คุณครูขา..รักป๋าหนูหน่อย (ซีรี่ย์ชุดพ่อหม้ายลูกติด)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ปัญหาของคนรัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ช่วงพักกลางวันที่โรงเรียนอนุบาล คุณครูประจำชั้นและคุณครูผู้ช่วยจัดการให้นักเรียนรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นั่งเล่นกันได้ตามอัธยาศัย ส่วนบรรดาคุณครูด้วยกันก็ถือโอกาสพักไปด้วยในตัว คุณครูสินี หรือครูก้อยเดินเข้ามาคุยกับคุณครูรัตน์จันทร์ที่ในห้อง สอบถามเกี่ยวกับข่าวที่ได้ยินว่าถูกท่านผู้ช่วยฯ เรียกตัวไปพบแต่เช้า

            “เกิดอะไรขึ้นจันทร์ เมื่อเช้าผู้ช่วยฯ เรียกแกไปพบเรื่องอะไรอ่ะ”

            “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ความซวยต่อเนื่องน่ะแก”

            “เออ ไหนแกเล่ามาให้หมดเลยซิ วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับแกนักหนา ทำไมแกถึงมาสาย แล้วพี่ชัยแฟนแกไปไหน ทำไมถึงไม่มาส่งเหมือนทุกวัน แล้วไอ้ความซวยต่อเนื่องนั่นด้วย มันเรื่องอะไรกัน เล่ามาให้หมด ไม่อย่างนั้นฉันคาใจ” ครูก้อยลากเก้าอี้เข้ามานั่งประจันหน้า กับเพื่อนสาวปักหลักถามจริงจัง

            “ก็ที่ฉันมาสาย เพราะพี่ชัยไม่ได้ไปรับ ที่พี่ชัยไม่ได้ไปรับ เพราะว่าถูกไฟแนนซ์ยึดรถ จนทำให้ฉันต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่ป้าย แล้วก็เดินต่อมาที่โรงเรียนเอง แล้วก็ต้องเลอะเทอะอย่างที่แกเห็น เพราะไอ้คนนิสัยไม่ดี ขับรถไม่รู้จักมองทาง แล้วแถมยังไม่รู้จักหยุดรถลงมาขอโทษอีก ส่วนไอ้ความซวยต่อเนื่องนั่นก็คือ พอฉันเดินเข้ามาในโรงเรียนฉันก็ได้เจอรถต้นเหตุที่มันทำน้ำกระเด็นมาใส่ฉัน ฉันก็เลยเอาลิปติกไปเขียนประจานมันไว้ที่หลังรถนั่นซะเลย” รัตน์จันทร์เจื้อยแจ้วให้เพื่อนฟัง ราวกับว่าลืมหายใจกันเลยทีเดียว

            “จริงดิ! ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจอ่ะแก แล้วมันซวยตรงไหนล่ะ แกก็ได้เอาคืนแล้วไง”

            “ก็ตรงที่ผู้ช่วยฯ เรียกฉันไปนั่นยังไงล่ะ”

            “ฮ้า! เพราะเรื่องนี้เหรอวะแก”

            “ใช่น่ะสิ ก็อีตาเจ้าของรถนั่น ดันไปฟ้องผู้ช่วยฯ แล้วแถมขอให้เปิดกล้องวงจรปิดดูอีกต่างหาก”

            “โอ้โห! แล้วสรุปว่ายังไงกันวะแก แกโดนลงโทษอะไรหรือเปล่าอ่ะ”

            “เปล่า..”

            “อ้าว! แล้วแกรอดมาได้ยังไงอ่ะ”

            “มีข้อตกลงก็เจ้าของรถนิดหน่อยน่ะ”

            “ข้อตกลง? ข้อตกลงอะไร? ไหน ๆ แกเล่าแล้วก็ช่วยเล่าให้มันหมด ๆ หน่อยสิ อย่าคาไว้อย่างนี้ เพื่อนคาใจ”

            “ก็พอดีว่าเจ้าของรถคันนั้นน่ะ คือคุณนพดนัย พ่อของน้องดวงใจ”

            “ฮ้า! ผู้กำกับหนังสุดหล่อคนนั้นน่ะเหรอ?”

            “อืม!...”

            “แล้วไงอ่ะ มีข้อตกลงอะไรกันล่ะ?”

            “ก็เขาจะจ้างให้ฉันไปช่วยดูแลน้องดวงใจต่อที่บ้าน...ช่วงเย็นน่ะ วันละ 3 ชั่วโมง ฉันก็เลยตอบตกลงไปแล้ว เรื่องมันก็เลยจบ”

            “เฮ้ย! ดีนะแก ได้ทำงานพิเศษ แกก็จะได้มีเงินเพิ่มไง หาอยู่ไม่ใช่เหรอแกน่ะ เผื่อว่าความสวยของแกจะได้ไปเข้าตาของท่านผู้กำกับหนังด้วย ฟลุ๊ค ๆ ได้เป็นนักแสดงกับเขาด้วยอีกคนนะแก”

            “นี่แกฝันอยู่เหรอก้อย” รัตน์จันทร์ยื่นมือไปหยิกแก้มเพื่อนเบา ๆ “ตื่นหรือยัง หรือว่าต้องให้แรงกว่านี้”

            “ไอ้บ้าจันทร์! ตื่นก็ได้วะ” ครูก้อยพูดพร้อมกับลูบแก้มตัวเองไปมา “แต่ก็ไม่แน่นะแก เพื่อนฉันออกจะหน้าตาดีขนาดนี้”

            “ยังไม่ตื่นใช่ไหมแก เอาอีกสักทีป่ะล่ะ”

            “พอแล้วแก..ฉันเจ็บ แก้มฉันมีไว้ให้แฟนหอมย่ะ ไม่ได้มีไว้ให้แกประทุษร้าย” ครูก้อยรีบส่งเสียงบอกเพื่อนรัก “เออ...ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชัยอ่ะแก ทำไมถึงได้โดนยึดรถ พี่แกไปช็อตอะไรมาล่ะ”

            “เขาบอกฉันว่า ต้องเอาเงินไปผ่อนบ้านน่ะ”

            “ฮะ! บ้านหลังที่พ่อแม่อยู่นั่นน่ะนะ? นั่นพ่อแม่เขาไม่อยู่จนผ่อนหมดไปแล้วเหรอ เก่ามากแล้วนะแก พ่อแม่เขาก็อยู่มาตั้งนานแล้วด้วย” ครูก้อยอุทานด้วยความตกใจ ไม่อยากจะเชื่อ เพราะคิดยังไงก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ “เอ...หรือว่าเขาเอาไปรีไฟแนนซ์อีกหรือไง?”

            “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ถามน่ะแก ฉันรู้ว่าตอนนี้เขาเครียดอยู่ ฉันก็เลยไม่อยากจะซักไซ้ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันตกลงรับปากที่จะไปดูแลน้องดวงใจน่ะ ฉันจะได้หาเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระพี่ชัยเขาได้บ้าง”

            “โถ....แม่คุณเอ๊ย แม่ช่างเป็นแม่พระมาโปรดคุณมนต์ชัยแท้ ๆ เลย จะว่าไปพี่ชัยนี่ก็โคตรโชคดีเลยนะ ได้แกเป็นแฟนเนี่ย ฉันเห็นแกคอยช่วยเหลือเขาตลอด เงินขาดมือก็ช่วย เจ็บไข้ก็ดูแล พ่อแม่ไม่สบายก็พาไปหาหมอให้ ฉันว่าแกดูแลพ่อแม่เขาดีกว่าลูกชายแท้ ๆ อย่างเขาทำอีกนะนั่น”

            “ก็พ่อแม่ฉันไม่มีแล้วนี่ ดูแลพ่อแม่เขาให้จะเป็นอะไรไปล่ะ ท่านก็เหมือนกับพ่อแม่ของฉันไปแล้วด้วยนั่นล่ะ”

            “จ้า...แม่หญิงผู้แสนดี” ครูก้อยส่งเสียงประชดประชัน ก่อนจะก้มดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง “แก..ฉันกลับห้องก่อนดีกว่า จะบ่ายโมงแล้ว”

            คุณครูสินีพูดจบก็เดินออกจากห้องของเพื่อนครูกลับไปที่ห้องของตนเอง



            วันนี้ที่กองถ่ายนพดนัยรู้สึกอึดอัดและรำคาญกับพฤติกรรมเกาะติดของนักแสดงสาวเป็นอย่างมาก หากมีเวลาว่างที่แพรวาไม่ได้เข้าฉาก ก็เป็นอันต้องมาเกาะติดอยู่กับผู้กำกับชื่อดังตลอดเวลา โดยไม่สนใจว่าจะมีสายตากี่คู่ที่มองมา และไม่สนใจเสียงนินทาจากทุกคนในกองอีกด้วย

            “คุณแพรครับ ผมว่าตรงนี้มันร้อน ทำไมคุณไม่เข้าไปพักในห้องแต่งตัว หรือว่าหามุมที่มันสบายกว่านี้ล่ะครับ” นพดนัยส่งเสียงบอกนักแสดงสาวที่มานัวเนียอยู่กับเขาที่หน้าจอมอนิเตอร์

            “อยู่ตรงนี้แพรก็ไม่ได้ลำบากอะไรนี่คะ คุณนพอยู่ตรงไหน..ตรงนั้นก็สบายสำหรับแพรทุกที่นั่นล่ะค่ะ”

            “แต่ผมไม่สบายครับ ผมต้องการสมาธิในการทำงาน แล้วผมก็ต้องการพื้นที่ให้นักแสดงที่เข้าฉากได้มาเช็คการแสดงของตัวเองด้วย คุณเล่นมานั่งบังอยู่หน้ามอนิเตอร์อย่างนี้ ใครเขาจะมาดูได้สะดวก เชื่อผมนะครับ กลับเข้าไปพักผ่อนในห้องพักนักแสดงดีกว่า” ถึงแม้น้ำเสียงของนพดนัยจะดูเป็นปกติธรรมดา แต่แววตาของชายหนุ่มที่ส่งให้กับหญิงสาวนั้น ดุจริงจัง จนเป็นการตำหนิกันด้วยสายตาเสียด้วยซ้ำ ทำเอาแพรวาถึงกับเถียงไม่ออกเลยทีเดียว

            “ก็ได้ค่ะ แพรไปก็ได้” แพรวาส่งเสียงตอบอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก ก่อนจะยอมลุกขึ้นเดินจากไป พร้อมกับความรู้สึกเสียหน้า ที่ถูกไล่ต่อหน้านักแสดงทั้งตัวหลักและตัวประกอบที่กำลังอยู่แถวนั้น แต่เรื่องเพียงแค่นี้ไม่อาจทำให้นักแสดงสาวคิดที่จะยอมแพ้ เรื่องอะไรเธอจะปล่อยให้ผู้ชายที่ทั้งหล่อ รวย มากความสามารถพร้อมจีบ ให้หลุดมือไปง่าย ๆ...ไม่มีทาง!

            “โห..เด็ดขาดมากพี่นพ เดี๋ยวผมจะขอจำไว้เป็นแบบอย่างบ้างนะ” เสียงจากเอกสิทธิ์ดังขึ้นอย่างนึกชื่นชมความเด็ดขาดของรุ่นพี่



          ปกติในช่วงเย็นคุณครูรัตน์จันทร์มักจะใช้เวลาไปช่วยดูแลพ่อแม่ของมนต์ชัยแฟนหนุ่มซึ่งอยู่บ้านไม่ไกลจากห้องเช่าของเธอนัก ทั้งสองท่านอายุมากแล้ว แถมยังไม่ค่อยแข็งแรงอีกด้วย เมื่อหญิงสาวมีเวลาจึงมักจะไปอยู่เป็นเพื่อนท่าน ช่วยท่านทำงานบ้าน ทำอาหาร และจัดการเรื่องในบ้านต่าง ๆ ให้อีกด้วย ราวกับว่าตัวเธอเองเป็นหนึ่งในสมาชิกของบ้านหลังนี้ไปแล้ว ซึ่งพ่อแม่ของมนต์ชัยเองก็รู้สึกเช่นนั้น ดังนั้นก่อนที่จะไปเริ่มงานพิเศษอันจะทำให้หญิงสาวไม่มีเวลาว่างไปดูแลพวกท่านในช่วงเย็นเหมือนเช่นเดิม รัตน์จันทร์จึงไปบอกให้ท่านทั้งสองรับทราบเสียก่อน

            “พ่อคะ แม่คะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป จันทร์คงไม่ได้มาที่นี่ทุกเย็นเหมือนเดิมแล้วนะคะ”

            “อ้าว! ทำไมล่ะลูก เกิดอะไรขึ้นหรือว่าหนูเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงของแม่อรดังขึ้นถามรัตน์จันทร์ด้วยความเป็นห่วง

            “คือหนูไปรับงานไว้น่ะค่ะ ไปดูแลเด็กนักเรียนต่อที่บ้าน พอดีว่าลูกศิษย์หนูมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ ก็เลยต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด พ่อแม่แยกทาง พ่อก็ทำงานจนไม่มีเวลามาดูแล ปล่อยให้เด็กอยู่กับคนงานที่บ้านตามลำพัง สภาพจิตก็เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ ค่ะ พ่อเขาก็เลยมาขอให้จันทร์ไปช่วยดูแลให้ตอนเย็นวันละ 3 ชั่วโมง”

            “แล้วหนูจะไม่เหนื่อยแย่เหรอลูก ทำงานมาทั้งวันก็ว่าเหนื่อยแล้ว แทนที่จะได้พัก ก็ต้องไปทำงานต่ออีก”

            “ไม่หรอกค่ะ แค่นี้สบายมาก เมื่อคิดถึงเงินที่จะได้เพิ่มขึ้นมา ทำงานเพิ่มขึ้นวันละ 3 ชั่วโมง ได้เงินเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าหนึ่งเลยนะคะแม่ จันทร์จะได้เอาเงินมาช่วยพี่ชัยส่งบ้านหลังนี้ด้วยยังไงละคะ”

            “ส่งบ้าน?  บ้านไหนอีกล่ะ หนูจันทร์ไปซื้อบ้านไว้อีกเหรอ?” ครั้งนี้เป็นเสียงของพ่อกิจบ้าง ที่ถามหญิงสาวด้วยความสงสัยทันทีที่ได้ยินว่าจะเอาเงินไปส่งค่าบ้าน

            “เปล่านะคะคุณพ่อ จันทร์ไม่ได้ไปซื้อเพิ่ม แต่จะเอามาช่วยส่งบ้านหลังนี้นี่ล่ะค่ะ ก็พี่ชัยบอกว่ายังต้องส่งค่าบ้านหลังนี้อยู่เลยค่ะ ทำให้เงินไม่พอต้องกระทบไปถึงค่ารถ จนไฟแนนซ์ต้องมายึดรถไป"

            “นี่ไอ้ชัยมันบอกหนูอย่างนั้นเหรอ?”

            “ใช่ค่ะ”

            “จะเป็นไปได้ยังไงกัน ก็บ้านหลังนี้พ่อเป็นคนเอาเงินก้อนสุดท้ายไปจ่ายที่ธนาคารปิดบัญชีหนี้มาเอง ตั้งแต่เมื่อเจ็ดแปดปีที่แล้วโน่น โฉนดก็ยังอยู่ที่พ่ออยู่เลย ถ้าใครจะเอาไปเข้าไฟแนนซ์ใหม่ พ่อก็ต้องรู้สิ”

            “อ้าว! ถ้าอย่างนั้น ทำไมพี่ชัยถึงบอกจันทร์อย่างนั้นละคะ” ข้อเท็จจริงที่เพิ่งรับรู้ ทำเอารัตน์จันทร์ถึงกับหน้าเจื่อนลงทันที ‘นี่พี่ชัยโกหกเธออย่างนั้นเหรอ? เพราะอะไรกัน?’

            “นั่นน่ะสิ พ่อก็อยากรู้เหมือนกัน”



            ด้วยความสงสัยวันนี้รัตน์จันทร์จึงได้อยู่รอที่บ้านของแฟนหนุ่มจนดึก เพื่อรอเจอหน้ามนต์ชัยคนรักของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ปกติเธอทำความสะอาดบ้าน และทำอาหารให้ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก แล้วก็จะกลับมาพักที่อพาร์ตเมนต์ แล้วใช้วิธีโทรคุยกับคนรักแทน  แล้วตอนเช้าค่อยเจอหน้ากันตอนที่แฟนหนุ่มมารับไปส่งที่โรงเรียน

            สี่ทุ่มครึ่งแล้วมนต์ชัยเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมาด้วยใบหน้าที่ยุ่งเหยิง

            “พี่ชัย...กลับมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยหรือเปล่า ทำไมหน้ายุ่งซะขนาดนั้นล่ะค่ะ มีปัญหาอะไรบอกให้จันทร์ช่วยคิดบ้างก็ได้นะ” เสียงหวานของรัตน์จันทร์ส่งไปถามคนรักด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่เดินออกมารับคนรักที่หน้าบ้าน

            “นิดหน่อยน่ะจันทร์ แล้วทำไมวันนี้จันทร์ยังไม่กลับห้องอีกล่ะ นี่มันดึกแล้วนะ”

            “จันทร์มีเรื่องจะถามพี่ชัยค่ะ”

            “เรื่องอะไรครับ?”

            “เรื่องหนี้ของบ้านหลังนี้”

            “.........” มนต์ชัยชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเจื่อนลงไปหน่อย

            “บ้านหลังนี้ยังติดหนี้ธนาคารอยู่อีกเท่าไหร่เหรอคะ?”

            “ประมาณแสนนิด ๆ น่ะจ้ะ อีกนิดเดียวมันก็จะหมดแล้ว พี่ก็เลยไม่อยากจะปล่อยให้มันหลุด พ่อกับแม่ก็จะได้อยู่กันอย่างสบายใจด้วย” คำตอบจากแฟนหนุ่ม ทำให้หญิงสาวเหมือนถูกคนปาก้อนหินใส่หัว ทั้งเจ็บทั้งมึน

            “อย่างนั้นเหรอคะ? แล้วบ้านหลังนี้เป็นหนี้ธนาคารอะไรคะพี่?”

            “เอ่อ....ธนาคารอาคารสงเคราะห์จ้ะ”

            “ถ้าเป็นธนาคารของรัฐค่างวดก็ไม่น่าจะแพงมากจนถึงขั้นเงินเดือนอย่างพี่จะหมุนไม่ทันนะ แล้วเอกสารก็น่าจะตรวจสอบอย่างเข้มงวดด้วย กว่าจะปล่อยเงินกู้ออกมาได้ แล้วที่สำคัญสิทธิ์ในการถือโฉนดตัวจริงนี่น่าจะไปอยู่ที่ธนาคาร พี่ชัยว่าอย่างนั้นไหมคะ?”

            “ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นนั่นล่ะ นี่จันทร์เป็นอะไรถึงได้มาคาดคั้นพี่อย่างนี้ จันทร์กำลังสงสัยว่าพี่โกหกอย่างนั้นเหรอ?” เมื่อเจอคำถามซอกแซกของแฟนสาว มนต์ชัยถึงกับขึ้นเสียงดังมาทันทีอย่างต้องการจะกลบเกลื่อนความจริงที่เกิดขึ้น “ถ้าอยากรู้มากนัก จะไปถามธนาคารกับพี่เลยไหมล่ะ เดี๋ยวพี่จะพาไป”

            คำท้าที่คิดว่ารัตน์จันทร์คงไม่กล้าจะไปต่อ ตามนิสัยและความเชื่อใจที่หญิงสาวเป็นมาตลอด

            “ดีค่ะ งั้นพรุ่งนี้ตอนกลางวัน เราไปเจอกันที่ธนาคารนะคะ สาขาไหน พี่บอกจันทร์มาได้เลย”

            “ฮ้า! นี่จันทร์จะไปจริง ๆ เหรอ แล้วจันทร์ไม่ต้องสอนหรือไง มันไกลนะ ชั่วโมงเดียวไปกลับไม่ทันหรอก” เสียงอุทานจากมนต์ชัยดังขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะผิดจากที่คาดการณ์เอาไว้มาก ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนท่าทีการพูดใหม่ “แล้วอันที่จริงเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องของพี่ด้วย พี่ไม่อยากให้จันทร์ต้องเข้ามายุ่งให้มันปวดหัวเพิ่มขึ้นอีก พี่รู้ว่าวัน ๆ จันทร์ต้องรับมือกับเด็ก ๆ ในห้องก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ถ้าจันทร์มีเวลานิดหน่อยที่จะได้พัก ก็หยุดพักเถอะ พี่เป็นห่วง”

            มนต์ชัยใช้คำพูดที่อ่อนลง พร้อมทั้งเข้าไปจับมือของแฟนสาว ส่งสายตาที่แสดงความห่วงใย และท่าทีที่แสดงความรักของเขาก็ใช้ได้ผลดีกับคนใจอ่อนอย่างรัตน์จันทร์เสียด้วยสิ

            “แต่ว่าเราเป็นแฟนกันนะคะ ปัญหาของพี่ก็เหมือนกับปัญหาของจันทร์ เพราะถ้าพี่มีความทุกข์อยู่อย่างนี้แล้วจันทร์จะมีความสุขอยู่ได้ยังไงละคะ พี่มีปัญหาอะไร พี่บอกจันทร์มาตรง ๆ ได้เลย จันทร์พร้อมจะอยู่เคียงข้างพี่ ช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไขไปด้วยกัน ยังไงสองหัวก็ย่อมดีกว่าหัวเดียวนะคะ”

            “ก็เพราะจันทร์ดีกับพี่อย่างนี้ไง พี่ถึงรักจันทร์มาก คนดีของพี่ เอาเป็นว่าพี่ขอแก้ปัญหาด้วยตัวของพี่เองก่อนแล้วกัน ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ พี่จะบอกจันทร์นะ” มนต์ชัยยกมือของแฟนสาวขึ้นมาจูบที่หลังมือ ก่อนที่จะรวบตัวเธอเข้ามาโอบกอดเอาไว้แนบอก หากทว่าใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความเครียดความกังวล



            เช้าวันรุ่งขึ้นนพดนัยไปส่งลูกสาวตัวน้อยถึงห้องเรียนอีกเช่นเคย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะไปตอกย้ำข้อตกลงกับคุณครูคนสวย

            “สวัสดีครับคุณครู”

            “สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องดวงใจ”

            “ว้า! วันนี้ไม่เซ็กซี่เลย ผมว่าคุณครูแต่งเหมือนเมื่อวานนี้ก็สวยดีนะครับ อกเป็นอก เอวเป็น..” นพดนัยพูดยังไม่ได้จะจบประโยค หญิงสาวที่ถูกทักก็ส่งเสียงขัดขึ้นเสียก่อน

            “คือวันนี้ดิฉันไม่ได้เจอคนเสียมารยาท ตาถั่วขับรถไม่มองทาง จนทำให้น้ำกระเด็นใส่คนอื่นน่ะค่ะ ก็เลยไม่ต้องไปขอยืมชุดเพื่อนมาใส่” รัตน์จันทร์ส่งสายตามองผู้ชายตัวโตตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่พอใจนัก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถาม “แล้วคุณพ่อน้องดวงใจไม่รีบไปทำงานเหรอคะ ถึงได้มีเวลามายืนอยู่ตรงนี้ได้”

            “รีบก็รีบอยู่ แต่ผมอยากจะมาย้ำข้อตกลงของเรา ว่าวันนี้แล้วนะครับที่คุณตกลงว่าจะเริ่มไปดูแลลูกสาวของผมต่อที่บ้าน”

            “ค่ะ ดิฉันไม่ลืม”

            “ดีครับ งั้นเอาเป็นว่าคุณขึ้นรถกลับไปพร้อมกับน้องดวงใจได้เลย”

            “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวดิฉันตามไปเองก็ได้เพราะว่าฉันต้องรอให้ผู้ปกครองมารับเด็กกลับบ้านจนหมดห้องก่อนถึงจะกลับได้”

            “ก็ไม่ใช่ปัญหานี่ คุณก็อยู่ส่งลูกศิษย์ของคุณไป แล้วก็ดูแลน้องดวงใจไปด้วย เดี๋ยวผมจะบอกให้คนรถมารับช้าหน่อยก็ได้”

            “งั้นก็แล้วแต่คุณค่ะ”

            “โอเคตามนั้น แล้วเจอกันที่บ้านนะครับ คุณครูคนสวย” นพดนัยขยิบตาส่งยิ้มกวน ๆ ให้กับคุณครูสาว ก่อนจะเดินจากไป แล้วทิ้งความหงุดหงิดใจเอาไว้ที่หญิงสาว

            “คนอะไรกวนชะมัดเลย ฮึ่ย!” รัตน์จันทร์บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้านายจ้างคนใหม่เอาเสียเลย ถ้าไม่ติดว่าสงสารลูกศิษย์ตัวน้อย กับจำเป็นต้องใช้เงิน เธอจะไม่รับงานนี้เด็ดขาดเลย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha