คุณหมอจอมบงการ 18+ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก) -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : คุณหมอจอมบงการ 1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ตอนที่ 1

 

                หญิงสาวผมยาวสลวยยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวาน เธออยู่ในชุดเดรสสีครามเคร่งขรึมทว่าให้ความรู้สึกสง่างามช่างภาพกำลังเก็บภาพหญิงสาวหลังจากการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น หญิงสาวขยับตัวโพสท่าตามคำขอของช่างภาพจนเมื่อได้ภาพที่พอใจแล้วจึงกล่าวขอบคุณพร้อมกับนักข่าวสาวที่มาทำสัมภาษณ์เธอ

                “คุณมิ้นต์นี่ขึ้นกล้องจริงๆ นะคะ ไม่คิดจะเป็นดารานางแบบเต็มตัวบ้างหรือคะ”

                มิ้นต์ หรือ ดารัณ สุวิชญา หญิงสาววัย 27 ที่หน้าอ่อนเหมือนเด็กมัธยม  เธอเป็นเซเลบฯชื่อดังในเมืองไทยทำงานในบริษัทของครอบครัว หญิงสาวเป็นบุตรคนเดียวของตระกูลสุวิชญาที่แสนจะร่ำรวยนั่นทำให้เป็นที่จับตามองเป็นอย่างยิ่ง ทั้งความสวยและความเก่งเกินวัยพลอยส่งให้เธอเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น   ดารัณยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะน้อยๆ ด้วยท่าทีสุภาพไม่ดูดัดจริตจนเกินงาม ทำให้ความรู้สึกจริงใจพลอยให้คู่สนทนาพลอย



หัวเราะตามไปด้วย


                “โธ่! พี่ๆ ค่ะ แค่นี้มิ้นต์ก็ทำให้พี่ช่างภาพลำบากต้องเล็งหามุมสวยแย่พอแล้ว ขื่นให้ไปเป็นดารานางแบบอะไรนี่ก็ยิ่งป่วนไปทั้งกองแน่ๆ”


                “แต่คุณมิ้นต์ก็เคยถ่ายแบบเดินแฟชั่นนะคะ”


                “นั่นงานการกุศลค่ะ แต่มิ้นต์ไม่กล้าคิดจริงจังด้านนี้หรอกค่ะ”


                “น่าเสียดายนะคะ”


                หญิงสาวยิ้มอ่อนหวานแล้วหยิบถุงกระดาษน่ารักๆ สี่ใบส่งให้นักข่าวและช่างภาพคนละสองถุง “ถือว่าเป็นของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ นะคะ ถุงหนึ่งของพี่ อีกถุงเอาไปฝากคนที่บ้าน แต่ถ้ายังไม่มีคนที่บ้านก็ฝากคนข้างๆ ก็ได้ค่ะ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติค่ะ เป็นสินค้าแนะนำจากร้านพรรณนาค่ะ”


                “อุ้ย! ขอบคุณคุณมิ้นต์มากค่ะ”


                หญิงสาวพูดคุยกับนักข่าวและช่างภาพอีกเล็กน้อยแล้วทั้งสองก็ขอตัวกลับ ดารัณระบายลมหายใจเบาๆ เมื่อไม่มีใครอยู่ในร้านพรรณนาแล้วนอกจากเจ้าของร้านซึ่งเป็นหญิงสาวร่างสูงโปรงเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมรอยยิ้ม


                “ให้สัมภาษณ์บวกถ่ายรูปแค่สองสามชั่วโมงทำหน้าเหมือนไปวิ่งมาสักสี่สิบกิโล”  


ลักษณ์นารา หญิงสาวเจ้าของร้านพรรณนา ร้านขายผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่นสบู่ แชมพูสระผม ตลอดจนผ้าย้อมสีธรรมชาติที่ตัดเป็นชุดสวยที่เพื่อนรักใส่อยู่


                “หนิงก็รู้ว่ามันไม่ใช่นิสัยมิ้นต์” ดารัณเดินมานั่งที่เก้าอี้หวายตัวสวยที่ตั้งอยู่มุมร้าน  


                “แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้” 


ลักษณ์นาราหัวเราะเธอเป็นหญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมงผมยาวประบ่าใบหน้าแต้มแต่งเครื่องสำอางบางๆ ในขณะที่วันนี้ดารัณแต่งหน้าค่อยข้างจัดแต่ไม่ถึงกับจัดจ้าน ริมฝีปากแต้มสีแดงกุหลาบเข้ากับสีแก้มเนียนและเปลือกตาประกายน้ำตาลทอง         


“มิ้นต์อุตส่าห์นัดมาสัมภาษณ์ที่ร้าน หนิงจะได้โฆษณาร้านไปในตัวยังจะมาพูดแบบนี้กับเพื่อนอีก” มิ้นต์แยกเขี้ยวใส่เพื่อน


“จ้า ขอบใจคุณเพื่อนมากมายมหาศาล” ลักษณ์นารารินน้ำผลไม้ใส่แก้วส่งให้เพื่อนดื่ม “นี่น้ำฟักข้าว ทำเองกับมือเชียว”


“แน่ใจนะว่าถ้าฉันดื่มแล้วฉันจะปลอดภัย” ดารัณรับมาดื่มแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก


“จะกลัวอะไรมีคู่หมั้นเป็นหมอนี่” ลักษณ์นาราหัวเราะออกมา


“ยัยหนิง!            


ดารัณหน้าแดงจัด  เธอไม่อาจซ่อนความเขินอายเมื่อพูดถึงคู่หมั้นคู่หมาย แม้จะเป็นเรื่องที่พ่อแม่จัดการให้ตั้งแต่เธอยังเด็ก    แม้จะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันแต่เธอก็ไม่ปฏิเสธ คู่หมั้นของเธออายุมากกว่าถึง 9 ปี แต่สำหรับเธอเขาคือฝันดีทุกคืนของเธอ


“ฉันเห็นพ่อเทพบุตรของเธอแค่รูปในมือถือเมื่อไหร่จะได้เจอตัวจริงละนี่”


“ฉันก็ยังไม่รู้เลย” ดารัณเสียงแผ่วลง เธอพูดได้เต็มปากเลยว่ารักเขา แต่เขากลับเฉยชาทุกครั้งที่พบกัน แม้เขาจะไม่ปฏิเสธเรื่องการหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่จัดการให้แต่เขาก็แสนจะเย็นชากับเธอทุกครั้งที่พบหน้า


“หนิง...” ดารัณเรียกชื่อเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ที่ผู้ใหญ่พูดกันว่าอยู่ๆ กันไปก็รักกันเองมันจะจริงไหม มันจะเป็นจริงได้เหรอ”


ลักษณ์นาราถอนหายใจเบาๆ ยื่นมือไปแตะหลังมือของเพื่อนให้กำลังใจ  เธอรู้ว่าดารัณแอบรักคู่หมั้นอยู่ฝ่ายเดียวมานานหลายปี   การที่ผู้ใหญ่หมั้นหมายให้นั้นแต่ถ้าคนอย่างดารัณไม่ยินยอมก็ไม่มีทางการเกิดขึ้น เธอทุ่มเทกับความรักของเธอมากมายเหลือเกิน ไม่เพียงแต่เธอจะใส่ใจญาติว่าทีแม่สามีในอนาคต เธอยังทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้โรงพยาบาลในเครือที่แม่สามีเธอมีหุ้นอยู่ด้วย ภายนอก ดารัณ สุวิชญาสาวไฮโซหรือเซเลบฯ ชื่อดังผู้มีทั้งชื่อเสียงและชื่อเสียเพราะความสวยและเก่งรอบด้านเป็นที่อิจฉาของคนอื่น บ่อยครั้งที่มีข่าวป้ายสีเพื่อนซี้จนลักษณ์นาราโมโหแทน แต่ดารัณมักนิ่งเฉยเป็นการโต้ตอบ   ผู้หญิงสวย รวย เก่ง สมบูรณ์แบบอย่างดารัณย่อมมีผู้ชายมาจีบนับไม่ถ้วนแต่เธอก็ปฏิเสธทุกราย สิ่งที่ดารัณทำไปทุกอย่างก็หวังเพียงจะเป็นหญิงสาวผู้เพียบพร้อมสำหรับคู่หมั้นผู้แสนเย็นชาคนนั้น


“ถ้าฉันบอกว่าไม่เชื่อ จะเป็นการทำลายจิตใจเธอเกินไปหรือเปล่าล่ะ” ด้วยความเป็นเพื่อนสนิทลักษณ์นาราจึงกล้าพูดตรงๆ


“แต่ฉันรักพี่ธันวานะ รักมากด้วย” ดารัณพูดเสียงเบา


“แกรักพี่เขาแต่พี่เขาจะรักแกหรือเปล่าละ” ลักษณ์นาราโคลงศีรษะไปมา “ทำใจเผื่อไว้บางก็ดี ที่เขาไม่ยอมแต่งงานกับแกเสียทีเขาอาจเป็นเกย์ก็ได้”


“ยัยหนิง!  ดารัณเอื้อมมือมาตีไหล่เพื่อนดังเพี้ยะ! “อย่ามาว่าพี่ธันวาแบบนั้นนะ”


“โอ๊ย! ปกป้องจังนะ” ลักษณ์นาราหัวเราะร่วน มือเล็กๆ แบบนี้ตีไปก็ไม่เจ็บอะไรนัก  “ก็มันจริงไหมละ ผู้หญิงสวยๆ อย่างแกถ้าเขาไม่สนใจก็เป็นเกย์อย่างเดียวเลย”


ดารัณพลอยหัวเราะออกมาด้วยอารมณ์หวั่นไหวเมื่อครู่จึงดีขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือทำให้หญิงสาวผละมือจากเพื่อนรักมารับสายหมายเลขที่คุ้นเคย


“สวัสดีค่ะคุณหญิงแม่” ดารัณรับสาย ปกติถ้าเธอไม่ไปหาที่บ้านท่านก็โทรมาหาเสมอจนเหมือนเธอเป็นคนในครอบครัวนั้นแล้ว


“วันนี้ว่างไหมลูกมิ้นต์”


“ว่างค่ะ มิ้นต์เพิ่งให้สัมภาษณ์นักข่าวเสร็จไปเมื่อครู่ค่ะ” 


“ถ้าอย่างนั้นมาทานข้าวเย็นที่บ้านแม่นะจ๊ะ”


“มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ” หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ เพราะปกติเธอก็ไปบ่อยอยู่แล้ว


“ตาธันกลับบ้านนะซิ แม่เลยอยากให้มิ้นต์มาหา”


“อะไรนะคะ” คราวนี้ดารัณถึงกับทำตาโตตื่นตกใจ “คุณแม่ว่าอะไรนะคะ”


“ได้ยินชัดแล้วยังจะแกล้งถามซ้ำอีก” 


“ค่ะ...ค่ะคุณแม่ มิ้นต์จะรีบไปค่ะ”


ลักษณ์นารามองสีหน้าตื่นตระหนกของเพื่อนอย่างแปลกใจ “เป็นอะไรหรือเปล่า”


“พี่ธัน...พี่ธันวากลับบ้านมาแล้วนะซิ”


“พี่ธันวา? คู่หมั้นที่ไม่ได้เจอกันนะเหรอ” ลักษณ์นาราทำเป็นจำไม่ได้


“จะมาตอกย้ำกันทำไมนะ” ดารัณค้อนขวับเข้าให้ เธอหันไปดูเวลาจากนาฬิกาวินเทจในร้านแล้วก็ต้องอุทานเพราะต้องรีบเดินทางได้แล้ว  แต่เมื่อลุกขึ้นจากเก้าอี้ก็อดก้มมองสภาพตัวเองไม่ได้


“ฉันดูเป็นไงบ้าง” 


ลักษณ์นารามองเพื่อนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผมยาวสลวยดัดเป็นลอนอ่อนรับใบหน้ารูปไข่ ใบหน้าแต้มแต่งพอเหมาะน่ามอง ชุดเดรสผ้าฝ้ายย้อมครามที่สวมก็เรียบหรูดูดีไม่สั้นจนเกินไปเหมาะกับการเข้าพบผู้ใหญ่ แต่ท่าทางตื่นเต้นกังวลของเพื่อนเธอนะซิทำให้อดหัวเราะออกมาไม่ได้


“หัวเราะทำไม?”


“สวยแล้ว” ลักษณ์นาราบอก “ก็อย่างที่บอกไง ถ้าแบบนี้ผู้ชายคนไหนไม่ชอบก็แสดงว่าเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันแล้วล่ะ”


“พูดอะไรไม่ให้กำลังใจเลย” ดารัณส่ายหน้าไปมาแล้วหยิบกระเป๋าของตนเองขึ้นคล้องไหล่ “ฉันไปก่อนนะ  กลัวรถติดนะกว่าจะไปถึงแล้วจะทำให้ผู้ใหญ่รอนานคงดูไม่ดี”


“จ๋า” ลักษณ์ณาราโบกมือไปมา “รีบไปเถอะ คู่หมั้นรอนานจะไม่ดี”


“ยัยหนิง!


ดารัณค้อนเพื่อนเข้าให้วงใหญ่ ลักษณ์นาราโบกมือไล่เพื่อนซี้  ดารัณรีบเดินไปที่ลานจอดรถแล้วขับรถเก๋งคันเล็กของตนไปปลายทางที่คุ้นเคย แม้รถจะไม่ติดมากอย่างที่เธอคิดแต่ทุกนาทีที่ผ่านไปหัวใจเธอร้อนรน ไม่ได้เจอหน้าคู่หมั้นเกือบปีแต่ที่ผ่านมาทุกครั้งที่เจอกันก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง เขามีสีหน้าเคร่งขรึมเสมอและแทบไม่มีอะไรคุยกับเธอเลยสักนิด  กี่ปีแล้วนะที่เขามีเพียงความเย็นชามอบให้ ไม่ตอบรับแต่ไม่ปฏิเสธ หากเขาไม่ยินดีกับการหมั้นหมายก็น่าจะบอกกันตามตรง  เขายอมสวมแหวนหมั้นแต่กลับทำเย็นชากับเธอ คุณหญิงเพ็ญแขมารดาของพี่ธันวาให้กำลังใจเธอเสมอ  ท่านรักและเอ็นดูเธอราวกับลูกสาวคนหนึ่งเลยทีเดียว ดารัณหมั้นกับธันวาในวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น  ปีนั้นแม่ของเธอป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ด้วยมีเธอเป็นลูกสาวคนเดียวจึงปรารถนาจะเห็นเธอมีคู่ชีวิตที่ดีที่รักและจะดูแลเธอได้ทั้งชีวิต  คุณแม่ของเธอกับคุณหญิงเพ็ญแขเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนประจำ ตั้งแต่เธอจำความได้ก็ได้ยินแม่กับคุณหญิงพูดกันเรื่องให้เธอเป็นลูกสาวอีกคนของ ตระกูลกมลฉัตร   


หญิงสาวยังจดจำความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้ใส่ชุดสวยและนั่งพับเพียบต่อหน้าผู้ใหญ่โดยมีเจ้าของร่างสูงนั่งอยู่เคียงข้าง  เขาสวมแหวนหมั้นให้เธอและเธอก็สวมให้เขา ทว่านับตั้งแต่วันนั้นเธอแทบไม่เคยเห็นรอยยิ้มจากเขาอีกเลย หญิงสาวคิดเสมอว่าอาจเป็นเพราะอายุที่ห่างกันและเขาเป็นถึงนายแพทย์หนุ่มคงไม่ค่อยมีเวลามาเล่นหัวกับใครเท่าไหร่ ทว่านับถึงวันนี้เธอรู้ดีว่าเขาห่างเหินและเย็นชากับเธอ         หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ  เธอเคยคิดว่าความรักและซื่อสัตย์ที่เธอมีให้เขามาตลอดจะเปิดใจของเขาได้  แต่มันกลับมาได้เพียงแค่ความว่างเปล่า


เมื่อไหร่เขาจะยิ้มให้เธออีก ยิ้มอ่อนโยนและลูบผมเธอเบาๆ  เขาจะจำได้ไหมว่าเขาเคยทำแบบนั้นกับเธอมาก่อน ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กหญิงผมเปียสวมกระโปรงยาวลายสก็อต


“เป็นอะไรไปเด็กน้อย” ชายหนุ่มสวมแว่นสายตายิ้มอ่อนโยนแล้วลงนั่งข้างๆ “เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”


เด็กหญิงวัยสิบสามจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปรง ร่างของเขาช่วยบังแสงอาทิตย์ยามเย็น เธอมาแอบนั่งหลังต้นไม้ใหญ่ซ่อนเสียงร้องไห้ไม่ให้ใครได้ยิน ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนแล้วลูบผมของเธอเบาๆ ความอบอุ่นที่เขามอบให้ทำให้เธออุ่นในใจขึ้นมาอย่างประหลาด ดวงตากลมโตจ้องมองคนที่มาใหม่อย่างแปลกใจ


“น้องมิ้นต์ใช่ไหมครับ” เขาถามยิ้มๆ เหมือนไม่ต้องการคำตอบ “มาเล่นซ่อนแอบคนเดียวแบบนี้ไม่ดีนะครับ ผู้ใหญ่หาไม่เจอเขาเป็นห่วงน้องมิ้นต์กัน”


“มิ้นต์ไม่กล้าเข้าบ้าน” เด็กหญิงเริ่มสะอึกสะอื้น “มิ้นต์กลัวคุณพ่อดุ  มิ้นต์ทำแจกันของคุณพ่อแตก”


“เด็กน้อย” ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาให้เด็กหญิง “ไม่มีใครโกรธเด็กน่ารักๆ ได้ลงหรอกครับ โดยเฉพาะเด็กที่กล้ายอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำผิด ถ้ามิ้นต์ขอโทษคุณพ่อ พี่เชื่อว่าท่านต้องให้อภัย”


“จริงหรือคะ”  เด็กหญิงจ้องมองทั้งน้ำตา


“จริงซิครับ เอาอย่างนี้พี่ไปส่งนะ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนละกัน”


เด็กหญิงพยักหน้ารับแต่เมื่อเธอยืนขึ้นก็รู้สึกหมดแรงอาจเพราะกลัวพ่อจะดุจนแข็งขาอ่อนก็เป็นได้ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หันหลังแล้วลงไปนั่งบนส้นเท้า


“มาซิ ขึ้นหลังมา พี่พาไปส่ง”


“จะดีหรือคะ มิ้นต์อ้วนนะคะ” เด็กหญิงเขินจนหน้าแดงแต่เพราะเขาหันหลังจึงไม่เห็นสีหน้าแดงจัดของเด็กหญิง


“มาเถอะครับ ขี่หลังพี่ดีกว่า ไปนะ”


เด็กหญิงไม่มีทางเลือกอื่น เธอขึ้นหลังเขา มือใหญ่จับมือเล็กของเธอให้คล้องคอเขาก่อนจึงลุกขึ้นเดิน เขาเดินสบายๆ เหมือนเธอเป็นตุ๊กตา


“พี่ชายใจดีจังค่ะ”


“ถ้าไม่รู้จักกันก็อย่าไปไหนกับคนแปลกหน้าง่ายๆ นะครับ”


“อ้าว! มิ้นต์ไม่รู้จักพี่ชายนี่ค่ะ”


“ยกเว้นพี่แล้วกัน”


“ทำไมละคะ”


“เพราะคุณพ่อกับแม่ให้พี่ออกมาตามหาน้องมิ้นต์ไงล่ะครับ” ชายหนุ่มหัวเราะอีกครั้ง “พี่ชื่อธันวา เอาเป็นว่าเรารู้จักกันแล้วนะ”


“ค่ะ...พี่ธันวา”    


เด็กหญิงรู้สึกใจเต้นแรง เธอเป็นลูกสาวคนเดียวไม่เคยรู้ว่าการมี พี่ชาย แบบในหนังจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เขาให้เธอขี่หลังจนกลับถึงบ้าน เธอโดนพ่อดุนิดหน่อยแต่ไม่ใช่ที่ทำแจกันแต่เพราะเธอหายไปจนใครๆ หาไม่เจอ เด็กหญิงได้แต่ฟังคำดุของพ่อและคำปลอบโยนจากแม่ และเมื่อหันไปมองก็เห็นเจ้าของร่างสูงที่ยิ้มให้เธอ


นั้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เธอหลงรักเขามาตลอด ดารัณหัวเราะให้กับความทรงจำของตัวเองจะเรียกว่าแก่แดดหรือเปล่านะ เขาเป็นรักแรกของเธอในวัยเพียงแค่สิบสามเท่านั้น หลังจากนั้นเธอได้พบเขาอยู่หลายครั้งและเขาก็มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนเสมอ จนถึงวันที่ได้สวมแหวนหมั้นรอยยิ้มจึงเลื่อนหายไปบนใบหน้า เธอไม่รู้ว่าเธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเขามีคนในหัวใจหรือเปล่า เธออยากจะถามเขา เคยนึกอยากถอดแหวนหมั้นคืนอิสระให้เขาทว่ามันกลับเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนียวจิตใจเธอไว้           


จะว่าเธอเห็นแก่ตัวก็ได้  แม้จะรักเพียงข้างเดียวก็ยังขอครอบครองเขาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่สองมือเธอจะรั้งเขาได้ก็พอ.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"มอหนุ่มอย่าง “ธันวา” จำใจต้องแต่งงานกับ “ดารัณ” ผู้หญิงที่คุณแม่ของเขาวางแผนจับเขาให้แต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือก เขาไม่เคยนึกเลยว่าเด็กผู้หญิงที่เคยเจอเมื่อ 9 ปีก่อน คนที่เขาเคยวิ่งหนี วันนี้จะกลายเป็นสาวสวยและหวานฉ่ำจนเขาต้องวางแผนลักพาตัวภรรยาตัวเอง!."

เพลงมีนา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha