หนี้รักเทพบุตรร้าย

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ทดแทนบุญคุณ 70%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


กล้อง, เก่า, โบราณ, การถ่ายภาพ, ภาพ




“แกจะขออะไรก็ว่ามา” ผู้เป็นบิดาถามสายตาหวั่นๆ ในความคิดสวนทางของบุตรชายคนนี้ยิ่งนัก

“ผมอยากให้ป๊าส่งผมไปดูงานที่รีสอร์ทติดทะเล”

ประมุขแห่งบ้านกิจจานุพงษ์ถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินคำขอของบุตรชายคนเล็ก เพราะเขาก็ตั้งใจจะส่งชายหนุ่มไปดูแลงานที่ปราณบุรีอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว ทำให้คำขอของภิยวัฒน์จึงไม่เป็นที่ขัดข้อง

“ฉันก็ว่าจะให้แกไปดูรีสอร์ทที่ปราณบุรี ยังไงแกพร้อมเมื่อไรก็บอกฉันหรือเจ้าคินแล้วกัน จะได้หาเลขาฯ ส่วนตัวให้ไปช่วยงานแกด้วย” พูดจบคุณภาวัฒน์ก็ลุกขึ้นตบบ่าบุตรชายคนเล็กเบาๆ อย่างยินดีที่ชายหนุ่มยอมรับความหวังดีที่เขาขีดไว้ให้ก่อนจะเดินไปยังห้องหนังสือ

ภิยวัฒน์ยิ้มกับตนเองอย่างรู้สึกโล่งใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ นอกจากเขากับบิดาจะหันหน้ามาคุยกันแล้ว เขายังได้ทำงานที่รักพร้อมกับงานที่ผู้เป็นบิดาให้เขาดูแล ชายหนุ่มรู้สึกขอบคุณผู้เป็นพี่ชายที่เปิดทางสว่างให้กับเขา

 

เช้าวันใหม่ของบ้านโชติหัตถกิจ

หลังจากนอนคิดถึงปัญหาอันหนักอึ้งที่รุมเร้าเข้ามาในคราเดียวชนิดที่คุณศาสตร์ตั้งรับแทบไม่ทัน ชื่อเพื่อนสนิทอย่างภาวัฒน์ที่ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของคุณศาสตร์ แม้ว่าจะไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปี แต่ถ้าเขาลองไปขอความช่วยเหลือ ภาวัฒน์คงไม่ปฏิเสธ เพราะคุณศาสตร์ตั้งใจจะนำทรัพย์สินในร้านเพชรเป็นเครื่องประกัน แม้ว่าอาจจะไม่มีค่าเท่ากับเงินก้อนที่เขาจะขอความช่วยเหลือแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เมื่อคิดได้ดังนั้น คุณศาสตร์เจ้าของเอสซีเค เจมส์ จึงรีบขับรถออกไปหาเพื่อนสนิทในอดีตที่ตอนนี้มีดีกรีถึงเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

รถเบนซ์กลางเก่ากลางใหม่ของคุณศาสตร์เลี้ยวเข้าจอดหน้าโรงแรมเดอะแกรนด์เคเจพีที่คุณภาวัฒน์ประธานบริษัท เคเจพี กรุ๊ป ทำงานอยู่ คุณศาสตร์ก้าวออกจากรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้มาร่วมสิบปีเพื่อก้าวเข้าสู่อาณาจักรกิจจานุพงษ์

“สวัสดีค่ะมาติดต่อเรื่องอะไรคะ” ประชาสัมพันธ์สาวถามคุณศาสตร์

“ผมมาขอพบคุณภาวัฒน์ครับ”

“เอ่อ ไม่ทราบว่านัดไว้หรือเปล่าคะ” ประชาสัมพันธ์ถามตามหน้าที่

“เปล่าครับ” คุณศาสตร์ตอบเพียงสั้นๆ ในใจรู้สึกถึงสัญญาณแห่งความผิดหวัง เริ่มมากระทบความในห้วงความคิด

“งั้นต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะว่าคุณภาวัฒน์จะให้เข้าพบเฉพาะที่นัดท่านไว้ล่วงหน้าเท่านั้น” ประชาสัมพันธ์สาวหน้าสวยบอกชายวัยห้าสิบเศษที่มีสีหน้าผิดหวัง คุณศาสตร์หันหลังกลับเพื่อเดินไปยังพาหนะคู่กายเมื่อได้ยินคำตอบจากประชาสัมพันธ์สาว

ในขณะที่คุณศาสตร์เดินกลับมายังรถของตัวเองด้วยความรู้สึกท้อแท้และหมดหวัง หลังจากพลาดที่จะเจอเพื่อนเก่าที่สามารถพอจะฝากความหวังได้อย่างคุณภาวัฒน์ แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับคนที่คิดดีทำดีมาตลอดอย่างคุณศาสตร์ เมื่อรถยุโรปสุดหรูที่กำลังเลี้ยวเข้ามาและชะลอความเร็วลง ก่อนที่บุคคลในรถจะก้าวลงมาด้วยท่าทางภูมิฐานสมกับเป็นเจ้าของเคเจพีกรุ๊ปที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมระดับห้าดาวรวมทั้งรีสอร์ทหรูอีกหลายแห่ง

“นายศาสตร์หรือเปล่า มาทำอะไรแถวนี้” คุณภาวัฒน์ทักทายเพื่อนเก่าสีหน้ายิ้มแย้ม

“ก็แวะมาหานายน่ะแหละ นายพอมีเวลาหรือเปล่า ฉันมีธุระจะคุยด้วย”

ประธานเคเจพี กรุ๊ป สังเกตสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนสนิทที่ห่างหายกันไปนาน ก็พอจะเดาได้ว่าคงต้องมีเรื่องร้อนใจอะไรสักอย่างที่ต้องการให้เขาช่วยเหลือ

“งั้นขึ้นไปคุยบนห้องทำงานฉันละกัน” คุณภาวัฒน์เดินนำคุณศาสตร์เพื่อนสนิทวัยเดียวกันขึ้นลิฟต์จากชั้นลานจอดรถ เพื่อตรงไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมเดอะแกรนด์เคเจพีซึ่งเป็นห้องทำงาน

ทันทีที่คุณศาสตร์ก้าวเข้ามาด้านในห้องทำงานอันหรูหราโอ่อ่า ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สุดหรูนำเข้าจากอิตาลี ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ประธานเคเจพีกรุ๊ปชื่นชอบเป็นการส่วนตัว

“นายมีธุระอะไรก็ว่ามาได้เลย” คุณภาวัฒน์เปิดทางให้เพื่อนสนิทที่ประสบปัญหารุมเร้า

 “ฉันมีปัญหาเรื่องธุรกิจเลยอยากจะรบกวนให้นายช่วยเหลือ ฉันรู้ว่ามันอาจจะทำให้นายรู้สึกลำบากใจ แต่ฉันไม่รู้จะหันไปหาใครที่จะช่วยเหลือฉันได้” คุณศาสตร์เอ่ยปากขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้าอมทุกข์พร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบให้เพื่อนสนิทฟังอย่างไม่อาย

คุณภาวัฒน์นิ่งงันไปชั่วขณะหลังจากฟังปัญหาของเพื่อนสนิท สำหรับนักธุรกิจใหญ่เศรษฐีอันดับต้นอย่างเขาแล้ว เงินเพียงแค่ยี่สิบล้านไม่ใช่เงินมากสำหรับคนอย่างนายภาวัฒน์ กิจจานุพงษ์ แต่การเป็นนักธุรกิจจะทำอะไรก็ต้องได้กำไรหรือต้องมีสิ่งประกันความสูญเปล่าตามวิสัยคนทำธุรกิจ

“เอาเป็นว่าฉันยินดีช่วยนาย แต่นายก็ต้องช่วยฉันด้วยเหมือนกัน” คุณภาวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย ให้คุณศาสตร์สงสัยว่าคนที่กำลังจะหมดตัวอย่างเขาจะช่วยเหลืออะไรมหาเศรษฐีอย่างประธานเคเจพีกรุ๊ปเพื่อนของเขาได้

“ถ้าคนที่กำลังจะหมดตัวอย่างฉันช่วยนายได้ฉันก็ยินดี”

“ฉันกำลังจะส่งลูกชายคนเล็กไปดูแลรีสอร์ทที่ปราณบุรี เลยอยากจะหาคนที่ดูแลลูกชายฉันได้ด้วย ฉันได้ผู้หญิงที่พอจะรู้ประวัติความเป็นมาและสำคัญต้องทนต่อความเย็นชาโลกส่วนตัวสูงของตาพีของฉันให้ได้ ฉะนั้นผู้หญิงที่จะสามารถดูแลลูกชายฉันได้ต้องใจเย็นและมีความเป็นกุลสตรี นั่นคือคุณสมบัติเด่นที่ฉันต้องการ”

คุณศาสตร์ก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนสนิทบอกถึงความต้องการที่อยากให้เขาช่วยเหลือคืออะไรกันแน่

“ได้ยินมาว่านายมีลูกสาวสองคนไม่ใช่หรือ ง่ายๆ คำเดียวคือ ฉันอยากให้ลูกสาวนายไปดูแลตาพีลูกชายฉันที่ปราณบุรีจนกว่านายจะหาเงินมาคืนฉันได้ก็เท่านั้น” เหมือนฟ้าถล่มลงกลางใจคุณศาสตร์อย่างจังเมื่อได้รู้ถึงความต้องการของนายภาวัฒน์เพื่อนสนิท

“แต่ฉันไม่อยากบังคับลูก”

“ฉันให้เวลานายกลับไปคิดสองวัน เลยจากกำหนดถือว่าเรื่องที่เราคุยกันถือว่าเป็นโมฆะ” คุณภาวัฒน์ทิ้งไพ่เด็ดอย่างคนที่เหนือกว่า

คุณศาสตร์ก้าวออกจากห้องทำงานเพื่อนสนิทด้วยใจที่สับสน ความทุกข์ระทมถาโถมเข้าเกาะกินหัวใจชายวัยกลางคนอีกครั้ง เขาคงไม่มีทางเลือกนอกจากกลับไปบอกความจริงทั้งหมดให้ทุกคนในบ้านรู้และปรึกษาเพื่อหาทางออกว่าจะต้องทำอย่างไร

 

พาหนะประจำกายที่คุณศาสตร์ใช้มานานจนเสียงเครื่องยนต์เริ่มดังกระหึ่มเลี้ยวเข้าสู่เขตบ้านโชติหัตถกิจ ทำให้คุณมณีมาศและมีนารินทร์ที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขกต้องหันไปมองหัวหน้าครอบครัวที่ผลุนผลันออกจากบ้านไปแต่เช้า และกลับเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลไม่ต่างจากเมื่อวาน

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณ” คุณมณีมาศถามสามีที่เดินหน้าเครียดมาแต่ไกล ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก

คุณศาสตร์มองหน้าภรรยาด้วยแววตารู้สึกผิด ก่อนจะหันมามองหน้าบุตรสาวบุญธรรมที่นั่งอยู่ข้างๆ มือหนาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยกุมมือบางของภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกือบสามสิบปี

            “ผมมีอะไรบางอย่างจะบอกคุณและลูก หวังว่าถ้าผมพูดไปแล้วคุณกับลูกจะให้อภัย” เจ้าบ้านโชติหัตถกิจถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ รวมทั้งเรื่องที่ไปขอความช่วยเหลือกับคุณภาวัฒน์เพื่อนสนิทของเขาด้วย

            “ทำไมคุณไม่บอกฉันกับลูกตั้งแต่ต้นจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข คุณมานั่งเก็บปัญหาไว้กับตัวแล้วก็หาวิธีแก้เพียงลำพัง คุณคิดว่าฉันกับลูกไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยคุณใช่ไหมคะ” คุณมณีมาศแหวใส่ผู้เป็นสามีที่นั่งก้มหน้านิ่งอย่างรู้สึกผิดด้วยความเสียใจ

            “พอเถอะค่ะแม่ แค่นี้คุณพ่อก็รู้สึกแย่มากพอแล้วค่ะ แล้วนี่พี่เมยังไม่ทราบเรื่องนี้ใช่ไหมคะ” บุตรสาวบุญธรรมปรามคุณมณีมาศก่อนจะถามบิดา

คุณศาสตร์ไม่ตอบ ได้แต่โคลงศีรษะยกมือขึ้นปิดหน้าเพื่ออำพรางหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากตนเอง จนทำให้ครอบครัวเข้าสู่ภาวะวิกฤต

“ถ้าทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้แล้วครอบครัวเราไม่ต้องลำบาก มีนจะยอมไปทำงานที่ปราณบุรีตามข้อเสนอของเพื่อนคุณพ่อเองค่ะ” 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha