หนี้หัวใจซาตาน

โดย: อักษรามณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 32 : สัญญาพันธนาการ (2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          ไดแอนดรากล่าวโดยที่สายตาคู่คมจับจ้องอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวชาวไทยซึ่งเธอพึ่งเห็นชัด ๆ วันนี้ว่าความงามของนิตาไม่ได้น้อยหน้าหญิงสาวชาวยุโรปอย่างเธอแม้แต่น้อย ความงามนั้นเป็นธรรมชาติแม้ไม่ได้แต่งหน้าทาปากด้วยสีจัดจ้าน ควรแล้วที่เธอต้องรีบทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็คือการพูดให้นิตาเข้าใจว่าคลีฟอยากหมั้นหมายกับเธอจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ในส่วนลึกเธอหวาดหวั่นอยู่เสมอ

ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่รู้จักกับคลีฟ เวสเนอร์หลังจากที่เขากลับจากอัฟกานิสถาน เธอเท่านั้นที่พยายามเข้าหาเขาทุกวิถีทาง ในขณะที่เขายังเยือกเย็นแม้ต่อหน้าเธอคลีฟจะเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง แต่ในแววตาของเขาไม่เคยสะท้อนความปรารถนาที่มีต่อเธอเลยสักหน เหมือนเขากำลังรออะไรสักอย่าง เขากำลังรอใครเธอไม่รู้ รู้เพียงว่าตอนนี้เธอจะรอช้าอยู่ไม่ได้  ไดแอนดรากดเก็บความหวั่นกลัวไว้ในส่วนลึก

            “ค่ะ...” นิตาตอบรับ หญิงสาวแสดงความเข้มแข็งด้วยการทำสีหน้าเป็นปกติ

            “ฉันบอกคลีฟเสมอว่าฉันรักเขามาก...เขารู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี เธอล่ะนิต้า เธอเคยมีคนรักหรือเปล่า?”

            นิตาเงียบไปชั่วอึดใจก่อนตอบ “ไม่เคยมีค่ะ”

            แววตาของคนฟังเปลี่ยนไป ไดแอนดราสะกดความร้อนรุ่มเอาไว้อย่างน้อยก็ตอนนี้ “ถ้าเธอเคยมีคนรักเธอจะรู้ว่าเวลาที่ต้องอยู่ห่างจากคนที่เรารักน่ะ มันทุกข์ใจแค่ไหน...เหมือนฉัน...คลีฟไปอยู่ที่แมรีแลนด์ตั้งหนึ่งเดือน และทุกครั้งที่เขาไปแอนนาโพลิส ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคลีฟทำอะไรที่นั่นบ้าง พอเขาบอกว่าจะพาเธอไปเป็นแม่บ้านฉันก็เกิดความคิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง”

            นิตามองนามบัตรเล็ก ๆ ที่ไดแอนดราวางมันลงบนโต๊ะก่อนจะกล่าวต่อ

            “ฉันแค่จะขอให้เธอช่วยรายงานความเป็นอยู่ของคลีฟที่นั่นให้ฉันได้รับรู้ ด้วยการโทรศัพท์มาหาฉัน...มันคงไม่เป็นการลำบากมากเกินไปใช่มั้ย นิต้า”

            หญิงสาวชาวไทยหยิบนามบัตรเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาและมองมันราวกับเป็นสิ่งแปลกประหลาด นิตาแอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก

            “ช่วยรายงานให้ฉันรู้...ทุกวัน”

            “ทุกวันเลยหรือคะ?” นิตาถามต่อ ไดแอนดราพยักหน้า

            “ใช่...โทรมาหาฉันตอนไหนก็ได้ วันละครั้ง แค่บอกว่าเขาทำอะไรบ้าง...เธอจะทำได้ไหม...ฉันคิดว่าเธอทำให้ฉันได้ อย่างน้อยครั้งหนึ่งพี่ชายของฉันก็เคยช่วยเธอเอาไว้นะจ๊ะนิต้า”

            ไดแอนดรากำลังเอาบุญคุณพี่ชายของเธอมาต่อรอง มัดนิตาให้ดิ้นไม่หลุดด้วยความดีของลอว์สัน หญิงสาวไม่รู้ว่ามันผิดหรือถูกที่เธอตอบกลับไป

            “ค่ะ...คุณไดแอนดรา”

            ถึงจะหวาดหวั่นในใจว่ามันอาจเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงที่คลีฟจะไม่พอใจเอาได้เพราะการที่เขาเดินทางไปครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการไปแบบส่วนตัวและไม่อยากให้ใครรู้การเคลื่อนไหวของเขา หากทว่าหญิงสาวก็ไม่มีทางเลือก เธอจำต้องรับปากไดแอนดราทั้งที่รู้สึกถึงความบอบช้ำในจิตใจ

            “ขอบใจมากนะนิต้า...ฉันคิดว่าเธอคงทำงานได้สมกับค่าจ้างที่ได้รับและอยากให้เข้าใจว่าฉันรักและเป็นห่วงคลีฟมากที่สุด ถ้ามีอะไรเธอบอกฉันได้ตลอดเวลา ฉันยินดีเสมอที่จะช่วยเธอเหมือนพี่ชายของฉัน”

            น้องสาวของลอว์สันกล่าวสำทับก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น นิตากุมนามบัตรของไดแอนดราไว้ในมือแน่นพร้อมกับน้ำตาหยดที่เธอไม่อาจนับร่วงหล่นลงเปรอะเปื้อนเสื้อสูท หญิงสาวดูออกว่าผู้หญิงคนนี้กำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของคลีฟ แววตาของไดแอนดราที่มองมาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจและสงสัยเป็นอย่างมาก และสำหรับนิตาเองก็ไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในสภาวการณ์เช่นนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ในเมื่อยิ่งนับวันหัวใจของเธอยิ่งถูกกดดันและบีบคั้นจนเธอกำลังจะอัดอั้นมันไว้ไม่ไหวอีกแล้ว

หญิงสาวบอกตัวเองว่าเมื่อได้รับเงินจากคลีฟเมื่อไหร่เธอก็จะไปจากที่นี่ทันที เธอจะกลับเมืองไทย แม้ต้องกลับไปพร้อมหัวใจที่แหลกยับ ตอนนี้เธอยังเหลือเพียงเศษเสี้ยวของความฝันที่ขาดวิ่น หลงเหลือแต่ความทรงจำของ เขา คนนั้นแม้เป็นเพียงชั้นตะกอนที่ตกผลึกอยู่ใน ณ ก้นบึ้ง ทว่ามันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอจะเก็บมันกลับไปพร้อม ๆ ลมหายใจของชีวิตในวันเวลาที่เหลืออยู่

 

นิตาคิดว่าเธอคงเตรียมตัวได้ไม่ดีนักสำหรับการเดินทางไปยังแอนนาโพลิส เมืองหลวงของรัฐแมรีแลนด์ ตามคำสั่งของประธานเวสเนอร์ กรุ๊ป หญิงสาวเตรียมแค่กระเป๋าเดินทางใบเดียว มีชุดเพียงแค่สองสามชุดเพราะเธอยังไม่ได้รับเงินเดือนจากการทำงานในร้านรองเท้าหรูของคริสตัล ในเมื่อเธอเข้าไปเป็นพนักงานในห้างเวสเนอร์ยังไม่ทันถึงสองสัปดาห์แต่ผู้จัดการที่แสนใจดีรับปากว่าจะจ่ายสมทบให้เธอหลังจากเสร็จงานในแมรีแลนด์ตามเวลาที่เธอมาทำงานให้เขา

คนของคลีฟมารับเธอถึงที่พักตรงเวลาคือตอนสองทุ่มพอดี  เป็นบอดี้การ์ดร่างใหญ่ถึงสามคนพาเธอไปยังสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นลานจอดเครื่องบินส่วนตัวของเวสเนอร์ กรุ๊ป และคลีฟก็รออยู่ที่นั่น เขาคงพึ่งกลับมาจากฝรั่งเศส ดูเป็นการเดินทางที่เร่งด่วนซึ่งเป็นธรรมดาของผู้บริหารบริษัทที่มีมูลค่าสูงและมีเครือข่ายมากมายทั้งในและต่างประเทศ

นิตานั่งไปในเครื่องบินด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เธอนั่งบนเบาะตรงกันข้ามกับผู้บริหารสูงสุดของเวสเนอร์ กรุ๊ป เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอตลอดการเดินทางทั้งที่บางครั้งเธอก็อยากจะพูดคุยกับเขา แม้เพียงถามไถ่เรื่องราวทั่ว ๆ ไปในสถานะของนายจ้างและลูกจ้าง ทว่าคลีฟก็เงียบเฉย เขาไม่ต่างจากภูเขาน้ำแข็งในขั้วโลกที่ไม่มีวันละลาย ถึงจะได้รับความอบอุ่นแค่ไหนเขาก็ยังเยือกแข็งไม่แปลงเปลี่ยน

กระทั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเวสเนอร์ กรุ๊ป บินผ่านน่านฟ้าของรัฐแมรีแลนด์ นิตามองผ่านกระจกออกไปยังท้องฟ้าที่มืดหมองเบื้องนอก ทว่าเบื้องล่างเต็มไปด้วยแสงสว่างจากบ้านเรือนและตึกสูงในเขตตัวเมืองของแอนนาโพลิส เธอไม่เคยเห็นสถานที่นี้มาก่อน มันเป็นเมืองที่มองจากมุมสูงจะเห็นชัดเจนว่ามันอยู่ติดชายฝั่ง นิตาเผลอแสดงความตื่นเต้นออกมาทางสีหน้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพราะบาดแผลฉกรรจ์จากสงครามทิ้งรอยบาดลึกไว้ในใจ เขา...จึงเลือกปกป้องความรักของตัวเอง ด้วยการดำดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งความเจ็บปวด "

อักษรามณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha