้งนั่นแหละ นางจึงได้เปลี่ยนสายตาไปมองลูกสาวแทน แล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างตัดสินใจแล้วในที่สุด

“ซีน ไหนเจ้านายเราล่ะฮึ” ถามถึงเจ้านายของลูกสาวที่เห็นเดินตามกันออกไปคุยกันเมื่อครู่

“เอ่อ บอสไปเข้าห้องน้ำค่ะ แล้วเดี๋ยวก็จะมาลาแม่น่ะค่ะ” สิรินทร์บอกมารดาแล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างน้องชายของตัวเอง

“คุณ เอ่อพี่อาร์ต ไม่กลับล่ะ เดี๋ยวบอสก็กลับเหมือนกันคุณก็กลับไปได้แล้ว ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแม่จนค่ำโน่นแหละแล้วค่อยกลับ สงสารซีไม่ได้พักผ่อนมาทั้งคืนแล้ว เอ่อ...แม่คะ เดี๋ยวแม่พักดีกว่านะคะ เพิ่งฟื้นมาได้ไม่นาน เดี๋ยวก็เหนื่อยอีกหรอกค่ะ” สิรินทร์เอ่ยบอกมารดาซึ่งจริงๆ แล้วเธออยากตัดปัญหา กลัวว่าเขาจะพูดเรื่องบางเรื่องกับมารดาตามที่บอกเธอเอาไว้มากกว่าโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เธอกำลังกังวลนั้นเกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“แล้วเธอจะกลับยังไงล่ะ มืดค่ำแบบนั้นรถก็ไม่ได้เอามา” ธัญกรถามขึ้นอย่างเป็นห่วงจริงๆ

“ก็เดี๋ยวซีกลับบ้าน ให้ซีขับมาให้ก็ได้ นะคุณ กลับไปเถอะฉันขอร้องนะพี่อาร์ต” สายตาวิงวอนของหญิงสาวทำให้ธัญกรใจอ่อนขึ้นมา ดีเหมือนกันปล่อยให้เธอได้อยู่กับมารดาเสียบ้าง เพราะเขาเองก็ต้องการเวลาไปตั้งสติ และทำในสิ่งที่ต้องการอยากจะทำเสียที สิ่งเดียวที่กังวลก็คือกลัวคำตอบจากเธอและมารดาของเธอมากกว่า ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมลงเมื่อคิดแบบนั้น

“ก็ได้ครับ เอ่อ แต่ว่าคุณน้าครับ เรื่องนั้นคือ...” ธัญกรหันหน้าไปมองนางสายใจอย่างจะขอความกรุณา แต่หญิงวัยกลางคนทำได้เพียงพยักหน้าให้แล้วถอนใจออกมาเบาๆ เท่านั้นเอง

“เอาเถอะคุณ แล้วฉันจะคุยกับลูกสาวฉันก่อนตามที่บอกไว้นั่นแหละ ถ้าอย่างนั้นฉันรบกวนฝากคุณช่วยไปส่งเจ้าซีมันหน่อยได้ไหมล่ะ รถก็ไม่เอากันมาแบบนี้ ถ้ากลับแท็กซี่คงอีกนานกว่าจะถึง” นางสายใจบอกน้ำเสียงราบเรียบแล้วหันไปบอกบุตรชายอีกครั้ง

“ซี กลับกับคุณเขาสิ แล้วก็อย่าลืมเอาของที่แม่บอกเมื่อเช้ากลับมาให้ด้วยนะ” นางสายใจบอกเสียงอ่อน                                                                                                                                                                                                                                                               

“ได้ครับแม่ ซีไม่ลืมหรอกน่า” สารัตน์บอกมารดาแล้วหันไปหาชายหนุ่มอีกคนที่เขาแอบเชียร์เต็มที่แล้วยิ้มให้

“พี่อาร์ตครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับด้วยคนนะครับ แล้วก็เรื่องนั้นผมเชียร์พี่นะครับ เต็มที่เลย” ชายหนุ่มรุ่นน้องยิ้มให้กำลังใจแล้วออกเดินนำทันที

“เอ่อ เดี๋ยวก่อนสิ แล้วนี่ทำไมคริสยังไม่มาอีกล่ะ รอออกไปพร้อมกันเลยดีกว่า” ธัญกรบอกออกมาน้ำเสียงเรียบ แต่สายตาที่หญิงสาวสังเกตเห็นคือสายตาของคนขี้หวงที่ส่งมาให้เธอโดยเฉพาะ

“ซีน แล้วเธอ เอ่อ...อย่าลืมนะเรื่องที่คุยกับฉันไว้ ห้ามลืมเด็ดขาด เอาไว้ฉันจะเข้าไปที่บริษัทที่โรงงานก่อนไปคุยกับฝ่ายบุคคลแล้วจะโทรหาเธอนะ อย่าลืมรับโทรศัพท์ฉันด้วยล่ะ” น้ำเสียงเหมือนจะสั่งด้วยความเคยชิน ทำให้นางสายใจที่มองอยู่เกิดความสงสัยในสิ่งที่สองหนุ่มสาวคุยกัน แต่นางไม่เห็นว่าลูกสาวของนางจะออกอาการไม่พอใจเหมือนที่ผ่านมาตลอดเลยสักนิดเดียว

“ย้ำอยู่นั่นแหละ กลับไปได้แล้ว ไปสิคะ” มือเล็กยกขึ้นไปเกาะกุมที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วดึงรั้งให้ออกเดินไปด้วยความลืมตัว ทำให้นางสายใจถึงกับต้องถอนหายใจอีกรอบด้วยความหนักใจ ทำไมอะไรๆ มันถึงเกิดขึ้นมาได้เร็วนักนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกและใจของคน...

“ครับๆ ไปแล้วครับ ไม่ต้องดึงหรอกน่า เอ่อ...คุณน้าครับผมกลับก่อนนะครับ แล้วผมจะมาอีกพรุ่งนี้เช้านะครับ” สายตาที่ชายหนุ่มมองมายังผู้สูงวัยกว่า หมายความรวมถึงเรื่องอื่นด้วย

“อือ ขอบใจนะคุณ” ผู้สูงวัยกว่าตอบกลับ

“ซีน ไปส่งฉันข้างล่างหน่อยสิ ได้ไหมนะ น๊า...” ทันทีที่เดินออกนอกห้องพักฟื้นของคนป่วย ธัญกรก็ออกอาการงอแงเช่นกัน

“ไม่ต้องเลย ฉันยังมีหลายเรื่องต้องจัดการ” หญิงสาวไม่ยอมใจอ่อน

“ซีน” ชายหนุ่มเรียกชื่อเธออีกครั้ง

“อะไร” หญิงสาวถามกลับทันที

“ซีน” ชายหนุ่มย้ำชื่ออีกครั้ง

“ก็อะไรเล่า จะเรียกฉันทำไมเนี่ย” หญิงสาวเริ่มเสียงขุ่นเธอไม่เคยคุยกับเขาดีๆ ได้นานสักครั้ง

“ซีน ก็เธอลืมแทนชื่อตัวเธอเองกับเรียกฉันว่าพี่อีกแล้วนะ หลายครั้งด้วย เมื่อสักพักที่ผ่านมาฉันอภัยให้เพราะอยู่ต่อหน้าแม่ของเธอ แต่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ต่อหน้าฉัน เพราะฉะนั้นพูดดีๆ หน่อยสิครับ” ธัญกรบอกน้ำเสียงจริงจังหันไปมองหน้าสารัตน์นิดเดียว

แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่คนสามคนถึงกับอึ้งไป คนแรกก็คือหญิงสาวเจ้าตัวที่ถูกกระทำนั่นเอง คนที่สองคือสารัตน์น้องชายสุดน่ารักของเธอ และคนที่สามก็คือ คริสโตเฟอร์เพื่อนรักของเขาที่เดินมาเจอเข้ากับภาพนั้นเต็มๆ อีกครั้ง เขาช่างอยู่ได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ แบบนี้ไม่ต้องยืนยันเขาก็เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าในทางส่วนตัวเขาคงต้องเสียหญิงสาวไปแน่ๆ แต่เรื่องของงานคงต้องแล้วแต่ความต้องการของเธอเองนั่นแหละ

“ขอชื่นใจหน่อยสินะ...ตอนนี้ฉันรู้สึกหมดกำลังใจยังไงก็ไม่รู้” จมูกโด่งก้มลงไปหอมแก้มเธอซ้ายขวาด้วยความรวดเร็ว แบบไม่ต้องเกรงใจชายหนุ่มรุ่นน้องอีกคนสักนิดเดียว แล้วก็ออกเดินนำหน้าเธอไปในทันที

“ว้าย...ตายแล้ว ทำอะไรเนี่ยคุณ” สิรินทร์ร้องลั่นออกมาด้วยความลืมตัว จนนึกได้ว่าในโรงพยาบาลจึงเบาเสียงลง ค้อนจนตาคว่ำส่งไปให้เขาที่ออกเดินนำไปก่อนแล้ว

“ซี อย่ามองพี่แบบนั้นนะ พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย เขานั่นแหละเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย ฮึ่ย... คนหน้าไม่อายบ้าจริง” สิรินทร์ยกมือบางขึ้นเช็ดแก้มของตนเองแรงๆ แต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมองไปตามทางที่ชายหนุ่มเดินไปเมื่อครู่แล้วเธอก็ยิ่งอึ้ง เมื่อสายตาอีกคู่ของเจ้านายของเธอเองมองมาอย่างตะลึงยิ่งกว่าน้องชายเธอเสียอีก

“บอส” เสียงหวานร้องแผ่วขึ้นอย่างหมดแรง...อีกแล้ว เจ้านายของเธอเห็นเข้าอีกแล้ว แบบนี้เธอจะพูดอย่างไรดีล่ะเพิ่งเคลียร์ตัวเองมาได้แป๊บเดียวเองเท่านั้น จะไหวอีกไหมเนี่ย?

“คุณซีน ผมคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้วล่ะ เดี๋ยวขอเข้าไปลาคุณแม่ก่อนนะครับ” คริสโตเฟอร์ ไม่เอ่ยอะไรเกี่ยวกับภาพบาดตาบาดใจที่เห็นเมื่อครู่นี้เลยสักนิดเดียว

คริสโตเฟอร์ยอมตัดใจยอมแพ้ให้เพื่อนรักของเขาแล้วจริงๆ เพราะขนาดตัวเขาเองยังไม่กล้ารุกเข้าใส่เธอ แต่เพื่อนรักของเขาที่โดยปกตินั้นไม่เคยสนใจใครเลยด้วยซ้ำ เป็นยิ่งกว่าเขาเสียอีก ถ้ากล้าทำขนาดนี้และไม่สนใจสายตาใครๆ ด้วย ก็คงจะรักจริงตามที่พูดออกมานั่นแหละ เขาจะยอมเชื่อในฐานะที่เป็นเพื่อนรักกับธัญกรมานานหลายปี และกับเธอเองเขาก็เริ่มจะมั่นใจแล้วเช่นกันว่า หญิงสาวหน้าหวานตรงหน้า ก็คงมีใจเอนเอียงไปให้เพื่อนรักของเขาเสียแล้ว ถ้าจะดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ ก็คงต้องทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อนที่ดีและเจ้านายที่ดีได้เท่านั้นเอง คริสโตเฟอร์คิดแล้วส่งรอยยิ้มจริงใจไปให้หญิงสาว เมื่อเห็นเธอทำหน้าตาท่าทางเหมือนรู้สึกผิด สำหรับสิ่งที่เขาเห็นเมื่อครู่นี้

“เอ่อค่ะบอส” หญิงสาวตอบรับเสียงแผ่ว

“แล้วก็ไม่ต้องคิดมาก ไม่ว่าจะเรื่องงาน และเรื่องที่เอ่อ...เรื่องที่ผมเห็นนะครับ ถึงยังไงผมก็เคารพการตัดสินใจของคุณเสมอล่ะ ขอตัวนะครับ อ้อ...อีกอย่างหนึ่ง ถ้าคุณคิดว่ายังไงก็จะลาออกจริงๆ ผมก็อยากให้คุณไปทำงานที่บริษัทของนายอาร์ตนะครับ อย่างน้อยๆ ผมจะได้สบายใจได้บ้าง” คริสโตเฟอร์พูดจบก็ออกเดินผ่านเธอไปเข้าไปในห้องพักของนางสายใจ โดยมีสายตาสองคู่ของสองพี่น้องมองตามไปด้วยความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

“พี่ซีน ซีไปแล้วนะ เดี๋ยวค่ำๆ จะรีบมานะครับ อ้อ...แล้วผมก็อยากบอกอะไรพี่อย่างหนึ่งนะ เผื่อแม่จะถามอะไรพี่ ผมเชียร์พี่อาร์ตนะครับผมว่าเขาแมนดี” สารัตน์ยิ้มให้พี่สาวเมื่อพูดจบแล้วออกเดินเร็วๆ ตามไปตามทางธัญกรเดินไปเมื่อสักครู่

“อะไรของนายน่ะซี พี่งงแล้วนะ” สิรินทร์ไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องชายบอกเลยสักนิดเดียว หญิงสาวส่ายหน้าแล้วเดินกลับเข้าห้องพักฟื้นของมารดาไปอีกคน

 

**************

 


ธัญกรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องส่วนตัวของโรงงาน ชายหนุ่มนั่งหมุนปากการาคาแพงในมือเล่นไปมา เหมือนคิดไม่ตกในเรื่องอะไรบางอย่าง แล้วในที่สุดเขาก็วางปากกาลง หยิบมือถือเครื่องบางขึ้นมากดโทรออกทันที

“ว่าไง ไอ้ลูกชายมีอะไรด่วนหรือ...ฮึ” เสียงนายธานินทร์บิดาของเขาดังมาตามสาย

“พ่อครับ ผมมีอะไรจะปรึกษาพ่อหน่อยได้ไหมครับ” ธัญกรเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

“อะไรล่ะ ตามสบายว่ามาสิ ว่าแต่นี่แกจะกลับมาที่นี่วันไหนล่ะ พ่อมีงานบางอย่างต้องขอให้แกช่วยเหมือนกันนะ” นายธานินทร์ถามอีกครั้งหลังจากที่เขายังไม่ได้รับคำตอบจากลูกชาย

“พรุ่งนี้บ่ายๆ ผมเข้ากรุงเทพฯ ครับ แล้วจะรีบเข้าไปหาพ่อทันทีเลย แต่ตอนนี้ขอให้พ่อช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ” ธัญกรเอ่ยเล่าบางอย่างให้บิดาได้รับรู้ แล้วเขาก็ได้ยินเสียงอุทานดังมาจากท่านจนเขาแทบเอาโทรศัพท์ออกจากข้างหูแทบไม่ทัน

“หา...แกว่ายังไงนะอาร์ต ฉิบ...แล้ว ทำอะไรทำไมไม่คิดให้ดีก่อนฮะ” เสียงเข้มๆ นั้นดุกลับมา

“คิดดีแล้วพ่อ เพราะคิดนี่แหละถึงได้ทำ ถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอก แต่บังเอิญว่าตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนนิดหน่อย ผมก็เลยอยากให้พ่อช่วย นะครับพ่อ นะครับ นะ นะพ่อ” เสียงอ้อนวอนที่ดังออกจากปากลูกชายที่แสนจะรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไร ทั้งชีวิตไม่เคยขอร้องให้ใครช่วยเหลือเรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ ทำให้นายธานินทร์ถึงกับถอนหายใจออกมายืดยาวอย่างหนักหน่วง

เขาจะถูกถอนหงอกตอนแก่ไหมล่ะนี่? หาเรื่องให้เขาชัดๆ เลยลูกชายคนนี้จะไม่ช่วยก็ไม่ได้ก็น้ำเสียงจริงจังขนาดนั้นนี่นา ลึกๆ ในใจแล้วนายธานินทร์ดีใจที่สุด เพราะเขากลัวเหลือเกินว่า ตระกูลของเขาจะหมดสิ้นทายาทก็เพราะลูกชายคนเดียวไม่สนใจผู้หญิงคนไหนนี่แหละ เฮ้อ...เห็นเงียบๆ พอรีบก็ไวไฟเสียจนคนแก่ตามไม่ทันเลยจริงๆ...

ฝ่ายธัญกรพอวางหูโทรศัพท์จากบิดาแล้วก็รีบโทรหาที่ปรึกษาส่วนตัวทันทีเช่นกัน เพราะเรื่องแบบนี้ เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะต้องทำอะไรที่ไม่มั่นใจแบบนี้มาก่อนเลย เขาไม่มีความกล้าพอกับเรื่องแบบนี้ ก็มันไม่ใช่เรื่องธุรกิจที่เป็นความถนัดของเขานี่นา แต่นี่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกและหัวใจล้วนๆ เลยทีเดียว

“ธีร์ มาที่นี่หน่อยสิ ฉันมีเรื่องให้นายช่วยจัดการ วันนี้เลยนะ อ้อ...แล้วรบกวนเข้าไปเอาเอกสารสำคัญเรื่องรายละเอียดสินค้าที่จะส่งออกอาทิตย์หน้าที่คุณพ่อมาให้ฉันด้วยนะ วันนี้ไม่อยากไปไหนเลย แล้วพรุ่งนี้เราค่อยกลับเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกันอีกที” ชายหนุ่มสั่งคนสนิทลูกน้องคู่ใจจบแล้วก็ออกเดินไปยืนอยู่ที่ระเบียงด้านหลังห้องทำงาน ครุ่นคิดถึงเรื่องราวบางอย่างอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน

 

**************

 


สิรินทร์นั่งมองหน้ามารดาที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยาตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมาแล้วถอนหายใจ   เธอกำลังครุ่นคิดในเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิง ก่อนที่มารดาของเธอจะหลับไป ท่านคุยบางอย่างกับเธอบางสิ่งบางอย่างที่เธอกังวลนักหนา อุตส่าห์หาทางให้เขาคนนั้นกลับไปก่อนแต่กลายเป็นว่าเขาพูดคุยกับมารดาของเธอเรียบร้อยแล้ว

ถึงว่าล่ะ...ตอนที่เธอบอกให้กลับไปก่อน ถึงได้ไม่ออกอาการอะไรเลยแบบนั้น แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองดี เธอยังไม่มีความพร้อมที่จะมีครอบครัว ไม่อยากมีใครมาอยู่เคียงข้างในตอนนี้  แต่ เรื่องราวสำคัญบางอย่างกลับเกิดขึ้นไปแล้วด้วยซ้ำตั้งแต่เมื่อคืน แล้วหากเธอปล่อยทุกอย่างเอาไว้เฉยๆ ให้มันผ่านเลยไปแบบนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอีกไม่ช้านี้เธอก็ไม่รู้เช่นกัน...หญิงสาวคิดไปก็ถอนหายใจไป หาทางออกให้กับตัวเองไม่เจอเลย จนเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอสั่นขึ้น เธอจึงได้หลุดจากภวังค์ความคิดนั้น แล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กขึ้นมากดรับโดยเร็ว

“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงเรียบ

“ไงที่รัก ทำไรอยู่ล่ะหือ...” เสียงทุ้มที่ดังมาจากปลายสายทำให้สิรินทร์สะดุ้งโหยง เขาโทรมาทำไมอีกล่ะเนี่ย?

“คุณ เอ่อ...พี่อาร์ต ใครเป็นที่รักกัน” ถามกลับไปเสียงแผ่ว

“ก็เธอไงเล่า ลืมแล้วเหรอ” เสียงทุ้มตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี

“ลืมอะไร ฉัน เอ่อ...ซีนไม่เข้าใจ” เสียงหวานเริ่มอึกอักขึ้นมา

“น่าน้อยใจจริงเชียว เขามีแต่สามวันจากนารีเป็นอื่น นี่แค่ค่อนวันเองลืมเราเสียได้ น้อยใจแล้วนะ” เสียงทุ้มแกล้งแหย่เธอมาจากปลายสายอีก

“บ้าเหรอ พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง” หญิงสาวต่อว่าเสียงเบา แต่ได้ยินเขาหัวเราะมาตามสายอย่างชอบใจ จึงค้อนใส่โทรศัพท์ไปวงโต โดยที่คนปลายสายไม่มีทางได้เห็น

“ซีน ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ แล้วคุณน้าล่ะ” เสียงของธัญกรถามมาตามสาย หญิงสาวแอบทำหน้าเบ้ด้วยความขัดใจ พอเธอถามบ้างเขาต้องเลี่ยงออกนอกประเด็นแบบนี้ทุกที

“หลับแล้วล่ะ” หญิงสาวบอกตามจริง

“หือ ทำไมน้ำเสียงแข็งเป็นหินแบบนั้นล่ะ พูดเพราะๆ หน่อยสิซีน คนฟังจะได้ชื่นใจ มีกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรคที่กำลังจะตามมาไงล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยเจือหัวเราะน้อยๆ

“อุปสรรคอะไรกัน นี่คุณพูดอะไรที่ฉันไม่เข้าใจหลายครั้งแล้วนะ เอาแบบที่มันฟังง่ายๆ รู้เรื่องบ้างได้มั้ยพี่อาร์ต” สิรินทร์ถามเอาจริงเพราะเริ่มจะไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่

“โอเคๆ ถ้าอย่างนั้นฟังดีๆ นะ คือฉันกำลังรอฟังคำอนุญาตของแม่เธอเรื่องของเธออยู่ แล้วตอนนี้ก็กำลังลุ้นอยู่ว่าเมียฉัน...เขาจะโอเคด้วยหรือเปล่า จะยอมตกลงตามคำขอของฉันผ่านแม่ยายหรือเปล่า แบบนี้แล้วเธอว่าไงล่ะ” อยู่ๆ เขาก็ถามกลับมา

“ว่าไง อะไรล่ะ” หญิงสาวแกล้งเฉไฉทั้งที่ได้รับรู้เรื่องราวจากมารดามาแล้ว เมื่อสุดท้ายเรื่องกลับกลายเป็นวกเข้าหาตัวเธอเสียหน้าตาเฉยแบบนี้ ก็ต้องเลี่ยงกันหน่อยล่ะ...

“ก็เมียฉันเขาว่ายังไงล่ะ ตอบแม่เขาไปว่ายังไงเธอช่วยบอกให้ฉันฟังหน่อยสิ” คำพูดตรงๆ แบบไม่มีอ้อมค้อมตามแบบฉบับของเขา ทำเอาหน้าหวานของคนที่ยืนอยู่แดงก่ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“แล้วเอ่อ...ไม่เกี่ยวกับซีนนี่” หญิงสาวบ่ายเบี่ยงเสียงอ่อน

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันว่าฉันจำแม่นนะว่าฉันเสียความบริสุทธิ์ให้ใครไป” เสียงที่ตอบกลับมาตามสาย ทำให้สิรินทร์ร้องออกมาอย่างตกใจจริงๆ

“ว้าย คนบ้า ไม่เอาไม่พูดแล้ววางหูแล้วแค่นี้นะ” มือบางกดตัดสายโทรศัพท์ลงด้วยความรวดเร็ว แล้วหลังจากนั้นไม่ว่าจะมีเสียงเรียกเข้าจากปลายสายอีกสักกี่ครั้งหญิงสาวก็ไม่ยอมรับอีกเลย ได้แต่ยืนใจสั่น หน้าแดงอยู่ตรงนั้น ในใจเข่นเขี้ยวคนตัวโตที่โทรเข้ามาตลอดเวลา

...คนบ้า คนหน้าไม่อาย...

 






ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha