คุณครูขา..รักป๋าหนูหน่อย (ซีรี่ย์ชุดพ่อหม้ายลูกติด)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ข้อเสนอของผู้ปกครองเด็ก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            เสียงเพลงชาติดังขึ้นในขณะที่รัตน์จันทร์ยังเดินไปไม่ถึงห้องเรียนของตนเองเลยด้วยซ้ำ หากทว่ายังทันอยู่ในสายตาของผู้กำกับภาพยนต์สุดหล่อ เดี๋ยวนี้ครูอนุบาลเขาแต่งตัวกันซี้ดขนาดนี้เลยเหรอว่ะเนี่ยชายหนุ่มคิดในใจ ในขณะที่ยืนตรงอยู่กับบรรดานักเรียนที่ออกมาเข้าแถวเรียงหน้ากระดานร้องเพลงชาติอยู่ที่หน้าห้องของตนเอง

            รัตน์จันทร์ก้าวต่อไปทันทีที่เพลงชาติจบ

            “ครูจันทร์คะ คุณพ่อของน้องดวงใจมารอพบครูอยู่ค่ะ” ครูจอย ครูผู้ช่วยรีบเข้ามาแจ้งรัตน์จันทร์ทันทีที่เห็นหน้า ครูประจำชั้นเรียนจึงได้เข้ามาทำหน้าที่ของตนเองทันที

            “สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องดวงใจ ครูผู้ช่วยแจ้งว่าคุณมารอพบดิฉัน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”

            “ครับ คุณครูรัตน์จันทร์ พอดีว่าผมมีเรื่องจะขอปรึกษา”

            “ถ้าอย่างนั้นเชิญเข้าไปคุยในห้องดีกว่าค่ะ” รัตน์จันทร์พูดจบก็เดินนำเข้าไปในห้อง ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมยามเช้ากันต่อไป

            “คุณพ่อมีเรื่องอะไรคะ”

            “เรื่องของน้องดวงใจ ที่คุณครูฝากป้าส้มให้ไปเตือนผม”

            “ค่ะ!

            “คือผมไม่อ้อมค้อมนะครับ ผมเองก็เห็นว่าพฤติกรรมของลูกผมเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่เห็นผมกับภรรยาทะเลาะกัน แล้วก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัดตอนที่แม่ของแกเก็บข้าวของออกจากบ้านไป ผมเองก็พยายามจะพูดคุยกับลูก แต่มันกลับเหมือนว่าน้องดวงใจจะต่อต้านผมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมเลยอยากขอความช่วยเหลือจากคุณครูน่ะครับ”

            “ยังไงคะ?”

            “ผมอยากจะจ้างคุณครูให้ช่วยไปสอนพิเศษต่อให้น้องดวงใจที่บ้านครับ อันที่จริงจะเรียกว่าสอนพิเศษก็คงจะไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่าไปช่วยดูแลจะเหมาะสมกว่า เพราะว่าผมเองต้องทำงานกลับดึก ปล่อยน้องดวงใจเอาไว้กับป้าส้มและคนงานในบ้านกันตามลำพัง ก็คงได้แค่ตามใจกันอย่างเดียว ผมยินดีจ่ายให้คุณครูสองหมื่นห้าต่อเดือน สำหรับการไปช่วยดูแลลูกสาวของผมในช่วงเย็นและวันเสาร์ และเดือนละห้าหมื่น หากคุณครูสามารถช่วยดูแลลูกสาวผมได้ทั้ง 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน” ข้อเสนอของนพดนัยทำให้คนฟังถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย  จนชายหนุ่มต้องรีบบอกต่อ “คุณครูยังไม่ต้องรีบตอบผมตอนนี้ก็ได้ ลองเอากลับไปคิดดูก่อน ผมให้เวลาคุณครูหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาฟังคำตอบ แต่ผมก็หวังว่าคุณครูจะคิดสงสารเด็กนักเรียนของคุณครูบ้างนะครับ”

            ชายหนุ่มพูดจบก็ลุกขึ้นยืน ตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง แต่ก่อนจะไปยังไม่วายหันกลับมาส่งเสียงบอกรัตน์จันทร์ อย่างให้ได้ยินกันสองคน

            “คุณเป็นครูอนุบาลที่เซ็กซี่ที่สุด เท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยนะ”

            นพดนัยยิ้มกรุ้มกริ่มทิ้งคำพูดเอาไว้ แล้วเดินหายไปจนลับตา แต่คุณครูรัตน์จันทร์ยังคงยืนกัดฟันนิ่งด้วยทั้งนึกอายและนึกโมโห ที่ผู้ปกครองหนุ่มช่างกล้ามาวิจารณ์เธอต่อหน้าต่อตา

 

            “คุณนพคะ ทำไมไปนานจังเลยล่ะคะ ไหนบอกว่าแป๊บเดียว นี่แพรนั่งรอจนเบื่อเลยค่ะ” แพรวาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าของตัวเองทันที ที่เห็นนพดนัยกำลังเดินตรงมาที่รถ แล้วลุกออกจากรถ ไปเดินควงแขนส่งเสียงโอดครวญให้ชายหนุ่มฟังทันที

            “ผมต้องขอโทษด้วยครับ เอ่อ...นี่มันโรงเรียนนะครับ ไม่เหมาะที่จะมาเดินควงแขนกัน ผมว่าเชิญคุณแพรขึ้นรถเลยดีกว่า” นพดนัยเอ่ยขอโทษที่ทำให้หญิงสาวต้องรอนาน และพยายามแกะมือของเธอออกจากแขนของตนเองอีกด้วย

            “ก็ได้ค่ะ” แพรวายอมปล่อยมือจากชายหนุ่มแล้วเดินไปขึ้นรถแต่โดยดี แถมอมยิ้มเมื่อนึกถึงเวลาที่ไปถึงกองถ่ายแล้วด้วย

            นพดนัยขึ้นมาติดเครื่องรถกำลังจะขับออกไป แต่สายตาที่มองผ่านกระจกมองหลัง ก็ทำให้เขาได้เห็นสิ่งผิดปกติที่ติดอยู่ที่กระจกหลังรถของตนเองเข้าเสียก่อน จนต้องเดินลงมาดู

            “เฮ้ย! นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ใครมันมือบอนขนาดนี้วะ” ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ กับตัวอักษรที่เขียนไว้บนกระจกหลังรถของเขา เจ้าของรถคันนี้ไม่มีมารยาทตัวอักษรสีแดงเพราะถูกเขียนด้วยลิปสติกของผู้หญิง ตัวใหญ่โตเห็นได้ชัดเจน

            ชายหนุ่มโมโหจัดถึงกับไปตามเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทางโรงเรียนเป็นอย่างดี จนในที่สุดชายหนุ่มก็ได้เห็นว่าผลงานที่หลังรถของเขานั้นเป็นฝีมือใคร

            “ครูรัตน์จันทร์!” เสียงเรียกชื่อของคนที่เป็นผู้กระทำดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งจากนพดนัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนที่ยืนดูกล้องวงจรปิดอยู่ด้วยกัน ดูเหมือนจะเกินความคาดหมายของทุกคน ไม่มีใครคาดคิดว่าความเลอะเทอะที่อยู่หลังรถของผู้ปกครองหนุ่มจะเป็นฝีมือของคุณครูที่มีความประพฤติดีและเรียบร้อยมาโดยตลอด

            “ทางโรงเรียนต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ คุณผู้ปกครอง เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ไปจัดการเช็ดรถของคุณให้เรียบร้อย แล้วก็จะเรียกครูรัตน์จันทร์ มาตักเตือนและลงโทษให้นะครับ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวขอโทษนพดนัยทันที ที่รู้ว่าเป็นฝีมือของบุคลากรของโรงเรียนนั่นเอง

            “ไม่เป็นไรครับ แต่ผมอยากจะขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวจะได้หรือเปล่าครับ แล้วผมจะไม่เอาเรื่องอะไรเลย”

            “อย่างนั้นก็ได้ครับ คุณนั่งรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการตามตัวคนก่อเหตุมาให้” ผู้ช่วยฯ พูดจบก็เดินออกไปบอกให้คนไปตามครูรัตน์จันทร์ให้มาพบทันที รวมถึงสั่งแม่บ้านให้ไปทำความสะอาดที่หลังรถของนพดนัยอีกด้วย

 

            ใช้เวลาเพียงไม่นานผู้ที่ถูกตามตัว ก็เดินมาถึงอาคารอำนวยการด้วยความงุนงง ที่ถูกเรียกตัวออกมาระหว่างการสอน

            “สวัสดีค่ะ ผู้ช่วยฯ เรียกจันทร์มามีอะไรเหรอคะ?”

            “คุณไปทำอะไรไว้ล่ะ มีคนเขาอยากจะเคลียร์กับคุณน่ะ รออยู่ในห้องนั่น” ท่านผู้ช่วยฯ พยักเพยิดหน้าไปทางห้องประชุมเล็ก “แต่เดี๋ยวก่อน...ทำไมวันนี้คุณใส่ชุดอวดรูปร่างขนาดนี้ล่ะ เกิดอะไรขึ้น? ปกติผมไม่เคยเห็นแบบนี้นี่ รู้ใช่ไหมว่ามันไม่เหมาะกับอาชีพครูอย่างเรา”

            “ทราบค่ะ แต่พอดีว่าวันนี้มันเกิดอุบัติเหตุจริง ๆ ค่ะ มีคนขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ชุดจันทร์จนเปียก ก็เลยต้องไปยืมชุดของครูก้อยมาเปลี่ยน มันก็เลยจะแน่นไปนิดนึงอย่างที่ผู้ช่วยฯ เห็นนี่ละค่ะ” ครูรัตน์จันทร์อธิบายความจริง เสร็จแล้วส่งยิ้มแหยอย่างเกรงโทษทัณฑ์อีกด้วย

            “เหตุผลก็ฟังได้อยู่นะ แต่ต่อไปก็อย่าให้เกิดขึ้นอีกแล้วกัน จะสำรองชุดมาไว้ที่โรงเรียนเลย หรือว่าทำยังไงก็ได้ แต่ผมไม่อยากเห็นแบบนี้อีก มันจะทำให้ภาพลักษณ์ของครูในโรงเรียนเราเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งไม่น่าจะไปในทางที่ดีนะ”

            “ค่ะ” รัตน์จันทร์ก้มหน้าตอบเสียงอ่อย รู้สึกเจ็บใจตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพอย่างนี้มากขึ้นไปอีก

            “เอาล่ะ คุณเข้าไปในห้องได้แล้ว”

            คุณครูคนสวยเดินเข้าห้องประชุมเล็กไปด้วยความงุนงง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อได้เห็นว่าใครที่นั่งรอพบเธออยู่

            “อ้าว! คุณพ่อของน้องดวงใจเองเหรอคะ มีข้อเสนออะไรที่จะแจ้งให้ดิฉันทราบอีกอย่างนั้นเหรอ?”

            เสียงหวานจากคุณครูสาวทำให้นพดนัยที่นั่งหันข้างอยู่หมุนเก้าอี้หันหน้ามาหาเจ้าของเสียงทันที

            “ข้อเสนอเดิมนั่นล่ะครับ แต่บังเอิญว่าผมอยากได้ข้อสรุปจากคุณตอนนี้เลย”

            “ก็ไหนคุณบอกว่าจะให้เวลาดิฉันกลับไปคิดก่อนคืนหนึ่งยังไงละคะ”

            “เผอิญว่าผมเปลี่ยนใจ เพราะรู้ว่ายังไงคุณก็คงไม่ปฏิเสธ งั้นก็รอฟังซะตอนนี้เลยดีกว่า”

            “คุณรู้ได้ยังไงคะ?”

            “ก็ภาพในกล้องวงจรปิดนี่มันบอกน่ะสิครับ” นพดนัยหันหน้าจอโน้ตบุ๊คที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาให้คุณครูสาวดู

            ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายทุกการกระทำของหญิงสาวต่อรถของเขาเอาไว้ได้ ถึงกับทำให้คุณครูคนสวยหน้าซีดขึ้นมาทันที

            “นี่อย่าบอกนะ..ว่าคุณเป็นเจ้าของรถคันนี้” รัตน์จันทร์ชี้มือไปที่รถที่อยู่ในจอภาพ

            “ใช่แล้วครับผม”

            นพดนัยจ้องมองหญิงสาว ส่งยิ้มยะเยือก แต่รัตน์จันทร์ก็ไม่คิดจะยอมแพ้เช่นกัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้วก็ยิ่งรู้สึกโมโห

            “งั้นก็สมควรแล้วนี่ เพราะคุณขับรถไม่มีมารยาท ไม่สนใจคนที่เดินอยู่บนทางเท้า เมื่อเช้านี้คุณเหยียบน้ำจนกระเด็นใส่ฉันเปียกไปทั้งตัว จนฉันต้องไปยืมชุดของเพื่อนมาใส่ แถมยังไม่คิดที่จะหยุดรถลงมาขอโทษกันสักคำ คุณไม่มีมารยาทกับฉันก่อน ฉันก็แค่เขียนบอกเอาไว้ เผื่อว่าคุณเองจะยังไม่รู้ตัว” รัตน์จันทร์ยืนกอดอกเชิดหน้าพูด อย่างไม่คิดว่าสิ่งที่เธอทำนั้นจะเป็นความผิด

            “โอเค..ถ้าผมทำให้คุณเลอะเทอะอย่างที่คุณว่า ผมก็ต้องขอโทษด้วย พอดีว่าเมื่อเช้าผมรีบร้อนไปหน่อยจริง ๆ ไม่ทันเห็นว่ามีแอ่งน้ำอยู่ข้างทาง” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าไปหาผู้หญิงร่างเล็ก “แต่ว่า..มันก็ไม่ใช่ว่าคุณจะมีสิทธิ์โดยชอบธรรม ที่จะมาเขียนประจานผมไว้หลังรถอย่างนั้นได้ ถ้าผมจะเอาเรื่องคุณขึ้นมามันก็ไม่ได้ยากนะ หลักฐานออกจะชัดเจนขนาดนี้ ฟ้องหมิ่นประมาทได้เลยนะครับ ฟ้องทั้งคุณ ฟ้องทั้งโรงเรียน เอาให้เสียชื่อเสียงกันไปทั้งคู่เลยดีไหมครับคุณครูคนสวย”

            นพดนัยยื่นหน้าโน้มตัวเข้าไปหาใบหน้าสวย ๆ ของคุณครูฝีปากดี จนหญิงสาวต้องผงะหนี

            “แล้วคุณจะเอายังไง?”

            “คำตอบตกลงที่จะไปดูแลลูกสาวผม แล้วผมจะไม่เอาเรื่องอะไรเลยทั้งคุณทั้งโรงเรียน โอเคไหม?”

            “นี่คุณ...ฉันก็มีงานของฉันที่จะต้องทำนะ”

            “คุณก็เอาไปทำที่บ้านผมได้”

            “ฉันยังมีครอบครัว ที่ต้องกลับไปดูแลด้วยเหมือนกันนะ”

            “คุณแต่งงานแล้วเหรอ?”

            “ถึงจะยังไม่แต่ง แต่ฉันก็มีคนที่ต้องกลับไปดูแล มีคนรักที่ยังอยากจะเห็นหน้ากันอยู่ แต่คุณจะให้ฉันไปดูแลน้องดวงใจตลอดเวลา ฉันจะแยกร่างไปได้ยังไงล่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็เฉพาะตอนเย็นวันละ 3 ชั่วโมง วันเสาร์อาทิตย์ไม่ต้อง แต่ผมให้คุณสองหมื่นห้าเท่าเดิม เลิกงานหนึ่งทุ่มตรง ผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณถึงบ้านอย่างปลอดภัย ตกลงไหม?”

            “แต่ว่าฉัน....”

            “เอาน่า...คุณไม่สงสารนักเรียนของคุณบ้างหรือไง คุณเป็นคนบอกเองว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้จะไม่เป็นผลดีกับตัวน้องดวงใจเอง แล้วคุณไม่คิดที่จะช่วยลูกศิษย์ของคุณหน่อยเหรอครับคุณครู”

            การตอบสวนกลับแบบรวดเร็วอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดของนพดนัยในทุกประโยคที่คุณครูสาวพูดมา เล่นเอาคุณครูสาวถึงกับแอบถอนหายใจ ไม่ว่าเธอจะพยายามพูดอย่างไร ชายหนุ่มก็ดักเอาไว้ทุกทาง และยอมแม้กระทั่งเปลี่ยนข้อเสนอให้ใหม่อีกด้วย

            “ก็ได้ค่ะ เอาเป็นว่าฉันจะตามไปดูแลน้องดวงใจให้ที่บ้านตอนเย็น วันละ 3 ชั่วโมง ตามที่คุณเสนอมา เริ่มงานพรุ่งนี้”

            “โอเคครับ ขอบคุณมาก ถ้าลูกสาวผมสามารถกลับมาสดใสได้เหมือนเดิม รับรองว่าผมจะมีโบนัสให้คุณอีกแน่นอนเลย” นพดนัยยิ้มกว้าง มือใหญ่ยื่นไปจับสองมือบางเอาไว้ ด้วยความดีใจ ที่ในที่สุดก็ได้ยินคำตอบที่ต้องการ

            “ค่ะ ฉันจะพยายามสุดความสามารถแล้วกันนะคะ แต่ที่ฉันรับงานนี้ก็เพราะว่าฉันรู้สึกสงสารน้องดวงใจจริง ๆ ฉันก็อยากเห็นแกกลับมาร่าเริงสดใสเหมือนเดิมเช่นกันค่ะ”

            “ครับ ขอบคุณมากครับที่เมตตาลูกสาวผม”

            “ทีนี้คุณก็ปล่อยมือฉันได้แล้วค่ะ แล้วเราก็จบเรื่องรถของคุณเอาไว้แค่นี้ โอเคไหมคะ?”

            “โอเคครับ จบเลย” นพดนัยยอมปล่อยมือของคุณครูสาวอย่างว่าง่าย ยกมือตัวเองชูขึ้นเหมือนคนยอมแพ้ จนรัตน์จันทร์เห็นท่าของชายหนุ่มแล้วก็นึกขัน แต่ต้องพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ ชายหนุ่มที่เห็นอาการแล้วถึงกับต้องส่งเสียงบอกหญิงสาว “จะยิ้มก็ยิ้มออกมาเถอะน่า ส่งยิ้มให้กันดีกว่าทำหน้าบึ้งใส่กันนะคุณ โลกนี้จะได้น่าอยู่ขึ้นด้วย”

            ประโยคจากชายหนุ่มทำเอารัตน์จันทร์ทำหน้าเข้มรักษาฟอร์มตัวเองขึ้นมาทันที

            “ถ้าคุณหมดธุระกับดิฉันแล้ว ดิฉันต้องขอตัวไปสอนก่อนนะคะ ทิ้งลูกศิษย์มานานแล้ว”

            “ครับ เชิญเลยครับผม คุณครูคนสวย” นพดนัยเอ่ยเชิญพร้อมกับทำหน้าที่สุภาพบุรุษ เปิดประตูให้คุณครูสาวอีกด้วย

 

            “เป็นยังไงบ้างครับครูจันทร์ ตกลงกันเรียบร้อยดีไหม?” เสียงจากผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถามผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองขึ้นด้วยความเป็นห่วง

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ ผู้ช่วยฯ ไม่มีปัญหาค่ะ”

            “ดี! งั้นหมดเรื่องแล้ว คุณก็กลับไปสอนได้แล้วล่ะ”

            รัตน์จันทร์เดินออกไป นพดนัยก็เดินออกมาจากห้องเอ่ยขอบคุณผู้ช่วยผู้อำนวยการของโรงเรียนที่ให้ความช่วยเหลือและร่วมมือในการตามหาคนที่กระทำความผิดมาให้เขาจนได้

            “ผมต้องขอบคุณมากนะครับ สำหรับความช่วยเหลือในการตามตัวคนทำความผิดมาจนได้ ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ” นพดนัยกล่าวพร้อมยื่นมือไปจับมือของท่านผู้ช่วยฯ ด้วยรู้สึกขอบคุณจากใจ ที่การช่วยเหลือของเขา ไม่ใช่แค่ทำให้เขารู้ตัวคนทำรถเลอะ หากแต่เป็นเพราะทำให้คุณครูของน้องดวงใจยอมตกลงไปดูแลเด็กน้อยให้ที่บ้านด้วยต่างหาก

 

            “หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรแล้วนะคะ แพรนั่งรอยืนรอจนเมื่อยไปหมดทุกท่าแล้วล่ะค่ะ” เสียงบ่นจากนักแสดงสาวดังขึ้นทันทีที่นพดนัยเดินกลับมาถึงรถอีกครั้ง

            “ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับคุณแพร ต่อไปผมว่าคุณน่าจะเรียกใช้บริการคนอื่นแล้วล่ะ มากับผมก็จะเป็นอย่างนี้ล่ะครับ ผมมันคนธุระระหว่างทางเยอะ”

            “เอ่อ...คือ...อันที่จริงแพรก็บ่นไปอย่างนั้นเองล่ะค่ะ รอแค่นี้สบายมาก เราไปกันเลยดีกว่าไหมคะ” เจอประโยคของชายหนุ่มเข้าไป ทำเอาแพรวาเปลี่ยนท่าทีและรีบชวนให้ชายหนุ่มออกรถทันที

            แพรวารู้สึกตื่นเต้น ตั้งท่าจะประกาศให้คนทั้งกองถ่ายได้รู้ว่า วันนี้ผู้กำกับคนดังเป็นคนไปรับเธอมาจากบ้านเองเลย หญิงสาวอัพเดทสถานะรายงานการจราจารและถ่ายรูปรถบนท้องถนน บางครั้งก็มีแอบเซลฟี่รูปคู่กับชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยโพสต์ลงเฟสบุ๊คและอินสตาแกรมเป็นระยะ ๆ เลยทีเดียว จนคนทั้งกองถ่ายรับรู้กันก่อนที่ทั้งสองคนจะไปถึงเสียด้วยซ้ำ

 

            “สวัสดีครับคุณแพร สวัสดีครับพี่นพ” เป็นเสียงทักทายจากเอกสิทธิ์ที่เดินมาเจอทั้งสองคนลงมาจากรถคันเดียวกัน

            “สวัสดีค่ะคุณสิทธิ์ แพรขอตัวไปแต่งตัวก่อนนะคะ ของแพรมีคิวแต่เช้าค่ะ” แพรวาส่งยิ้มให้ผู้ช่วยผู้กำกับอย่างเขินอาย ราวกับว่าถูกจับได้ว่าเธอนั้นมากับผู้กำกับสุดหล่อ

            “ครับ เชิญครับ” เอกสิทธิ์เอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้กับนักแสดงสาวอย่างมีมารยาท ก่อนที่จะเดินเข้าไปหารุ่นพี่ของเขา “แหม..พี่นพ ไหนว่าไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้มีอะไรกัน นี่บริการไปรับคุณแพรเขาถึงที่เลยนะนี่”

            “แกรู้ได้ยังไงวะ?”

            “ฮ่าฮ่า จะไม่ให้รู้ได้ยังไงล่ะพี่ ก็คุณแพรเธอเล่นโพสต์ในไอจีเกือบทุกห้านาทีเลยมั้ง เขารู้กันทั้งกองแล้ว”

            “ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

            “อ้าว! ไม่เชื่อก็ดูเลยพี่..นี่เลย..” เอกสิทธิ์หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาเปิด Instagram (IG) ให้นพดนัยดู

            “โอ้โห! นี่ถ้าใครอยากรู้ว่าพี่อยู่ตรงไหน ก็ไม่ต้องจ้างนักสืบ ไม่ต้องโทรถามกันเลยนะ แค่เข้า IG ของคุณแพรคนเดียวก็รู้หมดแล้ว หึหึ” นพดนัยส่งเสียงหัวเราะจากในลำคอ นึกขำพฤติกรรมบ้าโซเซียลของหญิงสาว “แต่มันก็ไม่มีอะไรจริง ๆ นี่ แค่บ้านอยู่ทางเดียวกัน แล้วเขาก็ขอให้ฉันแวะไปรับเขาหน่อย และฉันก็คิดว่าเขาอาจจะช่วยพูดคุยกับน้องดวงใจได้บ้าง ฉันก็เลยลองไปรับเขาดู”

            “แล้วเป็นยังไงล่ะพี่ ได้คุยกันไหมล่ะ”

            “คุยกับผีน่ะสิ ดวงใจไม่อยากจะมองหน้าเลย ลูกพี่กลายเป็นเด็กไม่ยอมรับคนแปลกหน้าไปซะแล้วสิ”

            “ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ แล้วอย่างนี้พี่ทำไงล่ะ พาไปหาจิตแพทย์ไหม”

            “ยังก่อน พอดีพี่หาตัวช่วยได้แล้ว”

            “ใครอ่ะพี่?”

            “คุณครูของน้องดวงใจ พี่จ้างเธอให้ช่วยมาดูแลดวงใจต่อที่บ้านด้วย เฉพาะช่วงเย็นของวันธรรมดา ลองดูก่อนเผื่อว่าจะดีขึ้น”

            “ก็ดีพี่ ขอให้น้องดวงใจกลับมาสดใสเหมือนเดิมไว ๆ ด้วยเถอะ ผมเอาใจช่วยนะพี่” เอกสิทธิ์เป็นอีกหนึ่งคนที่รับรู้ปัญหาของเด็กน้อย และรู้สึกเห็นใจรุ่นพี่ของเขาอยู่มากสำหรับเรื่องนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha