[จบ] คลั่งรักซาตาน 2 [Loved Devil]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : “ถ้าเรื่องแค่นี้นายหาวิธีไม่ได้ ก็ปล่อยให้ยายเด็กนั้นแก่ตายอยู่ในนั้นไปเลย”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เคลย์ตันล้วงเครื่องมือสื่อสารออกมา กดโทร.ออก หาพี่ชาย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเมษาทำให้เขาต้องคุยกับเควิ้น

“เคน ผมโดนรังแก” เคลย์ตันกรอกเสียงเป็นประโยคแรกที่ปลายสายกดรับ

“มากมั้ย?” เควิ้นถามกลับ นานแล้วที่เขาไม่ได้ยินประโยคนี้ มันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยพวกเขาเด็กๆ เคลย์ตันเคยมีเรื่องกับเด็กในโรงเรียนเดียวกัน สาเหตุเพราะความหน้าตาดีทำให้เด็กผู้หญิงในโรงเรียนให้ความสนใจเคลย์ตันมากไป เควิ้นยังจำสายตาของพ่อที่มองพวกเขาทั้งสามคนในสภาพที่แม่ต้องตาค้าง และคำพูดประโยคเดียวที่ออกมาจากพ่อในตอนนั้น “ไม่ได้ไปรุมเพื่อนใช่มั้ย?” 

“คุณคีน!!!” ตะวันเรียกสามีอย่างเหลือเชื่อ ประโยคแรกที่ควรพูดกับเด็กผู้ชายทั้งสามตรงหน้า “ลูกๆเจ็บมั้ย?” มันควรเป็นประโยคนี้ดีกว่ามั้ย  ซึ่งตอนนั้นเป็นพวกเขาสามคนต่างหากที่ถูกรุมจากเด็กที่โตกว่า เควิ้นจะเจ็บมากกว่าน้องๆ เพราะเขาจะเอาตัวเข้าไปป้องกันน้องทั้งสองให้มากเท่าที่เขาจะทำได้

พ่อที่มีนิโคลบุตรสาวตัวน้อยในอ้อมแขนในตอนนั้น พ่อย่อเข่าลงตรงหน้าพวกเขาทั้งสาม  ฟู่ๆๆๆๆๆ นิโคลเป่าลมพร้อมน้ำในปากที่กระเด็นออกมาให้กับพวกเขาทีละคน “หาย หาย หาย...” คำสั้นๆจากน้องสาวเพียงคนเดียวที่มาพร้อมกับมือเล็กๆแตะเบาๆที่ข้างแก้มที่มีรอยฟกช้ำ

เควิ้นจำได้ไม่ลืมพ่อไม่เคยถามว่าใครผิดใครถูก เรื่องราวเป็นอย่างไร แต่วันนั้นพ่อยิ้มพร้อมสายตาแห่งความภาคภูมิใจ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ยินพ่อพูดกับแม่ “ลูกของเราจะไม่เป็นไร ตะวันไม่เห็นความรักที่พวกเขามีให้กันเหรอ เควิ้นเจ็บมากกว่า เคลย์ตันและเค-วอลลิส เพราะอะไร?” 

เคลย์ตันเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้เควิ้นฟัง ไม่เคยเลยที่เขาหมดความมั่นใจในตัวเองเกี่ยวกับผู้หญิงเป็นครั้งแรก เขาเจอผู้หญิงมาเยอะ ดูออกอยู่แล้วว่า เสแสร้งแกล้งเล่นตัวเป็นแบบไหน ปกติเขาก็เล่นไปตามเกมของพวกเธอให้มีรสชาติตามที่พวกเธอเหล่านั้นต้องการ แต่เมษาไม่ใช่เลย 

“อย่าแสดงบทคนดีกับเธอ” คำพูดแนะนำสั้นๆจากเควิ้น  เคลย์ตันยิ้มออกมา สายตาเขามองไปที่โต๊ะที่เมษานั่งอยู่ เธอมาหาอะไรกินจริงๆด้วย ร่างกายเคลื่อนไหวตามความคิด

“ผมตามคุณมา คนสวย” เคลย์ตันทักทายเมษาทันทีเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ

เมษายังนิ่งสงบ เธอไม่จำเป็นต้องโวกแวกโวยวาย เพราะที่นี่เป็นสถานที่มีผู้คนผลุกผล่าน แต่...

“ฉันมีเรื่องหนึ่งจะเล่าให้คุณฟัง ผู้ชายคนหนึ่งพยายามที่จะปรากฎตัวต่อหน้าผู้หญิงคนหนึ่งในสถานที่ต่างๆ ให้ผู้คนทั่วไปเห็นว่าพวกเขารู้จักกัน และวันหนึ่งผู้คนทั่วไปไม่ทันสังเกตว่าผู้หญิงได้หายไปจากสายตาพวกเขาในที่สุด...”

“เธอหายไปไหนครับ” เคลย์ตันทำเป็นไม่เข้าใจว่าเมษากำลังสื่ออะไร แต่ภายในใจของเขากลับประทับใจเมษาที่รู้จักระแวดระวังตัวเอง 

“…เรื่องยังไม่จบเลยค่ะ แม้ผู้หญิงจะหายไปจากสายตาของคนทั่วไปแล้ว แต่ผู้ชายก็ยังปรากฎตัวในสถานที่และพื้นที่เดิมๆ แต่เขาทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไปเรื่อยๆ จนหายไปจากสถานที่และสังคมตรงนั้น”

“ผู้ชายคนนั้นทำแบบนั้นทำไมครับ” เคลย์ตันถามอีกครั้ง

“ถูกแล้วที่คุณต้องถามจุดประสงค์ของผู้ชายคนนั้น ฉันจะตอบให้ค่ะว่าทำไม...ผู้ชายคนนั้นกำลังตามหาผู้หญิงคนนั้นไงคะ?”

“ตามหา?”

“เพราะผู้ชายคนนั้นคิดว่าตัวเองฉลาดกว่า  สาเหตุที่ผู้ชายคนนั้นต้องตามหาผู้หญิงเพราะเขาถูกผู้หญิงคนนั้นขโมยของ ของเขาไปค่ะ”

“ผมขออนุญาตชื่นชมคุณจากใจจริงเลยครับว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่ทำให้ผู้ชายแบบผมอยากอยู่ใกล้ๆมากขึ้นเรื่อยๆ...ถ้าเรื่องราวของเราสองคนเป็นเหมือนผู้หญิงและผู้ชายที่คุณเล่ามาก็คงดี...เพราะผมมีอะไรมากมายให้คุณได้ขโมยไม่รู้จบ”

“คุณกำลังจะบอกฉันว่า คุณรวยมากสินะ”

“แล้วแต่คุณจะคิด มากน้อยในเรื่องฐานะผมไม่รู้หรอกว่า เขาใช้ตราชั่งอะไรมาวัดและประเมินฐานะ” 

เมษาไม่มีรอยยิ้ม แต่เธอขยับให้กับพนักงานที่นำอาหารตามสั่งมาเสิร์ฟ “เรื่องตลกโปกฮาคั่นรายการจบลงแล้ว คุณควรกลับไปในที่ของคุณได้แล้วนะคะ เพราะฉันจะกิน และขอเสียมารยาทที่ฉันไม่ต้องการให้คุณมาร่วมโต๊ะกับฉัน”

“พูดได้ดี พูดได้ตรง ไม่มีปัญหาผมอยากให้คุณอิ่มท้องมีเรี่ยวแรงอยู่แล้วครับ” เคลย์ตันพูดจบ ลุกจากเก้าอี้และเดินจากไป ซึ่งคราวนี้กลายเป็นเมษาที่ต้องคิ้วขมวดกับคำพูดของเคลย์ตันแล้ว 

เคลย์ตันนั่งลงที่โต๊ะของเขาก่อนหน้านี้ เขายกแก้วน้ำพร้อมรอยยิ้มให้กับ เมษาที่มองตามมา และแล้วเขาก็สามารถทำให้ตัวเองอยู่ในสายตาของเมษาในที่สุด

เควิ้นโบกมือให้ เจ ออกไป เมื่อมือขวาคนสนิทที่พยายามจะมาบอกเขาเรื่องที่ต้องไปรับเด็กในปกครองที่เขาไม่ต้องการเลยสักนิด 

“แต่ถ้านายไม่ไป ทางโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้เธอออกมานะครับ”

“ถ้าเรื่องแค่นี้นายหาวิธีไม่ได้ ก็ปล่อยให้ยายเด็กนั้นแก่ตายอยู่ในนั้นไปเลย”  เจ ถอยหลังออกมาจากห้อง เพราะเจ้านายไม่ได้อยู่ตามลำพังทำให้เจไม่อาจพูดอะไรได้มาก เขาไม่ใช่คนย้ำคิดย้ำทำ หลิวหลิว ไม่ได้มีความสำคัญแค่เป็นเด็กอุปการะของเควิ้น แต่เธอเป็นเจ้าของบัญชีทั้งในและต่างประเทศของเควิ้นกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ต่างหาก แต่เรื่องนี้หลิวหลิวไม่รู้เลยสักนิดว่าบัญชีที่เธอเปิดให้กับพวกเขาหลายปีมานี้ พวกเขาเอามาทำอะไรบ้าง 

“เด็กคนนั้นเป็นใครกันคะ?” มากี้ถามด้วยความอยากรู้ เพียงเพราะเควิ้นดูเสียอารมณ์มาก

“ไม่มีอะไรสำคัญ” หลิวหลิวต้องอยู่ในที่มืดสำหรับเขา เธอก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งของเขาก็เท่านั้น หน้าที่เขาแค่จำชื่อเธอให้ได้และให้ข้าวให้น้ำก็เท่านั้น

มากี้เงียบเสียง เธอไม่กล้าถามหรือเซ้าซี้ “ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ เรามาทำอะไรที่สำคัญกันดีกว่านะคะ” เควิ้นยิ้มออกมาเล็กน้อย

พรึ่บ!! เสียงชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มเข้ารูปของมากี้ถูกกระชากออกจากร่างกายที่ผู้ชายทุกคนอยากกระแทกปลดปล่อยราคะในกายออก มากี้สาวทรงยุโรปที่ผ่านมีดหมอมาไม่น้อย แต่ใครจะสนรวมถึงเควิ้น ที่เขาสนใจแต่โพรงสาวของเธอเท่านั้นว่าอดทนมากพอให้เขาพึงพอใจในการแสวงหาความสุขทางกายได้มั้ย แค่นั้นเพียงพอแล้วระหว่างเขากับมากี้และผู้หญิงคนอื่นๆด้วย

มากี้โน้มใบหน้าซุกที่ซอกคอแข็งแรงของเควิ้น เธอจุมพิต ดอมดม สร้างอารมณ์ความต้องการให้กับตัวเธอเองและเขา เควิ้นให้เธอได้หลายอย่างในเรื่องเซ็กส์ มีเพียงอย่างเดียวที่เขาไม่อนุญาตให้เธอกระทำกับเขา ‘จูบ’ เป็นเขตหวงห้าม มากี้ยินดีมองผ่านเรื่องนี้ไปได้เมื่อมีอย่างอื่นที่ดีไม่น้อยดึงดูด จนเธอลืมเรื่องจูบไปได้ 

แคว่ก เสียงถุงพลาสติกเครื่องป้องกันถูกฉีกขาด เควิ้นสวมเกราะป้องกันให้กับแก่นกายที่ถูกปลุกปั่นจนขยายเต็มที่โดยมากี้ 

อ๊ะ! เสียงร้องในคอของหญิงสาวที่ถูกผลักลงไปนอนหงายเปลือยเปล่าบนเตียงกว้าง สองขาขยับเปิดทางให้อย่างคนรู้งาน เควิ้นกดเรียวขายาวของหล่อนโน้มข้างหน้าทั้งสองข้าง สายตามองโพรงสาวที่ฉ่ำแฉะตรงหน้า เควิ้นลูบไล้กลีบสาวไปมา เสียงครางแห่งความซ่านเสียวดังออกมาอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นความต้องการของเขาได้มากทีเดียว เสียงครางแห่งความซ่านเสียวและเสียงร้องเพราะความเจ็บปวด 

ควับ!

อื้ม! มากี้ร้องออกมาเพราะความจุกอย่างตั้งตัวไม่ทัน เพียงแค่การยัดเหยียดที่รุนแรงเพียงครั้งเดียวเควิ้นก็ทำให้แก่นกายที่ใหญ่ของเขาหายไปในโพรงสาวเธอทันที เพียงเสี้ยววินาที เสียงกรีดร้องของมากี้ดังกึกก้องคับห้อง เพราะเธอต้องเจอกับพายุโหมกระหน่ำถาโถมใส่อย่างต่อเนื่อง ถ้าเปรียบว่าเธอคือบ้านที่ตั้งอยู่กลางทุ่งและเควิ้นคือทอร์นาโดต้องผ่านบ้านกลางทุ่งเพื่อบรรลุเป้าหมาย บ้านได้พังทลายไปในพริบตาเมื่อต้องเจอกับทอร์นาโดนั้นที่ทั้งใหญ่และกำลังมหาศาล

เสียงหอบหายใจกระชั้นของเควิ้นกับหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามร่างกายในห้องนอนที่เย็นฉ่ำ เสียงกระแทกเข้าออกโพรงสาวยังเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ มากี้บอบช้ำมากแล้วแต่สำหรับเควิ้นเขายังไม่พอใจ เขายังต้องการมันอีก 

“มากี้ ถ้า สามารถ อยู่กับฉันได้ทั้งคืน ฉันจะจ่ายให้เธอในราคาสองคน” มากี้เบิกตากว้าง เธอเองก็ได้รับแจ้งจากเควิ้นแล้วว่าเธอควรมีใครมาด้วยอีกคน แค่เขาไม่โกรธที่เธอมาเพียงลำพังก็มากพอแล้ว ใช่ว่าจะไม่เคย แต่เธอไม่เคยมาเดี่ยวก็เท่านั้น เควิ้นเลื่องลือในเรื่องที่ต้องมีคู่บำบัดกามให้กับเขา ว่าต้องสองคนเสมอ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha