หนุ่มแซ่บข้างห้อง

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : โลกนี้ช่างกลมกิ๊ก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


โลกนี้ช่างกลมกิ๊ก

 

 

 

 

 

“แต่งหน้าแต่งตัวมาเสียสวยเช้ง จะมัวมานั่งทำหน้าซังกะตายอยู่ทำไมยะ?”

มัสยาชะโงกหน้าเข้ามาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงถามเพื่อน แต่หญิงสาวในชุดแสคเกาะอกปริ่มทรวงเต้าอะล้าอร่ามเย้ายวนใจก็ยังทำหน้าเบื่อเซ็งอย่างเดิม

มัสยาและกัลยากร สองสาวเพื่อนซี้ คือคนที่ลากเธอออกจากหน้าตำราที่คร่ำเคร่งนัยว่าเพื่อรีแลกซ์เป็นผลสำเร็จ ทั้งสองกำลังสอดส่ายสายตาหาเป้าหมายเพื่อที่จะหว่านเสน่ห์ทดสอบเรตติ้งอย่างที่เคยทำสมัยวัยมหาลัย แม้ว่าตอนนี้กัลยากรนั่นจะมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ตามทีเถอะ แต่นานๆ จะมีโอกาสได้มาปล่อยแก่(ในตอนอายุยี่สิบห้า)เสียที ก็เลยไม่รู้จะรีรออะไร

คงมีแต่เธอนี่กระมัง ทั้งที่ตั้งใจมาเปลี่ยนบรรยากาศแท้ๆ แต่พอมาถึงที่แหล่งสีสัน ฟังเพลงเพราะๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบาๆ กลับรู้สึกเซ็งๆ เบื่อๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“สงสัยฉันจะเลยวัยสนุกกับอะไรพวกนี้แล้วล่ะ” ดวงตางามทอดมองไปรอบๆ ผับกึ่งเรสเตอรองค์บรรยากาศดีที่มีคนพลุกพล่าน

“ฉันเห็นพ่อหนุ่มเสื้อฟ้านั่นจ้องเธอตาเป็นมันมาพักใหญ่แล้วนะเอมี่ หน้าตาดีทีเดียว ไม่สนใจหรือ?”

เอมิกาหยิบแก้วจินโทนิคขึ้นมาจิบ พร้อมกับปรายตามองไปตามทิศทางที่มัสยาว่า

ผู้ชายหน้าตี๋แต่งตัวดูดีที่จับจ้องมองมาพักใหญ่ก็ยิ้มให้ แล้วยกแก้วเครื่องดื่มชูให้เธอ

หญิงสาวยิ้มบางๆ กลับไป ชูแก้วเครื่องดื่มตอบเป็นมารยาท ลืมไปว่านั่นคือการส่งซิกให้อีกฝ่าย รีบพุ่งทะยานราวกับผีพุ่งไต้มายังโต๊ะของพวกเธอแทบจะทันทีทันใด

“ปลากินเบ็ด” ทั้งมัสยาและกัลยากรพูดขึ้นมาน้ำเสียงเริงร่า ขณะที่คนตกเหยื่อโดยไม่ตั้งใจตาเหลือกขึ้นมานิดๆ เธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะสร้างความสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือจริงจัง

“ซวยแล้วไหมล่ะ”

“เอาน่า แก้คัน เอ๊ย! แก้เครียด ดูหน้าผู้ชายเจริญหูเจริญตาเจริญใจกว่าไปลายตาเพราะตัวหนังสือในตำรับตำราตั้งเยอะ...ผ่อนคลายเสียบ้างเถอะเอมี่ เชื่อสิยังไงเธอก็ต้องจบเทอมนี้ได้แน่ๆ” มัสยาให้กำลังใจ

“สวัสดีครับ ผมชื่ออธิป ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...”

“นี่ยัยเอมี่ค่ะ...ส่วนฉันหยาและนี่ยัยกัล” มัสยาชิงตอบแทนคนที่ยังไม่ทันได้อ้าปาก

“ครับ...คุณเอมี่ คุณหยา คุณกัล อื้ม! มากันแค่สามคนหรือครับ?”

“แล้วเห็นคนอื่นไหมล่ะคะ?” กัลยาเล่นลิ้นถามกลับยิ้มๆ

“อ่าครับ...” คุณอธิปยกมือขึ้นลูบท้ายทอยทำหน้าเขินๆ ซึ่งไม่ค่อยเข้ากับหน้าตาจัดเจนของเขาเลยแม้แต่นิด

“ผมแค่แปลกใจว่า แฟนๆ ของพวกคุณ ปล่อยให้ผู้หญิงสวยๆ ขนาดนี้ออกมาเที่ยวกันตามลำพังได้ยังไง?” สายตาคนว่าจับจ้องไปที่เอมิกาโดยไม่วอกแวก ทำเอามัสยาและกัลยากรหันไปสบตายิ้มๆ อย่างรู้กัน

คนถูกจีบเปิดเผยยิ้มขัดเขิน

“แหม! ก็ถ้ามีแฟน คงจะหนีบมาด้วยเหมือนกันค่ะ แต่บังเอิญว่า...มันยังไม่มี โดยเฉพาะยัยเอมี่ ที่ก้มหน้าก้มตาเรียนปริญญาโทจนไม่มีเวลามองผู้ชาย ฉันก็เลยต้องลากพาให้ออกห่างจากตำรามาดูแสงสีและความเป็นไปของโลกบ้าง” มัสยาพูดยิ้มๆ เรียกว่าเชียร์แขกให้เพื่อนเต็มที่

เอมิกาทำหน้าไม่ถูก เงยหน้าขึ้นมาขึงสายตาดุใส่เพื่อนรักที่ตอนนี้ชักจะพูดมากเกินไป

“ว้าว! คุณเอมี่เรียนปริญญาโทแล้วหรือครับ? เห็นหน้าใสของคุณครั้งแรกผมนึกว่ายังเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งนะครับนี่” หนุ่มเจนจัดตัวพ่อหยอดคำหวานหู

หากคนฟังนึกอยู่ในใจว่า...สตอชัดๆ

หน้าตาเธอโบ๊ะมาเสียสวยเช้งจัดเต็ม เพื่อกลบรอยคล้ำดำใต้ตาราวกับหมีแพนด้าที่ฟ้องว่าอดหลับอดนอนมาหลายคืนติด

“อุ๊ย! ไม่เด็กแล้วล่ะค่ะ จะล่อหลอกจะล่อลวงก็ไม่โดนข้อหาพรากผู้เยาว์” กัลยกรเสริมพร้อมปิดปากหัวเราะคิกๆ

“โอ้ย! ผมไม่ล่อหลอกล่อลวงใครหรอกครับ เปิดเผยจริงใจครับ” คนจริงใจว่ายิ้มแฉ่งนัยน์ตาหวานเชื่อมส่งมา

แต่ก็นั่นแหละ ความเป็นผู้หญิงทำให้เธอสงวนท่าทีทำได้เพียงแต่ยิ้มบางๆ รู้สึกเหมือนใบ้กินชั่วขณะ

“แล้วเรียนคณะอะไรหรือครับ?”

“จิตวิทยาอุตสาหกรรมค่ะ ที่บ้านเอมี่เขามีกิจการใหญ่โต”

เอมิกาหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสาวที่ชักจะพูดมากเกินไป ยังไงเสียเธอกับผู้ชายคนนี้ก็เพิ่งจะเจอกันได้ไม่ถึงสิบนาที ไม่ควรที่เขาจะรู้รายละเอียดถึงบ้านช่องห้องหอหรือสถานะทางการเงินครอบครัวของเธอนัก และอีกอย่างในเวลานี้ เธอก็ยังไม่คิดอยากจะสานสัมพันธ์กับใครใดๆ ทั้งนั้น อย่างน้อยก็ขอให้สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเรื่องวิทยานิพนธ์จบไปก่อนเถอะ

จะว่าไปในสี่ปีตอนเรียนปริญญาตรี ก็มีหนุ่มๆ หลายคนเข้ามาจีบเธอไม่ได้เว้น และเธอก็เคยหลวมตัวคบกับชายหนุ่มที่เป็นเดือนคณะคู่กันเพราะแรงยุแรงเชียร์ของเพื่อนๆ กระทั่งจับได้ว่าหมอนั่นมีแฟนอีกเป็นกุรุทจึงบอกเลิกลา ตอนนั้นเธอเกือบโดนรุมตบ เลยทำให้เข็ดผู้ชายไปเลย จึงหันมาทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนเพียงอย่างเดียว มีเรื่องผู้ชายไว้แค่พูดแซวแก้เปรี้ยวปากให้กระชุ่มกระชวย แต่ไม่เคยคิดจริงจังกับเรื่องนี้เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมพอที่จะแบ่งสมอง หัวใจและเวลาให้กับความสัมพันธ์ที่จริงจังกับผู้ชายคนไหน

อีกอย่างมีหลายคนปรามาสเอาไว้ว่า คนอย่างเธอสวยแต่โง่ ไม่น่าจะเรียนจบในสี่ปี ด้วยไม่ได้เป็นคนหัวดีอะไร เธอจึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่น

และอีกอย่างความโสดก็คืออำนาจ ด้วยหน้าตารูปร่าง ฐานะชาติตระกูลและครอบครัว ที่มีครบถ้วน จึงทำให้เอมิกาไม่ได้ขวนขวายและกระตือรือร้นกับเรื่องนี้มากนัก เพราะชีวิตเธอไม่ได้ขาดแคลนในเรื่องใดๆ แถมยังมีผู้ชายเข้ามาหาไม่เคยขาด หากคิดจะอยากจริงจังตอนไหนก็คงยังไม่สาย

“หรือครับ...โอ้! น่าสนใจจริงๆ ว่าแต่ที่บ้านคุณเอมี่นี่ทำอะไรหรือ?” ดูเหมือนคุณอธิปจะเก็บอาการตาโตไว้ไม่มิดถึงแสดงออกนอกหน้า

“ที่บ้านฉันขายถ้วยขายชามน่ะค่ะ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรอย่างที่ยัยกัลว่าหรอก คุณโดนอำแล้วล่ะ” รีบตอบกลับไป พร้อมกับค้อนเพื่อนสาวเบาๆ และสองสาวก็เบ้ปากนิดๆ ที่เธอพูดจาถ่อมตัว

เพราะกิจการขายถ้วยขายชามที่ว่า...มันคือโรงงานเซรามิคและพอสเลนเกรดเอที่ทำส่งออกขายไปทั่วโลก เน้นลูกค้ากลุ่มยุโรปและอาหรับเป็นส่วนใหญ่เสียด้วย

คุณอธิปทำหน้าปูเลี่ยนๆ ชอบกล ก่อนจะรู้ตัวแล้วรีบปรับสีหน้าในทันใด เพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการได้แอ้มผู้หญิงสวยตรงหน้าในค่ำคืนนี้เสียมากกว่า

“ดื่มจินโทนิคหรือครับ?”

“ค่ะ ยัยเอมี่น่ะคออ่อนจะตาย คิดจะมอมเหล้าน่ะง่ายนิดเดียว” 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha