หัวใจพาลรัก (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 19 : ความวางใจกับคนได้ใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

19

ความวางใจกับคนได้ใจ




หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยสิรินทร์เจ้าของบ้านสาวสวย เธอใช้ความพยายามหว่านล้อมให้แขกของบ้านกลับไปในเวลาที่ดึกสงัดมากแล้ว เกือบเที่ยงคืนแล้วดึกขนาดนี้เธอเองก็ง่วงนอนจนตาจะปิด แต่ชายหนุ่มกลับยังนั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่ที่ห้องรับแขกในบ้านของเธอได้หน้าตาเฉยมาก ไม่เห็นจะทำตามที่รับปากกับเธอเอาไว้เมื่อตอนที่เธออาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เลยด้วยซ้ำไป...มันน่าโมโหจริงๆ

“นี่ เอ่อ...พี่อาร์ต เที่ยงคืนแล้วนะซีนจะนอนแล้วกลับเสียทีสิคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ สีหน้าจริงจังของเธอที่จ้องมองเขานั้นหมายความแบบนั้นจริงๆ แต่ธัญกรทำเพียงหันมามองแค่นิดเดียวแล้วดูรายการในจอโทรทัศน์เฉยอีก

“คุณอาร์ต” คราวนี้เสียงหวานเข้มขึ้นเป็นเสียงสูงคำเรียกขานก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว ชายหนุ่มหันขวับมามองทันทีเช่นกัน

“เรียกใหม่ซิ เมื่อกี้เรียกว่าไงนะ” ใบหน้าหล่อแกล้งทำหน้าเข้มขึ้น

“ดังขนาดนั้นยังจะไม่ได้ยินอีกเหรอ ไม่ต้องมาแกล้งกันเลยนะ” หญิงสาวไม่ยอมอีกแล้ว พูดจบคนหน้าหวานก็หาวออกมาอย่างทนไม่ไหวอีก

“แกล้งอะไรกันล่ะ คนกำลังดูรายการทีวีอยู่ นี่ดูสิเห็นไหมหนังฝรั่งกำลังสนุกเลยนะ” ชายหนุ่มพูดเรื่อยๆ แต่เกือบจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าตาของเธอ...จนขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมนอนอีกนะแม่คุณ

“ซีนง่วง จะนอนแล้ว” หญิงสาวบอก

“ก็นอนสิ ฉันไม่ได้ห้ามไม่ให้เธอนอนสักหน่อยนี่ นอนดูทีวีตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวถ้าหลับฉันอุ้มไปนอนเองรับรอง มาสิ” ชายหนุ่มเอ่ยชวนขึ้นก่อนเอื้อมแขนไปหมายจะดึงร่างเธอให้นั่งลงใกล้กัน แต่หญิงสาวถอยหลังไปไกลลิบ

“โอ๊ย ทำไมถึงพูดไม่รู้เรื่องเนี่ยพี่อาร์ต ซีนบอกว่าจะนอนแล้ว และนอนแบบในห้องนอนด้วย นอนโดยไม่มีแขกอยู่ในบ้านน่ะเข้าใจไหม” อารมณ์ของเจ้าของบ้านเริ่มถูกกวนให้ขุ่นขึ้นมาโดยที่คนกวนไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียว

“อ้าว ก็ไปนอนสิครับคุณหนูซีน เดี๋ยวฉันง่วงฉันก็ตามไปนอนเองแหละไม่ได้บอกให้เธอรอนะ เข้าใจไหมเนี่ย” ชายหนุ่มก็ไม่ยอมลงให้เธอเช่นกัน คราวนี้คนที่ยืนอยู่ไกลลิบลืมตัวเมื่อโมโหเขาขึ้นมาจริงๆ  ร่างบางโผเข้าหาเขาที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวโต แล้วยกมือบางรัวทุบใส่เขาไม่ยั้ง

“ตกลงว่าไม่เข้าใจจริงๆ หรือแกล้งซีนกันแน่เนี่ย กลับไปเลยกลับไปบ้านของตัวเองเลยไม่ต้องมานอนที่นี่ ไม่ต้องค้างที่นี่ด้วยไม่ต้องมายุ่งด้วยเด็ดขาดนะ” มือเล็กหยุดตีเขาเมื่อคนที่ถูกเธอประทุษร้ายร่างกาย ใช้มือใหญ่รวบเอาร่างเธอเข้าไว้แล้วดึงจนร่างบางนั่งลงบนตักของเขาอย่างแรง

“เข้าใจ รู้เรื่องแต่ไม่กลับ จะนอนที่นี่จะนอนบ้านนี้ ฉันไม่อยากผิดคำพูดกับซี อุตส่าห์รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่าจะดูแลและเฝ้าพี่สาวของเขาให้แบบปลอดภัยตลอดทั้งคืนเลย ถ้าทิ้งเธอกลับไปเดี๋ยวน้องชายเธอก็หมดความนับถือฉันพอดีน่ะสิ ข้อหาเป็นคนไม่รักษาคำพูด ไม่เอาหรอกยังไงก็ไม่กลับ”  เหตุผลยืดยาวที่คนหน้ามึนอ้างออกมา ทำให้สิรินทร์ลืมตัว หันใบหน้าของตนเองกลับหลังไปมองใบหน้าคนพูด อยากเห็นหน้าเขานักช่างพูดออกมาได้ อะไรจะมาเป็นสุภาพบุรุษแสนดีเอาตอนนี้เธอไม่เชื่อหรอก

“พูดมาได้ ไม่อาย” หญิงสาวแขวะเอาตรงๆ แต่ใบหน้าหล่อที่อยู่ด้านหลัง จ้องเธอกลับมาแล้วก้มลงหา หญิงสาวจึงหันหน้ากลับแทบไม่ทัน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกแปลกๆ แล้วไหนจะท่าทางที่เป็นอยู่นี่อีก คำพูดกับการแสดงออกของเขามันขัดกันชัดๆ

“พี่อาร์ต ปล่อยซีนก่อน เอ่อ...เอาเป็นว่าถ้าไล่แล้วไม่กลับก็อนุญาตให้นอนที่นี่ก็ได้ เพราะไม่อย่างนั้นซีนคงไม่ต้องนอนกันพอดี ง่วงจะตายอยู่แล้ว แต่พี่อาร์ตต้องนอนตรงนี้ ที่โซฟาตัวนี้เท่านั้นนะคะ” หญิงสาวพยายามดึงรั้งร่างของตนเอง ให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา แต่อ้อมแขนทั้งสองยังกอดรัดเธอเอาไว้แน่น คนตัวเล็กกว่าจึงได้แต่นั่งนิ่งๆ ไม่กล้ากระดุกกระดิก

“หือ อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย เธอพูดอะไรเหรอเมื่อกี้” ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

“ซีนบอกว่า ให้นอนที่โซฟานี้ เท่านั้น” เธอย้ำเสียงดังฟังชัดอีกครั้ง

“ได้ไงล่ะเมื่อยแย่สิ นอนก็นอนด้วยกัน น้องชายเธอบอกให้ฉันเฝ้าเธอนะ ถ้านอนตรงนี้แล้วจะเรียกว่าเฝ้าได้อย่างไรล่ะ” ชายหนุ่มทู่ซี้ไปได้อีกจนเธอต้องถอนหายใจเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“นี่ ซีนต้องทำยังไงกับคุ...พี่ดีล่ะนี่ ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ ถามจริงๆ เถอะตกลงว่าเป็นคนยังไงกันแน่ล่ะ ซีนรับมือไม่ไหวแล้วนะ” หญิงสาวถอนใจอีกครั้ง

“ก็เป็นแบบนี้แหละ แบบที่เธอเห็นนี่แหละตัวจริงของฉัน ไม่มีอะไรมุบมิบหรือแอบซ่อน เป็นยังไงก็อย่างที่เธอรู้เธอเห็นนี่แหละ รับไม่ไหวเธอก็ต้องรับ รับไม่ได้เธอก็ต้องรับให้ได้ เพราะยังไงซะเราสองคนก็ไม่มีทางจะหลีกหนีกันพ้นไปได้หรอกน่า อีกอย่างนะซีนฉันถือคติว่าผัวเมียก็ต้องนอนด้วยกัน แยกกันนอนคนโบราณเขาถือนะไม่รู้เหรอ” คราวนี้คนตัวโตจับร่างเธอให้หันข้างมาหาตนเองแล้วจ้องหน้าเธอแบบจริงจัง

“พูดอะไร ทะลึ่งแล้วนะ” หญิงสาวต่อว่าเสียงเข้มแต่ก้มหน้าหลบสายตาเขาทันที

“มองหน้าฉันสิ ซีน อย่าหลบสายตา ถ้าหลบแล้วเธอจะรู้ได้อย่างไรว่า ฉันจริงจังทุกอย่างเลยนะ เกี่ยวกับเธอเนี่ย เร็วสิ...มองหน้ากันหน่อยนะ” ธัญกรเลื่อนมือขึ้นจับใบหน้าเธอ ให้มองหน้าเขาตรงๆ

“ซีน ถ้าฉันพูดอะไรบางอย่างตรงนี้ เวลานี้ เธอจะโกรธ จะโมโหฉันอีกไหมล่ะ” ชายหนุ่มถามขึ้นมา

“จะพูดอะไร ซีนจะรู้ได้ยังไงว่าจะโกรธไม่โกรธ ก็ยังไม่รู้นี่” หญิงสาวถามกลับทำท่าจะลุกจากตักของเขา แต่มือใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระเสียที

“ก็ เผื่อว่าเธอจะ เอ่อ...โมโหเหมือนที่โรงพยาบาลอีก ฉันขี้เกียจมีปัญหากับเธอ บอกตรงๆ นะไม่มีสักวินาทีที่ฉันจะอยากให้เธอรู้สึกไม่ดีกับฉัน” ชายหนุ่มอ้ำอึ้งอีกแล้ว เมื่อจะถามบางเรื่องกับเธอ... มันจะผิดที่ผิดเวลาอีกหรือเปล่านะ...

“ว่ามาสิคะ ซีนง่วงแล้ว จริงๆ นะ” สิรินทร์ออกอาการไม่พอใจขึ้นมา

“เธอแต่งงานกับฉันนะซีน” คำพูดทื่อๆ ตรงๆ ที่ไม่ได้รู้สึกหวานอย่างที่ควรจะเป็นเลยสักนิดเดียว  ออกจากปากของคนรูปหล่อ แล้วเงียบกริบไปทันที ที่ถามจบลง คนถูกถามก็เงียบกริบไปเช่นกัน

เวลาที่เดินผ่านไปในแต่ละวินาที ทำให้ธัญกรลุ้นยิ่งกว่าลุ้นราคาขึ้นลงของหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เสียอีก ส่วนสิรินทร์ก็เงียบไปเพราะอึ้ง เธอจะออกอาการก็ไม่ได้เพราะเขาพูดดักทางเธอเอาไว้ก่อนแล้ว ส่วนจะให้ตัดสินใจในตอนนี้ก็นึกอะไรไม่ออกเลย

“ว่าไงครับ ซีน” คนตัวโตเริ่มหาเสียงตัวเองเจอ จึงเอ่ยถามย้ำขึ้นมาอีกรอบ

“เอ่อ...” หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก ก็เขาเล่นมัดมือชกปุบปับแบบนี้เธอก็ตั้งหลักไม่ทันนะสิ

“ว่าไงครับ หือ...ตอบหน่อยนะ นะครับ เอาคำตอบแบบที่ฉันไม่หัวใจสลายไปเสียก่อนนะ ว่ายังไงครับ” พอเริ่มตั้งสติตัวเองได้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็ก้มลงถามจนชิดใบหูเธอ

“ไม่ เอ่อ...ไม่รู้” คนหน้าหวานตอบเสียงเบา แล้วก้มหน้า

“เธอต้องตอบว่าค่ะสิ ตอบไม่รู้ได้ยังไงฉันใจเสียแล้วนะ” คิ้วเข้มขมวดเป็นปมทันทีด้วยความรู้สึกที่เริ่มขัดใจ

“ก็...โอ๊ย นี่ตกลงว่าขอแต่งงานหรือขู่กันแน่เนี่ยให้เวลาตั้งสติกันบ้างสิ  ตัวเองไม่โรแมนติกแล้วยังงี่เง่าอีกฮึ...” เสียงหวานขึ้นเสียงใส่เขาคราวนี้เธอเริ่มโมโหขึ้นมาจริงๆ แล้ว สงสัยทั้งชีวิตของผู้ชายคนนี้เขาคงทำได้ดีแค่เรื่องเจรจาธุรกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นล่ะมั้ง... ดูเขาถามเธอสิ นี่มันขอแต่งงานนะไม่ใช่เรียกค่าไถ่สักหน่อย

“เสียงดังทำไมซีน ตกใจหมดเลย” เสียงทุ้มถามแล้วหอมแก้มเธอเบาๆ

“นี่ก็อีกแล้ว ถามจริงๆ เถอะทั้งชีวิต เคยมีใครสอนอะไรที่มันดูดีให้สมกับฐานะบ้างไหมเนี่ย ทำแต่ละอย่าง ถ้าไม่บอกไม่เชื่อนะเนี่ย ว่าพี่น่ะเป็นมหาเศรษฐีไม่เข้าใจจริงๆ” หญิงสาวเกือบถอนหายใจออกมา แต่เขาห้ามเธอไว้เสียก่อน

“ห้ามถอนหายใจ ผู้หญิงเขาห้ามถอนหายใจรู้มั้ย เพราะหมายถึงว่าคนๆ นั้นเริ่มจะแก่แล้ว แต่เธอน่ะ ยังสาวยังสวย แถมยังหอมโอ๊ย...ตีทำไมล่ะเนี่ยซีนเจ็บนะ เธอก็รู้อยู่ว่าตัวเองแรงเยอะขนาดไหน” ชายหนุ่มมัดรวบเอามือเล็กเธอเอาไว้ได้แล้วบีบแน่นเลยทีเดียว

“ห้ามตีนะ จำได้ไหมฉันเคยบอกเอาไว้อย่างไรถ้าเธอทำแบบนี้” สายตาคมกล้าจ้องเธออย่างมีความหมายทันที

“ไม่ต้องเลย ห้ามทำอะไรทั้งนั้น นี่ถ้าซีนตอบตกลง ก็คงต้องทำใจตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปแน่ๆ  ผู้ชายอะไรเนี่ยแบบนี้ก็มีด้วย” หญิงสาวพูดออกมาแบบทำใจไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิดเดียว แต่คนที่นั่งจ้องเธออยู่ กลับลุกยืนด้วยความรวดเร็ว แล้วร้องเสียงดังออกมาด้วยอาการดีใจเกินเหตุ

“โอ้โว้ ๆ... ดีใจจังเลย เธอตกลงแล้วนะห้ามกลับคำด้วย ห้ามเปลี่ยนใจ ห้ามทำให้ฉันดีใจค้างนะ ขอบคุณครับ ขอบคุณนะซีน แหมเธอนี่ทำฉันลุ้นใจหายใจคว่ำอยู่ตั้งนาน ขอบคุณครับ จุ๊บ...” ชายหนุ่มก้มลงจูบแก้มเธอด้วยความรวดเร็ว ดึงร่างเธอให้ลุกขึ้นยืนกอดร่างบางของเธอเอาไว้แนบแน่นด้วยความดีใจ  แต่สิรินทร์ตกใจยิ่งกว่ากับอาการแบบนั้นของเขา มือบางจึงพยายามผลักร่างสูงของเขาออกไปแต่มันไม่เป็นผลสักนิด

“อะไร แล้วมากอดทำไมเนี่ย ปล่อยเลย” คนที่พลาดไปแล้วยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

“ก็ขอบคุณไง ตอนนี้จะทำแค่กอด แต่เดี๋ยวอีกสักพักจะจัดเต็มให้ชุดใหญ่เลยที่รักเป็นรางวัลที่ทำตัวน่ารักมาก” ชายหนุ่มยิ้มร่ารู้สึกโล่งไปทั้งกายและใจ พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีกเขาก็ไม่สนใจแล้ว

“ขอบคุณอะไร ไม่เห็นเข้าใจ” หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจจริงๆ

“ก็ขอบคุณที่เธอตกลงแต่งงานกับฉันแล้วไงเล่า มาหอมแก้มอีกครั้งนะ เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนดีกว่า กลับมารับรองเธอได้รางวัลชุดใหญ่แน่ๆ คุณหนูซีนคนสวย” พูดจบชายหนุ่มก็หอมแก้มเธอเบาๆ ก่อนปล่อยให้เธอเป็นอิสระจากพันธนาการ แล้วร่างสูงโปร่งของเขา ก็เดินตัวปลิวหายไปยังฝั่งห้องนอนของเธอในทันที เจ้าของบ้านสาวยังไม่หายงง แต่พอเขาเดินลับหายไปสติที่กระเจิงไปเพราะเขาขโมยหอมแก้มไปสองครั้งก็กลับมาคิดในสิ่งที่ได้ยินเขาพูดเมื่อครู่อยู่สักพัก แล้วจึงได้คิด

“ว้าย...ตายแล้ว ซีนไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ใครบอกว่าตกลงกันเล่า นั่นก็แค่เป็นคำถามสมมุติเท่านั้น โอ๊ย...อยากจะบ้าตายกับผู้ชายคนนี้จริงๆ เลย ซวยแล้วยัยซีน เอายังไงดีล่ะเนี่ย” ตอบเขาแล้วหน้าหวานก็เข้มขึ้นมาเมื่อเรื่องกลายเป็นแบบนี้ไป

หญิงสาวปิดโทรทัศน์ แล้วก้าวเดินเร็วๆ ตามเขาไปในทันที แบบนี้ต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่อง คนเจ้าเล่ห์แบบนั้นเธอแพ้เขาตลอดเลยจริงๆ ด้วย

 

***************

 


ร่างสูงของธัญกรเดินออกจากห้องน้ำในชุดผ้าขนหนูพันกายแค่ผืนเดียว พร้อมด้วยเสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีที่สุดกว่าวันไหนๆ ดังตามออกมาด้วย ทำให้สิรินทร์ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ลุกยืนพรวดขึ้นมาทันทีทันใด

“อ้าว ว่าไงครับคุณซีนคนสวย มาช่วยเช็ดผมให้ฉันหน่อยสิ ได้ไหม” น้ำเสียงร่าเริงจากคนตัวสูงเอ่ยขอออกมา

“ไม่ได้ ไม่ทำ มือก็มีทำเองสิ” เสียงหวานห้วนขึ้นมาเลยทีเดียว

“โห ดุจัง ยังไม่ทันแต่งงานก็ดุซะแล้ว แบบนี้แต่งงานกันไปฉันคงได้เข้าสมาคมกลัวเมียเหมือนเพื่อนบางคนของฉันแน่ๆ” ธัญกรเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ เขาอารมณ์ดีจริงๆ นะ ดีมากที่สุดเลยล่ะตอนนี้คงไม่มีอะไรทำให้เขาโมโหได้หรอก

“หยุดพูดไปเลยนะ เราต้องมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” หญิงสาวเดินเร็วๆ เข้าไปหาชายหนุ่มด้วยความลืมตัว จูงแขนคนตัวโตให้เดินตามแล้วบังคับให้เขานั่งลงตรงริมเตียงพูดขึ้นเสียงขุ่น

“คุณเอ่อ...พี่อาร์ตเข้าใจผิดนะ เรื่องที่ห้องรับแขกมันเป็นการเข้าใจผิด ซีนยังไม่ได้ตกลงอะไรทั้งนั้น อย่าทำเรื่องให้มันยุ่งยากขึ้นมานะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเข้มแต่คนอย่างธัญกรหรือจะสนใจคำพูดเหล่านั้น

“ก็ทำไปแล้วนี่ แล้วก็ยุ่งกับเธอไปแล้วด้วย คราวนี้ถ้าไม่แต่งงานจะให้ทำยังไงล่ะ บ้านฉัน ตระกูลของฉันเขาถือเรื่องแบบนี้นะ แล้วอีกอย่างฉันเสียความบริสุทธิ์ให้เธอไปแล้วด้วย จะไม่แต่งงานเหรอ ใจร้ายจังเลยผู้หญิงอะไรเนี่ย” คำพร่ำบ่นของชายหนุ่มทำเอาสิรินทร์สะอึก เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง...ดูสิเขาช่างพูดออกมาได้หน้าไม่อายจริงๆ...

“อ๊าย...หยุดพูดเลยนะ พูดออกมาแต่ละอย่างฟังไม่ได้ ไม่เอาไม่พูดแล้ว แล้วนี่พี่อาร์ต รีบแต่งตัวสิว้าย... ลามก คนบ้า” หญิงสาวเพิ่งจะนึกได้ก่อนก้มมองร่างของเขาเห็นเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกายอยู่ก็ร้องลั่นขึ้นมาอีกรอบ

“ทำไม ร้องซะเสียงดังเชียว ฉันยังไม่ทำอะไรเธอเลยนะ เก็บเสียงไว้ร้องตอนฉันจัดรางวัลชุดใหญ่ให้เธอดีกว่าไหมหือ อ้อ...แล้วฉันก็ออกจะหุ่นดีด้วย สาวๆ อยากซบกันทั้งนั้นแต่ฉันสงวนสิทธิ์เอาไว้ให้เธอเพียงคนเดียวเลยนะ” คนหน้ามึนยังไม่วายอวดออกมาอีกเล็กน้อย

“อย่ามาขี้คุยเลย” หน้าหวานงอง้ำ

“หือ ว่าไงนะซีน มานี่เลยมาสิมาลองดูไหมว่าฉันขี้คุยหรือเปล่า เธอยังไม่รู้เหรอว่าฉันคุยไม่เก่งเลยนะเวลาแบบนั้นน่ะ โอ๊ย...เธอตีฉันอีกแล้วนะ แบบนี้คงไม่ต้องรอแก้ริบบิ้นแก้โบว์จากของขวัญชิ้นนี้แล้วล่ะมั้ง จัดเต็มไปเลยดีไหมฮึ...” ร่างสูงเปลี่ยนเป็นรวบเอาร่างบางของเธอลงไปนั่ง จนเบียดกับตัวเองได้ในทันทีบนเตียงที่เขาถูกเธอบังคับให้นั่งลงก่อนหน้านี้ด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวเสียหลักเพราะไม่ทันได้ระวังตัว จึงล้มลงไปไม่เป็นท่าทับลงไปบนลำตัวเขาเข้าไปเต็มๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha