หนี้รักมาเฟีย

โดย: Anya.



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เจ้าหนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2

เจ้าหนี้

 

“ฉันมาขอพบเจ้าของโชว์รูมรถค่ะ” กณิศาบอกกับพนักงานต้อนรับของบริษัทขายรถยนต์สุดหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านที่มูลค่าที่ดินสูงเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร เธอตัดสินใจที่จะนำเงินมาใช้หนี้ให้ปวริศด้วยตัวเอง เธออยากมาแสดงความรับผิดชอบ มาทำให้เขาเห็นว่า พี่ชายและครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะเงินมาชดใช้เขาแต่อย่างใด

“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ” เธอถามกลับด้วยความยิ้มแย้ม แม้จะประเมินหน้าตาและการแต่งตัวของผู้มาเยือนอย่างดูถูกก็ตาม คนที่จะมาขอพบเจ้านายของเธอนั้นต้องดูภูมิฐาน มีฐานะ มีรัศมีของความร่ำรวย แต่กับผู้หญิงคนนี้นั้นแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง

“ฉันชื่อกณิศาค่ะ”

“มาพบคุณบาสเตียนเรื่องอะไรคะ ดิฉันไม่ได้รับแจ้งว่าคุณจะเข้าพบบอสวันนี้ หรือว่าคุณเป็นตัวแทนลูกค้าของเราคะ”

“บาสเตียน?” เธอแปลกใจนิดหน่อยที่ได้ยินชื่อนี้ เธอคิดว่าเจ้าของที่นี่จะเป็นคนไทยซะอีก

“ฉันเป็นน้องสาวของคุณปวริศค่ะ”

“น้องสาวคนโกงนี่เอง!” บาสเตียนที่เพิ่งมาถึงสำนักงานขายตบมือเสียงดังต้อนรับการมาเยือนของหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ เธออยู่ในชุดที่เรียกได้ว่าเหมือนแต่งตัวมาร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยซะมากกว่า เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ผมมัดเป็นมวยกลมๆ คล้ายก้อนซาลาเปา และกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กนั่น ก็คงจะแพงที่สุดในบรรดาสิ่งของที่อยู่บนตัวเธอแล้วล่ะมั้ง

 

 

“สวัสดีค่ะ” กณิศาหันไปยกมือไหว้ ชายหนุ่มตัวสูงในชุดสูทดูดี เธอเดาว่าเขาคงจะสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร หน้าตาที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนไทย แต่ก็ไม่เหมือนชาวตะวันตกซะทีเดียว เพราะเขามีมุมที่เหมือนคนตะวันออกกลางด้วย และที่เธอรู้สึกแปลกใจที่สุด ก็คงจะเป็นการพูดของเขา ที่พูดภาษาไทยได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ

“มีธุระอะไรกับฉัน” บาสเตียนมองหน้ากณิศาอย่างพิจารณา หน้าสด ไร้การแต่งแต้ม ดวงตาอิดโรยมีแว่นสายตากลมๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น จมูกโด่ง ปากสีชมพูสวย แก้มแดงเพราะคงจะเหนื่อยจากการเดินทางมาที่นี่ หน้าผากมนมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย

“ฉันมาคุยเรื่องค่าเสียหายที่พี่ชายฉันต้องชดใช้ค่ะ”

“หาเงินมาคืนได้แล้วเหรอ”

“ค่ะ”

“ไหนล่ะเงิน” แม้บาสเตียนจะตกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังทำหน้านิ่ง แกล้งมองไปที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เงินสดสามล้านบาทอย่างน้อยก็ต้องใส่กระเป๋าใหญ่ๆ มาสักใบ แต่นี่รอบตัวเธอไม่มีอะไรเลย มีแค่ขาเรียวๆ เท่านั้นที่ดึงดูดสายตาของได้

“นี่ไงคะ ฉันถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เงินรางวัลสามล้านบาท” เธอหยิบมันออกมาโชว์ให้เขาดู

“เหรอ” บาสเตียนมองเธออย่างเย้ยหยันและอดขำไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ต้องการใช้เงินสามล้าน แล้วอยู่ๆ ก็ถูกลอตเตอรี่เลยเนี่ยนะ มันจะโชคดีเกินไปหน่อยมั้ง

“ฉันถูกรางวัลจริงๆ นะคุณ คุณเช็คดูสิ คุณตรวจเลย” กณิศายื่นมันให้เขา บาสเตียนรับมันมา และส่งต่อให้ลูกน้องคนสนิทเช็คความถูกต้อง ระหว่างนั้นเขามองหน้าเธอไปเรื่อยๆ เพราะเธอก้มหน้าหลบสายตาของเขาตลอด

“ถูกรางวัลจริงๆ ครับนาย”

“ถูกงวดหรือเปล่า”

“ถูกครับนาย เธอถูกรางวัลที่หนึ่งจริงๆ ครับ”

“งั้นก็เอาไปเช็ค ว่าลอตเตอรี่ใช่ของจริงหรือเปล่า ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น”

“ครับนาย”

“ส่วนเธอ... ตามฉันมา” กณิศาเดินตามเขาไปต้อยๆ ไม่พูดไม่จา ไม่สบตาใครก็ตามที่มองมายังเธออย่างเหยียดหยาม เรื่องของพี่ชายเธอคงจะเป็นที่รู้กันของคนในนี้สินะ

 

 

“ถ้าลอตเตอรี่นั่นเป็นของจริง ได้รางวัลสามล้านบาท ก็จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย แปลว่าฉันจะได้เงินไม่ครบสามล้านบาท ส่วนที่เหลือ เธอจะรับผิดชอบยังไง” บาสเตียนนั่งวางท่าอยู่ตรงข้ามกับกณิศา โดยมีโต๊ะทำงานคั่นกลางเอาไว้

“ฉันมีเงินเก็บอีกประมาณสองแสนบาทในบัญชีนี้ค่ะ ฉันจะไปถอนเงินออกมาให้คุณให้หมด แต่ถ้ามันไม่พอ พ่อกับแม่ฉันน่าจะหามาเติมให้ครบจำนวนที่ขาดไปได้ค่ะ” เธอยื่นสมุดบัญชีที่แสดงยอดเงินคงเหลือสองแสนกว่าบาทให้เขาดู

“งั้นฉันขอเก็บเอาไว้เป็นตัวประกันก่อนนะ” เขาเก็บสมุดบัญชีของเธอใส่ลิ้นชัก ในขณะที่กณิศากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง

“ถ้าไม่ให้ฉันเก็บไว้ ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอจะทำตามที่พูด”

“เก็บไว้ก็ได้ค่ะ” เธอยอมอย่างเสียไม่ได้

“แล้วเงินของพี่เธอที่เหลือจากการขายรถ หายไปไหนหมดล่ะ”

“เงินอะไรคะ”

“ก็เงินที่พี่เธอกับพวก เอารถฉันไปขายให้บริษัทคู่แข่งไง”

“ฉันไม่รู้ค่ะ พี่ปั้นบอกแค่เรื่องโอนสัญญารถเท่านั้น”

“หึ... งั้นฉันจะบอกอะไรให้นะ พี่ชายเธอกับเพื่อน ยักยอกรถราคาสิบสองล้านของฉันไปขายให้ไอ้ชั่วนั่นแปดล้านบาท แสดงว่าพี่เธอจะต้องมีเงินในมืออยู่สองล้านบาท หลังจากแบ่งกับพวกอีกสามคน”

“สองล้าน?”

“ใช่ ถ้าพี่เธอไม่เอาเงินไปถลุงจนหมดภายในสองวันล่ะก็ มันก็แค่หาเงินมาคืนฉันอีกไม่กี่บาทเท่านั้น”

“สองวัน... สองล้าน...”

“ให้มันเป็นเรื่องในครอบครัวของเธอแล้วกันนะ ยังไงฉันก็ได้เงินสามล้านคืนแล้ว”

“คุณจะไม่เอาผิดพี่ชายฉันแล้วใช่ไหมคะ แม้ว่าเพื่อนเค้าที่เหลือจะหาเงินมาคืนคุณไม่ได้”

“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ตอนได้ก็ได้กันเป็นทีม ตอนจะรับผิด พี่เธอกลับรอดคนเดียวงั้นเหรอ ไม่รู้สินะ คงต้องไปถามเพื่อนพี่ชายเธอแล้วล่ะ ว่าถ้ามันถูกตำรวจจับ มันจะซักทอดมาถึงพี่ชายเธอหรือเปล่า”

“อย่างนี้มันไม่ยุติธรรมนี่คะ! ในเมื่อฉันหาเงินมาคืนให้พี่ชายฉันได้แล้ว”

“ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรนิ มันขึ้นอยู่กับเพื่อนๆ ของพี่ชายคุณไง”

“คุณมันใจร้าย”

“ผมใจร้ายตรงไหนไม่ทราบ ถึงผมจะแจ้งตำรวจแค่ไอ้สามคนนั่น ยังไงคนอย่างพวกมันก็ต้องบอกว่าพี่คุณร่วมมือด้วยอยู่ดี”

“คุณก็บอกตำรวจสิว่าพี่ชายฉันไม่เกี่ยวข้อง คุณเป็นผู้เสียหาย คุณปกป้องพี่ฉันได้ แต่ถ้าคุณไม่ช่วย ฉันก็เสียเงินสามล้านไปฟรีๆ”

“เธอเอาเงินมาเสิร์ฟให้ฉันถึงที่นี่เองไม่ใช่เหรอ ฉันไปแบมือขอเงินเธอมาหรือไง”

“คุณ! คุณนี่มันเจ้าเล่ห์!” กณิศาลุกขึ้นยืนโวยวาย เธอชี้หน้าต่อว่าเขาอย่างหมดความอดทน ถ้าพี่ชายเธอถูกจับขึ้นมาจริงๆ ยังไงเขาก็สามารถเป็นพยานให้ได้ว่าพี่ชายของเธอได้ชดใช้ในส่วนหนี้ในส่วนของตัวเองแล้ว

 

“อย่ามาชี้หน้าฉันนะ!” บาสเตียนบีบมือของเธอไว้แน่น และออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงาน จนยืนประชันหน้ากับเธอ

“ฉันเจ็บนะ!” กณิศาหน้าเสีย เธอกลัวเขาไปทั้งกายและใจ สายตาเขาเหมือนสิงโตเจ้าป่า ที่กำลังจะตะขุบเหงื่อให้ตายคากรงเล็บ

“เจ็บเหรอ” เขาถามพร้อมกับเขยิบตัวมาใกล้มากณิศาขึ้นเรื่อยๆ ก่อนวาดแขนโอบเอวของเธอ เพื่อดันเข้ามาใกล้ ตอนนี้ทั้งสองตัวติดแนบชิด จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

“ปล่อยฉันนะ!” บาสเตียนปล่อยมือที่จับเธอไว้ และเปลี่ยนเป็นโอบเอวเธอไว้แทนด้วยสองแขน ตอนนี้ทั้งตัวของเธออยู่ในอ้อมแขนของเขา จะดิ้นหนีก็ดิ้นไปสิ เพราะเธอไม่มีทางหลุดลอดไปได้ และยิ่งดิ้นก็ยิ่งดี เพราะอะไรๆ ในตัวเธอที่มันนูนเด่นออกมานั้น ทำให้เขารู้สึกดีเหลือเกิน

“ซ่อนรูปเหมือนกันนะเนี่ย” บาสเตียนก้มมองหน้าอกภายใต้เสื้อยืดของเธออย่างหื่นกาม ปกติมีแต่ผู้หญิงที่ยินดีจะให้เขาได้โอบกอด แต่กับผู้หญิงที่กำลังขัดขืนเขาอยู่ตอนนี้ เธอทำให้เขาอยากเอาชนะ อยากให้เธอยอมสยบ

“ไอ้ทุเรศ! ปล่อยฉัน!

“ดิ้นอีกสิ ดิ้นเยอะๆ ทั้งนม ทั้งไอ้นั่น มันจะได้ถูฉันนานๆ!” เขาพูดจบก็กอดเธอไว้แน่นขึ้น จนกณิศาอึดอัดจนหายใจไม่ออก

“โรคจิต!

“แปลว่าไม่เคยโดนอะไรแบบนี้สินะ” เขาปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เพราะขืนกักขังเธอไว้นานกว่านี้ ไอ้แก่นกายของของเขาที่กำลังร้อนระอุอยู่ตอนนี้ คงจะได้ระเบิดออกมาเป็นไฟแน่

“อยากโดนหรือไง” บาสเตียนถามกวนๆ เพราะสายตาของกณิศาดันจับจ้องอยู่ที่เป้ากางเกงของเขา มีบางอย่างนูนชัดขึ้นมาจนเธอรู้สึกว่ามันผิดธรรมชาติ

“มะ... ไม่” เธอหันหน้ามองไปทางอื่น

“ไม่เหรอ น้องชายของฉันมันทำให้เธอไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ” เขาเห็นกณิศาสติแตกก็เดินเข้าไปหาเธอที่เดินถอยหลังหนีเขาไปเรื่อยๆ มือปลดเข็มขัดราคาแพงและกระดุมกางเกงออกเพื่อกลั่นแกล้ง ที่ผ่านมาเขาเจอแต่ผู้หญิงที่รู้งาน แต่กณิศานั้นแตกต่างออกไปจากผู้หญิงที่เขาเคยคบหาด้วย

“อย่านะ อย่าเข้ามา!” กศิณาหันมองข้างหลัง ไม่มีทางที่เธอจะหนีรอดแล้ว จะวิ่งไปทางไหนก็เป็นกำแพงทุกด้าน

“ชู่ว... อย่าเสียงดัง” เขายืนบังเธอเอาไว้ แขนข้างหนึ่งยันกำแพงเพื่อป้องกันเธอหลบหนี ก่อนจะรับโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในกระเป๋า

 

“นายครับ ลอตเตอรี่เป็นของปลอมครับ ผมลองให้ที่ร้านตรวจด้วยเครื่องตรวจ เป็นเหมือนกันทั้งสามร้านเลยครับ คนที่รับซื้อสลากเค้าบอกว่าช่วงนี้ลอตเตอรี่ปลอมระบาดเยอะมาก ผมจะเอาไปเช็คที่กองสลากอีกที แต่ตอนนี้รถติดมาก ผมเลยโทรมาแจ้งนายไว้ก่อนครับ”

 

“ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้” กณิศาได้ยินทั้งหมดที่ลูกน้องของเขาพูด

“แพศยา! ไว้ใจไม่ได้ทั้งพี่ทั้งน้อง! เลวจริงๆ!” บาสเตียนโมโหสุดขีด เขาเกือบจะเสียรู้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างนี้ได้ยังไงกัน

“คุณคะ! ฉันไม่รู้จริงๆ นะว่ามันเป็นของปลอม ฉันขอโทษ คุณจะให้ฉันชดใช้ยังไงก็ได้ แต่อย่าจับพี่ชายฉันเข้าคุกเลยนะคะ ฉันขอร้อง ฉันซื้อมาจากคุณป้าคนนึง ฉันซื้อมาคนละใบกับเพื่อน ฉันไม่รู้จริงๆ นะคะว่าโดนหลอก ฉันไม่เคยซื้อลอตเตอรี่ ฉันดูไม่ออกว่าอันไหนของจริง หรือของปลอม...”

“หุบปาก!” บาสเตียนตะโกนห้ามเธอที่พล่ามไม่หยุด ส่วนเธอก็วิ่งตามเขาไปที่ประตูห้องทำ แต่บาสเตียนไม่ได้จะออกไปไหน สิ่งที่เขาทำคือล็อคประตูเท่านั้น

“อยากชดใช้ใช่ไหม”

“ค่ะ แม่ฉันกำลังเอาบ้านไปจำนองกับธนาคาร แม่บอกว่าอาจจะได้สักล้านกว่าบาท เราขอจ่ายคุณเท่านี้ก่อนได้ไหมคะ แล้วฉันจะรีบหาเงินที่เหลือมาคืนคุณให้เร็วที่สุดค่ะ”

“ได้... แต่ระหว่างที่ฉันรอเงินจากครอบครัวโจรๆ ของเธอ เธอก็เอาตัวเองมาขัดดอกก่อนแล้วกัน”

 

แคว่ก!

 

เสียงเสื้อยืดของกณิศาถูกเขากระชากออกจากมือจนขาดภายในครั้งเดียว เธอตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะใช้สองมือปิดหน้าอกหน้าใจของตัวเองเอาไว้

 

“คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณนะ ฉันไม่รู้เลยว่าฉันซื้อลอตเตอรี่ปลอมมา”

“ฉันไม่สนว่าเธอจะได้มันมาได้ยังไง! เอามือออก!” บาสเตียนคำรามใส่เธอเสียงดัง มือใหญ่ของเขากระชากแขนเธอที่ปิดบังหน้าอกใหญ่ให้เปิดออก

“ฮือ... ปล่อยฉัน” เพียงเสี้ยววินาทีที่มันโชว์เด่นต่อสายตาของบาสเตียน เขาไม่อาจทนต่อแรงดึงดูดของมันได้ เขามุดหน้าลงไปสูดกลิ่นหอมและดอมดมเนิ่นอกของกณิศาอย่างหื่นกระหาย มันเร้าใจเขาดีจริงๆ ที่ถูกห้ามปราบแบบนี้ เพราะเขาเคยชินแต่การถูกนำเสนอ เนื้อนิ่มมีกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่ และผิวเนียนละเอียดน่าสัมผัสจนเขาหยุดเชยชมมันไม่ได้ บาสเตียนกอดรัดเธอเอาไว้ และบังคับให้เธอเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ จนชนกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาละมือจากเอวบางและกวาดเอาสิ่งของอันเกะกะบนโต๊ะทิ้งลงพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกสะโพกเธอลอยขึ้นสูง และวางเธอไว้บนโต๊ะทำงานนั้น กณิศาขัดขืนเขาทุกวิถีทาง ทั้งใช้สองมือปัดป้อง ใช้สองขาพยายามเหวี่ยงไปมาให้เขาเจ็บตัว แต่เขากลับแทรกตัวเข้ามาในหว่างขา โดยที่เธอไม่ได้เชื้อเชิญ บาสเตียนหงุดหงิดที่เธอไม่ให้ความร่วมมือ จนเขาต้องจับสองมือของเธอเกาะกุมเอาไว้แล้วยกมือมันขึ้นสูง ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากหน้าอกใหญ่มาที่รำคอระหงส์ เขาประทับจูบลงที่ซอกคอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากที่พ่นลมหายใจอุ่นๆ ออกมา ไปอยู่ที่ปลายคางมน เขาอ้าปากงับมันเบาๆ และริมฝีปากของเขาก็สัมผัสกับปากล่างของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ กณิศาตัวร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง บาสเตียนเองก็ใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เขาจู่โจมจูบเธออย่างหมดความอดทน และเพียงแค่ปลายลิ้นแทรกเข้าไปในโพรงปากของเธอ เขาก็รู้สึกวาบหวิวไปทั้งตัว

“อื้ม...” เสียงครางจากลำคอ แสดงความพออกพอใจในตัวของกณิศา แม้ว่าเธอจะพยายามพูดจาขับไล่และด่าทอเขา แต่เขาก็ไม่สนใจ เขากลืนกินคำพูดของเธอลงคอ และรอสัมผัสจากลิ้นชื้นยามที่เธอขยับมันต่อว่าเขา

“อื้อ!” กณิศาสิ้นไร้ไม้ตอก หมดหนทางจะต่อสู้ เพราะเขากักขังเธอไว้ด้วยทุกส่วนของร่างกายอันแข็งแกร่ง เธออยากร้องขอความเห็นใจจากเขา แต่สมองกับด้านชา ไม่ออกคำสั่งให้ร่างกายทำงาน เธอน้ำตาคลอเบ้า ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับชายแปลกหน้าคนนี้ บาสเตียนเห็นกณิศาไม่ขัดขืนก็ได้ใจ เขาทั้งจูบ ทั้งดูดเม้มที่ซอกคอ จนกระทั่งถึงเวลาอันสมควรที่เขาจะลิ้มรสน้ำนมจากสองเต้านี้เสียที และเขาก็สาบานตรงนี้เลยว่า ตอนแรกเขาทำเพียงแค่จะขู่ให้เธอกลัวเท่านั้น ว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้างที่กล้าหลอกลวงคนอย่างเขา แต่ตอนนี้เขาคงต้องผิดคำสาบาน เพราะผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาใจสั่นเหลือเกิน...

 

“โอ้...” บาสเตียนปล่อยเสื้อชั้นในของเธอลองพื้น และชื่นชมกับสองเต้าแสนสวย หน้าอกทรงหยดน้ำแบบธรรมชาตินั้นมีขนาดล้นมือ แถมยังนุ่มนิ่มอีกต่างหาก

 

บาสเตียนใช้ปลายลิ้นทักทายยอดอกทั้งสองข้างเพื่อทำความคุ้นเคย และยิ้มกริ่มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าเจ้าของของมันเม้มปากด้วยความเสียว เขาจับแขนของเธอให้วางพาดไปด้านหลัง เหมือนว่าเธอกำลังแอ่นมันให้เขาได้ดูดกลืน

“สุดยอด...” บาสเตียนดื่มด่ำสองเต้าอย่างเพลิดเพลิน โดยที่กณิศานั้นน้ำตาเริ่มรินไหลออกมา

“ฉันขอร้อง... อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” เธอขอร้องเขาด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่อเขากำลังจะถอดกางเกงของเธอ

“เธอจะต้องชดใช้ฉันด้วยวิธีนี้!” อสูรร้ายไม่ฟังคำอ้อนวอนใดๆ ทั้งสิ้น เขาดึงกางเกงขาสั้นของเธอลงไปกองที่ข้อเท้าแล้วจูบเธออีกรอบ มือก็รูดกางเกงของตัวเองลงมากองที่ต้นขา พร้อมกับลูบคลำแท่งร้อนที่พร้อมใช้งานอย่างภูมิใจ เขาผลักร่างของกณิศาให้นอนราบลงไปบนโต๊ะ และดึงกางเกงของเธอหลุดออกจากปลายเท้า ก่อนจะจับสองเขายกสูงและแยกออกจากกัน

“ใช้ได้...” บาสเตียนมองที่หว่างขาของกณิศาอย่างพึงพาใจ มีขนอ่อนรำไรปกปิด และยังดูสดใหม่ เหมือนยังไม่ผ่านการใช้งาน โดยเฉพาะตรงรอยแยกที่เขาพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน มันยังเล็กจนเขาจินตนาการไม่ถูกว่าถ้าหากมันตอดรัดแก่นกายใหญ่ๆ ของเขา มันจะเสียวแค่ไหน และไม่ต้องเสียเวลาคิดนานอีกต่อไป เมื่อเขาเห็นว่ามันมีน้ำเหนียวไหลออกมาช่วยให้เขาเข้าไปได้อย่างไม่ยากลำบาก

“อย่านะ... อย่านะคุณ” กณิศากลัวจนตัวสั่น เธอไม่รู้ว่าขนาดมาตรฐานเจ้าโลกของผู้ชายมันขนาดเท่าไหร่ แต่ขนาดของผู้ชายใจร้ายคนนี้มันทำให้หวาดกลัว

“หึ... เธอจะต้องชดใช้!” บาสเตียนไม่ฟังคำขอใดๆ ทั้งสิ้น และเขาก็ไม่สนใจน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเธอด้วย เขาจ่อปลายแท่งร้อนไปที่รอยแยกเพียงเล็กนั้น และดันมันเข้าไปจนสุดในครั้งเดียว

“ไม่!” หญิงสาวตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอรู้สึกจุกและอึดอัดเหมือนจะอ้วก ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อน

“ฟิต... อาห์... รูเธอนี่มันฟิตจริงๆ” เขาบอกเสียงกระเส่า ร่างกายเขาเหมือนมีไฟราคะแผดเผา

“ฉันเจ็บ... เอาออกไปนะ เอาออกไป!

“เอาออกให้โง่เหรอ!” พูดจบบาสเตียนก็ออกแรงที่สะโพกเพื่อบังคับแก่นกายใหญ่ยักษ์ให้เลื่อนเข้าเลื่อนออกภายในโพรงสวาท ตรงนี้ของกณิศายังสดใหม่ และเธออาจจะยังบริสุทธิ์อยู่ด้วยซ้ำ เขาภูมิใจและสะใจที่ได้ของดีๆ แบบนี้มาขัดดอก มันคุ้มกว่าเงินสามล้านบาทกว่าเป็นไหนๆ เพราะเงินจำนวนนี้ ไม่กี่วันเขาก็หาได้แล้ว แต่ของดีๆ แบบนี้น่ะสิ เขาอาจจะต้องงมหาในทะเลด้วยซ้ำ

 

“อู้ว... ขมิบอีก ขมิบเร็วๆ” เสียงสวาทดังออกมาจากปากบาสเตียนไม่ขาดสาย แต่กณิศานั้นเม้มปากเก็บความรู้สึกเอาไว้ มันคืออะไรกัน เธอไม่เข้าใจ เธอไม่ต้องการให้เขาทำแบบนี้ แต่ทำไมร่างกายมันวาบหวิวไปกับทุกสัมผัสของเขา

“อ๊ะ!” เธอใช้มือปิดปากเมื่อมีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่บาสเตียนได้ยินมัน เขามองเธออย่างเจ้าเล่ห์ และดูดปลายยอดถันถี่และแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะล็อคข้อมือของเธอเอาไว้

“อาห์” กณิศาไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย แต่ทำไมเธอต้องมีอารมณ์ร่วมไปกับคนใจร้ายอย่างเขาด้วย

“ฉันรู้ว่าเธอเสียว ก็แน่ล่ะ ฉันเก่งเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว” บาสเตียนหยิ่งทะนงในความสามารถของตัวเอง ยิ่งเห็นใบหน้าเสียวๆ ของกณิศาแสดงออกมามากเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกเป็นผู้ชนะ และมีแรงที่จะบดขยี้ร่องสวาทของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

“อาห์... สุดยอด ขมิบ... ขมิบดีจริงๆ” บาสเตียนเร่งจังหวะสะโพกให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ สองมือของเขาจับต้นขาสวยของเธอเอาไว้ เขาจะสอนให้เธอรู้จักว่าความสุขจากเอ็นอุ่นๆ มันเป็นยังไง

“โอ้ว” และในที่สุดเขาก็พ่นน้ำรักเข้าไปในกายของกณิศาจนหมด ก่อนจะขยับมันเข้าออกเบาๆ และดึงมันออกมาในที่สุด ตอนนี้เขารู้สึกปวดเมื่อยขาที่ต้องยืนออกแรงทำเรื่องอย่างว่า แต่มันก็คุ้มค่ากับภาพที่เห็นตอนนี้เหลือเกิน กณิศานอนเปลือยเปล่าและเหนื่อยหอบจากไฟสวาทที่เขามอบให้

“เลว...”

“ปากดีอย่างนี้ เธอเลยได้ผัวเป็นคนเลวไง” เสียงด่าของเธอเบาหวิว และนั่นคือคำสุดท้ายที่เธอพูดก่อนดวงตาของเธอจะปิดสนิท


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนความคิดของเรานะคะ (มีอีบุ๊กขายที่ www.mebmarket.com นะคะ)"

Anya.


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha