หนี้รักเทพบุตรร้าย

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : เหตุแห่งเงื่อนไข 35%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



ช็อคโกแลตร้อน, บรรยากาศสบาย ๆ, ฤดูหนาว




เสียงคลื่นสาดซัดกระทบฝั่ง สายลมพัดโชยเอื่อย แสงแรกแห่งรุ่งอรุณเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าเป็นสัญญาณของวันใหม่แห่งการเริ่มต้น ชายหนุ่มนัยน์ตาเศร้าอย่างภิยวัฒน์นั่งมองผืนน้ำและท้องฟ้า ในมือแกร่งถือเครื่องดนตรีสุดรักอย่างกีตาร์ที่ชายหนุ่มมักจะใช้เป็นเพื่อนคลายเหงายามที่เขาต้องการใครสักคน เพราะทั้งบิดาที่งานรัดตัวมารดาก็คลาคล่ำกับวงสังคมไฮโซ ส่วนพี่ชายก็ไม่ต่างกับบิดา จึงทำให้ภิยวัฒน์มองดูเหมือนเจ้าชายที่แวดล้อมด้วยทรัพย์สินเงินทองแต่หาความอบอุ่นจากครอบครัวไม่ได้เลยสักนิด

            เมื่อหันหาใครไม่ได้ก็ต้องวิ่งหาสิ่งชดเชยความว้าเหว่ ซึ่งชายหนุ่มหัวใจศิลปินอย่างเขาเลือกที่จะใช้ดนตรีและการวาดภาพในช่วงเวลาที่เหงา เศร้าหรือท้อแท้เฉกเช่นวันนี้ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ต้องกลับไปสานต่อธุรกิจตามที่ผู้เป็นบิดาได้ไว้วางแผนไว้ตั้งแต่เขากลับมาจากต่างประเทศ

คงอีกนานเลยนะกว่าฉันจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ชายหนุ่มพูดกับตนเองก่อนจะหยิบเครื่องดนตรีคู่ใจขึ้นมาดีดตามสาย ด้วยมือขวาอันพลิ้วไหวและมือซ้ายที่คอยจับคอร์ดตามโน้ตเพลง เสียงกีตาร์ประสานเสียงคลื่นแห่งท้องทะเลช่างเป็นบทเพลงที่สะท้อนถึงความเศร้า โหยหาการเติมเต็มแห่งการจากลา

 

ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บรรยากาศภายในตลาดหุ้นไทยดูวุ่นวายเหมือนกับกระดานหุ้นที่มีการผันผวนอยู่ตลอดเวลา โบรกเกอร์¹วิ่งกันขวักไขว่เพื่อแจ้งข้อมูลรวมของหุ้นที่ขึ้นลงให้กับลูกค้านักลงทุน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีคุณศาสตร์เจ้าของเอสซีเคเจมส์ที่ผันตัวเองมาเข้ามาในแวดวงนักลงทุนตามคำแนะนำของนายมานพ ลูกน้องคนสนิทที่คิดไม่ซื่อหวังจะกอบโกยรายได้ของร้านเข้าสู่กระเป๋าตนเอง

“ผมว่าหุ้นในกลุ่มพลังงานน่าสนใจนะครับท่าน มีแนวโน้มจะพุ่งตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ” โบรกเกอร์หนุ่มที่นายมานพแนะนำเสนอเพื่อจูงใจให้คุณศาสตร์ติดกับ และก็เป็นไปตามแผนเมื่อคุณศาสตร์ได้ฟันกำไรจากการเสี่ยงในครั้งนี้เป็นหลักล้านก่อนจะปิดตลาดในช่วงบ่ายของวัน ทำให้หัวหน้าครอบครัวโชติหัตถกิจถึงกับคลี่ยิ้มด้วยความดีใจและนึกขอบใจลูกน้องเก่าแก่ที่อยู่ด้วยกันมานานอย่างมานพที่เปิดทางสว่างให้กับเขา ทำให้พอจะมีเงินไปหมุนเพื่อพยุงร้านไปได้สักระยะโดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินใคร

 

1 โบรกเกอร์ (Broker) สื่อกลางในการซื้อขาย โบรกเกอร์ไม่ใช่เป็นเพียงคนกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับผู้ลงทุนเท่านั้น โบรกเกอร์ยังมีบทบาทต่อหน้าที่ความรับผิดชอบและบริการต่าง ๆ

 

          หญิงสาวผมบ๊อบระดับบ่ารูปร่างบอบบางนัยน์ตามุ่งมั่นแฝงแววดื้อรั้น ท่าทางคล่องแคล่วในชุดแต่งทะมัดทะแมงเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนทรงกระบอกขายาวสีเข้มที่พกพาความมั่นใจอยู่เสมออย่างเมยาวี หญิงสาวผู้มีไฟในการทำงานตลอด ก้าวออกจากสำนักพิมพ์เพื่อไปสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มเลือดใหม่ไฟแรงอย่างอนาคิน กิจจานุพงษ์ ตามที่หัวหน้าบรรณาธิการข่าวสังคมและเศรษฐกิจของนิตยสารวันแมนวันบิสซิเนส (ONE MAN ONE BUSINESS) ที่เมยาวีทำงานอยู่มานานนับปีตั้งแต่ฝึกงานจนเธอตัดสินใจมาสมัครงานที่นี่เพราะรู้จักกับบรรณาธิการของที่อยู่เป็นทุนเดิม

          “พี่เกมรอเมอยู่ที่รถก็ได้ค่ะ แค่สัมภาษณ์กับถ่ายรูปเดี๋ยวเมจัดการเองค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างมาดมั่นก่อนจะสะพายกระเป๋าอุปกรณ์ใบใหญ่ที่บรรจุกล้องดีเอสแอลอาร์² (D-SLR Digital Single Lens Reflex Camera) และเครื่องบันทึกเสียงที่หญิงสาวใช้มาตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่

            เมยาวีก้าวเข้าไปยังด้านในของ เคเจพี กรุ๊ป เพื่อสัมภาษณ์ผู้บริหารหนุ่มเลือดใหม่ทายาทนักธุรกิจอันเลื่องชื่ออย่างคุณภาวัฒน์ กิจจานุพงษ์

            “ดิฉันเมยาวีมาจากนิตยสารวันแมนวันบิสซิเนสที่ขอนัดสัมภาษณ์คุณอนาคินไว้ตอนบ่ายน่ะค่ะ” เมยาวีบอกกับประชาสัมพันธ์สาวสวย พร้อมกับโชว์บัตรพนักงานของสำนักพิมพ์ที่เธอทำงานให้กับประชาสัมพันธ์สาวที่ยิ้มให้เธอเมื่อเข้ามาถึง

            “รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวพูดก่อนยกหูโทรศัพท์ขึ้นเพื่อแจ้งให้กับเลขาฯ ของผู้บริหารหนุ่ม

          เมื่อประชาสัมพันธ์สาววางสายโทรศัพท์ก็บอกให้เมยาวีขึ้นลิฟต์ไปชั้นยี่สิบ ซึ่งสาวมั่นอย่างเมยาวีก็ไม่รอช้าให้เสียเวลาตรงดิ่งไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นยี่สิบที่ประชาสัมพันธ์สาวบอก

ติ๊ง!!…

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก ร่างบางก้าวออกจากลิฟต์อย่างคล่องแคล่ว แม้จะแบกกระเป๋าอุปกรณ์การทำงานที่น้ำหนักไม่เบาเลยทีเดียว เมยาวีเดินไปตามทางจนมาถึงห้องของชายหนุ่มเป้าหมายที่เธอมีนัดสัมภาษณ์ มือบางเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในเมื่อได้ยินเสียงทุ้มห้าวของผู้เป็นเจ้าของห้อง

²กล้องดีเอสแอลอาร์ (D-SLR Digital Single Lens Reflex Camera) เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับมืออาชีพและมีราคาแพง ตัวเลนส์สามารถถอดเปลี่ยนได้ ใช้การมองผ่านเลนส์จริง คือในขณะที่เล็งภาพโดยใช้ช่องมองภาพนั้น สายตาของเราจะมองผ่านเลนส์ออกไปโดยตรง ทั้งนี้โดยการหักเหของแสงแบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องถ่ายภาพแบบความละเอียดของภาพสูง

 

            ทันทีที่เข้าไปด้านใน เมยาวีก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาคมคายจมูกโด่งคมสันก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารตรงหน้า ไม่เงยหน้ามามองเธอเลยด้วยซ้ำ

            “สวัสดีค่ะคุณอนาคิน” นักสัมภาษณ์สาวเอ่ยทักผู้บริหารหนุ่มด้วยน้ำเสียงสดใส ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเมยาวีเล็กน้อยก่อนจะก่อนจะผายมือให้หญิงสาวนั่งลง ซึ่งเธอก็นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มด้วยท่าทีโมโหเล็กๆ ที่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจเธอเลยสักนิด แต่หญิงสาวก็พร่ำบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ จนเวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ความอดทนของเมยาวีก็หมดลง

            “ขอโทษนะคะ ถ้าคุณยุ่งมากก็ไม่ควรให้ฉันมานั่งรอ” เสียงหวานโพล่งออกไปอย่างเหลืออด กับท่าทีเหมือนเธอเป็นดั่งอากาศธาตุ

“ถ้าคุณรอไม่ไหวก็เชิญ” คำพูดสั้นๆ ห้วนๆ ทำเอาสาวมั่นถึงกับลมออกหู หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธกรุ่นคนตรงหน้านี้ยิ่งนัก หากแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องงานเธอคงไม่กัดฟันอดทนรอ

            เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของเมยาวีที่นั่งรอด้วยความโกรธกรุ่นคนตรงหน้า หญิงสาวพยายามเก็บซ่อนอารมณ์ไว้ เธอเฝ้าภาวนาให้ความอดทนของเธอยังไม่ขาดสะบั้นจนกระแทกหมัดใส่หน้าชายหนุ่มก่อนที่เธอจะได้สัมภาษณ์

            “เอาล่ะ ผมพร้อมแล้ว ขอโทษที่ให้รอ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ติดจะเย็นชาเล็กน้อยด้วยซ้ำในความคิดของเมยาวี

            “ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณที่สละเวลาให้ทางนิตยสารวันแมนวันบิสซิเนส ได้เข้าสัมภาษณ์” หญิงสาวประชดเล็กน้อย มือบางหยิบอุปกรณ์การทำงานเครื่องเล็กๆ ที่ใช้สำหรับบันทึกเสียงในระหว่างการสัมภาษณ์เพื่อเป็นข้อมูล

            ตลอดระยะเวลาที่เมยาวีสัมภาษณ์ชายหนุ่มเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคอลัมน์พิเศษของนิตยสารที่เธอทำงาน หญิงสาวสบตาคมดุที่แฝงแววเย่อหยิ่งของชายหนุ่มอยู่หลายครั้ง เธอยอมรับว่านักธุรกิจหนุ่มคนนี้มีสายตาที่สามารถสะกดใจและสร้างความรู้สึกหวั่นไหวให้เธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม้ว่าครั้งแรกเธอจะนึกโมโหที่เขาปล่อยให้เธอต้องนั่งรอ

          “คำถามนี้สาวๆ หลายคนก็คงอยากรู้ ไม่ทราบว่าผู้หญิงแบบไหนคะที่สามารถพิชิตใจคุณได้น่ะค่ะ” เมยาวีถามน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ภายในใจเต้นระรัวด้วยความอยากรู้ในคำตอบเช่นกัน

            “ที่ถามนี่มาจากบทสัมภาษณ์ที่ทางหนังสือคุณเตรียมมา หรือว่ามาจากความต้องการอยากจะรู้ของคุณเอง” ชายหนุ่มหรี่ตามองหญิงสาวที่จ้องมองเขาราวกับจะหาอะไรบางอย่าง ซึ่งทำให้อนาคินรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ จนต้องย้อนถาม

          เมยาวีหน้าเจื่อนเมื่อเจอคำถามของอนาคินชายหนุ่มรูปงามแววตาทรงเสน่ห์แต่ปากคอร้ายกาจใช่เล่น เรียกว่าทำเอาความมั่นใจของเธอเหือดหายไปกว่าครึ่ง

            “ขอโทษค่ะ แต่ดิฉันถามไปตามบทสัมภาษณ์ที่ทางได้เตรียมไว้ให้ ถ้าคุณอนาคินไม่สะดวกที่จะตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ” เมยาวีเชิดหน้าตอกกลับชายหนุ่มอย่างฉุนๆ

          รอยยิ้มมุมอย่างยียวนปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จ้องมองหญิงสาวหน้าเนียนใสและดวงตากลมโตที่ฉายแววความดื้อรั้นในดวงตา

            “ผมชอบผู้หญิงอ่อนหวานน่าทะนุถนอม ไม่ชอบผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองจนเกินไป เพราะผมคิดว่าผู้หญิงก็คือผู้หญิงวันยังค่ำ ไม่มีทางสู้ผู้ชายไปได้”

คำตอบของชายหนุ่มทำเอาเมยาวีถึงกับลมออกหู ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อเม้มเป็นเส้นตรงอย่างสะกดอารมณ์โกรธ

“ดูคุณจะมั่นใจว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอและต้องเดินตามหลังผู้ชายเสมอไปสินะคะ” สาวมั่นไม่ยอมใครอย่างเมยาวีสวนกลับทันควันอย่างทนไม่ได้ที่เขาออกจะดูถูกผู้หญิงจนเกินไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha