คะนึงรัก

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ดอกรักสีเทา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

       กฤชเพชรทำงานหนักตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้ามาบริหารงานเต็มตัว เขาสั่งให้มีการปรับทิวทัศน์ของโรงแรมใหม่ ตั้งแต่สนามหญ้า การจัดสวนซึ่งเน้นให้เป็นสีขาวเขียว ประดับไฟด้วยโคมไฟชุดใหม่ที่สระน้ำหน้าโรงแรม พร้อมกับเริ่มทำแผนโฆษณาใหม่เพื่อดึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาใช้บริการของโรงแรม โดยเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางและอาหรับเป็นกลุ่มแรก เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ลูกค้าในประเทศกลุ่มเป้าหมายคือคู่บ่าวสาวที่กำลังจะแต่งงาน และกลุ่มนักธุรกิจรวมถึงหน่วยงานราชการที่มีความประสงค์จะจัดงานสัมมนาเป็นหลัก ซึ่งช่วงหลังๆ ที่เขาดูจากรายงานพบว่า ลูกค้ากลุ่มนี้แทบจะไม่มาใช้บริการของโรงแรมเลย

เข็มสั้นและเข็มยาวนาฬิกาบนฝาผนังของห้องทำงานชี้บอกว่าตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว แต่ร่างสูงก็ยังนั่งขลุกอยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นเดิม กระทั่งมีคนมาเคาะห้อง ซึ่งก็คืออนามิกานั่นเอง

คุณยังทำงานอยู่อีกเหรอคะ

ครับกฤชเพชรเงยหน้าขึ้นตอบเพียงสั้นๆ แล้วก้มลงมอง จอคอมพิวเตอร์ต่อ

ตั้งแต่ที่คุณมาทำงานที่นี่ นิจก็เห็นคุณทำงานดึกทุกวัน ดูทุ่มเทมากจริงๆ คงเป็นเพราะอยากให้ผลประกอบการของโรงแรมดีขึ้นเร็วๆ จะได้รีบหย่ากับนิจ

ถ้าคุณนิจจะมาหาผมเพื่อหาเรื่องชวนทะเลาะ ก็กลับบ้านไปก่อนเถอะครับชายหนุ่มเอ่ยปากไล่ตรงๆ ทำให้อนามิกาหน้าตึงทันที

นิจไม่ได้จะมาหาเรื่องทะเลาะ

แต่ที่พูดเมื่อกี้นี้มันคือการหาเรื่องสำหรับผม

นิจก็แค่จะมาชวนคุณกลับบ้าน

ชวนผมกลับบ้าน?

กฤชเพชรเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ และจ้องคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเองตรงๆ เหมือนไม่ค่อยเชื่อหู ทำให้อนามิกาหน้าร้อนจนต้องรีบแก้ความเข้าใจผิดของเขาเสียใหม่

นิจหมายความว่า นิจจะมาขอติดรถคุณกลับบ้าน พอดีวันนี้นิจให้ช่างมาเอารถไปเช็กและยกเครื่องใหม่ ก็ตั้งแต่ที่รถนิจเสียที่บ้านคุณวันนั้น นิจก็ยังไม่ได้เช็กรถจริงจังเลย อนามิกาบอกไปตามความจริง ตั้งแต่ที่เธอย้ายเข้าไปอยู่บ้านของกฤชเพชร เขากับเธอก็ต่างคนต่างอยู่ ห้องใครห้องมัน รถใครรถมัน เธอรู้แค่ว่าเขาเอารถมาใช้สองคัน คันหนึ่งเป็นรถยนต์จอดไว้ที่โรงแรม จะใช้ก็ต่อเมื่อกลับบ้านที่ต่างจังหวัดในเย็นวันศุกร์ ส่วนอีกคันเป็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ เขาจะขี่มันไปกลับระหว่างบ้านกับโรงแรม ตอนเช้าเขาจะขี่บิ๊กไบค์ออกมาทำงานก่อน ส่วนตอนเย็นเขาก็กลับหลังจากที่เธอเข้าห้องตัวเองไปแล้ว ดังนั้นเธอกับเขาจึงแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลยตอนอยู่บ้าน

ผมขอโทษที่เข้าใจผิด

นิจไม่อยากกวนคุณหรอกถ้าไม่จำเป็น ถ้าคุณจะทำงานต่อ นิจจะให้รถของโรงแรมไปส่ง นิจแค่แวะมาถามดู เผื่อว่าคุณจะกลับ

ถ้างั้นคุณนิจไปเอากระเป๋าเถอะ ผมขอเคลียร์งานตัวนี้อีกสักสิบนาที เสร็จแล้วจะพากลับ

ถ้าคุณเร่งงานเพื่อจะได้หย่ากับนิจไวๆ เราไปหย่ากันเลยก็ได้นะคะ ยังไงวันหนึ่งเราก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว จะช้าจะเร็วก็คงไม่ต่างกันหรอกอนามิกาพูดขึ้นอย่างใจกว้าง แต่นั่นกลับกลายเป็นกวนน้ำให้ขุ่นอีกระลอก

กฤชเพชรถอนหายใจฟืดใหญ่ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะไปยืนเผชิญหน้ากับคนหาเรื่อง ห่างกันแค่ราวๆ ฟุตเดียว โดยที่อนามิกายังยืนปักหลักไม่ยอมถอย ทั้งๆ ที่พอรู้ว่าตอนนี้ผู้ชายที่ตัวโตกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน

ดูเหมือนว่าคุณนิจจะเดือดร้อนมากเหลือเกินนะกับการที่ผมทำงานหนัก

นิจไม่ได้เดือดร้อน นิจก็แค่รู้ทันว่าที่คุณทุ่มเททำงานเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แบบนี้ ก็เพราะอยากหย่ากับนิจไวๆ

ผมไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ที่แต่งเมื่อวานก็หย่าวันนี้

เราแต่งงานกันมาเกือบสองอาทิตย์แล้วต่างหาก และนิจก็รู้ว่าคุณทรมานมากแค่ไหนที่ต้องมาอยู่ใกล้ๆ นิจแบบนี้

อ้อ...ถ้างั้นก็รู้ไว้อีกอย่าง ว่าผมเป็นพวกซาดิสม์ ชอบทรมานตัวเอง ยิ่งทรมานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสุข ที่คุณนิจว่าผมไม่อยากอยู่ใกล้คุณนิจก็จริง แต่ที่ผมบอกว่าผมชอบทรมานก็แบบนี้ไงล่ะ

แบบนี้ของเขาก็คือการตวัดแขนเข้าที่เอวบาง แล้วลากร่างของเธอมากอดไว้แน่น โดยที่อนามิกาไม่คาดคิดว่าเขาจะทำเช่นนั้น เพราะที่ผ่านมากฤชเพชรระวังตัวแจ ไม่แม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้เธอด้วยซ้ำ

ปล่อยนิจนะ เรื่องอะไรมากอดนิจแบบนี้ นิจไม่ใช่ผิง ไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณรัก เพราะฉะนั้นนิจไม่อนุญาตให้กอด ไหนคุณว่าจะไม่ลวนลามนิจ ความเป็นสุภาพบุรุษของคุณมันหายไปไหนหมดอนามิกาต่อว่าเขาเป็นชุด พลางดิ้นขลุกขลักออกจากอ้อมแขนของคนที่ไม่ได้รักตน อ้อมแขนนี้มีไว้สำหรับโอบกอดผู้หญิงอื่นไม่ใช่หรือ แล้วเขาถือสิทธิ์อะไรมากอดเธอตามชอบใจแบบนี้ แม้ว่าจะทำไปเพราะความโกรธ เพราะเธอเป็นคนยั่วโมโหเขาก่อนอย่างที่เขาว่า แต่เธอก็ไม่อยากให้เขากอด

          หายไปตั้งแต่ที่คุณนิจขยันยั่วโมโหผมนั่นแหละ

          นิจแค่ชวนหย่า ทำไมจะต้องโมโหด้วย คุณควรต้องดีใจด้วยซ้ำ

          อย่ามายัดเยียดความคิดอะไรของคุณนิจใส่หัวผม ถ้าผมอยากหย่าเมื่อไหร่ ผมจะบอกคุณนิจเอง

ตกลงเอาเป็นว่านิจยอมสงบศึกก็ได้ และนิจจะไม่ท้าคุณหย่าอีก จนกว่าคุณจะเป็นคนบอกว่าต้องการหย่ากับนิจเอง คราวนี้ปล่อยนิจได้หรือยัง

ยังเขาตอบสั้นๆ ห้วนๆ แขนยังคงรัดเอวเล็กแน่น

แล้วคุณจะเอายังไงกับนิจอีก นิจก็ยอมสงบศึกแล้วไง

อนามิกามองหน้าคนที่กอดตัวเองอย่างอ่อนใจ แต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะตนอยู่ในสภาวการณ์ที่เสียเปรียบเขา

คุณนิจยังไม่ได้ขอโทษผม

นิจไม่ได้ทำอะไรผิดนี่

คุณนิจหาเรื่องก่อกวนผม คุณนิจท้าผมหย่า ความผิดสองข้อหา มากพอจะขอโทษผมหรือเปล่า

ก็ได้ๆ ถ้าคุณคิดว่านิจผิด นิจขอโทษก็ได้ คราวนี้ถ้าคุณยังไม่ปล่อยนิจ นิจจะถือว่าคุณหาเรื่องลวนลามนิจ นิจจะ...จะ...”

จะอะไรดีล่ะ? จะหยิบยกเรื่องอะไรมาขู่เขาเพื่อให้เขายอมปล่อยเธอดี

จะอะไร กฤชเพชรเลิกคิ้วเข้มขึ้นอย่างท้าทาย

นิจจะฟ้องผิงว่าคุณไม่ซื่อสัตย์กับเธอ

เอาสิ จะฟ้องเลยไหมล่ะ ผมจะได้ต่อโทรศัพท์ให้

อย่าท้านิจนะ!” อนามิกาเชิดหน้าขึ้นอย่างเคืองๆ และลืมดิ้นไปชั่วขณะ

ไม่ได้ท้า ผมไม่ชอบท้าใคร บอกผิงด้วยล่ะว่าตอนนี้ผมกำลังกอดคุณนิจอยู่ กฤชเพชรท้าทายกลับโดยไม่คิดจะกลัวคำขู่ของอนามิกาสักนิด ในเมื่อไม่มีอะไรจะต้องกลัว

คุณไม่คิดจะรักษาความรู้สึกของผิงเลยหรือไง

ไม่!” สั้นๆ ห้วนๆ แต่ได้ใจความ

คุณมันคนไร้หัวใจ บ้า! เย็นชา!

แล้วยังไงครับ

ก็ไม่แล้วไง ปล่อยนิจเดี๋ยวนี้ นิจบอกแล้วว่านิจไม่อยากให้คุณกอด ถือสิทธิ์อะไรมากอดนิจตามอำเภอใจแบบนี้ คนที่มีสิทธิ์กอดนิจก็คือคนที่นิจอนุญาตเท่านั้น

กฤชเพชรถอนหายใจออกมายาวๆ อีกครั้ง แต่เขาก็ยอมปล่อยแขนออกจากเอวเล็ก แต่มือข้างนั้นเลื่อนมาจับที่ข้อมือของอนามิกาแทน

กลับกันเถอะ เขาบอกง่ายๆ เรียบๆ คล้ายไม่อยากทะเลาะกับเธอและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้ว แต่ความจริงภายในยังพลุ่งพล่าน เพราะร่างนุ่มๆ ของคนช่างหาเรื่องก่อกวนอารมณ์ส่วนลึกของเขาอยู่ไม่น้อย

ปล่อยมือนิจ นิจจะเดินเอง

กฤชเพชรไม่ตอแยหรือต่อปากต่อคำ แต่ก็ไม่ยอมปล่อยเช่นกัน ทำให้อนามิกาจำต้องเดินตามแรงที่กึ่งลากกึ่งจูงกลับไปยังห้องทำงาน เขาเป็นคนหยิบกระเป๋าและส่งมันให้เธอ จากนั้นก็พาไปยังลานจอดรถใต้โรงแรม ซึ่งวันนี้เขาเลือกที่จะใช้รถยนต์เพราะอนามิกากลับด้วย ตอนนั้นเองเธอถึงได้เป็นอิสระจากมือแกร่งของเขา

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นพร้อมกับเสียงนกบนต้นไม้ร้องจิ๊บๆ ขับขานในยามเช้าตรู่ ทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงขนาดห้าฟุตขยับตัวและลืมตาตื่นจากการนอน นี่เป็นวันแรกในรอบเกือบสิบสี่วันที่อนามิกาตื่นเช้าที่สุดตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้หลังจากแต่งงานกับกฤชเพชร เมื่อตื่นแล้วก็รีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว ลงไปรอคนที่มักจะออกไปทำงานแต่เช้า เพราะตัวเองไม่มีรถ  

รอได้เกือบสิบนาทีอนามิกาก็ยังไม่เห็นว่ากฤชเพชรจะลงมาแต่อย่างใด ขณะที่รออยู่นั้นมีเสียงก๊องแก๊งดังออกมาจากห้องครัว ร่างบางจึงพาตัวเองไปทางต้นเสียง

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณนิจ วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยนะคะ

จำเนียรแม่บ้านวัยสี่สิบเศษเอ่ยทักทาย เมื่อเห็นเจ้านายสาวเข้ามาในห้องครัวแต่เช้า

อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่จำเนียร นิจลงมารอคุณเพชรน่ะค่ะ เช้านี้พี่จำเนียรทำอะไรกินคะ

ทำข้าวต้มทะเลค่ะ เห็นคุณเพชรบ่นว่าอยากทานตั้งแต่เมื่อวาน จำเนียรตอบพลางเทข้าวสวยที่เรียงเม็ดอย่างดีลงไปในหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ

ได้ยินเช่นนั้นอนามิกาก็ต้องทบทวนตัวเองอย่างรู้สึกละอายใจ ขนาดแม่บ้านที่เพิ่งจะจ้างมาทำงานได้ไม่กี่วันยังรู้ดีกว่าเธอซึ่งเป็นภรรยาของกฤชเพชรเลยว่าเขาอยากกินอะไร เธอช่างเหมือนคนที่เอาเปรียบแต่เขา ครอบครัวของเธอกู้เงินเขา ขอร้องแกมบังคับให้เขาแต่งงานด้วย แถมยังให้เขามาทำงานให้อีก แต่เธอกลับไม่เคยทำอะไรให้เขาเป็นการตอบแทนเลยแม้แต่นิด

ความคิดนั้นทำให้หญิงสาวขยับตัวไปยังตู้เย็น หยิบเอาส้มกว่าสิบลูกออกมาล้าง จากนั้นก็นำส้มซึ่งล้างสะอาดแล้วไปวางบนโต๊ะ หยิบมีดมาหั่นกลางเพื่อจะทำน้ำส้มคั้นให้กับคนที่ยังไม่ลงมา

ทำน้ำส้มคั้นเหรอคะคุณนิจจำเนียรซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับหม้อข้าวต้มหันมาถาม

ค่ะพี่จำเนียร ทำให้คุณเพชรน่ะค่ะอนามิกาตอบพลางหั่นส้มไปพลาง

เช้านี้คุณเพชรคงยิ้มแป้นนะคะ ภรรยาอุตส่าห์เข้าครัวทำน้ำส้มให้ด้วยตัวเองเลย

คำพูดของจำเนียรที่พูดไปตามประสาซื่อ กลับไปสะกิดความคิดบางอย่างของอนามิกาอีกรอบ พานคิดถึงวันที่ไปเยี่ยมพิทยาแล้วต้องค้างที่นั่น พลอยพิมลก็เข้าครัวและได้รับคำชมเช่นนี้จากแม่บ้านของบ้านโน้น

มือที่กำลังจับมีดหั่นส้มอยู่เริ่มจะไม่มั่นคง เมื่ออดกังวลไม่ได้ว่า กฤชเพชรจะเข้าใจว่าเธอทำเลียนแบบพลอยพิมลเพื่อเอาใจเขาหรือเปล่า

อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานขึ้น ความใจลอยทำให้คมของมีดแฉลบไปโดนมือเข้าให้

จำเนียรวางมือจากทัพพี แล้วปรี่เข้ามาดูนายจ้างสาวของตัวเองทันที ก่อนจะอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นเลือดที่นิ้วชี้ของอนามิกา

คุณนิจเป็นอะไรคะ อุ๊ยเลือดนี่คะ เจ็บมากมั้ยคะ คุณนิจรอแป๊บหนึ่งนะ ดิฉันจะไปหายามาใส่ให้ ว้ายตายแล้ว

จำเนียรกำลังจะผละออกจากครัวไปหยิบยา แต่หม้อข้าวต้มมีเสียงบูมของฟองที่ล้นออกมาจากหม้อ ราดรดลงไปบนเตาแก๊สดังฟู่ๆ จึงต้องวิ่งกลับไปดูหม้อก่อน

เสียงเอะอะในห้องครัวทำให้ร่างสูงที่เดินลงบันไดมาผูกคิ้วมุ่น ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหาต้นเสียง เห็นจำเนียรกำลังวุ่นวายอยู่กับการปิดแก๊ส ส่วนอีกคนที่ไม่คิดว่าจะมานั่งอยู่ในครัวก็ทำหน้าเหยๆ พลางบีบนิ้วซึ่งมีเลือดสดๆ ไหลออกมาไม่ขาด 

เป็นอะไรเสียงทุ้มถามขึ้นอย่างเป็นห่วง ขณะขยับเข้าไปใกล้ภรรยาสาว

มีดบาดมือน่ะค่ะ อนามิกาตอบเสียงอ่อยๆ

กฤชเพชรรีบจับมือเล็กขึ้นดู อีกมือล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงมากดบนแผลเพื่อห้ามเลือด โดยมีสายตาของจำเนียรมองมาแล้วอมยิ้ม แม้จะเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านได้ไม่นาน แต่ก็เห็นว่านายจ้างของตนทั้งสองคนเป็นสามีภรรยาที่แยกห้องกันนอน และแทบไม่มีกิจกรรมในชีวิตประจำวันอะไรที่ทำร่วมกันเลย จำเนียรไม่ทราบเหตุผลว่าเพราะอะไรทั้งกฤชเพชรและอนามิกาจึงได้อยู่ร่วมกันเช่นนั้น แต่ก็ยังแอบหวังลึกๆ ว่าทั้งสองคนจะเป็นสามีภรรยาที่เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ ในไม่ช้านี้

หลังจากกดแผลห้ามเลือดจนเลือดหยุดไหลแล้ว ร่างสูงก็เดินไปหยิบเอาแอลกอฮอล์ ยาทาแผลสด และผ้าพันแผลมาจากตู้ยา

นิจขอโทษที่ทำให้ผ้าเช็ดหน้าคุณเปื้อน ไว้นิจจะซักคืนให้หญิงสาวพูดเสียงอ่อยๆ ขณะเขาดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากมือเล็ก 

ทำไมถึงโดนมีดบาด เขาถามเสียงดุๆ พลางเทแอลกอฮอล์ลงใส่สำลีสีขาวเพื่อเช็ดทำความสะอาดแผลให้คนเจ็บ

ก็เห็นอยู่นี่คะว่านิจกำลังหั่นส้ม จะทำน้ำส้มคั้น

ว่าจะพูดด้วยดีๆ แต่ก็เผลอพูดจารวนอีกจนได้ เมื่อเขาทำเสียงดุใส่เช่นนั้น

คราวหน้าถ้าคุณนิจอยากดื่มน้ำส้มคั้นก็บอกพี่จำเนียรหรือไม่ก็บอกผม จะได้ไม่เจ็บตัวแบบนี้อีก

นิจไม่ได้อยากดื่มเอง นิจตั้งใจจะทำให้คุณ

ทำให้ผม?

คิ้วเข้มเลิกขึ้น ทำให้อนามิกาหน้าร้อนผ่าว ต้องรีบอธิบาย ขยายความคำพูดสั้นๆ ที่พูดในตอนแรก

นิจก็แค่อยากตอบแทนที่คุณอุตส่าห์ทำอะไรเพื่อครอบครัวนิจตั้งหลายอย่าง แต่ถ้ารู้ว่าจะโดนคุณดุแบบนี้ นิจคงไม่ทำหรอก

ที่ดุก็เพราะเป็นห่วง

ห่วงนิจ?

อนามิกาอุทานเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง คราวนี้เป็นกฤชเพชรบ้างที่ต้องอธิบาย

เห็นหรือเปล่าล่ะว่าทำตัวเองเจ็บ แล้วคนอื่นต้องพลอยวุ่นวายไปด้วย

ก็ไม่ได้อยากให้ใครวุ่นวายเสียหน่อย

เลิกเถียงเป็นเด็กๆ ได้แล้ว ไปนั่งรอข้างนอกเถอะ เดี๋ยวผมจะให้พี่จำเนียรตักอาหารเช้าไปให้ ส่วนน้ำส้มนี่เอาไว้วันหลังค่อยทำ

นิจไม่ทำให้แล้ว รอกินฝีมือคนอื่นเถอะ คงอร่อยกว่านิจทำ  

ผมก็คิดว่างั้น

ร่างสูงลุกและเดินนำไปที่โต๊ะอาหารซึ่งตั้งอยู่นอกห้องครัว อนามิกาได้แต่ย่นจมูกใส่ตามหลังอย่างแง่งอนกึ่งน้อยใจ กฤชเพชรช่างขยันพูดทำร้ายจิตใจเธอเหลือเกิน...

 

          อนามิกานั่งเงียบๆ ไม่พูดไม่จา เช่นเดียวกับคนที่กำลังบังคับพวงมาลัยรถให้แล่นเข้ามาจอดยังหน้าโรงแรม ทั้งสองเงียบกันมาสักพักใหญ่แล้วตั้งแต่ออกจากบ้าน ด้วยเพราะกลัวว่าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน จะนำมาซึ่งวาจาที่ทำร้ายจิตใจกันและกันอีก

          มือเล็กกดปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยเพื่อเตรียมจะลงจากรถ หลังจากคนขับจอดรถที่หน้าทางเข้าโรงแรมเรียบร้อยแล้ว นึกอยากขอบคุณที่เขาอุตส่าห์ให้ติดรถมา แต่ก็ยังเคืองใจอยู่มากที่เขาไม่คิดจะรักษาน้ำใจ จึงตัดสินใจว่าจะลงจากรถไปเงียบๆ

          เดี๋ยวก่อนครับคุณนิจ อย่าเพิ่งลง เสียงทุ้มเรียกเอาไว้ขณะที่มือเล็กกำลังจะผลักประตูรถ

          มีอะไรเหรอคะ อนามิกาหันไปทางคนเรียกพลางผูกคิ้วเข้าหากันนิดๆ

          เปล่า... ผมแค่จะบอกให้คุณนิจระวังอย่าให้มือโดนน้ำ เดี๋ยวแผลจะติดเชื้อ

          อนามิกาไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะความห่วงของเขาคงไม่มีไว้สำหรับเธอ แต่กระนั้นก็อดรู้สึกดีไม่ได้

          แล้วถ้านิจเข้าห้องน้ำจะให้นิจทำยังไงคะ เสียงหวานถามแก้ความเก้อเขินของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าคำถามนั้นเป็นคำถามที่พลาดถนัด

          ก็ใช้มือเดียว

          นิจไม่ใช่ผู้ชายนะคะที่เวลาเข้าห้องจะได้ใช้มือเดียว

          คุณนิจรู้เหรอว่าเวลาที่ผู้ชายเข้าห้องน้ำเขาทำยังไง กฤชเพชรย้อนถาม และอนามิกาก็เห็นว่าเขากำลังกลั้นยิ้มแม้จะยังทำหน้าตายก็ตามที

          ก็แค่จับ...” ตอบทั้งหน้าแดงซ่าน แต่ก็ไม่ยอมเสียฟอร์ม

          แล้วผู้หญิงล่ะ?

          คุณจะอยากรู้ไปทำไม ถ้าจะคุยเรื่องสัปดนพวกนี้นิจไม่คุยด้วยแล้ว เก็บไว้คุยกับคนรู้ใจของคุณเถอะ นิจไปทำงานดีกว่า

          ว่าแล้วคนที่กำลังถูกต้อนให้พูดในเรื่องที่ตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็รีบผลักประตูรถ ก้าวฉับๆ เข้าไปในโรงแรม โดยไม่สนใจว่าคนต้นเรื่องจะตามเข้ามาเมื่อไหร่ แต่เดาได้ว่าตลอดทางที่กฤชเพชรเดินเข้ามาทั้งพนักงานทั้งลูกค้าคงมองตามกันตาปรอย ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ พนักงานสาวๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาที่เห็นเขาขับบิ๊กไบค์มาทำงานและใส่เสื้อหนังเดินเข้ามาในโรงแรม ก่อนจะอยู่ในคราบของผู้บริหารหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบเมื่อทำงานในหน้าที่

อนามิกาทำงานของตัวเองอยู่ในห้อง แล้วเดินออกไปตรวจงานด้านนอกเป็นส่วนใหญ่ ด้วยหน้าที่ซึ่งต้องดูแลฝ่ายบุคคลรวมถึงแผนกจัดเลี้ยงกับจิปาถะทั่วไป  การนั่งทำงานอยู่แต่ในห้องอย่างเดียวเหมือนกับผู้บริหารคนอื่นๆ จึงเป็นไปไม่ได้

          วันนั้นอนามิกาทำงานเพลินๆ พอถึงเที่ยงก็ออกไปกินข้าวข้างนอกเหมือนปกติที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่พอจะเข้าห้องน้ำคราใดก็อดคิดถึงคนที่กำชับว่า ไม่ให้มือข้างที่เป็นแผลโดนน้ำรวมถึงการต่อปากต่อคำกับเขาก่อนที่จะลงรถไม่ได้ สุดท้ายจึงเผลอยิ้มคนเดียว

          ใบหน้าหวานซึ้งเงยขึ้นจากเอกสารตรงหน้า เมื่อรู้สึกว่าประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามา และคนที่เดินตรงเข้ามาก็คือกฤชเพชรนั่นเอง อนามิกาเหลือบไปมองนาฬิกาที่หน้าจอแล็ปท็อปเห็นว่าเป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เวลาปกติที่กฤชเพชรจะเลิกงาน จึงอดถามเขาไม่ได้

          มีอะไรกับนิจหรือเปล่าคะ

          คนถูกถามไม่ตอบแต่ถือวิสาสะยื่นมือมาจับมือเล็ก แกะผ้าพันแผลสีขาวที่ตัวเองเป็นคนพันมันกับมือตั้งแต่เช้าออก พร้อมกับเพ่งพิศรอยแผล ก่อนจะพยักหน้านิดๆ เหมือนกับพอใจ เมื่อเห็นว่ามันเริ่มแห้งแล้ว เขาจึงทิ้งผ้าขาวชิ้นเล็กๆ นั้นลงถังขยะ

          ทิ้งผ้าพันแผลของนิจทำไม เสียงหวานเอ่ยถามอีกเมื่อกฤชเพชรยังไม่ยอมตอบ

          คุณนิจไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว เปิดไว้แบบนี้จะได้หายไวๆ แต่ยังไงช่วงนี้ก็ยังต้องระวังอย่าให้โดนน้ำ

          อย่าบอกนะว่าคุณมาเพื่อจะแกะผ้าพันแผลให้นิจแค่นี้

          จะมาถามว่าวันนี้คุณนิจจะกลับยังไง มีใครมารับหรือเปล่า

          นิจแต่งงานแล้วจะมีใครที่ไหนกล้ามารับคะ ว่าแต่คุณเถอะต้องไปรับใครหรือเปล่าอนามิกาตอบกวนๆ ก่อนจะย้อนถามบ้าง

          ผมแต่งงานแล้วจะกล้าไปรับผู้หญิงที่ไหน เขาพูดกวนๆ กลับบ้างในลักษณะเดียวกับเธอ ทำเอาอนามิกาเกือบหลุดยิ้ม

          มีโมเมนต์แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

          แบบไหน

          แบบที่เป็นอยู่นี่แหละ กวนหน้าตาย ต่อปากต่อคำก็เก่ง

          เป็นทุกครั้งที่อยู่ใกล้คุณนิจนั่นแหละ

          แสดงว่าเวลาอยู่กับคนอื่นเป็นสุภาพบุรุษมาก อ้อ...จริงสิลืมไป...นิจมันลูกเมียน้อยสำหรับคุณมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่

          ไม่เคยมีทั้งเมียหลวงเมียน้อยรวมทั้งลูกด้วย เขาปฏิเสธเรียบๆ ไม่สนใจท่าทีชวนทะเลาะของอนามิกา

          แน่ใจเหรอที่ว่าไม่เคยมี

อนามิกาหลุดปากอย่างน้อยใจ ลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายขอให้เขาลืมและไม่ให้พูดถึง

          แล้วคุณนิจล่ะ พูดแบบนี้แน่ใจแล้วเหรอว่าอยากให้ผมรื้อฟื้นเรื่องนั้น

          ไม่อยากสักนิด นิจลืมมันไปหมดแล้ว!” ตอบเร็วเท่าความคิด ก็ในเมื่อเขามีแฟนแล้ว จะมาอยากรื้อฟื้นอะไรกับเธออีก

          ผมก็คิดอยู่แล้วว่าคุณนิจจะตอบแบบนี้ ผู้หญิงขี้ขลาด ดีแต่ยั่วโมโห พอจะเอาจริงบ้างก็รีบเปิดแนบใบหน้าหล่อร้ายนั้นเคร่งขมึงพอๆ กับสายตาที่มองไปยังอนามิการาวกับจะแผดเผา

          นิจไม่ใช่คนขี้ขลาด อย่ามากล่าวหานิจแบบนั้น

          แล้วคนกล้าหาญประเภทไหนที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง กฤชเพชรถามหมิ่นๆ ทำให้อนามิกาลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้ และตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

          แบบนิจนี่แหละ นิจกล้าเผชิญหน้ากับความจริงเสมอ เพราะนิจรู้ดีว่าคุณไม่เคยคิดจะรักนิจหรอก แต่ก่อนก็เจียมตัวว่าตัวเองต่ำต้อยกว่านิจ ครั้นพอคุณมีทุกอย่างเหนือกว่านิจ หัวใจของคุณก็มอบให้คนอื่นไปแล้ว

          ที่พูดนี่คิดว่ารู้ความจริงทุกอย่างแล้วใช่ไหม

          ยังมีความจริงอะไรที่นิจต้องรู้อีกล่ะ หรือว่านอกจากผิงแล้วคุณมีคนอื่นอีก คุณมันคนหลายใจและแย่กว่าที่นิจคิดไว้เสียอีก นิจผิดหวังในตัวคุณจริงๆ

นี่น่ะเหรอที่บอกว่ารู้ดี

กฤชเพชรยิ้มร้ายพร้อมกับเดินอ้อมโต๊ะไปหาเจ้าของวาทะ ทำให้อนามิกาต้องรีบถอยฉาก เมื่อวานก็อารมณ์นี้ เปลี่ยนแค่สถานที่ทะเลาะกันจากห้องทำงานของเขาเป็นห้องทำงานของเธอ อนามิกาจึงระวังตัวแจเพราะกลัวจะถูกกอดเอาอีก

          คุณจะทำอะไร ถอยไปนะคนใจคอไม่ดีขู่ฟ่อทั้งที่ยังถอยหลังหนี แต่คนที่ถูกยั่วให้โมโหก็ตามติด จนกระทั่งอนามิกาถอยหลังไปชนกับผนังห้อง หมดทางหนี

กฤชเพชรยกมือทั้งสองยันผนัง ล้อมกรอบขังร่างบางเอาไว้ในกรงแขนของเขา พร้อมกับก้มหน้าลงไปจนเกือบจะชิดกับใบหน้าสวย แววตาเหมือนเสือที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ

          ไหนว่าไม่ขี้ขลาด แล้วจะหนีทำไม หรือว่าเก่งแต่ปาก

          คนเป็นสุภาพบุรุษเขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก

อนามิกายังทำปากเก่งต่อว่าเขาทั้งที่หัวใจเต้นแรงโลดเต็มทน แม้จะเคยใกล้ชิดกันมามากกว่านี้ แต่นั่นมันก็นานมากแล้ว

          เผอิญว่าผมไม่ใช่ คุณนิจก็เคยเห็นแล้วว่าผมมีด้านมืด

          “นิจ…” เมื่อพูดไม่ออกอนามิกาจึงเงียบมันดื้อๆ ซะเลย

          ลืมทุกอย่างไปหมดแล้วจริงๆ น่ะเหรอ

จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนโทนเสียงจากเกรี้ยวกราด มาเป็นกระซิบถามเสียงแผ่วต่ำ ประกายตาก็เจ้าชู้ขึ้น ทำเอาช่องท้องของอนามิกาปั่นป่วนไปหมด

          “...” เงียบเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหลบตา ก็เลยถูกนิ้วเรียวยาวเชยคางขึ้น

          คนขี้ขลาด

          เขาว่า...แต่ทำไมเสียงเว้าวอนจนคนถูกว่าไม่มีแรงจะตอบโต้ ทำได้แต่ช้อนตามองสบประสานสายตากับเขาอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ หลับตาพริ้มลง เมื่อเรียวปากหยักที่เธอจำพิษสงของมันได้ดีกำลังเคลื่อนต่ำลงมาหา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงมากกว่าเดิม รู้ตัวว่าอีกไม่ถึงอึดใจจะถูกจุมพิต ในยามนี้อนามิกาไม่คิดจะห้าม ความใกล้ชิดและเสน่ห์อันมากล้นของเขาทำให้เธอเกิดความโหยหารสเสน่หาจากเขา จนร่างบางสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ

เรียวปากหยักเคลื่อนต่ำลงจนเกือบจะแตะกับกลีบปากสีสวย แต่ทว่าห้วงภวังค์นั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของกฤชเพชรนั่นเอง

          ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก ยอมละมือข้างหนึ่งออกจากผนัง โดยที่อีกข้างยังยันเอาไว้ดังเดิม ตาคมดุมองใบหน้าหวานนิ่งเป็นการกดไม่ให้เธอขยับไปไหน อนามิกาจึงได้แต่ยืนหายใจไม่ทั่วท้อง ขณะที่เขากดรับโทรศัพท์

          ครับพ่อ

ปากคุยโทรศัพท์แต่ตายังมองคนที่ตัวเองตรึงไว้ชนิดไม่ยอมละไปไหน คล้ายๆ กับเตือนอนามิกาว่าหากเธอขยับเขาก็พร้อมจะขย้ำ

          คนงานเพิ่งมาบอกพ่อว่าจัสมินมีอาการเหมือนจะตกลูก เพชรยุ่งไหมลูก พอจะปลีกเวลามาดูได้หรือเปล่า

          ได้ครับพ่อ เดี๋ยวผมไปกฤชเพชรจบการสนทนาสั้นๆ ลงเพียงแค่นั้น ก็หันมาสนใจคนที่ยืนตัวลีบต่อ แต่เป็นคนละอารมณ์กับตอนก่อนคุยโทรศัพท์

ผมจะไปส่งคุณนิจแล้วกลับบ้านเลย พ่อเพิ่งโทร.มาบอกว่าม้าที่ฟาร์มกำลังจะตกลูก ผมคงต้องไปดูด้วยตัวเอง ตอนนี้ที่ฟาร์มไม่มีสัตวแพทย์นอกจากพ่อ

แล้วคุณจะกลับมาวันไหนคะ

คงเป็นวันจันทร์เลย คุณนิจจะไปด้วยกันไหม

นิจเอ่อ...มีธุระค่ะ ไปด้วยไม่ได้ อนามิกาตอบปฏิเสธเสียงอึกอัก ยิ่งเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นห่างเหินเช่นเดิมของเขาก็ยิ่งใจหาย

กฤชเพชรไม่พูดอะไรอีก เขาเงียบและเดินนำออกจากห้องไปทันที ทำเอาหัวใจที่เต้นแรงโลดไม่เป็นส่ำอยู่เมื่อครู่นี้ ห่อเหี่ยวลงไปทันที...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"การแต่งงานที่เกิดขึ้นจากความไม่เต็มใจมันก็แย่พออยู่แล้ว แต่มันยิ่งเจ็บมากกว่าเดิม เมื่อต้องได้มาแต่งกับคนที่ตัวเองแอบซุกเอาไว้ห้วงคำนึงตลอดมา โดยที่รู้ดีอยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายนั้นมีคนรักอยู่แล้ว ภายใต้ข้อตกลงอันแสนเย็นชาที่เกิดขึ้นก่อนแต่ง เธอและเขาจะเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้ได้นานแค่ไหน สุดท้ายการแต่งงานที่เกิดจากเงินเป็นตัวแปรและมีกำแพงทิฐิกั้นเอาไว้สูงลิ่ว มันจะจบลงเช่นไร"

เทียนธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


เข้าอ่านไม่ได้
โดย Anonymous | 2 months, 4 weeks ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ตอนต่อไป จะเข้าอ่านยังไลอะ
โดย Anonymous | 2 months, 4 weeks ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ซุ้ซุ้นะ
โดย Anonymous | 4 months, 1 week ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha