หลุมพรางรัก กับดักซาตาน

โดย: panrampai



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : หัวอกแม่


ตอนที่แล้ว

บทที่ 2...หัวอกแม่

เสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดร้องกลางดึกทำให้คนที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงสองชั่วโมงต้องรีบเอื้อมมือไปควานหาเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนหัวเตียงก่อนจะส่งเสียงงัวเงียออกไปโดยไม่ทันได้มองดูว่าเป็นใครที่โทรมาทำลายความสุนทรีย์ยามราตรีของตนเอง

“ฮัลโหล”

“ฮัลโหลณุตย์นี่พี่เพียงเองนะ ฮึก ฮึก” เสียงพี่สาวคนโตที่ดังผ่านสัญญาณโทรศัพท์มาพร้อมกับเสียงสะอื้นเหมือนคนกำลังร้องไห้ทำให้คนที่กำลังงัวเงียหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

“พี่เพียง เป็นอะไรครับ แล้วนี่ร้องไห้ทำไม” ยิ่งชายหนุ่มยิงคำถามอีกฝ่ายที่กำลังขวัญเสียก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นจนฟังไม่ได้ศัพท์

“ณุตย์ ฮือ ฮือ ณุตย์ต้องช่วยพี่นะ ช่วยพี่ด้วย” คุณเพียงพรสะอื้นหนัก

“พี่เพียงครับ พี่เพียงเป็นอะไร ใจเย็นนะครับ แล้วค่อยๆเล่า ไหนพี่เพียงเป็นอะไรบอกผมสิครับ”คณุตย์พยาพยามเกลี้ยกล่อมคนเป็นพี่ให้ใจเย็นเพื่อที่เขาจะได้จับใจความเรื่องราวได้

“ยายวิว ณุตย์ ยายวิว” พูดได้แค่นั้นคุณเพียงพรก็สะอื้นไห้อีก

“ทำไมครับ ยายวิว เป็นอะไร พี่เพียง พี่สงบสติอารมณ์ก่อนนะครับ แล้วค่อยๆเล่าให้ผมฟัง ว่ายายวิวเป็นอะไร” ชายหนุ่มถามออกไปด้วยความร้อนใจเมื่อเริ่มจับใจความสาเหตุที่ทำให้พี่สาวต้องโทรหาเขากลางดึกเช่นนี้

“ยายวิวหายไป ณุตย์ ยายวิวหายไป ณุตย์ช่วยพี่ด้วยนะ ช่วยพี่ด้วย ฮือ ฮือ ฮือ” คุณเพียงพร เล่าไปก็ร้องไห้ไป

“พี่เพียงใจเย็นๆก่อนนะครับ พี่เพียงลองโทร.ตาม ตามบ้านเพื่อนยายวิวหรือยังครับ” คณุตย์ถามข้อมูลในเบื้องต้น

“พี่โทรหมดแล้วณุตย์ ไม่มีใครเจอยายวิวเลย  พี่ไม่รู้จะไปตามหาลูกที่ไหนแล้ว ณุตย์ต้องช่วยพี่นะ ณุตย์ขึ้นมาหาพี่เลยนะ นะ ณุตย์ นะ พี่ไม่มีใครเลย คุณทวีปก็ไม่อยู่ พี่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”  หัวใจของคนเป็นแม่กำลังร้อนรุ่ม เมื่ออยู่ๆลูกสาวคนเดียวที่นางเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูราวกับไข่ในหินหายตัวไปแบบนี้ เดินเข้ามาในบ้านพร้อมชายหนุ่มแปลกหน้ารุ่นราวคราวเดียวกัน พร้อมกับบอกว่า สองคนรักกัน และนั่นก็ไม่ได้ทำให้หัวอกของนางแตกสลายได้เท่ากับที่บุตรสาวสารภาพความจริงว่า ตนเองกำลังตั้งครรภ์ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนทำใจได้กับเรื่องแบบนี้ คุณเพียงพรเองก็เช่นเดียวกัน

ลูกสาวคนเดียวที่ฝากความหวังไว้กลับทำให้ผิดหวัง เรื่องราวใหญ่โตที่เกิดขึ้นทำให้คุณทวีปบิดาสามีของเธอโกรธจัด จนถึงขั้นยื่นคำขาดให้บุตรสาวไปเอาเด็กออก จากนั้นจะส่งไปเรียนต่อที่ต่างประเทศให้จบ หากไม่ทำตามก็จะตัดพ่อตัดลูกกัน ซึ่งนั่นยิ่งทำให้วิภาดาเตลิดหนีออกไปจากบ้าน จนวุ่นวายกันไปหมดอย่างนี้

“ครับ  พี่เพียงไม่ต้องห่วง ทำใจให้สบาย ผมจะขึ้นกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เลยครับ” คณุตย์บอกแค่นั้นก็กดวางสายแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าออกเดินทางทันที

ระยะทางจากจังหวัดเล็กๆทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้านอย่างจังหวัดระนองสู่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครร่วมหกร้อยกิโลเมตร  คณุตย์และลูกน้องคนสนิทอีกสามคนใช้การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งใช้เวลาเกือบเจ็ดชั่วโมง กว่าจะมาถึงที่หมาย

สิบนาฬิกาสิบนาที รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถภาพสูงที่มีผู้โดยสารรวมสี่ชีวิตก็มาถึงยังบ้านศุภศิริ เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาในบ้านก็พบเจ้าของบ้านซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วเพราะความร้อนใจ

“พี่ขอบใจมากนะณุตย์ที่อุตสาห์ขึ้นมา” คุณเพียงพรเอ่ยปากขอบคุณน้องชายคนเล็กซึ่งเป็นลูกหลงของครอบครัวทำให้อายุของพี่สาวคนโตอย่างเธอห่างกับน้องชายคนเล็กถึงสิบแปดปี  คณุตย์เป็นน้องชายคนเดียวในบรรดาที่น้องทั้งหมดห้าคนของครอบครัวธนสกุลที่ยังคงให้ความเคารพและไปมาหาสู่กับครอบครัวของเธออย่างสม่ำเสมอ ผิดกับพี่น้องคนอื่นๆที่ต่างมีครอบครัวและย้ายตามหลักแหล่งไปอยู่ต่างประเทศ  นานๆครั้งจึงจะเดินทางกลับมาเยี่ยมเธอและน้องชาย ทำให้สายสัมพันธ์ของครัวธนสกุลยิ่งห่างกันออกไปเหมือนระยะทางที่เป็นอุปสรรคในการไปมาหาสู่

“ไหนพี่เพียงลองเล่าให้ผมฟังสิครับว่า เรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง หรือว่าพี่ทะเลาะอะไรกับยายวิวหรือเปล่ายายวิวถึงได้เตลิดไปแบบนี้”คำถามของน้องชายทำให้นางออกอาการกระอักกระอ่วน

“เอ่อ คือ คือ” คุณเพียงพรอ้ำอึ้ง

“มีอะไรครับ พี่เพียงเล่าให้ผมฟังให้หมดนะครับ”คณุตย์เริ่มเสียงแข็ง เมื่อพอจะเดาออกว่าพี่สาวยังปกปิดไว้

“คือ ยะ ยะ ยายวิว ทะ ท้อง แกมาบอกพี่ กับคุณทวีป คุณทวีปโกรธมาก บังคับให้ยายวิวไปเอาเด็กออก แต่ยายวิวไม่ยอม ก็เลยหนีออกจากบ้านไป” คณุตย์ยกมือขึ้นลูบใบหน้ารกรื้อของตนเองเมื่อรับฟังความจริงจากปากของพี่สาว  

“แล้ว นี่พี่ทวีปไปไหนครับ” ชายหนุ่มถามหาพี่เขย เพราะตั้งแต่มาชายหนุ่มยังไม่เห็นแม้แต่เงา

“เอ่อ ตะ ติด ธุระจ้ะ”

“ติดธุระ? ยังมีธุระอะไรที่สำคัญกว่าการที่ยายวิวหายตัวไปอีกครับ” คณุตย์ถามอย่างไม่พอใจในพฤติกรรมของพี่เขย พร้อมกับยกโทรศัพท์มือขึ้นมาทำท่าจะกดหา

“ณุตย์ ณุตย์อย่าโทรเลยนะ คุณทวีปเขาติดธุระสำคัญจริงๆ นะ พี่ขอร้องล่ะ” คุณเพียงพรร้องบอก เพราะรู้ดีว่าน้องชายของตนเอง ไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่นอน

“ทำไมละครับ พี่ทวีปเป็นพ่อ ก็น่าจะเป็นเดือดเป็นร้อนบ้าง ที่ตัวเองเป็นสาเหตุให้ลูกสาวหายไปทั้งคน ไม่ใช่ให้พี่เพียงต้องมากระวนกระวายอยู่คนเดียวแบบนี้” คณุตย์โวยวาย

“ช่างเถอะณุตย์”

“แต่...” ชายหนุ่มตั้งท่าจะเถียง แต่พอเห็นสีหน้าหม่นหมองของพี่สาว หัวใจก็อ่อนยวบ

“นะณุตย์นะ พี่ขอ อย่าให้พี่ต้องปวดหัวไปมากกว่านี้เลย” คุณเพียงพร เอ่ยขอร้อง เพราะตอนนี้สภาพจิตใจของเธอไม่สามารถจะรับเรื่องสะเทือนใจได้อีก หากสามีกับน้องชายจะต้องมีเรื่องทะเลาะกัน เธอคงได้หัวใจวายตายเป็นแน่

“ก็ได้ครับ ผมเห็นแก่พี่เพียงนะครับ” คณุตย์รับปากทั้งที่ใจจริงยังโกรธเคืองพี่เขยตัวแสบอยู่ไม่น้อย

“ขอบคุณนะ ณุตย์ ขอบคุณมาก ที่เข้าใจพี่”

“พี่เพียงไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ เมื่อพี่ไม่สบายใจผมจะทนดูอยู่ได้อย่างไร” คำพูดของน้องชายคนเล็กทำให้คุณเพียงพรถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม

“พี่เพียงหยุดร้องไห้ได้แล้วนะครับ แล้วก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วย เรื่องยายวิวยกให้เป็นหน้าที่ของผม ผมสัญญาว่าผมจะพาหลานกลับมาหาพี่ให้ได้” ได้ยินคำสัญญาหนักแน่นจากปากของคณุตย์ คุณเพียงพรจึงได้พยักหน้ารับพร้อมกับโอบกอดร่างสูงใหญ่เอาไว้แน่นด้วยความขอบคุณ

“พี่ฝากด้วยนะณุตย์ พาหลานกลับมาให้ได้นะ” มือหยาบกร้านบ่งบอกถึงการตรากตรำงานหนักของชายหนุ่มบีบเบาๆบนมือนุ่มนิ่มของพี่สาวเป็นการยืนยันคำสัญญานั้น ก่อนจะประคองร่างอวบอิ่มเข้าไปในบ้านเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

เสียงอาเจียนโอ๊กอ๊ากที่มีเป็นประจำทุกเช้าของวิภาดาทำให้ว่าที่คุณพ่ออย่างกัณฑีร์อดเป็นห่วงไม่ได้

“วิว เป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงแห่งความห่วงใยและมือขาวสะอาดที่คอยลูบหลัง ลูบผมให้ทุกครั้งที่เธอมีอาการแบบนี้ทำให้วิภาดาซาบซึ้งใจในความรักและความเอาใจใส่ของสามี ตอนนี้เธอสามารถเรียกกัณฑีร์ว่าสามีได้อย่างเต็มปากเพราะว่าทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเมื่อวานนี้ตามคำแนะนำของกัณติชา ด้วยไม่อยากให้เด็กน้อยที่จะลืมตามมาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าต้องมีปัญหา

“วิวไม่เป็นไรหรอกค่ะ นั่งพักสักครู่เดี๋ยวก็หาย” หญิงสาวบอกขณะที่โดนสามีประคับประคองมานั่งบนเตียงนอน

“พี่ สงสารวิวจังเลยที่ต้องทรมานแบบนี้ ลูกครับ หนูอย่าดื้อกับคุณแม่นะครับ สงสารคุณแม่บ้าง” กัณฑีร์กระซิบกระซาบตรงหน้าท้องของภรรยาที่เริ่มนูนออกมา ทำให้วิภาดาต้องหัวเราะกับอาการเห่อลูกของชายหนุ่ม

“พี่กัณก็ เว่อร์ไปค่ะ ตอนนี้ลูกยังเล็กมาก ยังไม่รู้อะไรหรอกค่ะ” เธอบอกพร้อมลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำสนิทนั้นอย่างเบามือ จนคนที่นอนหนุนตักอยู่ต้องจับมือบางไปจุมพิตเบาๆอย่างรักใคร่

“วิวครับ วิวทนอีกนิดนะ พี่จะรีบหางานทำให้เร็วที่สุด วิวกับลูกจะได้ไม่ลำบากนะครับ” ทั้งน้ำเสียงและแววตาทำให้คนฟังยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยิน

“วิวไม่กลัวความลำบากหรอกค่ะ ขอแค่ได้อยู่กับพี่กัณ และขอให้พี่กัณรักวิวกับลูกตลอดไปก็พอแล้วค่ะ” วิภาดาบอกจากความรู้สึกส่วนลึกของหัวใจให้ชายหนุ่มรับรู้  กัณฑีร์ลุกขึ้นจากตักอบอุ่นมองหน้าคนรักด้วยความรักหมดหัวใจ มือแข็งแรงโอบกอดร่างเล็กเอาไว้แนบอก

“พี่สัญญาว่า พี่จะรักวิวคนเดียว และจะดูแลวิวกับลูกให้ดีที่สุดด้วยชีวิตของพี่จ้ะ” คำสัญญาอันแสนหวานและอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นที่ทั้งสองคนถ่ายทอดให้กันและกันทำให้วิภาดามีความสุขมาก แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ความรักมีอานุภาพมากแค่ไหน มันสามารถเปลี่ยนผู้หญิงอ่อนแอ หัวอ่อน คนหนึ่งให้เข้มแข็งขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ และเธอจะไม่ยอมให้ใครมาพรากความรักอันแสนงดงามของเธอและกัณฑีร์ไปได้แน่นอนแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

เสียงเคาะประตูที่ดังมาจากภายนอก ก่อนจะตามมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของกัณติชาทำให้สองร่างที่กำลังโอบกอดกันต้องผละห่าง

“ว่าไง ว่าที่คุณพ่อ คุณแม่ พร้อมกันหรือยังจ้ะ อย่าลืมนะวันนี้ต้องไปหาหมอ พี่นัดคุณหมอไว้ตอนเก้าโมงครึ่ง นี่ก็เกือบได้เวลาแล้ว รีบไปเถอะเผื่อรถติดเดี๋ยวจะไม่ทัน” กัณติชาร้องเตือน เพราะว่าวันนี้กัณฑีร์จะต้องพาวิภาดาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลซึ่งเธอได้เป็นธุระจัดการทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

“ครับพี่แก้ม เรากำลังจะออกไปพอดีครับ” กัณฑีร์รีบบอกพร้อมกับจูงมือภรรยาสาวให้เดินลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งคอยประคองคนท้องอย่างทนุถนอมไม่ยอมห่าง แม้ว่าอีกฝ่ายจะยืนยันหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรก็ตาม

“กัณเอารถพี่ไปนะ จะได้สะดวกแล้วรีบไปรีบกลับล่ะ วิวจะได้กลับมาพักผ่อน” กัณติชากำชับ พร้อมกับส่งกุญแจรถญี่ปุ่นคันเล็กของตนเองให้น้องชาย

“ครับ/ค่ะ พี่แก้ม” กัณฑีร์รับกุญแจจากพี่สาว แล้วพาภรรยาออกไปที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรถให้วิภาดาก่อนจะประจำที่คนขับโดยมีกัณติชายืนมองภาพสองหนุ่มสาวที่เพิ่งขับรถออกไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งดีใจที่เห็นน้องชายมีความสุขได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักแต่อีกใจหนึ่งก็ประหวั่นไปถึงปัญหาที่จะตามมา เพราะเธอเชื่อว่าครอบครัวของวิภาดาต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบง่ายๆแน่ ลูกสาวเขาหายไปทั้งคนมีหรือคนเป็นพ่อเป็นแม่จะทนนิ่งเฉยอยู่ได้  และคิดว่าตอนนี้ทางฝ่ายโน้นคงจะกำลังตามหาตัวของสาวน้อยกันอย่างจ้าละหวั่นเป็นแน่ พ่อขา แม่ขา ช่วยคุ้มครองให้ลูกชาย และหลานของพ่อและแม่ ปลอดภัยด้วยนะคะ  หญิงสาวได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ


ตอนที่แล้ว


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ถึงเขาจะร้ายแค่ไหน เธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก"

panrampai


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha