หนี้รักมาเฟีย

โดย: Anya.



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : คนมีน้ำใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 5

คนมีน้ำใจ

 

 

กลางดึกหลังจากนอนร้องไห้จนหลับไป กณิศาตื่นมาด้วยความหิว เธอตัดสินใจชำระล้างสิ่งสกปรกของร่างกาย ในที่นี้ไม่ใช่เหงื่อไคลหรือฝุ่นใดๆ หากแต่เป็นสัมผัสจากบาสเตียน ที่แทบจะอยู่ทุกที่ของร่างกายของเธอ เธอห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ได้ แต่อันนี้ที่จริงที่มันไม่ไหลออกมาเพราะมันคงไม่เหลือน้ำตาให้เธอร้องไห้อีกแล้ว เธอแต่งตัวด้วยชุดนอนธรรมดาๆ อยากกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดตัวโคร่งออกมาที่ห้องครัว แอบเปิดตู้เย็นเพื่อหาอาหารมาประทังชีวิต และโชคดีที่มีอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปอยู่ในช่องฟรีซ เธอกำลังจะแกะพลาสติกเพื่อนำมันใส่เข้าไปในไมโครเวฟ แต่ก็เปลี่ยนใจซะก่อน เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเขามากไปกว่านี้ เธอกลับไปเปลี่ยนชุดในห้อง ตั้งใจว่าจะออกไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อที่หน้าเพ้นท์เฮ้าส์ของเขา เธอค่อยๆ เดินไปที่ประตูและ...

 

“จะหนีหนี้ฉันเหรอ!” บาสเตียนในชุดกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเอ่ยถามเสียงเข้ม พร้อมกับเปิดไฟโถงทางเดินจนสว่างจ้า กณิศาตัวแข็งทื่อ รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นขโมยและกำลังถูกเจ้าของบ้านจับได้

“ฉันถามทำไมไม่ตอบ!” คนที่ไม่ชอบถูกเมินอย่างบาสเตียน ตะคอกใส่กณิศาเสียงดังลั่น เธอตัวสั่นเทิ้มและค่อยๆ หันกลับมาสู้หน้ากับเขา ที่เมื่อครู่เธอไม่ตอบ เพราะเธอกำลังตกใจอยู่น่ะสิ

“ฉันไม่ได้จะหนีหนี้”

“แล้วจะไปไหน! แอบนัดแฟนไว้หรือไง” เขารู้ว่าเธอไม่ได้โกหก เพราะถ้าเธอจะหนีไปจริงๆ เธอคงไม่ไปตัวเปล่าแบบนี้

“เปล่า... ฉันแค่จะออกไปหาอะไรกิน”

“ตอนตีสองเนี่ยนะ”

“อื้ม... ฉันจำได้ว่ามีร้านสะดวกซื้อข้างหน้า เดี๋ยวฉันมา... ได้ไหม” เธอเพิ่มเติมคำขอร้องลงไป เพราะกลัวว่าเขาจะอาละวาดเธออีก

“ไม่ได้”

“คุณ! ฉันขอไปแป๊บเดียวเองนะ ฉันไม่ได้คิดจะหนีไปไหนเลย ฉันแค่หิว”

“แล้วทำไมไม่กินของในตู้เย็น เมื่อกี๊ก็มาแอบเปิดดูแล้วไม่ใช่เหรอ เป็นขโมยกลับใจหรือไง”

“เอ่อ...”

“ไม่ต้องคิดจะแก้ตัว! คิดว่าฉันหูหนวกหรือไง!

“เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดว่าคุณน่าจะหลับไปแล้ว”

“ฉันจะหลับหรือไม่หลับ เธอก็ไม่มีสิทธิ์ทำตัวลับๆ ล่อๆ ในบ้านฉัน กินแล้วเก็บกวาดให้สะอาดด้วย!

“ฉันต้องจ่ายเงินค่าอาหารด้วยหรือเปล่า” เธอถามบาสเตียน ขณะที่เขากำลังจะเดินกลับไปในห้องของตัวเอง

“สะสมเศษเงินไว้ใช้หนี้ฉันดีกว่านะ” เขาตอบกลับโดยไม่หันมามองเธอเลยสักนิด กณิศากลอกตาใส่เขาอย่างหมั่นไส้ ใจจริงเธออยากจะด่าเขากลับ แต่สถานะของผู้แพ้อย่างเธอ มีโอกาสทำลับหลังเขาแค่นี้ก็พอแล้ว

“อุ้ย!” เช้าวันต่อมากณิศาเดินออกมาจากห้องตอนแปดโมงครึ่งก็ตกใจ เพราะบาสเตียนยืนยกเวทอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น มีเครื่องออกกำลังกายสองสามอย่างวางอยู่บริเวณนั้นด้วย บาสเตียนมองเธอที่ยืนเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูกอย่างจับผิด อยากรู้นักว่าเธอจะทำยังไงต่อที่เห็นเขาตื่นเช้าแบบนี้

“เอ่อ...”

“อย่าอ้ำๆ อึ้งๆ รำคาญ” บาสเตียนมีสีหน้าหงุดหงิดเกินความจำเป็น

“ไม้กวาดอยู่ตรงไหนคะ” เธอตัดสินใจถามถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การทำงานของเธอ

“ไม่รู้”

“ไม่รู้? หมายความว่ายังไงคะ”

“ฉันไม่ใช่คนกวาดบ้าน ฉันจำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอว่าไม้กวาดอยู่ตรงไหน”

“จำเป็นค่ะ”

“แต่สำหรับฉัน มันไม่จำเป็น”

“อย่าหาว่าฉันสอนหรือทำตัวไม่มีมารยาทกับเจ้าหนี้เลยนะคะ แต่ที่นี่เป็นบ้านของคุณ คุณควรจะรู้ว่าอะไรวางอยู่ตรงไหน เผื่อว่าของอะไรหายไป คุณจะได้รู้ แล้วยิ่งคุณจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด เค้าเข้ามาทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงเค้าก็กลับ คุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าเค้าจะไม่หยิบอะไรติดไม้ติดมือไปบ้าง”

“นี่จ้างให้มาเป็นแม่บ้าน ทำงานบ้าน ไม่ใช่จ้างให้มาเป็นแม่ ไม่ต้องบ่น ยิ่งเธอพูดมาก ฉันยิ่งรำคาญ” เขาแอบคิดตามที่เธอพูดเล็กน้อย เพราะเขาก็เคยถูกแม่บ้านขโมยของมาแล้วเหมือนกัน แต่กว่าจะรู้ตัว แม่บ้านพวกนั้นก็ลาออกไปเป็นเดือนๆ แล้ว

“ดีค่ะ ฉันจะได้พูดเยอะๆ จนคุณไล่ฉันออกไปจากที่นี่”

“จะลองดีกับฉันแต่เช้าหรือไง”

“ใช่ค่ะ คนใจร้ายอย่างคุณน่ะสมควรที่จะอยู่คนเดียวดีที่สุด คนอย่างคุณน่ะไม่มีความอดทน ใจแคบ บ้าอำนาจ”

“ถ้าฉันใจแคบ ป่านนี้พี่เธอถูกเผาไปกับยางรถยนต์แล้ว!

“ใจกว้างมากกกกกกกกก ฉันซึ้งใจจริงๆ ค่ะที่คุณเมตตาพี่ชายฉัน แต่มันก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อคุณเลือกที่จะทำร้ายฉันแทน คุณก็ไม่สิทธิ์เอาเรื่องพี่ฉันมาขู่ฉันอีก”

“งั้นฉันต้องขู่เธอใช่ไหม ไอ้ปากดีๆ แบบนี้เนี่ย อยากรู้นักถ้าโดนฉันจูบ จะมีแรงพูดอีกสักกี่คำ”

“อย่านะ!” กณิศามองหาทางหนีทีไล่ ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะโยนเวทยกน้ำหนักปาใส่เธอ แต่เขากลับวางมันลงเดินตรงมาหาเธอด้วยสีหน้าที่มีแต่ความโกรธ

“อื้อ! หยุดนะ!” และนี่คือจูบจากบาสเตียนที่ใช้ปิดปากคนพูดมากอย่างกณิศา เธอเรียบร้อยได้ไม่ถึงหนึ่งวันก็ออกฤทธิ์ซะแล้ว

“ไอ้ฝรั่งทุเรศ!

“ยังไม่หยุดใช่ไหม! ได้...” เขาขู่เธอเสียงต่ำ และจูบเธออีกครั้ง สองมือของเขาประคองดวงหน้าของเธอเอาไว้ ไม่ให้ขยับหนีไปไหน

“ไอ้... อื้อ...” เธอยังต่อว่าเขาไม่จำคำ เขาก็จูบเธออีกครั้ง

“จะเลิกปากดีหรือได้หรือยัง!” เขาปล่อยเธอให้อิสระ หลังจากเห็นว่าเธอไม่ต่อสู้อะไรเขาแล้ว กณิศาไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่เช็ดปากที่เลอะเทอะและหันหลังจะกลับเข้าห้อง มือหนาของบาสเตียนคว้าข้อมือของเธอไว้ และดึงมาเธอจูบอีกครั้ง...

“ฉันยังไม่ว่าอะไรคุณอีกเลยเหรอ มาจูบฉันทำไม” เธอผลักอกล่ำของออกห่าง

“เดี๋ยวป้าเข้ามาใหม่นะคะ” หญิงวัยกลางคนหน้าตาตื่น เพราะได้เห็นอะไรที่ไม่ควรได้เห็น และได้ยินอะไรที่ไม่ควรได้ยิน

“ไม่เป็นไรครับป้า... นี่แม่บ้านคนใหม่ สอนงานเธอได้เลยครับ” บาสเตียนสั่งงานเสร็จก็กลับเข้าไปในห้องตัวเอง เขาทำตัวเหมือนว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกินขึ้น ส่วนกณิศานั้นยืนหน้าแดง ทั้งโกรธ ทั้งอาย

“สวัสดีค่ะ” เธอตั้งสติและยกมือไหว้ป้าแม่บ้านอย่างเสียไม่ได้ จะทำไงได้ล่ะ ก็ป้าเห็นเธอโดนจูบไปแล้วนี่...

 

 

“มีอะไรสงสัยอีกไหมจ๊ะหนู” ป้าแม่บ้านถามอย่างเอ็นดู เพราะหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา กณิศาตั้งใจฟังสิ่งที่เธอสอนเป็นอย่างดี

“ไม่มีค่ะ เท่าที่คุณป้าบอก ไม่มีอะไรยาก แค่ต้องทำให้ถูกใจเจ้าของบ้านก็พอ”

“แหม... อย่างหนูเนี่ย ถึงจะทำอะไรสกปรกไปบ้าง คุณบาสเตียนก็คงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง”

“ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่ด่าเลย”

“จุ๊ๆ... อย่าเสียงดังสิหนู เดี๋ยวคุณเค้าได้ยินเข้า ยังไงเค้าก็เป็นนายจ้างเรา”

“ดีครับ... สั่งสอนเด็กให้มันรู้จักยอมรับสถานภาพของตัวเองซะบ้าง”

“แล้วห้องสุดท้ายล่ะคะ มีอะไรที่หนูต้องรู้บ้าง” กณิศาไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เธอจำได้หมดแล้วว่าแต่ละส่วนของบ้าน ตรงไหนมีอะไร ตรงไหนต้องทำควาสะอาดยังไง เหลือก็แต่ห้องนอนของบาสเตียน

“เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเองครับ ขอบคุณป้ามาก”

“จ้ะ งั้นป้าไปนะ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็แวะไปหาป้าได้นะ”

“ครับ ขอให้รีสอร์ทมีคนพักเยอะๆ นะครับ นี่เงินเดือนเดือนสุดท้ายของป้า” บาสเตียนยื่นซองสีขาวให้ป้าแม่บ้าน

“ทำไมให้เยอะจังคะคุณ นี่มันเกินเงินเดือนป้ามาตั้งเยอะ”

“เก็บไว้เถอะป้า ถือซะว่าตอบแทบที่ป้าดูแลบ้านผมมาหลายเดือน โดยที่ไม่มีของหายเลย” เขาพูดประโยคสุดท้าย พร้อมกับหันไปมองหน้ากณิศาด้วย

“ขอบคุณนะพ่อคุณ ขอให้เจริญๆ นะ”

“ครับ”

 

 

“ตามเข้ามาสิ ยืนทำหน้าหมางงอยู่นั่นแหละ” บาสเตียนมองเธอตาขวาง กณิศาก็เดินตามเขาไปต้อยๆ

“ห้องนอนฉัน ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่อย่าให้มีฝุ่นก็พอ แล้วใต้เตียงเธอก็ต้องก้มไปกวาดพวกฝุ่นออกมาให้หมด ล้างห้องน้ำวันเว้นวัน ส่วนโต๊ะทำงานตรงนี้ อย่าเคลื่อนย้ายแฟ้มต่างๆ ไปที่อื่น แค่ยกมันขึ้น เช็ดฝุ่น แล้ววางไว้ที่เดิม เสื้อผ้าเอาลงไปให้ร้านข้างล่างซัก เสร็จแล้วเอามาเก็บเข้าตู้ แยกตามประเภท อย่าปนกันมั่ว ส่วนกางเกงในกับบ็อกเซอร์ เธอต้องซักด้วยมือและใช้น้ำยาซักชุดชั้นในโดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามเอาผงซักฟอกมาซักเด็ดขาด”

“ค่ะ”

“ดี... คิดว่าจะมีปัญหากับการซักกางเกงในให้ผัว” บาสเตียนอารมณ์ดีที่เธอว่านอนสอนง่าย

“ถ้าสั่งงานเสร็จแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

“เชิญ” เขาหลีกทางให้เธอเดินออกไปจากห้องนอน ส่วนตัวเขาเองก็นอนดูทีวีสบายๆ อยู่ตรงห้องนั่งเล่น จนเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง การทำงานบ้านของกณิศาก็สิ้นสุดลง เธอใช้เวลาทำนานมากๆ เพราะไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเลยสักนิด

“อ้าว!” เจ้าของห้องรู้ว่าเธอทำงานเสร็จเรียบร้อย ก็แกล้งให้เธอเหนื่อยขึ้นอีกด้วยการทำน้ำหก

“เอาผ้ามาเช็ดหน่อย” เขาหันไปบอกเธอที่เพิ่งจะล้างมือเสร็จไม่ถึงห้าวินาที กณิศาทำตามที่เขาสั่งโดยไม่ถกเถียงใดๆ เธอก้มเช็ดน้ำที่เจิ่งนองบนโต๊ะ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าคอเสื้อของเธอนั้นหย่อนลง จนเผยให้เห็นเนินอกเล็กน้อย และบาสเตียนก็จ้องอยู่อย่างนั้น แม้มันจะไม่เห็นอะไรชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็เร้าใจเป็นบ้า

“เฮ้ย!” กว่ากณิศาจะรู้ตัว เธอก็เช็ดน้ำจนแห้งสนิท เธอรีบใช้สองมือที่ยังเปียกชื้นปิดคอเสื้อเอาไว้

“ทำเป็นตกใจ ตั้งใจอ่อยล่ะสิไม่ว่า”

“ฉันไม่ได้อ่อย อย่าพูดจามั่วๆ นะ”

“ไม่ได้อ่อย แต่แกล้งยั่ว”

“คุณนั่นแหละที่แกล้งทำน้ำหก”

“รู้ได้ยังไง แอบมองฉันเหรอ”

“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยค่ะ”

“ยืนเถียงเจ้าหนี้คอเป็นเอ็น ถ้างานไม่ดี ฉันจะตัดเงินเดือนเธอ”

“ถ้าอยากจะประเมินงานของฉันก็เชิญ” กณิศาผายมือให้เขาเดินไปสำรวจส่วนต่างๆ เธอเดินตามเขาไปเรื่อยๆ ในใจก็ลุ้นว่าเขาจะไม่พอใจอะไรหรือเปล่า

“ใช้ได้... แต่ก็ไม่ถึงกับดีมาก” บาสเตียนประเมินผลงานของเธอตามความจริง ไม่มีจุดไหนที่สกปรกจนเขาสะดุดตา ทุกอย่างสะอาดเรียบร้อยในแบบที่ไม่ทำให้เขาอารมณ์เสีย

“แล้วทำไมไม่ไปเก็บผ้าที่เปียกน้ำบนโต๊ะ”

“ค่ะ” เธอมัวแต่ลุ้นจนลืมไปสนิท

 

 

“มีอะไรให้ฉันทำอีกไหมคะ”

“ตอนนี้ยัง”

“ถ้าอย่างนั้น... ฉันขออนุญาตออกไปข้างนอกนะคะ”

“จะไปไหน” บาสเตียนรู้สึกไม่พอใจ กลางคืนก็จะหนี กลางวันก็คิดจะหนีอีกงั้นเหรอ

“ไปซื้อของกินค่ะ”

“แล้งน้ำใจจริงๆ ตั้งแต่เธอโดนฉันจูบเมื่อเช้า เธอเห็นฉันมีอะไรตกถึงท้องหรือยัง?”

“ยังมั้งคะ” เธอไม่ได้จะกวนประสาทเขานะ แต่ตอนที่ทำงานอยู่ เขาอาจจะแอบกินขนมในห้องนอนก็เป็นได้

“ไปแต่งตัวใหม่ไป” บาสเตียนปัดมือไล่เธอ

“ทำไมอ่ะคะ ฉันจะไปแค่เซเว่นนี่เอง”

“ไปแต่งตัวให้มันดีกว่านี้ นี่เป็นคำสั่ง!

“จะเอาดีระดับไหนละคะ”

“ดีแบบที่เดินกับฉัน แล้วฉันจะไม่อายคน”

“ฉันคงทำให้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเป็นเจ้าหนี้ ฉันเป็นลูกหนี้ ฉันไม่กล้าเอาตัวเองไปตีเสมอกับคุณค่ะ”

“โอเค! งั้นก็จำเอาไว้ซะ ว่าเป็นบุญของเธอแค่ไหนที่มีโอกาสได้นอนกับผู้ชายสูงส่งอย่างฉัน แล้วยังมีสิทธิ์ได้เสนอหน้าอยู่ที่นี่ด้วย!” เขาตวาดเธอเสียงดังลั่น ส่วนกณิศาก็ยืนนิ่ง เพราะคิดว่าเขาก็แปลกดีเหมือนกัน ที่ตีความหมายในคำพูดของเธอแบบนั้น แบบที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้าน่ะ

“จะไปไหนก็ไป! ยิ่งฉันเห็นหน้าเธอฉันยิ่งรำคาญ!

“ขอตัวนะคะ” เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านเขาไป เธอไม่แน่ใจว่าเขาไล่เธอด้วยความประชดประชันหรือเปล่า แต่ใครจะสนใจล่ะ ในเมื่อมันเป็นโอกาสที่เธอจะได้ไปหาอะไรทาน ถึงชีวิตจะอับจนแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตาย เพราะเธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อหาเงินใช้หนี้เขาไงล่ะ

 

“คุณบาสเตียนคะ...”

“อะไร!” บาสเตียนหันไปตามเสียงเรียกของเธออย่างหงุดหงิด

“คีการ์ดเข้าออกห้อง ที่ป้าแม่บ้านให้คืน ฉันเอาไปใช้นะคะ” เธอชูมันให้เขาดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“เออ!” บาสเตียนตอบเสร็จ ก็เป็นฝ่ายเดินหนีเธอเข้าห้องนอนไป ทิ้งไว้เพียงเสียงประตูดังลั่นไว้เป็นเพื่อนกณิศา

 

 

“โอ้โห! ซื้อเยอะขนาดนี้ จะไม่ออกจากบ้านเลยเหรอครับพี่” พนักงานร้านสะดวกซื้อถามกณิศา หลังจากเธอวางตะกร้าซึ่งด้านในมีแต่อาหารแช่แข็งและขนมกับเครื่องดื่มจำนวนมาก

“เอ่อ... พอดีติดซีรีส์เกาหลีน่ะ”

“เหมือนแฟนผมเลยนพี่ ดูอยู่นั่นแหละ ดูทั้งวัน ไอ้เรื่องอะไรนะ ที่พระเอกชื่อคิมทัน คิมเทินอะไรสักอย่าง พี่ดูเรื่องนี้หรือเปล่าครับ” เขาพูดไปก็สแกนบาร์โค้ดสินค้าไปด้วย

“ใช่ๆ เรื่องนี้แหละ” เธอเออออห่อหมกไปอย่างนั้น จริงๆ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือเรื่องอะไร

“ทั้งหมดหกร้อยสองบาทครับ” กณิศายื่นแบงค์พันให้เขา

“พี่มีเศษสองบาทไหมครับ”

“ไม่มีค่ะ”

“ผมมีครับ” ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนต่อแถวคิดเงินสินค้าอยู่ข้างหลังเธอ ยื่นเหรียญสองบาทให้พนักงาน

“อุ๊ย! ไม่เป็นไรค่ะ คือฉันพกเงินมาแค่นี้ คงไม่มีเงินคืนคุณหรอกค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีเหรียญเต็มเลย” เขาแบมือให้เธอดู ในนั้นมีเหรียญมากมายที่เขาพยายามกำไว้ไม่ให้มันตกลงพื้น

“ขอบคุณมากนะคะ” กณิศาขอบคุณเขาอย่างซึ้งใจ อย่างน้อยในวันที่ห่อเหี่ยวของเธอ ก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับเธอบ้าง

“ครับ” เขายิ้มให้เธอ ก่อนจะจะมองเธอหอบหิ้วถุงออกไปจากร้าน สงสัยเธอคงจะติดซีรีส์มากจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ตุนอาหารไว้มากมายขนาดนี้

“เฮ้ย! คุณ! เดี๋ยวคุณ!” เขาตะโกนเรียกเธอ เพราะมีบางอย่างตกลงมาจากกระเป๋ากางเกงของเธอจากด้านหลัง

“น้อง! ของพี่กี่บาทก็นับเอาเงินเอานะ” เขาหยิบขวดน้ำที่พนักงานยิงบาร์โคดแล้วออกจากร้าน

“พี่! แล้วเงินที่เหลือล่ะ!

“เอาไปเลย พี่ให้!

“เดี๋ยวผมมัดใส่ถุงไว้ให้นะพี่! กลับมาเอาด้วยนะพี่!” พนักงานตะโกนตามหลัง เพราะเขาซื้อน้ำแค่สองขวด แต่ดันให้เงินเหรียญมากองใหญ่เท่าถ้วยน้ำพริก แถมยังหยิบน้ำไปไม่ครบอีก

 

 

“คุณครับ! คุณ!” เขาวิ่งตามเธอมาทันจนได้ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ เธอเดินเร็วมาก ทั้งๆ ที่มีถุงห้อยอยู่เต็มมือเต็มแขน

“คะ?” เธอหันไปหาเขาแบบงงๆ

“แป๊บนะ” เขาพูดจบก็อ้าปากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ วิ่งกลางแดดเปรี้ยงๆ มันทำให้เขาแทบเป็นลม

“จะมาทวงเงินฉันเหรอคะ... คือตอนนี้ฉันไม่มีเหรียญติดตัวมาเลยค่ะ ฉันต้องกลับขึ้นไปเอาบนห้องก่อน คุณรอนั่งรอก่อนได้ไหมคะ”

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่” เขารีบโบกมือปฏิเสธ กลัวว่าเธอจะเข้าเจตนาของเขาผิด

“อ้าว... แล้วคุณ...”

“คุณทำคีย์การ์ดตกน่ะครับ” เขายื่นมันคืนให้เธอ กณิศารีบวางถุงลงกับพื้น ก่อนจะจับที่กระเป๋ากางเกงของตัวเอง เพื่อตรวจสอบว่ามันเป็นของเธอจริงๆ หรือเปล่า

“ของฉันจริงๆ ด้วย... ขอบคุณนะคะ” เธอรับมันมาถือเอาไว้

“คุณอยู่ที่นี่เหรอ” เขาถามเพราะคีย์การ์ดที่เธอมีนั้นเหมือนของเขาไม่มีผิดเพี้ยน มันเป็นคีย์การ์ดของผู้อาศัยระดับวีไอพี ที่มีไม่ถึงยี่สิบคนในคอนโดมิเนียมแห่งนี้ เพราะถ้าใครมีไว้ในครอบครอง นั่นเท่ากับว่าคนๆ นั้น อาศัยอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ห้องใดห้องหนึ่ง ที่มีอยู่ทั้งหมดสิบห้อง

“ค่ะ” เธอตอบอย่างไม่ค่อยอยากตอบเท่าไหร่นัก

“เดี๋ยวผมช่วยถือนะครับ” เขาก้มลงไปหยิบถุงที่เธอวางไว้ที่พื้นเมื่อครู่ขึ้นมา

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร ฉันคือเองได้ค่ะ” เธอปฏิเสธและแย่งถุงจากเขาคืน

“ไม่เป็นไรได้ยังไงครับ ดูแขนคุณสิ เป็นรอยแดงหมดแล้ว ยังไงผมก็ไปทางเดียวกับคุณ ขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกับคุณ ถ้าถึงชั้นของคุณเมื่อไหร่ ผมจะคืนให้”

“คุณรู้ด้วยเหรอคะว่าฉันต้องขึ้นลิฟต์ตัวไหน” กณิศาเริ่มสงสัย เพราะเธอเรียนรู้มาจากป้าแม่บ้านว่า ลิฟต์สำหรับขึ้นไปที่ห้องของบาสเตียนมีเพียงตัวเดียว ซึ่งเป็นลิฟต์ส่วนตัวสำหรับผู้พักอาศัยวีไอพี

“รู้สิ ก็ผมมีคีย์การ์ดแบบคุณ” เขาหยิบกระเป๋าสตางค์มาเปิดให้เธอดู ด้านในมีคีย์การ์ดแบบเดียวกับเธอเป๊ะ แถมเธอยังแอบเห็นว่าเขามีบัตรเครดิตมากมาย ซึ่งมันคงไม่แปลกหรอก ถ้าเขาเป็นเจ้าของห้องที่นี่ได้ เขาก็ต้องรวยไม่เบา

“คงไม่ปฏิเสธแล้วนะครับ เพราะถ้าคุณปฏิเสธน้ำใจจากผม คุณอาจจะเสียเวลาดูซีรีส์เกาหลีก็ได้นะ” เขายิ้มให้เธออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินนำหน้าเธอไป  เขาสนใจในตัวเธอไม่น้อย ตั้งแต่เห็นเธอในร้านสะดวกซื้อเมื่อครู่ เขากำลังจะขับรถไปทำงานที่ต่างจังหวัด จึงแวะซื้อน้ำกับขนมติดรถไว้สักหน่อย เขาเข้าไปก็เห็นเธอกำลังเลือกอาหารแช่แข็ง พร้อมกับคำนวณราคาด้วยเครื่องคิดในเลขในโทรศัพท์มือถือไปด้วย แต่เหตุผลที่ทำให้เขาสนใจเธอจริงๆ คงเป็นเพราะว่าที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ จะมีแต่คนที่พักอาศัยอยู่ที่นี่มาซื้อของ และการแต่งตัวของเธอที่ดูธรรมชาติถึงขึ้นที่เรียกว่าธรรมดานั้นไม่เข้ากับรสนิยมของผู้หญิงแถวนี้เลยสักนิด เพราะโดยส่วนมากที่เขาเคยเจอ แค่ออกมาซื้อของแค่นี้ ขนตาของเธอพวกเธอก็หนาเตอะ และที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็นกระเป๋าสะพายที่ดูหรูหราราคาแพงที่มีสายสะพาย แต่เอามาคล้องไว้ที่แขนให้ดูเก๋ไก๋และอวดยี่ห้อของมัน แต่กับเธอนั้น เธอมีเพียงกระเป๋าลายแมวเหมียวใบเล็กๆ คล้ายกระเป๋าใส่เหรียญติดมือมาเท่านั้น แถมใบหน้าของเธอยังดูเป็นธรรมชาติ ห่างไกลจากคำว่าศัลยกรรมอีกด้วย

 

“เพิ่งมาอยู่ใหม่เหรอครับ ผมไม่คุ้นหน้าคุณเลย” ระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ถามคำถามทำลายความเงียบ

“ค่ะ” กณิศาไม่อยากคุยกับเขาเลยให้ตายสิ เธอไม่อยากบอกใครจริงๆ นะว่าเธออยู่กับบาสเตียน

“ฉันไปก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยถือของ อันนี้ฉันให้คุณค่ะ ตอบแทนที่คุณช่วยออกเงินให้ฉัน เก็บคีย์การ์ดให้ฉัน แล้วก็ถือของมาส่งฉัน” เธอยื่นขวดขาเขียวให้เขา ก่อนจะรับถุงมาคืน

“ยินดีครับ ขอบคุณสำหรับชาเขียวด้วย” เขาส่งยิ้มให้เธอ จนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเธออาศัยอยู่ชั้นไหน เพราะคีย์การ์ดอัจฉริยะ เพียงแตะมันก็จะแสดงที่หน้าจอว่าเจ้าของของมันอาศัยอยู่ชั้นไหน

“มีอะไรไอ้นนท์” บาสเตียนรับสายจากชานนท์ เพื่อนสนิทของเขาที่คบหากันมากว่ายี่สิบปี ตั้งแต่เรียนด้วยกันที่โรงเรียนนานาชาติ

“บาสเตียน! ข้างห้องมึงมีคนมาอยู่แล้วเหรอวะ” ชานนท์ถามอย่างสงสัย

“ไม่รู้ กูไม่ได้สนใจเรื่องชาวบ้าน”

“เป็นอะไรวะ โมโหใครมาก็อย่าลงกับกูนะครับ กูเพื่อนนะครับ ไม่ใช่กระโถน!” ชานนท์รู้นิสัยของเขาดี อาการแบบนี้ต้องมีใครทำสร้างความไม่พอใจให้บาสเตียนแน่

“เออ กูไม่รู้ว่ามีคนมาอยู่หรือยัง”

“ดีเลย! งั้นมึงรู้ไว้ซะ แล้วก็ห้ามมาหว่านเสน่ห์ใส่เธอด้วย”

“เธอ? เธอไหน” บาสเตียนลุกจากโต๊ะอาหารหลังจากสั่งให้ลูกน้องซื้ออาหารมาให้

“ชั้นที่มึงอยู่มีสองห้องใช่ไหม”

“เออ”

“ตอนนี้มีคนมาอยู่ข้างๆ ห้องมึงละ กูเจอเธอเมื่อกี๊นี้ โคตรน่ารักเลยว่ะ”

“เหรอ แล้วไงอีก” บาสเตียนตะงิดๆ ในใจก็เริ่มเอ่ยถามชานนท์ต่อ

“กูเจอเธอที่เซเว่นข้างล่างเนี่ย กำลังยืนซื้อของอยู่ มึงคิดดูดิ ว่าสมัยนี้มึงจะหาผู้หญิงที่บวกเงินของต่างๆ ก่อนเอาไปคิดเงินจริงๆ ได้จากไหน โคตรรอบคอบ”

“ไงต่อ”

“แล้วเหมือนฟ้าจะเป็นใจเว้ย เธอทำคีย์การ์ดตก กูเลยใช้โอกาสนั้นแหละ ช่วยถือเธอของ แล้วก็มาส่งเธอถึงลิฟต์เลย”

“อ่อ แล้วเค้าใส่เสื้อสีอะไร” บาสเตียนถามเพื่อความแน่ใจ หลังจากที่กณิศาเดินกลับเข้ามาพร้อมข้าวของมากมาย ส่วนเธอก็รู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่าง เพราะเขามองเธอด้วยสายตาจับผิดน่ะสิ

“สีฟ้าว่ะ ฟ้าอ่อนๆ มึงถามทำไมวะ”

“แค่นี้ก่อนนะ กูมีงานต้องทำ” บาสเตียนได้ยินคำตอบก็แน่ใจแล้วล่ะ ว่าผู้หญิงที่เพื่อนรักของเขาหมายถึงคือกณิศานี่เอง

 

“ไปแรดอ่อยผู้ชายที่ไหนมา ถึงกลับเอามาป่านนี้!” เขาเดินไปบีบไหล่ของเธออย่างแรง กณิศาไม่ทันตั้งตัวก็ปล่อยถุงต่างๆ ตกลงพื้นด้วยความตกใจ

“ฉันยังไม่ออกไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยนะคุณ” เธอห่อตัวเล็กลงเพราะกลัวเขาแทบแย่

“นี่ขนาดออกไปไม่ถึงชั่วโมงยังขนาดนี้ ถ้าฉันปล่อยให้ออกไปนานกว่านี้ เธอคงอ่อยผู้ชายได้เป็นสิบคนแล้วใช่ไหม”

“อะไรของคุณ! อ่อยอะไร!

“ทำเป็นตีหน้าซื่อ”

“เป็นอะไรของคุณเนี่ย ปล่อยฉันได้แล้ว! ฉันเจ็บนะ”

“นายครับ... โทรศัพท์จากโชว์รูมรถครับ” กณิศาตกใจอีกครั้ง ที่จู่ๆ ก็มีคนอยู่ห้อง เธอไม่ทันสังเกตจริงๆ แต่เธอก็จำได้ว่าเขาคือคนที่ขับรถไปส่งเธอที่บ้าน คนที่รู้คนแรกว่าลอตเตอรี่ของเธอเป็นของปลอม

“มีอะไร!” บาสเตียนปล่อยมือจากกณิศา ก่อนจะรับโทรศัพท์หน้าเครียด เธอไม่สนใจว่าเขาจะมีปัญหาอะไร เธอรีบไปเก็บอาหารต่างๆ ในตู้เย็น

“เดี๋ยวฉันเข้าไป” เขาเงียบฟังรายงานต่างๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับณิศา

“ห้ามออกไปห้องไปแรดที่ไหน จนกว่าฉันจะกลับมา!” บาสเตียนหงุดหงิด มันเรื่องอะไรกันที่ยัยคนนี้ออกไปข้างนอกแป๊บเดียวก็มีผู้ชายมาชอบ สงสัยอยากจะหาผู้ชายรวยๆ มาช่วยใช้หนี้ เห็นใครดูมีเงินเข้าหน่อยก็ใช้มารยา แล้วก็คงจะคิดมาดีแล้วสินะ ว่าแถวนี้มีแต่คนรวยๆ คิดแล้วมันก็แค้นใจ กับผู้ชายคนอื่นเธอเสนอตัว แต่กับเขาเธอทำท่ารังเกียจ ส่วนเธอเมื่อได้ยินก็เข้าใจ และหันไปรินน้ำเย็นๆ ดื่มให้ร่างกายและจิตใจสงบ

“คุณกณิศาครับ” ลูกน้องของเขาเดินมาคุยกับกณิศาด้วยเสียงที่เบามาก เหมือนกลับว่าบาสเตียนที่เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องจะได้ยิน

“คะ?” จริงๆ เธอไม่อยากคุยกับเขาเท่าไหร่หรอก แต่เขาพูดดีกับเธอก่อน เธอเลยไม่อยากเสียมารยาท

“ผมชื่อก้องเกียรตินะครับ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย ก็บอกผมได้นะครับ ถ้าผมช่วยได้ผมจะช่วย” เขาบอกเธออย่างมีน้ำใจ จนกณิศาตั้งตัวไม่ทันว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากของเขา

“ขอบคุณค่ะ” เธอส่งยิ้มให้เขา แม้จะยังไม่แน่ใจในความหวังดีของเขาเลยสักนิด มีอย่างที่ไหนกัน อยู่ๆ ก็อาสามาช่วยเธอ

“ทำอะไรกัน” บาสเตียนเดินออกมาจากห้องเห็นทั้งสองยืนมองหน้ากันก็สงสัย

“ผมขอน้ำเธอดื่มน่ะครับ” ก้องเกียรติหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะที่เธอวางไว้มาดื่มอย่างเนียนๆ บาสเตียนพยายามไม่ใส่ใจ

“เธอไปเปลี่ยนชุด แล้วไปกับฉัน”

“หะ?”

“สมองฝ่อหรือไง ถึงฟังไม่รู้เรื่อง”

“เปล่าค่ะ”

“เปล่าก็ไปเปลี่ยนชุดสิ!” บาสเตียนตะคอกจนเธอทำตามคำสั่ง มันจะมีสักครั้งไหมที่ผู้หญิงคนนี้จะทำตามที่เขาต้องการ โดยไม่ต้องให้เขาสั่งถึงสองครั้ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนความคิดของเรานะคะ (มีอีบุ๊กขายที่ www.mebmarket.com นะคะ)"

Anya.


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha