คุณครูขา..รักป๋าหนูหน่อย (ซีรี่ย์ชุดพ่อหม้ายลูกติด)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ผู้กำกับคนดัง


ตอนต่อไป

            “พี่นพครับ พี่นพ นักแสดงพร้อมแล้วครับ” เสียงเรียกผู้กำกับชื่อดังซ้ำอยู่หลายรอบ จนเอกสิทธิ์ผู้ช่วยผู้กำกับต้องเดินเข้ามาสะกิดกันถึงตัว เจ้าตัวถึงจะรู้สึกตัว

            “ฮ้า! สิทธิ์ว่าอะไรนะ?” นพดนัยหันมาถามเจ้าของเสียงเรียกที่เป็นทั้งผู้ช่วยผู้กำกับ และยังเป็นเหมือนน้องชายที่เขารักอีกด้วย

            “พี่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ เครียดอะไรอยู่หรือเปล่า”

            “อืม! นิดหน่อยว่ะ นายมีอะไร?”

            “นักแสดงพร้อมกันแล้วครับ”

            “อ้าวเหรอ..งั้นก็ไปกันสิ”

            สองหนุ่มเดินตามกันไปประจำอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ นพดนัยดูภาพรวมของฉากผ่านหน้าจอแล้วสั่งให้ขยับอุปกรณ์บนเวทีอีกนิด ปรับแสงเพิ่มอีกหน่อย ก็เรียกให้นักแสดงหลักมาทำการซ้อมบทก่อนอีกครั้ง แล้วลงมือถ่ายจริงได้เลย

 

            “พี่นพ อีกไม่กี่วันเรื่องนี้ก็จะถ่ายกันเสร็จแล้ว เรื่องหน้าอย่าลืมเอาผมไปเป็นผู้ช่วยอีกนะพี่” เอกสิทธิ์เดินเข้ามาคุยกับนพดนัยในช่วงที่พักกองถ่าย

            “ได้สิ ไม่มีปัญหา ว่าแต่แกเถอะจะเคลียร์คิวสาว ๆ ของแกได้หรือเปล่า ได้ข่าวว่าเพราะมาช่วยพี่เรื่องนี้ ถึงได้มีปัญหากันไม่ใช่หรือไงวะ”

            “แหม..หูตาไวเหมือนกันนะพี่ แต่นั่นเรื่องเล็กน้อย ผมเคลียร์ได้สบายมาก เรื่องงานต้องมาก่อนอยู่แล้ว”

            “เออ คิดได้อย่างนั้นก็ดี”

            “แล้วเรื่องหน้าจะเปิดกล้องกันเมื่อไหร่พี่?”

            “อาทิตย์หน้าเลย ขอเวลาพักวันหนึ่ง พี่จะพาลูกไปเที่ยวหน่อย วันจันทร์เริ่มงานได้เลย”

            “โอเคพี่ ผมจะได้ไปบอกน้อง ๆ ของผมไว้ก่อน” เอกสิทธิ์ตอบรับฉะฉาน ก่อนจะหันมาแซวผู้กำกับคิวทองบ้าง “ว่าแต่ของพี่คงไม่มีปัญหาใช่ป่าว เรื่องหน้าก็เจอกันอีกนี่นา”

            “แกหมายถึงใครวะ?” นพดนัยทำหน้างง ด้วยคิดไม่ออกว่ารุ่นน้องของเขากำลังหมายถึงใคร

            “ก็คุณแพรวาไง นี่อย่าบอกว่าพี่มีอีกหลายคนนะ”

            “ไอ้บ้า! ไม่มีทั้งนั้นล่ะ ไม่ว่าคนไหน คุณแพรวาเขาก็ไม่ใช่เด็กพี่โว้ย”

            “ฮ้า! จะไม่ใช่ได้ไงพี่ พี่รู้หรือเปล่า ว่าคุณแพรเธอเที่ยวไปบอกใครต่อใคร ว่าพี่กับเธอน่ะคบกันอยู่ ออกจะป่าวประกาศแสดงความเป็นเจ้าของซะขนาดนั้น แล้วพี่จะมาบอกว่าเขาไม่ใช่เนี่ยนะ”

            “เออ ก็มันไม่ใช่จริง ๆ นี่หว่า เราเกี่ยวข้องกันก็แค่เป็นผู้กำกับกับนักแสดงแค่นั้น พี่ไม่ได้คิดอะไร”

            “โอ้โห..พี่ พูดซะขนาดนี้ นี่ถ้าคุณแพรมาได้ยินแกคงกรี๊ดนะ”

            “เรื่องจริงนี่หว่า พี่ไม่ได้คิดอะไร”

            “ถ้างั้นผมก็ขอให้พี่โชคดีแล้วกันนะ หึหึ” เอกสิทธิ์ส่งเสียงหัวเราะออกจากลำคอ ด้วยมองเห็นเรื่องสนุกอยู่ในอนาคตอันใกล้นี่แล้ว แต่นพดนัยจะเห็นว่านั่นเป็นเรื่องสนุกด้วยหรือไม่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ^_^

           

            เสียงออดดังขึ้นบอกหมดเวลาเรียนของวัน ในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่เด็กหญิงดวงใจ ชัชสิริกุลชัย เรียนอยู่ เด็กนักเรียนในชั้นอนุบาล 3/3 กำลังนั่งเล่นกันสนุก รอให้ผู้ปกครองมารับ สำหรับคนที่กลับรถโรงเรียน ก็มายืนเข้าแถวเพื่อเดินไปขึ้นรถ แต่เด็กหญิงดวงใจ กลับนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่คิดจะเล่นหรือว่าทำกิจกรรมอื่นใด

            “น้องดวงใจ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หนูไม่สบายหรือเปล่าลูก” เป็นเสียงของรัตน์จันทร์ คุณครูประจำชั้นเรียน ที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของหนูน้อยมาหลายวันแล้ว และดูว่าอาการนิ่งเงียบกักขังตัวเองเอาไว้ในโลกส่วนตัวจะหนักมากขึ้นทุกวัน หญิงสาวลองยกหลังมือแตะหน้าผากและจับตัวของหนูน้อยวัดอุณหภูมิดูก็เห็นว่าปกติดี

            “.....” ไม่มีคำตอบ มีแค่การส่ายหัวจากเด็กน้อยตอบกลับมาเพียงแค่นั้น

            “หนูไม่อยากไปเล่นกับเพื่อน ๆ เหรอคะ”

            “.....” คำตอบที่ได้กลับมายังคงมีแค่เพียงส่ายหัวอยู่อีกเช่นเดิม

            “แล้วหนูนั่งเฉย ๆ ไม่เบื่อเหรอคะ หนูชอบวาดรูปนี่..วาดรูปดีกว่าไหม เดี๋ยวครูเอากระดาษกับดินสอสีมาให้..ดีไหมคะ?”

            “......” รอบนี้ถึงจะไม่มีเสียงตอบกลับจากหนูน้อย แต่ว่าก็ไม่มีการส่ายหัวปฏิเสธแต่อย่างใด

            “ครูอยากเห็นฝีมือน้องดวงใจจังเลย อยากดูว่าจะสวยเหมือนเดิมไหมน้าาา น้องดวงใจจะโชว์ฝีมือวาดรูปให้ครูดูหน่อยได้ไหมคะ” รัตน์จันทร์พูดจบก็เดินไปหยิบกระดาษและดินสอสีมาวางไว้บนโต๊ะหน้าหนูน้อยดวงใจ

            ซึ่งหนูน้อยก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หยิบดินสอสีขึ้นมาวาดรูปจากความคิดของตัวเองทันที ส่วนคุณครูสาว ก็ไปดูเด็กคนอื่น ๆ แทนครูผู้ช่วยที่เดินไปส่งเด็กขึ้นรถโรงเรียน เดินกลับมาที่จิตกรตัวน้อยอีกทีก็เห็นลายเส้นที่หนูน้อยดวงใจวาด ซึ่งเธอเข้าใจว่าเป็นรูปของสามคนพ่อแม่ลูก แต่มันช่างดูห่างเหินกันจนน่าใจหาย  แม่ที่ยืนอยู่ไกล ๆ ไม่ได้จับมือกับหนูน้อย ส่วนพ่อที่จับมืออยู่ หนูน้อยก็วาดแล้วใช้สีขีดทับจนเกือบมองไม่ออกว่าเป็นรูปผู้ชาย

            “มารับน้องดวงใจค่ะ คุณครู” เป็นเสียงจากป้าส้มที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง คุณแม่บ้านที่ทำหน้าที่มารับน้องดวงใจกลับบ้านทุกวัน ส่วนตอนเช้าจะเป็นหน้าที่ของป๊ะป๋าอย่างนพดนัย ที่จะมาส่งลูกสาวตัวน้อยด้วยตัวเอง

            “คุณป้ามารับแล้วค่ะ น้องดวงใจ หนูไปหยิบกระเป๋านะลูก” คุณครูรัตน์จันทร์ลูบผมเด็กน้อยพร้อมกับส่งเสียงบอก ก่อนที่จะเดินไปสวัสดีทักทายกับป้าส้ม ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองมารับเด็กน้อย

            “สวัสดีค่ะ คุณป้า คุณป้ามารับเองทุกวันเลยนะคะ คุณพ่อน้องดวงใจงานยุ่งมากเหรอคะ”

            “ค่ะ..ใช่ค่ะคุณครู คุณนพเธอไม่ค่อยว่าง กว่าจะกลับบ้านแต่ละวันก็ดึก ๆ นั่นล่ะค่ะ”

            “คือครูเห็นว่าช่วงนี้น้องดวงใจดูเงียบ ๆ ไป ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจากับใคร ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะที่บ้านมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ คืออย่าเข้าใจผิดนะคะ ครูไม่ได้คิดที่จะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัว แต่แค่อยากจะเตือนว่า ถ้าปล่อยให้น้องเป็นอย่างนี้ต่อไปก็ไม่น่าจะเป็นผลดีกับตัวน้องค่ะ”

            “ค่ะ แล้วป้าจะบอกคุณนพให้นะคะ” ป้าส้มตอบคุณครูรัตน์จันทร์ ก่อนจะมองไปทางเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเดินมาหาตน

            “น้องดวงใจจะกลับแล้ว พรุ่งนี้เรามาเจอกันใหม่นะคะ” คุณครูคนสวยย่อตัวลงไปคุยกับหนูน้อย

            “ค่ะ” เสียงเบา ๆ ตอบกลับมาจากน้องดวงใจ

            “วันนี้ลากัน เราต้อง...”

            “สวัสดีค่ะ คุณครูจันทร์” หนูน้อยยกมือไหว้กล่าวสวัสดีคุณครูประจำชั้นของตนเองอย่างรู้หน้าที่

            “สวัสดีค่ะ แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้นะคะ” รัตน์จันทร์ส่งยิ้มให้กับลูกศิษย์ตัวน้อย ก่อนที่จะยกมือไหว้ป้าส้มอีกครั้ง แล้วยืนมองสองคนต่างวัยเดินจากไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลูกศิษย์ของตนเอง

 

            การทำงานสำหรับวันนี้ของนพดนัยถึงแม้จะมีอุปสรรคอยู่หลายอย่างก็จริง แต่ผู้กำกับคนดังก็สามารถใช้ประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพแก้ปัญหาไปได้ ทั้งเรื่องแสงสีเสียง รวมถึงนักแสดงทั้งตัวหลักและตัวประกอบนับร้อยชีวิตที่มาเข้าฉากคอนเสิร์ตในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะต้องมีการจัดการกันมากหน่อย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของนพดนัยอีกเช่นกัน

            “คุณนพขา วันนี้แพรไม่ได้เอารถมา อยากจะขอติดรถคุณนพกลับบ้านด้วย จะได้ไหมคะ?” แพรวานักแสดงสาว ส่งเสียงหวานออดอ้อนผู้กำกับสุดหล่อหลังจากที่นพดนัยสั่งเลิกกองถ่ายแล้ว “หวังว่าคุณนพจะไม่ใจร้ายกับแพรนะคะ บ้านเราก็ไปทางเดียวกัน แล้วนี่มันก็ดึกมากแล้วด้วยค่ะ คุณคงไม่...”

            “โอเคครับ โอเค แหมใครจะไปใจร้ายกับคนสวย ๆ ได้ลงคอล่ะ เชิญคุณแพรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรอผมที่รถได้เลย เดี๋ยวขอผมเก็บของอีกครู่เดียวครับ” นพดนัยรีบตอบรับ เพราะขี้เกียจต้องมานั่งฟังหญิงสาวร่ายยาวถึงความรันทดในการที่ต้องกลับดึก ๆ ตามลำพัง

            “ได้เลยค่ะ แหมคุณนพนี่น่ารักที่สุดเลย” แพรวาไม่ได้พูดอย่างเดียว ยังขโมยหอมแก้มผู้กำกับคนดัง อย่างไม่คิดที่จะอายสายตาใคร ก่อนจะวิ่งเข้าไปในโซนของห้องแต่งตัว เล่นเอานพดนัยถึงกับส่ายหัวกันเลยทีเดียว

 

            ระหว่างทางที่นั่งรถมาด้วยกัน แพรวาทำตัวราวไร้กระดูกสันหลัง นั่งตรงไม่ได้ต้องเอนตัวมาซบอิงอยู่ที่ไหล่ของนพดนัยอยู่ตลอดเวลา

            “เอ่อ...คุณแพรครับ ผมว่าคุณไปนั่งพิงเบาะจะสบายกว่านะครับ อย่างนี้ผมขับรถไม่ถนัดด้วยครับ เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้” นพดนัยตัดสินใจบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

            “แหม...แพรก็เห็นคุณขับมาได้ตั้งนานแล้วไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่คะ แล้วท่านี้แพรก็สบายดีแล้วด้วยค่ะ”

            “แต่ว่าผมไม่สบาย เชื่อผม..คุณไปนั่งพิงเบาะดีกว่านะ” ชายหนุ่มเริ่มส่งเสียงเข้มขึ้น ทำเอาคนฟังถึงกับต้องยอมทำตาม

            “ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงตอบกลับดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่ว่าแพรวาก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้ให้กับเรื่องเพียงเท่านี้ “แต่พรุ่งนี้คุณนพช่วยแวะมารับแพรไปกองด้วยได้ไหมคะ ไหน ๆ เราก็ทางเดียวกันแล้ว จะได้ช่วยชาติประหยัดทรัพยากรยังไงละคะ”

            “ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ตอนเช้าผมต้องไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนก่อนถึงเลยไปกองถ่ายได้ คุณแพรจะไม่สะดวกน่ะสิครับ”

            “ไม่เป็นไรคะ แพรได้หมดถ้าสดชื่น ดีเสียอีกสิคะ แพรไปกับคุณด้วย จะได้ทำความรู้จักกับน้องดวงใจด้วย คุณนพก็แค่แวะมารับแพรที่บ้าน แล้วเราก็ไปส่งน้องดวงใจด้วยกันที่โรงเรียน แล้วค่อยเลยไปที่กอง สะดวกจะตายค่ะ”

            “เอาอย่างนั้นเหรอครับ”

            “ค่ะ อย่างนั้นล่ะค่ะ” แพรวาตอบกลับทันทีอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด พอดีกับรถที่จอดนิ่งอยู่ที่หน้าบ้านของเธอ “ขอบคุณมากนะคะ แล้วพรุ่งนี้เช้าเจอกันค่ะ”

            แพรวาพูดจบก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มอีกหนึ่งทีด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะรีบลงจากรถ มายืนโบกมือให้ชายหนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้ม “กู๊ดไนท์ค่ะ”

            “ครับ กู๊ดไนท์ครับ”

 

            นพดนัยกลับมาถึงบ้านก็ดึกอีกเช่นเคย และสิ่งที่เขายังคงทำไม่ขาดนั่นคือ การเข้าไปหอมแก้มลูกสาวสุดที่รักที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอน

            “ฝันดีนะครับ ดวงใจของป๊ะป๋า” เสียงพูดแผ่วเบาบอกลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนิทรา อย่างไม่ต้องการจะให้เธอตื่น พร้อมกับมือใหญ่ที่ลูบผมของเด็กน้อยอยู่ด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนที่จะประทับจูบลงที่หน้าผากของเด็กน้อยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงเดินออกจากห้องไป

            “คุณนพขา ป้าขอคุยด้วยหน่อยสิคะ” เสียงของคุณแม่บ้านดังขึ้นทันที ที่เจ้านายของตัวเองเดินออกมาจากห้องของหนูน้อยดวงใจ

            “มีอะไรเหรอครับป้า?”

            “คือวันนี้ คุณครูที่โรงเรียนของคุณหนูเธอบอกว่า ช่วงนี้คุณหนูดวงใจเงียบ ๆ ไปน่ะค่ะ ถ้าปล่อยเอาไว้ อาจจะไม่เป็นผลดีกับตัวคุณหนูเอง”

            “แล้วป้าว่ายังไงล่ะครับ?”

            “ป้าก็บอกว่าจะกลับมาบอกคุณนพให้น่ะสิคะ แต่ป้าก็เห็นด้วยกับคุณครูเธอนะคะ ตั้งแต่ที่...เอ่อ....คุณผู้หญิงจากไป คุณหนูดวงใจเธอก็นิ่งเงียบไปจริง ๆ ค่ะ แล้วแปลกเด็กมากเลยนะคะ ปกติถ้าเป็นเด็กคนอื่น ๆ ก็จะต้องถามหาแม่ของเธอบ้าง แต่นี่ไม่ถามอะไรเลย เอาแต่นิ่งอย่างเดียวค่ะ ป้ากลัวว่าเธอจะกลายเป็นเด็กเก็บกดไปน่ะสิคะ”

            “อืม..” คำตอบรับสั้น ๆ จากนพดนัย ก่อนที่จะเดินเข้าห้องของตัวเองไป ปล่อยให้ป้าส้มมองตามด้วยสายตาที่งุนงง ไม่แน่ใจว่าเจ้านายของเธอจะเอาอย่างไรต่อไปกันแน่

 

            ไม่ใช่ว่านพดนัยจะไม่รับรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกสาว หากแต่ว่าเขายังคิดอยู่ว่าควรจะทำอย่างไร จะไปหาใครมาช่วยทำให้ดวงใจของเขากลับมาสดใสได้อย่างเดิมอีก ถ้าไม่ใช่วิธีไปตามตัวแม่ของเด็กน้อยกลับมา ผู้หญิงรักสนุกที่ไม่มีความรับผิดชอบให้กับครอบครัว หรือแม้แต่กับลูกน้อยเพียงคนเดียว ก็ไม่คิดที่จะเหลียวแล ผู้หญิงอย่างนั้นก็ไม่ควรจะมาเป็นแม่ที่ดีของใครได้

            แต่สิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกผิดมีอยู่สิ่งเดียว สำหรับการตัดสินใจแยกทางเดินกับแม่ของน้องดวงใจ นั่นคือ การทำให้ลูกสาวได้เห็นภาพการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างพ่อแม่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม และนั่นกลายเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในความคิดของชายหนุ่ม ที่พยายามจะสลัดออกไปเท่าไหร่มันก็ยังคงวนเวียนกลับมาในความคิดของเขา ภาพสายตาของเด็กน้อยที่มองมาที่ป๊ะป๋าของเธอด้วยความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ น้ำตาเอ่อคลอรอบดวงตา ช่างเหมือนกับคมมีดที่คอยกรีดลงกลางดวงใจคนเป็นพ่ออย่างนพดนัย


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha