หนี้รักเทพบุตรร้าย

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ผู้ชายสายตาเย็นชา 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



มนุษย์หิมะ, ฤดูหนาว, หิมะ




“นั่นคุณจะไปไหน” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นเมยาวีสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อมจะก้าวออกจากห้อง

“ก็กลับออฟฟิศน่ะสิคุณ ฉันมีงานที่ต้องกลับไปสะสางอีกเยอะ” พูดจบหญิงสาวก็ก้าวออกจากห้องด้วยความโล่งใจที่งานของเธอสำเร็จ ที่สำคัญเมยาวีรู้สึกลิงโลดใจที่หลอกชายหนุ่มให้หลงเชื่อกับข้อแม้แบบเด็กมัธยม

เชอะ ใครเชื่อนายก็ออกลูกเป็นแมวน้ำแล้ว ฉันไม่บ้าที่จะไปเที่ยวกับเพลย์บอยอย่างนายหรอกนะ อีตาอนาคิน สาวมั่นคิดอย่างเยาะเย้ยขณะเดินไปยังรถของตนเพื่อที่จะกลับไปยังออฟฟิศของเธอ โดยหารู้ไม่ว่าชายหนุ่มนั้นรู้ทันเธอตั้งแต่ต้นแล้วและก็มีแผนที่จะจัดการเธอไว้แล้วด้วยเช่นกัน

 

มีนารินทร์กลับมาบ้านหลังจากเซ็นสัญญาในการทำงานกับคุณภาวัฒน์ พร้อมทั้งได้รู้จักว่าที่เจ้านายของเธอเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวรู้สึกใจหายเล็กๆ ที่ต้องไปจากบ้านหลังนี้ และต้องออกไปเผชิญโลกภายนอกที่ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรข้างหน้ารออยู่

“กลับมากันแล้วหรือคุณ” คุณมณีมาศถามเมื่อเห็นรถสามีเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูบ้าน หญิงสาวก้าวออกจากรถก่อนจะเดินไปหามารดาบุญธรรมที่ยืนรออยู่หน้าประตู

“เดี๋ยวผมจะออกไปจัดการธุระที่ธนาคารและก็จะแวะไปดูร้านด้วย” คุณศาสตร์บอกกับภรรยา แล้วหันไปมองบุตรสาวบุญธรรมที่ยิ้มให้จางๆ ก่อนจะวกรถออกจากบ้านอีกครั้ง

“มีนขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ จะได้เตรียมจัดกระเป๋าด้วยค่ะ” หญิงสาวบอกกับมารดาก่อนจะสาวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องพักของตนเอง ทิ้งให้คุณมณีมาศมองตามร่างบางด้วยความรู้สึกสงสารบุตรสาวบุญธรรมยิ่งนัก

มีนารินทร์หมกตัวอยู่ในห้องเพื่อเตรียมเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทาง ตั้งแต่กลับมาจวบจนใกล้เวลาเย็นหญิงสาวจึงลงมาจัดเตรียมมื้อเย็นเหมือนที่เคยทำอยู่ทุกวันตามปกติ

“ให้แม่ทำเองก็ได้ลูก” คุณมณีมาศบอกบุตรสาวที่กำลังหยิบอาหารสดออกจากตู้เย็นเพื่อจัดเตรียมสำหรับทำอาหาร

“ไม่เป็นไรค่ะมีนอยากทำ วันนี้มีนว่าจะทำของโปรดพี่เมแล้วก็ของคุณพ่อกับคุณแม่ด้วย” หญิงสาวพูดพร้อมกับนำผักสดที่ออกจากตู้เย็นนำมาล้าง เมื่อเห็นความตั้งใจของหญิงสาวคุณมณีมาศจึงปล่อยให้มีนารินทร์ทำตามที่ต้องการ ไม่นานกลิ่นของต้มข่าไก่ก็ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ตามติดมาด้วยผัดคะน้าน้ำมันหอยและตบท้ายด้วยไข่เจียวกุ้งสด เมื่ออาหารทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวจึงค่อยๆ ยกมาจัดวางบนโต๊ะอาหาร รอเพียงเจ้าบ้านอย่างคุณศาสตร์และพี่สาวของเธอกลับมาเท่านั้น

เสียงรถของเมยาวีดังแว่วเข้ามาแต่ไกล เป็นสัญญาณให้มีนารินทร์รู้ว่าพี่สาวของเธอกลับมาจากทำงานแล้ว ไม่ถึงอึดใจ ร่างบางสูงเพรียวแต่เพียบพร้อมด้วยความมั่นใจของผู้เป็นพี่สาวก้าวเข้ามาด้านในของบ้าน ตามด้วยเสียงหวานที่เอ่ยถามถึงเมนูอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยในกระเพาะอาหารยิ่งนัก

“มีอะไรกินมั่งจ๊ะเย็นนี้”

“ต้มข่าไก่ของโปรดพี่เมไงคะ” แม่ครัวเอกของบ้านตอบกลับทันควัน พร้อมกับยกน้ำมาเสิร์ฟให้พี่สาวที่ทรุดตัวลงนั่งเอนหลังบนเก้าอี้ในห้องรับแขก โดยมีคุณมณีมาศมองบุตรสาวทั้งสองที่ดูแลกันและกันก็รู้สึกใจหายเพราะวันมะรืนนี้บุตรสาวบุญธรรมก็ต้องไปอยู่ไกลหูไกลตา

“พูดแล้วก็หิว พี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เผื่อว่าลงมาจะได้ทานข้าวเลย”

            สาวมั่นก้าวขึ้นชั้นบนของบ้านเพื่อตรงไปยังห้องพักส่วนตัว ในระหว่างนั้น หัวหน้าครอบครัวอย่างคุณศาสตร์ก็กลับเข้ามาพอดีด้วยสีหน้าที่ไร้ความกังวล

            “เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคุณ” ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “อืม” คำตอบสั้นๆ แต่สร้างความรู้สึกโล่งอกให้กับคุณมณีมาศและมีนารินทร์ยิ่งนัก ที่ได้ช่วยให้ครอบครัวรอดพ้นวิกฤตมาได้

            “งั้นคุณพ่อไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวจะได้ลงมากินข้าวกัน มีนเตรียมของโปรดไว้ให้ด้วยค่ะ” คำพูดของลูกบุญธรรมทำให้คุณศาสตร์รู้สึกสะท้อนใจในความผิดพลาดของตนเอง จนทำให้หญิงสาวต้องมารับผิดชอบแทน

“พ่อขอบใจมีนจริงๆ ที่ยอมช่วยให้ผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้” มือหนาหยาบกร้านลูบศีรษะทุยสวยอย่างเอ็นดูและชื่นชมในความกตัญญูของหญิงสาว

เมื่อช่วงเวลาซาบซึ้งที่เจือปนด้วยความรู้สึกใจหายผ่านพ้นไป รอยยิ้มของทุกคนจึงปรากฏขึ้นอีกครั้งบนโต๊ะอาหารภายในบ้านโชติหัตถกิจ ซึ่งเป็นครอบครัวที่สองรองจากบ้านเด็กกำพร้าที่เธอเคยอยู่มา สำหรับมีนารินทร์เธอถือว่าเป็นโชคอย่างมหาศาลที่ได้มาอยู่กับครอบครัวที่มีให้ทั้งความรักและความอบอุ่น หญิงสาวแอบภาวนาในใจให้เธอได้กลับมาสู่บ้านนี้อีกครั้งโดยเร็ววัน

 

เช้าแห่งการจากลาก็มาถึงหญิงสาวถือกระเป๋าใบใหญ่ที่ใส่เสื้อผ้าและของใช้บางส่วนที่จำเป็น ก่อนจะก้าวออกจากห้องมาในจังหวะเดียวกับที่เมยาวีก็ออกมาจากห้องพอดี

“จะไปไหนน่ะยัยมีน หอบกระเป๋าราวกับคนจะย้ายบ้าน” สาวมั่นถามด้วยความแปลกใจ

“คือมีนจะไปช่วยงานบ้านใจอารีน่ะค่ะ” หญิงสาวปด สาวมั่นก่อนจะค่อยๆ ยกกระเป๋าก้าวลงชั้นล่างของบ้าน โดยมีเมยาวีเดินตามลงไปติดๆ

“ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ” เมยาวียังซักไซ้ไม่เลิกจนมาถึงโต๊ะอาหารที่บิดามารดาทั้งสองนั่งทานอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นอาการซักไซ้ของบุตรสาวคนโตก็พอจะเดาออกว่าเธอคงกำลังเค้นคอถามน้องสาว ด้วยความสงสัยว่ามีนารินทร์จะไป

“มีนไปไม่กี่วันเองค่ะพี่เม” หญิงสาวหันไปบอกพี่สาวก่อนจะเดินไปยกกาแฟมาเสิร์ฟ แล้วค่อยมานั่งทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ

“โทรมาบอกพี่ด้วยล่ะกันว่าอยู่ที่ไหนยังไง พี่เป็นห่วง เรายิ่งไม่ค่อยได้ไปไหนไกลด้วย” น้ำเสียงราบเรียบแฝงด้วยความห่วงใยของเมยาวี ทำให้หญิงสาวถึงกับดีใจและโล่งอกไปในคราเดียวกัน

หลังจากอาหารเช้า เมยาวีรีบออกไปทำงานเนื่องจากวันนี้เธอต้องรีบเคลียร์งานที่คั่งค้างส่งให้กับเจ้านายเธอ ส่วนมีนารินทร์ก็เตรียมตัวเดินทางไปยังบริษัท เคเจพี กรุ๊ป ตามที่นัดไว้กับคุณภาวัฒน์และว่าที่เจ้านายของเธอโดยมีคุณศาสตร์ขับรถไปส่ง

“มีนลงตรงนี้ก็ได้ค่ะคุณพ่อจะได้ไม่ต้องตีรถกลับให้เสียเวลา” หญิงสาวพูดพร้อมกับให้เหตุผล

“ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก ไปถึงที่โน่นแล้วโทรมาบอกพ่อกับแม่ด้วยนะ” คุณศาสตร์พูดก่อนจะค่อยๆ ชะลอรถจอดตรงหน้าโรงแรมเดอะแกรนด์เคเจพี

“แล้วมีนจะโทรไปหาบ่อยๆ ค่ะ พ่อกับแม่ก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมแล้วก้าวลงจากรถ พร้อมกับกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่เดินเข้าไปยังด้านใน

ทันทีที่หญิงสาวมาถึงและแจ้งกับประชาสัมพันธ์ทางด้านหน้าว่าเธอมาพบคุณภาวัฒน์ตามที่ได้นัดไว้ พนักงานสาวจึงโทรไปแจ้งกับทางเลขาฯ ของประธานบริษัท

“เดี๋ยวคุณนั่งรอที่ล็อบบี้นะคะ” พนักงานสาวบอกกับมีนารินทร์หลังจากวางสาย

หญิงสาววางกระเป๋าลงข้างเก้าอี้ที่เธอทรุดตัวลงนั่ง ดวงตากลมโตกวาดมองรอบๆ บริเวณที่มีผู้คนผ่านไปมาซึ่งน่าจะเป็นแขกที่มาพัก ฉับพลัน สายตาของมีนารินทร์ก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มกำลังเดินตรงมาหาเธอ แล้วหญิงสาวก็ต้องตกใจเมื่อร่างสูงคุ้นตาที่เดินเข้ามาหาเธอคือภิยวัฒน์ ชายหนุ่มสายตาเย็นชาหรืออีกนัยหนึ่งก็คือเจ้านายของเธอนั่นเอง

“ไปกันได้แล้ว ฉันไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนัก” ชายหนุ่มพูด ก่อนจะหันไปมองกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ของหญิงสาว

 “คะ ค่ะ” หญิงสาวตอบก่อนจะยกจะเป๋าสัมภาระใบโต แต่ช้าไปกว่าชายหนุ่มที่ฉวยกระเป๋าของหญิงสาวไปถือให้เสียเอง มีนารินทร์รู้สึกงงงันเล็กน้อยกับความมีน้ำใจชายหนุ่มเย็นชาผู้นี้

“เธอจะยืนอึ้งอีกนานไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะให้เธอไปเองนะ” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย แล้วรีบเดินตามชายหนุ่มตรงไปยังรถตู้ของบริษัทที่จอดรออยู่ด้านหน้าเพื่อออกเดินทางไปยังปราณบุรีรีสอร์ท 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha