หนี้รักเทพบุตรร้าย

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เด็กกำพร้าในบ้านหลังใหม่ 70%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ออสเตรีย, ฤดูหนาว, หิมะ, หิมะตก, อาคาร



ที่บ้านพักริมทะเลเกาะล้าน ชายหนุ่มนัยน์ตาเศร้าก้าวลงจากบ้านเพื่อเดินลงมานั่งที่ชายหาด สายตาทอดมองท้องทะเลเวิ้งว้างยามเย็นที่ดวงตะวันกำลังเคลื่อนคล้อยลับขอบฟ้า ภิยวัฒน์ชายหนุ่มรูปงามผู้มีนัยน์ตาเศร้าบุตรชายคนเล็กของนักธุรกิจใหญ่อย่างโรงแรมหรูระดับห้าดาวติดอันดับโรงแรมได้มาตรฐานระดับต้นๆของเมืองไทย ผู้ที่ใครต่อใครก็ต่างเข้ามาห้อมล้อมเพราะความที่เป็นลูกเศรษฐี แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ต้องการสัมผัสสังคมฉาบฉวยแบบนั้นเลยสักนิด เขาชอบที่จะอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับตัวเองและงานที่รักการเล่นดนตรีหรืองานศิลปะอย่างการวาดภาพมากกว่า แต่นั่นไม่เป็นอาชีพที่ผู้เป็นบิดาอยากให้เขาเป็นนัก เพราะท่านต้องการให้เขาช่วยพี่ชายสืบทอดธุรกิจของครอบครัวมากกว่าจะวิ่งตามความฝัน และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องการหรือแม้แต่การเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนชีวิตไม่ได้เป็นของเขาแต่กลับเป็นของบิดา ผู้ที่บัญชาทุกอย่างให้เขาต้องทำตามใจ

นี่เราจะกำหนดชีวิตตัวเองสักครั้งไม่ได้เลยใช่ไหม ชายหนุ่มคิดอย่างน้อยใจ ก่อนจะค่อยๆ หาวิธีที่จะหนีจากบิดาโดยที่ไม่ต้องทำให้ทั้งมารดาต้องเป็นห่วงและไม่ต้องมีปัญหากับบิดาเขาด้วย เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินกลับไปยังบ้านพักเพื่อโทรปรึกษาผู้เป็นพี่ชาย ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือดีไซน์เรียบหรูแต่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

“พี่คิน ผมมีอะไรจะปรึกษา”

“นายโทรมาก็ดีเลย ฉันว่าจะโทรหานายอยู่พอดี ว่าแต่นายมีอะไรจะปรึกษาก็ว่ามาเลย” 

“ป๊าอยากให้ผมไปช่วยงานพี่มากเลยใช่ไหม”

“อืม มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ที่นายถามนี่ไม่ได้หมายความว่านายจะยอมทำตามที่ป๊าบอกหรือนายพี” ผู้เป็นพี่ชายถามด้วยน้ำเสียงสงสัยระคนแปลกใจ

“ถ้ามันจะทำให้ป๊าสบายใจขึ้น ผมก็จะยอมทำตามที่ป๊าบอก แต่ผมจะไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวตนของผม” ชายหนุ่มบอกอย่างแฝงความในที่เป็นเสมือนข้อตกลงในการทำตามใจผู้เป็นบิดา

“ยังไง นายพูดให้มันเคลียร์ แบบที่เข้าใจง่ายๆได้ไหม” อนาคินสวนกลับอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็นน้องชายพูด

“ผมจะยอมกลับไปช่วยงานก็ได้แต่ต้องเป็นสาขาต่างจังหวัด ไม่ใช่งานที่บริษัทในส่วนของฝ่ายบริหาร”

“หมายความว่านายจะไม่ยอมมาทำงานกับฉันที่สำนักงานใหญ่ แต่ต้องการที่ไปคุมงานที่รีสอร์ทหรือโรงแรมในเครือที่อยู่ต่างจังหวัดว่างั้น?” ผู้เป็นพี่ชายถามอย่างต้องการความกระจ่างในเจตนาของชายหนุ่ม

“พี่เข้าใจถูกต้องแล้วครับ ยังไงผมรบกวนพี่คินบอกกับป๊าด้วยนะครับ” ชายหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะวางสายผู้เป็นพี่ชาย

 

ร้าน เอสซีเค เจมส์ (SCK GEMS) ซึ่งเป็นร้านจิวเวลรี่ของครอบครัวโชติหัตถกิจ

ผู้จัดการร้านวัยสามสิบสี่ปีอย่างนายมานพ ซึ่งทำงานกับคุณศาสตร์มาเกือบสิบปีจนได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบริหารงานภายในร้าน กำลังง่วนกับการทำบัญชีและสต็อกรายการสินค้าคงเหลือ เนื่องจากยอดสินค้าที่เหลืออยู่ภายในร้านหาได้ตรงกันไม่ บัญชีสินค้าที่คุณศาสตร์จะต้องตรวจดูเช็คทุกๆ สิ้นเดือน

เดือนนี้มีแหวนไพลินสองวงกับสร้อยทับทิมที่รับสินค้ามาแล้วไม่ได้ลงในสต็อก เท่ากับเดือนนี้เราเอาเข้าบัญชีตัวเองสามชิ้นก็ฟันไปเกือบล้านเลย นายมานพคิดถึงรายรับที่ตนเองยักยอกมา โดยอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจที่คุณศาสตร์มีให้นำมาใช้หาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเอง และด้วยความที่คุณศาสตร์ไม่ได้มีการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ เพราะเห็นว่าเป็นเพียงร้านที่ไม่ได้ใหญ่โตเทียบเท่ากับร้านจิวเวลรี่ชื่อดังอีก ทั้งผลกำไรก็พอประมาณ จึงทำให้เกิดช่องโหว่ให้กับนายมานพข้าเก่าเต่าเลี้ยงที่ไม่เคยเชื่อคนนี้

เมื่อจัดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีเรียบร้อยแล้ว นายมานพที่รู้ว่าทุกปลายเดือนคุณศาสตร์ผู้เป็นเจ้าจะต้องเข้าร้านเพื่อตรวจสอบบัญชี และเข้ามาตรวจเช็คสินค้าเพื่ออนุมัติสั่งซื้อออเดอร์อัญมณีที่ทางนายมานพจะสรุปให้ เฉกเช่นวันนี้หลังจากจัดการกับตัวเลขในบัญชีให้ตรงกับสินค้าและบัญชีรายรับให้ตรงกันแล้ว นายมานพจึงรีบออกมารอการมาของผู้เป็นนายจ้าง และก็เป็นไปตามที่นายมานพคาดไว้เพราะหลังจากนั้นไม่ถึงนานคุณศาสตร์ก็มาพร้อมด้วยคุณมณีมาศผู้เป็นภรรยา

“เป็นไงบ้างมานพ ฉันไม่ได้เข้าร้านเกือบเดือน นายเลยต้องเหนื่อยหน่อยนะ” คุณศาสตร์ทักทายลูกน้องคนเก่าคนแก่ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่หรอกครับ” นายมานพตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินตามผู้เป็นนายจ้างเข้าไปด้านในห้องทำงานของร้าน ส่วนคุณมณีมาศก็ทักทายพนักงานขายอย่างเป็นกันเอง นายมานพส่งเล่มบัญชีรวมทั้งสรุปยอดขายและของเดือนให้ผู้เป็นนายที่นั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง

“ทำไมยอดขายเดือนนี้มันตกกว่าเดือนก่อน” คุณศาสตร์มองดูตัวเลขในสรุปยอดขายแล้วถึงกับส่ายหน้า

“เศรษฐกิจช่วงนี้ทรุดเลยทำให้ยอดขายตกตามไปด้วย” นายมานพหาเหตุผลมาเป็นข้อหักล้างเพื่อเบี่ยงประเดนไม่ให้ผู้เป็นนายจ้างสงสัย ซึ่งก็ได้ผลเพราะคุณศาสตร์เชื่อว่ายอดขายของทางร้านที่ตกลงนั้นเป็นเพราะพิษเศรษฐกิจ

“งั้นคงต้องหากลยุทธ์ใหม่เพื่อให้ยอดขายไม่ตกลงไปมากกว่านี้ ไม่งั้นร้านเราอยู่ในภาวะที่น่าวิตกเลยทีเดียว” ผู้เป็นนายจ้างพูดอย่างปรึกษาเพื่อหาวิธีการเพิ่มยอดขาย

“ช่วงนี้ผมว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะรัดตัว การจะกระตุ้นยอดขายก็คงทำให้ได้ผลประกอบการที่ไม่เร็วนัก คุณศาสตร์ไม่ลองเล่นหุ้นดูล่ะครับ ได้ผลเร็วทันใจ ผมเห็นเพื่อนๆ หรือไม่ก็ลูกค้าบางรายมีเงินมากมายจากการเล่นหุ้นนะครับ” นายมานพเสนอแนะซึ่งทำให้คุณศาสตร์รู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่ง

“น่าสนใจนะ มานพช่วยหาข้อมูลให้ฉันด้วยล่ะกัน” หลังจากได้ฟังคำจูงใจจากลูกน้องคนเก่าคนแก่แล้ว คุณศาสตร์จึงตกลงใจว่าจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง อาจจะทำให้ได้เงินมาพยุงกิจการที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย

“ได้ครับยังไงผมจะรีบหาข้อมูลให้คุณศาสตร์โดยเร็วเลยครับ” นายมานพรับคำพร้อมกับยิ้มมุมปากเมื่อผู้เป็นนายกำลังตกลงหลุมพรางที่เขาได้วางไว้เพื่อจะได้หันเหความสนใจไปที่การเล่นหุ้น ส่วนทางนี้เขาจะได้ยักย้ายถ่ายเทผลกำไรเข้ากระเป๋าตนเองได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha