หนี้รักมาเฟีย

โดย: Anya.



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ทำงานใช้หนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3

ทำงานใช้หนี้

 

“ถ้าฉันเป็นตำรวจ โจรกระจอกๆ อย่างเธอคงจะลืมตาอีกทีตอนอยู่ในคุกสินะ” บาสเตียนเหล่ตามองกณิศาที่ขยับตัวตื่น ตอนนี้เธอนอนอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของเขา ส่วนเขานั่งกดโทรศัพท์อยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ เธอยังอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือใส่เสื้อผ้าแล้ว แต่เสื้อที่เธอใส่อยู่ เป็นเชิ๊ตแขนยาวของเขา แล้วเขาใส่เสื้อตัวใหม่เหรอ...

“ฉันกลับได้หรือยัง” เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งและหันไปสังเกตเสื้อของเขา เธอจำไม่ได้ว่าเขาใส่เสื้อตัวเดิมหรือเปล่า แต่มันก็ไม่สำคัญหรอก ในเมื่อเขาเป็นคนฉีกเสื้อเธอจนขาด เขาก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบหาเสื้อตัวใหม่มาให้เธอใส่อยู่แล้ว

“นี่คิดว่ายอมเสียตัวให้ฉันแค่ครั้งเดียวแล้วหนี้ของพี่ชายมันจะหมดงั้นเหรอ” เขาลุกจากที่นั่งของตัวเอง มานั่งบนโซฟาตัวเดียวกับกณิศา เธอขยับหนีเขาจนตัวชิดกับพนักพิง

“ตัวฉันมันหมดคุณค่าก็เพราะคุณ ฉันจะกลับไปหาเงินมาคืน”

“กล้าหาญ มุ่งมั่น รักครอบครัว ฉันประทับใจมากนะ แต่เหลือเวลาอีกแค่สองวัน รวมวันนี้อีกครึ่งวันก็เป็นสองวันครึ่ง เธอจะมีปัญหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ให้พี่ชายเธอหะ”

“ในเมื่อคุณได้ตัวฉันขัดดอกไปแล้ว คุณก็ต้องให้เวลาฉัน”

“ฉันตกลงกับเธอไว้อย่างนั้นเหรอ ก่อนที่ฉันจะทำให้เธอเสียว ฉันพูดแบบนั้นเหรอ เอ... ฉันจำไม่ได้เลยน่ะสิ จำได้แต่นมนิ่มๆ กับตรงนั้นที่มันฟิตสุดๆ”

 

เพี้ยะ!

กณิศาทนไม่ได้ที่เขาพูดจาแบบนี้ เขาจะย่ำยีเธอไปถึงไหน

 

“แค่เธอชี้หน้าฉัน เธอยังโดนฉันเอาไม่ยั้ง คิดเหรอว่าตบหน้าฉัน แล้วฉันจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษกับผู้หญิงขี้โกงอย่างเธอ” บาสเตียนแสบแก้มไปหมด แต่เขายังพอทนได้ เขาอยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะต่อสู้กับด้วยวิธีไหนอีก

“ฉันไม่ได้โกง ฉันไม่ได้โกหก ฉันไม่รู้ว่าลอตเตอรี่นั่นเป็นของปลอม”

“ช่างหัวเรื่องเศษกระดาษนั่น เธอจะปฏิเสธยังไง มันก็ไม่กลายเป็นเงินสามล้านบาทอยู่ดี”

“คุณจะให้เวลาฉันใช่ไหม” กณิศาเห็นเขาดูใจเย็นลง ก็ถามอย่างมีความหวัง

“ฉันไม่ได้จะให้เวลาเธอ แต่ฉันจะยืดอิสรภาพให้พี่ชายเธอต่างหาก”

“ฉันไม่ยอมให้คุณใช้ร่างกายฉันเป็นตัวขัดดอกอีก ถ้าจะให้ฉันชดใช้ ให้ฉันทำอย่างอื่นเถอะ”

“ได้” บาสเตียนหยักไหล่ตกลงคำขอสบายๆ เขากอดอกและมองเธอเจ้าเล่ห์

“แต่เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง”

“อะไร...”

“เธอต้องมาเป็นแม่บ้านให้ฉัน”

“แม่บ้าน!

“ใช่”

“ถ้าฉันตกลงทำงานนี้ ฉันต้องทำอะไร และฉันจะได้อะไรบ้าง” กณิศาไม่คิดว่าจะได้ยินข้อเสนอที่ฟังดูง่ายดายแบบนี้ แต่เธอก็ระแวงจนต้องถามเขาให้แน่ใจว่าการเป็นแม่บ้านของเขานั้น ครอบคลุมและมีขอบเขตถึงหน้าที่ใดบ้าง

“ฉันจะให้เวลาพี่ชายเธอเพิ่มอีกสามเดือน ส่วนเธอก็ทำงานบ้านให้ฉัน งานง่ายๆ ทำงานบ้านเป็นหรือเปล่า”

“เป็น แต่ไม่ค่อยสะอาด” เธอบอกเสียงเบา เพราะไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง มันไม่ได้ยากอะไรกับแค่ปัด กวาด เช็ด ถู แต่เธอคงทำให้มันจะสะอาดเนี้ยบไร้ฝุ่นละอองหมดจด เธอคงทำไม่ได้ ส่วนบาสเตียนได้ยินก็ถอนหายใจอย่างหนัก เพราะเขาอยู่ในที่ที่ฝุ่นเยอะมากไม่ได้ ผิวหนังเขามันไวต่อความสกปรก

“ใช้เครื่องซักผ้าเป็นไหม”

“เป็น”

“เครื่องดูดฝุ่น”

“ก็ไม่น่าใช้ยาก”

“ฉันขอถามอีกที เธอทำงานบ้านเป็นหรือเปล่า”

“คุณไม่ต้องถามฉันหรอก ฉันทำได้แล้วกัน แค่กวาดบ้าน ถูบ้าน เช็ดโต๊ะ ใครๆ ก็ทำได้ ที่ฉันอยากรู้คือ งานฉันมีแค่นี้จริงๆ ใช่ไหม แล้วพี่ชายฉันจะปลอดภัยหรือเปล่า”

“พี่ชายเธอจะปลอดภัย ตราบเท่าที่เธอทำงานให้ฉัน และมีข้อแม้ว่าเธอจะต้องย้ายไปอยู่กับฉันด้วย”

“ทำไมฉันต้องไปอยู่กับคุณด้วย ฉันไปกลับได้ แม่บ้านสมัยนี้เค้าก็ทำแล้วกลับกันทั้งนั้นแหละ”

“จะไป... หรือไม่ไป?” บาสเตียนมองเธออย่างวางอำนาจ และเปิดรูปคลิปวิดิโอในโทรศัพท์ให้กณิศาดู

 

“พี่ปั้น...” เธอน้ำตาคลออย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าของเขามีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด แถมตัวของเขาถูกมัดไว้กับเก้าอี้

“อย่า!” เสียงสั่นเครือ เผลอร้องห้ามเมื่อลูกน้องของเขากำหมัดชูขึ้นเพื่อจะทำร้ายปวริศ แต่คำขอก็ไม่เป็นผล เพราะวิดิโอยังคงเล่นต่อไปพร้อมๆ กับที่พี่ชายของเธอถูกรุมทำร้ายร่างกาย

“คุณมันใจร้าย” กณิศามองหน้าบาสเตียนด้วยความโกรธแค้น

“ใจร้ายเหรอ... ถ้าฉันใจร้าย ป่านนี้พี่เธอโดนฝังจมดิน จนเธอต้องประกาศหาคนหายสักสิบปี แต่เธอจะไม่มีวันเจอ หรือถ้าเจอ ก็คงเจอแต่ซากกระถูกที่ต้องเอาไปตรวจดีเอ็นเอ ถึงจะรู้ว่าเป็นของคนหรือหมา”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณ! พี่ฉันเป็นคนนะ มีสองแขน สองขาเหมือนคุณ!

“ฉันไม่เคยทำร้ายใครก่อน พี่เธอมันโกง มันเป็นคนทุจริต!” บาสเตียนบีบแขนของกณิศาสุดแรง

“แต่คุณทำร้ายฉัน...” เธอบอกเขาพร้อมกับน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาจากหัวตา เธอเจ็บปวดกับการกระทำของผู้ชายคนนี้ คนที่เธอไม่เคยรู้จัก เธอไม่คิดเลยว่าจะมีคนจิตใจโหดเหี้ยมแบบนี้อยู่บนโลก

“เธอทำร้ายฉันก่อน!” บาสเตียนไม่มีความปราณีให้กับกณิศาเลย เขาไม่สนใจด้วยซ้ำ ว่าน้ำตาที่ไหลออกมานั้นเป็นเพราะเขา

“ถ้าฉันไปอยู่กับคุณ คุณจะไม่ทำอะไรพี่ชายฉันอีกใช่ไหม”

 

“เลิกซ้อมมัน แล้วตั้งแต่นี้ไป ไม่ต้องคอยตามดูพวกมัน จนกว่าฉันจะสั่ง”

บาสเตียนตอบคำถามของกณิศา ด้วยการโทรศัพท์ไปสั่งลูกน้องให้ปล่อยตัวปวริศไป

“กลับบ้านไปเก็บของของเธอ แล้วกลับมาหาฉันที่นี่ก่อนหกโมงเย็น”

“ค่ะ” กณิศาปาดน้ำตา และมองนาฬิกาข้อมือ อย่างน้อยเธอก็มีเวลาอีกสามชั่วโมง ก่อนที่จะต้องตกนรกไปอีกสามเดือน

“โอ๊ย!” เมื่อเธอลุกขึ้นยืนและพยายามก้าวขาไปข้างหน้า ความเจ็บปวดก็เกิดขึ้นตรงบริเวณหว่างขา

“ฉันจะให้คนของฉันไปส่งเธอที่บ้านแล้วกัน ถือซะว่าเป็นการต้อนรับแม่บ้านคนใหม่” บาสเตียนกระตุกยิ้มมุมปากและมองหน้ากณิศาด้วยสายตาหื่นๆ ก่อนจะเลื่อนมองต่ำไปเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ตรงนั้น

“น้ำใจจากคุณมันชดเชยความทุเรศของคุณไม่ได้หรอกนะ แต่ฉันก็ขอบคุณมากที่มีเมตตา” แม้จะไม่อยากรับความช่วยเหลือของเขา แต่เธอก็ไม่สามารถกลับบ้านในสภาพนี้ได้จริงๆ

 

ตลอดทางกลับบ้านกณิศาพยายามไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนไม่รู้จัก แต่ความเงียบและความเจ็บปวดก็ยากเกินกว่าจะเก็บเอาไว้ได้ เธอคิดไม่ออกว่าจะบอกพ่อกับแม่ของเธอยังไงดี ว่าเธอจะไม่อยู่บ้านสามเดือน แล้วภายในสามเดือน เธอจะหาเงินมาคืนเขาได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ยิ่งคิดก็ยิ่งมืดแปดด้าน และในที่สุด เธอก็ปล่อยโฮออกมาเหมือนฝนที่ตกลงมาจากฟ้าครื้ม จนลูกน้องของบาสเตียนหันมามองดูเธอเล็กน้อย ก่อนจะเบี่ยงรถเข้าเลนซ้าย และจอดที่ข้างทาง

“นายให้ผมบอกคุณว่า นายบอกพี่ชายคุณแล้วนะครับว่าคุณเอาลอตเตอรี่มาใช้หนี้ และนายก็ให้ผมแจ้งคุณว่า นายไม่ได้บอกพี่ชายคุณว่าคุณจะไปทำงานกับนาย” เขารายงานสิ่งที่เจ้านายสั่ง และต้องรอจนกระทั่งกณิศาหยุดร้องไห้ บาสเตียนกำชับว่าไม่อยากให้เธอน้ำตานองหน้าเข้าบ้าน จนพ่อกับแม่เธอสงสัย

“ลอตเตอรี่มันเป็นของปลอมจริงๆ เหรอคะ” เธอจำหน้าเขาได้ ผู้ชายคนนี้เป็นคนนำลอตเตอรี่ไปขึ้นรางวัล

“ครับ” เขาตอบเธอสั้นๆ และปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่ครึ่งชั่วโมง

 

“พ่อ! แม่!” กณิศาวิ่งเข้าบ้านมากอดพวกเขาไว้แน่น

“กะทิ! หายไปไหนมา แล้วที่ส่งข้อความมาบอกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งน่ะเรื่องจริงหรือเปล่า”

“จริงสิแม่! เราโชคดีมากๆ เลยนะแม่ กะทิเอาลอตเตอรี่ไปขึ้นรางวัลมาแล้ว แล้วกะทิกับพี่ปั้นก็เอาเงินไปใช้หนี้เค้าแล้วด้วย”

“จริงเหรอลูก ลูกสาวพ่อทำไมดวงเฮงขนาดนี้!

“พ่อกับแม่ยังไม่ได้เอาบ้านไปจำนองใช่ไหม”

“ยังนะสิ พอเข้าไปในธนาคารก็เห็นข้อความ เลยรีบกลับบ้านมารอกะทิไงลูก แล้วพี่ปั้นอยู่ไหน พี่ปั้นไม่ต้องติดคุกแล้วใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ เจ้านายพี่ปั้นไม่เอาเรื่องพี่ปั้นแล้ว พ่อกับแม่สบายใจได้เลยนะ”

“แล้วพี่ปั้นอยู่ไหนกะทิ”

“พี่ปั้น... พี่ปั้นโดนเค้าต่อยนิดหน่อยน่ะแม่ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก คงรอแผลหายก่อนล่ะมั้ง ถึงจะกลับบ้าน” กณิศาบอกไปตามความจริง แต่ก็ไม่ทั้งหมด

“เค้าไม่เอาปืนมายิงลูกชายเราก็ดีแค่ไหนแล้วแม่ เดี๋ยวมันหายดี มันคงกลับบ้าน” ผู้เป็นพ่อมองโลกในแง่ดี คนมีเงิน มีอำนาจแบบนั้น ลงโทษลูกชายที่ทำผิดมหันต์เพียงเท่านี้ก็ดีพอแล้ว

“หนูลืมบอกพ่อกับแม่ไปเลย เมื่อวานมัวแต่เครียด กะทิต้องไปตรวจงานบัญชีที่ต่างจังหวัดสามเดือนนะแม่” ปกติกณิศาจะต้องไปทำงานต่างจังหวัดเป็นประจำ เธอจึงคิดว่าเรื่องนี้น่าจะนำมาเป็นเหตุผลบังหน้าได้ดีที่สุด

“ทำไมครั้งนี้ไปนานจังล่ะลูก ปกติไปอย่างมากก็สองอาทิตย์”

“งานใหญ่น่ะแม่ บริษัทเค้ามีสาขาอยู่หลายจังหวัด”

“แล้วต้องไปวันไหน”

“คืนนี้เลยค่ะ มีรถตู้ของบริษัทไปส่ง”

“แล้วเก็บของหรือยัง”

“ยังเลยค่ะ”

“งั้นไปเก็บของเถอะลูก”

“พ่อ... แม่... ฟังกะทิดีๆ นะ... ไม่ต้องเครียดเรื่องพี่ปั้นแล้ว นับตั้งแต่นาทีนี้ไป พ่อกับแม่ใช้ชีวิตเหมือนปกติได้เลย พี่ปั้นจะอยู่กับเราที่นี่” กณิศาบอกพ่อกับแม่ให้สบายใจขึ้น แม้เธอจะรู้ว่าสภาพจิตใจของทั้งคู่ตอนนี้มันอาจจะต้องใช้เวลาเยียวยาก็ตาม

“แม่ก็ได้แต่หวังว่าปั้นจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก ขอบใจมากนะลูก”

ทั้งสามโอบกันอย่างเข้าอกเข้าใจและส่งกำลังใจให้แก่กัน แต่กณิศาก็รีบคลายอ้อมกอดก่อนที่น้ำตาของจะไหลริน

“กะทิไปเก็บของก่อนนะ” เธอส่งยิ้มให้พ่อกับแม่ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องนอนด้วยท่าทีปกติที่สุด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนความคิดของเรานะคะ (มีอีบุ๊กขายที่ www.mebmarket.com นะคะ)"

Anya.


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha