หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 18 : คนไม่มีฟอร์ม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

18

 คนไม่มีฟอร์ม




ธัญกรวางสายลงแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ ใบหน้าหล่อเหลาสดใสขึ้นทันตา เธอช่างเป็นเหมือนยาวิเศษ ตอนนี้เขากำลังคิดมากคิดหาวิธีการไม่ได้อยู่เลยเรื่องของเธอ แต่พอได้ยินเสียงเธอต่อว่าใส่กลับมาทำให้เขานึกได้หมดว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ทำหน้าตาแบบไหน คิ้วปากจมูกจะเป็นเช่นไรตอนที่กำลังวีนใส่เขาอยู่เมื่อครู่ที่ผ่านมา

ชายหนุ่มลุกเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างอามรณ์ดี เป้าหมายคือบ้านสวนของเธอนั่นเอง ถึงแม้เวลานี้หญิงสาวจะไม่อยู่บ้าน แต่ตัวช่วยหมายเลขหนึ่งของเขาอยู่ที่นั่นนี่นา...อยากได้เธอมาเป็นคุณผู้หญิงของตระกูล ก็ต้องเข้าทางน้องชายสุดที่รักของเธอนี่แหละดีที่สุดแล้ว...

 

***************

 


รถยนต์คันหรูจอดลงข้างๆ รถญี่ปุ่นคันเล็กของเจ้าของบ้านสาวที่ตอนนี้ไม่อยู่บ้าน มีเพียงสารัตน์น้องชายจองเธอเท่านั้นที่ลุกเดินออกไปดูทันทีที่ได้ยินเสียงรถเข้ามาในบริเวณบ้านสวน

“อ้าว พี่อาร์ตเหรอครับ ผมได้ยินเสียงรถเลยออกมาดูนึกว่าใคร เข้ามาสิครับ” สารัตน์ออกมาต้อนรับชายหนุ่มอาวุโสกว่าด้วยท่าทางที่นอบน้อมและจริงใจ

“หวัดดีซี แล้วนี่ทานอะไรหรือยัง พี่ซื้ออาหารเย็นมาฝากด้วย ไม่มีใครอยู่บ้านแบบนี้คงไม่สะดวกจะทำใช่ไหม” ธัญกรยกมือใหญ่ขึ้นตบไหล่ชายหนุ่มรุ่นน้องเบาๆ ก่อนจะส่งของที่อยู่ในมือให้เจ้าของบ้านรับไป

“ขอบคุณครับพี่อาร์ต ผมกำลังจะออกไปหาอะไรทานอยู่พอดี” สารัตน์เอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มแล้วเดินนำชายหนุ่มอีกคนเข้าบ้าน

การพูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราว ต่างๆกันระหว่างชายหนุ่มสองคนเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง ผ่านไปนานเกือบชั่วโมง ซึ่งเรื่องราวส่วนใหญ่ที่พูดคุยกันก็ไม่พ้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวอีกคนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านสาว ซึ่งตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลนั่นเอง

“ซี เดี๋ยวซีจะออกไปเลยใช่ไหม ฝากอาหารกับขนมนี้ไปให้ซีนด้วยนะ พอดีว่าพี่มีนัดกับลูกน้องทำธุระสำคัญ คืนนี้คงจะไม่ได้เข้าไปที่นั่นหรอก” ธัญกรบอกตามความจริง แล้วออกเดินไปขึ้นรถของตน ส่งรอยยิ้มใจดีให้สารัตน์อีกครั้ง

“ครับผม” สารัตน์ส่งแขกคนสำคัญของบ้านแล้วยิ้มให้อย่างยินดี แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบวิ่งไปหาธัญกรที่รถทันที

“เอ่อ เดี๋ยวพี่อาร์ต เดี๋ยวครับ” ชายหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยเรียกขึ้น

“มีอะไรครับ” ธัญกรถามขึ้น

“คือ เอ่อ...คืนนี้พี่ซีนต้องขับรถกลับบ้านคนเดียว แล้วก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวด้วย ผมก็เลย เอ่อ...” สารัตน์ไม่กล้าเอ่ยออกมาจนแล้วจนรอด

“อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวพี่จะแวะเข้ามาดูให้ก็แล้วกันนะ เอาเป็นว่าจะมาเป็นยามเฝ้าให้เลย” ธัญกรเอ่ยออกมาแล้วยิ้มเต็มหน้า ก็เขาไม่ได้บอกนี่นาว่าจะเฝ้าแบบไหน...ธัญกรแอบคิดเจ้าเล่ห์แล้วยิ้มให้หนุ่มรุ่นน้องอย่างจริงใจ

“ขอบคุณครับพี่อาร์ต” คราวนี้สารัตน์ก็สบายใจขึ้นมากกว่าเดิมแล้วล่ะ

“ถ้าอย่างนั้น พี่ไปก่อนนะ บาย”

 

***************

 


เกือบสามทุ่มตรงสิรินทร์จึงกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนล้า การขับรถกลางคืนและเป็นการขับรถทางไกลด้วยเป็นสิ่งที่เธอไม่ชอบเลยสักนิดเดียว แต่มันก็จำเป็นต้องทำแบบนี้ กลับเข้ามาถึงบ้าน หญิงสาวปลดล็อกประตูรถ เดินลงไปหยิบของใช้ที่เธอเก็บกลับมาจากโรงพยาบาลที่ด้านหลังรถ ก่อนจะกดล็อกรถอีกครั้ง  แล้วหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินเข้าบ้านทั้งที่ยังมืดๆ แบบนั้นด้วยความเคยชิน จนเมื่อถึงโซฟาตัวยาวกลางห้อง วางของลงบนโซฟาเรียบร้อยแล้วจึงได้เดินไปเปิดไฟให้สว่างขึ้นมา

“อุ๊ย ว้าย...ตายแล้ว ตกใจหมดเลย” เสียงหวานอุทานออกมาดังลั่น ยกมือบางด้านซ้ายขึ้นกุมหน้าอกด้วยความตกใจเป็นที่สุด

“เล่นอะไรบ้าๆ นะคุณ” หญิงสาวต่อว่าทันที เมื่อเห็นว่าเป็นร่างของชายหนุ่ม ที่เดินมาจนเกือบถึงร่างของเธอทันทีที่เธอเปิดไฟสว่างขึ้น

“ขอโทษ” เสียงทุ้มนุ่มหูเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มเดินเข้ามาจนเบียดชิดร่างของเธอ แต่หญิงสาวถอยหลังทันทีด้วยความระมัดระวังตัว

“ทำไมกลับมาดึกขนาดนี้ ซีก็ไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่รู้หรือว่าขับรถกลับบ้านดึกๆ มันอันตราย” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นใบหน้าไม่สู้ดีนัก

“จะอันตรายก็เพราะคุณนี่แหละ” หญิงสาวต่อว่าเสียงขุ่น หัวใจของเธอยังเต้นโครมครามเพราะความตกใจอยู่เลย

“ก็ขอโทษแล้วไง ฉันเดินตามหลังเธอมาแต่เธอไม่รู้ตัวเองนี่” ธัญกรบอกเหตุผล

“ก็แล้วทำไมไม่ส่งเสียงเล่า ทำแบบนี้เกิดฉันหัวใจวายขึ้นมาจะทำไงล่ะ” หญิงสาวยังไม่เลิกบ่น

“คิดมากจัง ฉันจะยอมให้เธอเป็นอะไรไปได้ยังไงกันไม่มีทางหรอก” อ้อมแขนของเขาทำท่าจะโอบกอดร่างของเธอเข้าหาตนเอง แต่หญิงสาวถอยหลังออกไป ก่อนเดินออกไปยังห้องครัวของบ้านแทน

“อื้อ ซีนอ่ะ ใจดำ” น้ำเสียงของชายหนุ่มบอกออกมาไม่จริงจังนัก ก่อนจะออกเดินตามหลังเธอไปด้วย

“ยังไม่ทานข้าวเหรอ ฉันซื้อฝากซีไปให้เธอแล้วนี่นา ทำไมไม่ทานเสียล่ะ” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย

“ไม่อยากทานของเผ็ด เลยให้พี่พยาบาลคนที่ช่วยดูแลแม่ไปแล้ว...”

“อ้าว เหรอ เธอไม่ทานเผ็ดเหรอเนี่ย ฉันนี่แย่จังไม่รู้จักถามก่อนซื้อ” ธัญกรบ่นออกมาอย่างรู้สึกผิด แต่สิรินทร์เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ก็แค่ช่วงนี้แหละ ฉันนอนดึกบ่อย เลยไม่อยากทานเผ็ดมันแสบท้องเดี๋ยวจะปวดท้องอีก ขี้เกียจทรมานตัวเอง” หญิงสาวบอกเหตุผล แล้วทำหน้าสงสัยเมื่อเขาเรียกชื่อเธอขึ้นมา

“ซีน” เสียงทุ้มเรียกชื่อเธออีก

“อะไร” หญิงสาวถามกลับเพราะไม่เข้าใจ

“ซีน” เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอเน้นๆ อีกครั้ง

“ก็จะเรียกทำไมล่ะคุณ” หญิงสาวเริ่มเสียงสูงขึ้น

“ฉันอีกแล้วนะ แทนชื่อตัวเองก็น่ารักดีอยู่แล้ว ตอนนี้ทำไมพูดแทนตัวเองแบบนี้อีกล่ะ ไม่เอาแล้วนะต่อไปห้ามเรียกเด็ดขาดไม่อย่างนั้นถูกปรับแน่” ชายหนุ่มคาดโทษคนหน้าหวาน ก่อนจะเดินไปยืนจนชิดร่างของเธออีกครั้ง คราวนี้คนหน้าหวานถอยไปไหนไม่ได้อีกแล้ว เพราะร่างของเธอเบียดชิดติดกับอ่างล้างมือในห้องครัวเสียแล้ว

“ถอยไปก่อนได้ไหมคุณ ซีนจะทำอาหาร” หญิงสาวบอกออกมาเบาๆ คนตัวโตแอบยิ้ม เมื่อได้ยินเธอแทนชื่อตัวเองแบบนั้น

“ก็ทำไปสิ เดี๋ยวฉันช่วยด้วย” ชายหนุ่มอาสาออกมายิ้มๆ

“ไม่ต้องเลย เศรษฐีอย่างคุณจะเคยทำอะไรกันวันๆ ใช้แต่คนอื่น” หญิงสาวพูดจบแล้วจ้องตาเขา  ก่อนจะหลบสายตาแทบไม่ทัน เมื่อเจอเข้ากับคำพูดประโยคต่อมาของเขา

“ใครว่าล่ะ บางเรื่องมันใช้คนอื่นไม่ได้นะ ฉันสงวนสิทธิ์ไว้ทำด้วยตัวเอง หรือเธอไม่เชื่อล่ะ หืม” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเธอหลบตาหันไปค้อนอีกทางที่ไม่มีเขาอยู่

“แล้วที่บอกว่าฉันทำอาหารไม่เป็นน่ะดูถูกกันแล้วที่รัก ไม่เชื่อเธอก็มานั่งเฉยๆ ตรงนี้เลย คนอย่างฉันไม่เคยโม้อยู่แล้ว” ธัญกรบอกแล้วดึงร่างของหญิงสาวไปนั่งที่เก้าอี้ ข้างโต๊ะวางของในห้องครัวทันที มือใหญ่จัดการพับแขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงขึ้นจนเลยข้อศอก ดึงชายเสื้อออกนอกกางเกง แล้วหันมาถามเออีกครั้ง

“ผ้ากันเปื้อนล่ะ อยู่ไหนครับ” ถามแล้วเดินไปหยิบ เมื่อเธอชี้ให้เขาดูก่อนจะหันกลับมายิ้มให้เธออย่างเต็มที่ ทำเอาคนที่นั่งมองเขาเพลินๆ ถึงกับหลบตาแทบไม่ทัน

ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็เกือบหัวเราะ เขารู้ด้วยความรู้สึกของเขาเองว่าเธอไม่ได้เกลียดเขามากนักหรอก เพียงแต่เธอเป็นคนแข็งแกร่งและต้องดูแลตัวเองกับครอบครัว ด้วยบทบาทของผู้นำจึงไม่ยอมที่จะถูกใครดูแลง่ายๆ ชายหนุ่มจึงทำเฉยเสียเมื่อเห็นเธอหน้าแดงแล้วหันหน้าออกไปทางอื่นอีกครั้ง

นี่แหละคือเธอล่ะ และเพราะเธอเป็นแบบนี้ จึงทำให้เขาต้องยอมแพ้ราบคาบให้เธอไปโดยปริยาย  ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองลง เพราะถ้าเขาไม่ทำแบบนี้คงไม่มีวันที่จะได้เธอมาครอบครองเอาไว้ข้างกายแน่ๆ

 

***************

 


ผ่านไปกว่ายี่สิบนาที พ่อครัวจำเป็นที่อาสาทำอาหารให้เธอด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ก็ส่งเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่แอบมองเธอบ่อยๆ ในขณะที่ทำข้าวผัด และไข่เจียวหมูสับแบบง่ายๆ ให้เธอไปด้วย

“เรียบร้อยแล้วครับคุณผู้หญิง เชิญทานได้เลย แล้วจะรู้ว่าฉันไม่ได้ขี้โม้” ชายหนุ่มวางอาหารสองอย่างลงตรงหน้าของหญิงสาว แล้วตนเองก็ลากเก้าอี้อีกตัว มานั่งลงข้างเธอ ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม สิรินทร์เหลือบสายตามองเขาแล้วหลบอีกครั้งแทบไม่ทัน เมื่อเจอสายตาระยิบระยับที่ส่งมาให้ วันนี้เขาขยันส่งสายตาแปลกๆ มาให้เธอหลายครั้งจน เธอหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย

“อร่อยแน่นะคะ” หญิงสาวถามย้ำเพื่อความมั่นใจ

“ก็บอกแล้วนี่ ถ้าไม่เชื่อก็ต้องชิมตอนนี้เลย” ชายหนุ่มจ้องหน้าเธอนิ่ง

“เอ หรือจะทำแกงจืดอีกถ้วยดีกว่าเอาไหมซีน” คนตัวโตอาสาอีกรอบ

“ไม่ เอ่อไม่ต้องแล้วค่ะ แค่นี้ก็เยอะแล้ว ว่าแต่คุณทานด้วยกันสิ ฉะ...เอ่อ ซีนทานไม่หมดแน่ เยอะจังเลยจานโตมาก” หญิงสาวบอกเขาแล้วตักข้าวผัดตรงหน้าใส่ปาก ก่อนจะเงียบไปทันทีจนคนที่นั่งลุ้นอยู่ถามออกมา

“เป็นไงบ้าง ทำไมเธอทำหน้าแบบนั้นล่ะไม่อร่อยเลยเหรอ” ชายหนุ่มถามขึ้นรู้สึกไม่มั่นใจในฝีมือของตนเองขึ้นมา เมื่อเห็นสีหน้าของเธอเป็นแบบนั้นหรือเขาจะฝีมือตก ไม่ได้เข้าครัวโชว์ฝีมือมานานหลายเดือนแล้วเหมือนกันนี่นา

“เอ่อคือ คือว่ามันอร่อยมากต่างหากล่ะ” พูดจบใบหน้าหวานที่ทำหน้าแปลกๆ ในตอนแรกของเธอ ก็เปลี่ยนเป็นยิ้ม แล้วหัวเราะออกมาในที่สุด ที่สามารถทำให้คนอย่าง ธัญกร เลิศวิจิตรสกุล สามารถทำหน้าไม่มีความเชื่อมั่นในตนเองได้เป็นครั้งแรกอย่างเมื่อครู่ได้

“เธอนี่ จริงๆ เลย ทำฉันใจแป้วหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ทานให้หมดเลยนะ เดี๋ยวฉันเอาน้ำเย็นมาให้  อยู่ในตู้เย็นใช่ไหม” ชายหนุ่มอาสาอย่างเต็มใจ

“อือ คือเอ่อคุณอาร์ต...” สิรินทร์เอ่ยเสียงแผ่วเพราะคาดไม่ถึง

“ซีน”

“ เอ่อ พี่อาร์ตขอบคุณนะคะ” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างขอบคุณเขา แล้วส่งรอยยิ้มไปให้เขาด้วยความเต็มใจจริงๆ เป็นรอยยิ้มที่ธัญกรอยากให้มันเป็นแบบนี้อยู่บนใบหน้าเธอตลอดไปเลยล่ะ

ชายหนุ่มถือแก้วน้ำมาวางลงข้างๆ เธอ แล้วถือโอกาสยืนเบียดร่างบางจากทางด้านหลังไม่ยอมเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ ทำให้สิรินทร์เงยมองแล้วเอ่ยถาม

“พี่อาร์ตนั่งสิ ทานด้วยกันดีกว่านะ” หญิงสาวเอ่ยชวน

“ไม่นั่งไม่ได้เหรอ” เขาแหย่เธอเล่น

“ไม่ได้สิ นั่งลงสิคะ” เธอคะยั้นคะยอ เขาจึงยอมนั่งลงข้างๆ เธอ

“ป้อนด้วยสิ” คราวนี้เสียงชายหนุ่มออดอ้อนออกมา ทำให้หญิงสาวมองเขานิ่ง เพื่อเห็นแก่สิ่งที่เขาทำให้จึงคิดว่ายอมๆ อ่อนให้เขาสักวันก็ได้ นี่เธอเห็นแก่ที่ทำอาหารให้เธอทานนะนี่

“ก็ได้ ถือว่าตอบแทนก็แล้วกัน” ตอบแบบยอมลงให้เขา ก่อนจะลงมือรับประทานอาหารอย่างจริงจัง สลับกับการป้อนให้เขาไปด้วย ชายหนุ่มยิ้มได้เต็มหน้า ดีใจที่สุดแต่แกล้งหยอกเธอเล่นพอเห็นเธอไม่โกรธเหมือนเดิมก็แหย่มากขึ้น และเธอก็หยอกเล่นกลับเขามาบ้างจนความเคอะเขิน และความเกร็งของเธอคลายลงไปโดยไม่รู้ตัว ทำตัวเป็นปกติและเป็นกันเองกับเขามากขึ้นด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มแอบดีใจเป็นที่สุด แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีสำหรับเขาแล้วล่ะ

เกือบครึ่งชั่วโมงผ่านไป ทั้งสองหนุ่มสาวจึงเดินออกจากห้องครัวของบ้านสวน ไปยังห้องรับแขกของบ้าน ด้วยความสนิทสนมที่เริ่มจะมีต่อกันมากขึ้นแต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะหน้ามึนๆ แสนทะเล้น ที่เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ หรือจะเป็นเพราะกำแพงที่หญิงสาวก่อเอาไว้ในใจค่อยๆ พังทลายลงมาแล้วกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเพราะสิ่งใด นี่ก็ย่อมเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับคนอย่างธัญกรทั้งนั้น เริ่มนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่ตอนนี้เลยนายอาร์ต

“ซีน ฉันขอตัวไปโทรศัพท์สักครู่ เธออาบน้ำก่อนได้เลยนะ” อยู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมาหน้าแล้วมองหน้าเธอส่งสายตาอ้อนๆ ไปให้

“อะ อะไรนะ นี่มะ...หมายความว่า คุณเอ่อ...พี่อาร์ตจะค้างที่นี่เหรอ ไม่ได้นะ” เสียงที่เธอถามไม่ได้ทำให้เขาสนใจ เพราะชายหนุ่มเดินออกไปทันทีที่บอกเธอจบประโยคเมื่อครู่ เธอไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ยินที่เธอถามจริงๆ หรือเป็นเล่ห์เหลี่ยมอะไรของเขาอีกหรือเปล่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha