คุณครูขา..รักป๋าหนูหน่อย (ซีรี่ย์ชุดพ่อหม้ายลูกติด)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : เริ่มงานพิเศษ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

             เป็นครั้งแรกที่รัตน์จันทร์ได้มาบ้านลูกศิษย์ตัวน้อย บ้านเดี่ยวสองชั้น ไม่ได้ใหญ่โตเป็นคฤหาสน์แต่ก็อยู่กันได้อย่างสบายสำหรับครอบครัวเดี่ยว มีบริเวณให้เด็กน้อยได้วิ่งเล่น มีสนามหญ้า มีสวนเล็ก ๆ ตกแต่งสไตล์บาหลี ปล่อยน้ำไหลลงมาจากหินแกะสลักรูปสาวงามเป็นม่านสายน้ำสวยและเย็นตา ช่างเหมือนบ้านในฝันของคุณครูสาว ถึงแม้ว่าจะใหญ่กว่าที่คิดไปเสียหน่อยก็ตาม

            “ดื่มน้ำส้มเย็น ๆ ก่อนค่ะ คุณครูชอบสวนแบบนี้เหรอคะ”

            “ขอบคุณค่ะ สวยดีนะคะป้า มองแล้วเย็นตา สบายใจดีค่ะ” รัตน์จันทร์ยื่นมือไปรับแก้วน้ำส้มคั้นจากมือคุณแม่บ้านด้วยความเกรงใจ

            “ใช่ค่ะ ป้าก็ว่าอย่างนั้น นี่ฝีมือคุณนพเธอทำกับมือเองเลยนะคะ ถ้าเธอหยุดงานว่าง ๆ เธอก็ชอบมาจัดสวนค่ะ เปลี่ยนนั่น ย้ายนี่ ขยับม่านน้ำตก ขยายต้นไม้ของเธอไปเรื่อยเลยค่ะ เธอบอกว่าอยู่กับของพวกนี้แล้วมันสบายใจดี นั่นยังไงละคะ ต้นไม้ที่เธอไปซื้อมา ยังไม่ได้เอาลงกระถางเลย คงรอวันอาทิตย์นี้ล่ะค่ะ” ป้าส้มชี้ให้คุณครูสาวดูกองต้นไม้ที่ยังอยู่ในถุงเพาะสีดำ ตั้งแอบเอาไว้หลังม่านน้ำตก “คุณนพเธอเป็นประเภทเห็นร้านต้นไม้ไม่ได้ค่ะ เป็นต้องแวะลงไปซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านมาด้วยตลอดค่ะ”

            รัตน์จันทร์มองต้นไม้เหล่านั้นแล้วก็ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาทันที

            “แล้วคุณนพเธอหวงต้นไม้พวกนี้มากหรือเปล่าคะ คือจันทร์หมายถึงว่าถ้าจันทร์จะช่วยเอาลงกระถางให้ เธอจะว่าอะไรหรือเปล่าคะ?”

            “ไม่หรอกค่ะ ช่วยปลูกนี่คะ ไม่ใช่ทำลาย คุณนพเธอไม่ว่าหรอกค่ะ” ประโยคจากป้าส้มทำให้เกิดรอยยิ้มขึ้นบนหน้าของคุณครูคนสวยทันที

            “ถ้าอย่างนั้นจันทร์ขอพาน้องดวงใจมาช่วยกันเอาต้นไม้ลงกระถางนะคะ”

            “ได้เลยค่ะ ครูจันทร์ไม่ต้องขอป้าหรอกค่ะ ทำตามที่เห็นว่าเหมาะสมได้เลย คุณนพเธอให้คุณครูมาช่วยดูแลคุณหนูแล้ว แสดงว่าเธอให้สิทธิ์ในการตัดสินใจกับคุณครูแล้วด้วยเหมือนกันค่ะ”

            “ขอบคุณมากนะคะป้า งั้นเดี๋ยวจันทร์เข้าไปดูน้องดวงใจก่อนว่าทำการบ้านเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วจะได้ออกมาช่วยกันปลูกต้นไม้กันค่ะ”

            รัตน์จันทร์ส่งยิ้มให้กับผู้อาวุโสแล้วเดินเข้าไปในบ้านตามที่บอก โดยมีป้าส้มมองตามไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง

 

            “น้องดวงใจ..หนูทำการบ้านเสร็จหรือยังคะ ขอครูดูหน่อยค่ะ”

            “......” ไม่มีคำพูดจากหนูน้อย มีเพียงแค่การกระทำเป็นคำตอบ เด็กน้อยยื่นสมุดการบ้านส่งให้คุณครูคนสวยดู รัตน์จันทร์รับสมุดการบ้านมาตรวจดูก็พบว่าลูกศิษย์ตัวน้อยทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกข้อ แถมยังถูกหมดอีกด้วย

            “เก่งมากเลยค่ะ..น้องดวงใจ ที่นี้เราก็ไปหาอะไรสนุก ๆ ทำกัน ดีไหมคะ” รัตน์จันทร์ย่อตัวลงมาพูดกับน้องดวงใจ

            “......” ไม่มีคำพูดใด ๆ ส่งกลับมาอีกเช่นเคย แต่มีรอยยิ้มบนใบหน้าจิ้มลิ้มกลับมาแทน

            “ถ้าอย่างนั้น น้องดวงใจไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่านะคะ เพราะถ้าใช่ชุดนักเรียนไปทำสวนจะไม่ถนัดนะคะ แถมชุดจะเลอะเทอะเอาอีกด้วยนะ ว่าแต่ห้องของหนูอยู่ไหนคะ พาครูไปดูหน่อยได้ไหม?”

            เด็กน้อยพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะจับมือคุณครูคนสวยพาเดินขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้าน

 

            รัตน์จันทร์จัดการช่วยหนูน้อยเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย ก็พากันเดินลงมาข้างล่าง ออกไปปลูกต้นไม้กันตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ น้องดวงใจดูกระตือรือร้นช่วยเหลือคุณครูคนสวยเป็นอย่างดี ช่วยเลือกกระถาง ยกถุงดิน เทดิน แกะถุงเพาะสีดำออก เอาต้นไม้ลงกระถางแล้วกลบด้วยดิน ใช้ช้อนปลูกได้จนคล่องแคล่ว เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นและสนุกสนานกับกิจกรรมใหม่ที่ได้ทำ รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็น เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินจากหนูน้อยมานานนับเดือน เกิดขึ้นอีกครั้งก็วันนี้เอง ป้าส้มแอบมองดูทั้งสองคนอยู่ด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากความปิติดีใจ ก่อนจะกลับเข้าบ้านไปทำอาหารสำหรับทั้งสองสาวที่คงจะหมดพลังงานกันไปเยอะจากกิจกรรมในครั้งนี้

 

            “เสร็จกันหรือยังคะ คุณครูแล้วก็ลูกศิษย์ตัวน้อย ป้าทำกับข้าวเสร็จแล้วค่ะ พักมือไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าไหมคะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำกันต่อ”

            “ดีไหมคะ คนเก่ง เราพักไปทานข้าวกันก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำกันใหม่”

            เด็กหญิงดวงใจส่ายหัวตอบปฏิเสธข้อเสนอของคุณครูสาว เพราะยังสนุกกับการปลูกต้นไม้อยู่

            “งั้นเราปลูกกันอีกหนึ่งต้นนะคะ แต่พอปลูกเสร็จเราจะเข้าไปทานข้าวกัน โอเคไหมคะ?”

            รัตน์จันทร์ยกมือทำสัญลัษณ์โอเคถามหนูน้อย ซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มและสัญลักษณ์มือเช่นเดียวกันตอบกลับมา

            “โอเค..กระถางสุดท้ายของวันนี้ เรามาเริ่มกันเลย น้องดวงใจเลือกกระถางใบไหนดีคะ?”

            คำถามของคุณครูสาว ทำให้หนูน้อยลุกขึ้นไปเลือกหยิบกระถางต้นไม้มายื่นส่งให้คุณครู แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันลงมือปลูกต้นไม้ต้นสุดท้ายกันอย่างสนุกสนานเช่นเดิม ป้าส้มที่ยืนมองดูทั้งสองคนอยู่ก็พลอยยิ้มไม่หุบไปด้วย

            “ในที่สุดก็เสร็จ การปลูกต้นไม้ต้นสุดท้ายของวันนี้ เย้!” รัตน์จันทร์ชูมือให้สาวน้อยตี (hi5) มือน้อย ๆ ก็ยื่นมาดีด้วยอย่างรู้งาน

            “ไปค่ะ เราไปทำตามข้อตกลงของเรากัน แต่ว่ามันคืออะไรน้าาา...” รัตน์จันทร์แสร้งทำว่าจำไม่ได้ ถามเด็กหญิงดวงใจต่อ

            “ทานข้าวค่ะ” เสียงเบา ๆ ของหนูน้อยสร้างความยินดีให้กับทั้งคุณครูสาว และป้าส้มที่ยืนดูอยู่ด้วย จนป้าส้มนั้นถึงกับตื้นตันน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที ดีใจที่ได้ยินเสียงของเด็กน้อยอีกครั้ง หลังจากที่กลายเป็นเด็กพูดน้อยจนไม่ยอมพูดมานานนับเดือน

            “งั้นเราไปล้างมือกันเลยค่ะ” สองสาวต่างวัยพากันไปล้างมือที่ก๊อกน้ำจนเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินเข้าบ้าน ไปรับประทานอาหารที่ป้าส้มจัดเตรียมเอาไว้ให้

 

            หนึ่งทุ่มตรงเป็นเวลาเลิกงานพิเศษของคุณครูรัตน์จันทร์ ป้าส้มเรียกนายสันต์ลูกชายและพ่วงตำแหน่งคนขับรถของบ้านไว้อีกด้วย ให้ไปเตรียมรถเพื่อออกไปส่งคุณครูคนสวยที่บ้าน

            รัตน์จันทร์ช่วยหนูน้อยดวงใจอาบน้ำและแต่งตัวจนเรียบร้อยแล้ว จึงได้บอกลาเด็กน้อย

            “วันนี้ครูต้องกลับบ้านแล้วนะคะ ส่วนน้องดวงใจก็เตรียมตัวเข้านอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้เช้าจะได้ตื่นขึ้นมาหน้าตาสดใสไปโรงเรียน” ประโยคของคุณครูสาวทำเอาหนูน้อยหน้าจ๋อยขึ้นมาทันที แล้วรีบเดินไปหยิบหนังสือนิทานที่อยู่บนชั้นหนังสือเล็ก ๆ มาส่งให้คุณครูของเธอทันที พร้อมกับยกมือชูหนึ่งนิ้วน้อย ๆ เป็นการบอกว่าช่วยเล่านิทานให้เธอฟังหนึ่งเรื่อง แต่รัตน์จันทร์แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

            “น้องดวงใจเอาหนังสือนิทานมาให้ครูทำไมเหรอคะ?”

            เด็กหญิงดวงใจยังคงไม่ยอมพูด แต่ว่าเปิดหน้าหนังสือนิทานไปที่หน้าแรกให้คุณครูของเธอดูแทน

            “หืม..รูปสวยดีนะคะ หนูอยากวาดรูปแบบนี้เหรอคะ?”

            “เล่านิทานค่ะ” ในที่สุดเด็กหญิงตัวน้อยก็ต้องยอมส่งเสียงพูดออกมาเบา ๆ เพื่อบอกให้คุณครูของเธอเข้าใจ

            “อ้อ! หนูอยากฟังนิทานนี่เอง งั้นครูเล่าให้ฟังหนึ่งเรื่องนะคะ”

            “.....” ครั้งนี้ไม่ได้ยินเสียงพูดตอบ มีแต่เพียงการพยักหน้ารับทราบ แต่ว่ารัตน์จันทร์ก็ยอมเล่าให้เด็กน้อยฟัง เพราะไม่อยากจะทำให้หนูน้อยรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกบังคับอยู่

            น้องดวงใจขึ้นไปนอนประจำที่อยู่บนเตียง ฟังนิทานที่คุณครูคนสวยเล่าให้ฟังจนเพลิน และสุดท้ายก็หลับไปในที่สุด หญิงสาวจึงได้ถือโอกาสออกมาจากห้องนอนของหนูน้อย

 

            การทำงานพิเศษวันแรกของคุณครูรัตน์จันทร์นับว่าผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง แต่ว่าก็ได้พักอยู่บนรถที่มีนายสันต์เป็นคนขับให้ ระหว่างทางสายตาของรัตน์จันทร์ก็มองข้างทางดูวิวไปเรื่อย จนไปสบเข้าที่ชายหญิงคู่หนึ่ง ท่าทางเหมือนว่ากำลังทะเลาะกันอยู่ที่ข้างทาง

            “ออกมาทะเลาะกันอยู่ที่ข้างทางอย่างนี้อันตรายนะคะ ถ้าเกิดกระทบกระแทกกันจนเข้ามาในถนนจะทำยังไง” รัตน์จันทร์รำพึงรำพันออกมาอย่างอดไม่ได้ นายสันต์ที่ได้ยินจึงได้พลอยผสมโรงด้วยเลย

            “ใช่ครับคุณครู ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะตัวเอง แต่จะเดือดร้อนคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยนี่สิครับ”

            ในขณะที่รถแล่นไปเรื่อย ๆ จากที่เห็นเบื้องหลังของผู้ชายของคู่ที่พูดถึง ก็เปลี่ยนมาเป็นด้านหน้า และภาพที่เห็นทำให้รัตน์จันทร์ถึงกับนิ่งอึ้ง

            “พี่ชัย..” เสียงเรียกที่แผ่วเบาถูกส่งออกมาได้เพียงแค่นั้น

             ใบหน้าเจื่อนลง สายตาจับจ้องอยู่ที่คนทั้งสองไม่กะพริบตา จนรถเคลื่อนห่างออกไปทุกที ภาพของชายหญิงที่ทะเลาะกันหายไป พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลออยู่รอบดวงตากลมโต หยดไหลลงมาตามแก้มใส แต่นั่นก็ไม่รอดสายตาของนายสันต์ที่มองคุณครูคนสวยผ่านกระจกมองหลัง

            “อะไรนะครับ? เมื่อกี้คุณครูว่าอะไร? แล้วคุณครูร้องไห้ทำไม? คุณครูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” นายสันต์ส่งเสียงถามด้วยความเป็นห่วง

            “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร ลมแอร์มันเป่าเข้าตาพอดีน่ะค่ะ” หญิงสาวปาดน้ำตาทิ้ง

            “อย่างนั้นเหรอครับ แล้วคุณครูก็ไม่บอก เดี๋ยวผมปรับให้ครับ” นายสันต์พูดจบก็จัดการปรับทิศทางแอร์ให้ทันที

 

            นายสันต์กลับมาถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกับที่นพดนัยกลับมาถึงบ้านพอดี จากที่วันนี้ชายหนุ่มเจ้าของบ้านตั้งใจจะกลับเร็ว เพื่อให้ทันเจอกับคุณครูคนสวย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถทำได้ จึงได้แต่มาสอบถามคนในบ้านแทน

            “นายสันต์ออกไปส่งคุณครูของน้องดวงใจมาใช่ไหม?”

            “ใช่ครับคุณนพ”

            “เรียบร้อยดีใช่ไหม ไปส่งให้ถึงบ้านเลยหรือเปล่า?”

            “คุณครูไม่ได้อยู่บ้านหรอกครับ เธอเช่าห้องอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ครับ”

            “อืม!” นพดนัยส่งเสียงรับรู้

            “แต่แปลกนะครับคุณนพ ตอนที่นั่งอยู่ในรถจู่ ๆ คุณครูก็ร้องไห้ พอผมถาม..เธอก็บอกว่าลมแอร์เป่าตา แต่ผมมาลองคิดดูแล้วนะครับ ผมว่าต้องเป็นเพราะผู้ชายกับผู้หญิงคู่ที่ทะเลาะกันอยู่ข้างถนนแน่เลย เพราะผมเห็นคุณครูจ้องอยู่ที่คู่นั้นจนลับสายตาเลยครับ”

            “อย่างนั้นเหรอ?”

            “ครับ”

            “อืม!” นพดนัยส่งเสียงรับรู้เพียงแค่นั้นแล้วก็เดินเข้าบ้านไป

            “อ้าว! แค่ อืมเนี่ยนะ” นายสันต์มองตามเจ้านาย พร้อมทั้งเกาหัวแกรก ๆ

 

            นพดนัยที่เดินเข้ามาในบ้าน กำลังจะขึ้นชั้นบนไปดูลูกสาวเช่นเคย แต่เจอกับป้าส้มเข้าเสียก่อน จึงได้แวะสอบถามถึงการทำงานของคุณครูสาว

            “ป้าส้มครับ วันนี้คุณครูของน้องดวงใจทำหน้าที่เป็นยังไงบ้าง”

            “ดีมากเลยค่ะ ป้าว่าคุณนพตัดสินใจไม่ผิดหรอกค่ะ”

            “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

            “ค่ะ...ขนาดนั้นเลย ป้าก็ลืมเรียกเจ้าสันต์มาถ่ายวิดีโอเอาไว้ให้คุณนพดู วันนี้คุณหนูทั้งยิ้มทั้งหัวเราะเลยนะคะ แล้วจะไม่ให้ป้าบอกว่าคุณตัดสินใจไม่ผิดได้ยังไง”

            “หืม! จริงเหรอครับเนี่ย” นพดนัยส่งเสียงอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อหู พร้อมกับรอยยิ้มที่ขึ้นมาประดับอยู่บนใบหน้าของผู้กำกับคนดังด้วยความดีใจ

            “จริงสิคะ! วันนี้คุณครูเธอชวนคุณหนูไปปลูกต้นไม้กันค่ะ ช่วยกันทำใหญ่เลย คุณหนูเธอสนุกมากนะคะ ขนาดว่าป้าไปตามให้เข้าบ้านมาทานข้าวกัน คุณหนูเธอยังไม่อยากมาเลยค่ะ และก็ไม่ใช่ว่าคุณหนูจะแค่ยิ้มกับหัวเราะนะคะ วันนี้คุณหนูยังพูดตอบโต้กับคุณครูเธออีกด้วยค่ะ”

            “ฮ้า!..” เสียงอุทานที่ดังมาพร้อมกับใบหน้าของชายหนุ่มที่แสดงออกราวกับว่าเพิ่งได้ฟังเรื่องเหลือเชื่อมาก็ไม่ปาน

            “ไม่ฮ้าหรอกค่ะ ป้าพูดเรื่องจริง นี่ขนาดแค่วันแรกนะคะ คุณหนูดวงใจยังเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ มีหวังอีกไม่นานคุณหนูก็จะกลับมาสดใสร่าเริงได้เหมือนเด็กทั่วไปแล้วล่ะค่ะ”

            “เป็นแบบนั้นได้ก็ดีสิครับ” นพดนัยยิ้มอย่างมีความหวัง เดินขึ้นบันไดไปหาลูกน้อยตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก

 

            รัตน์จันทร์กลับมาถึงห้องพักกำลังจะไขกุญแจเปิดห้อง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะภาพของสองหนุ่มสาวที่ทะเลาะกันอยู่ข้างทางยังติดตาอยู่ ด้วยยังข้องใจว่าผู้ชายคนที่เห็นจะเป็นแฟนของตัวเอง ดังนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะไปดูให้เห็นกับตาอีกครั้ง แต่ไม่ได้กลับไปดูที่ข้างถนน เพราะป่านนี้ก็อาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดที่จะไปดูให้แน่ใจที่บ้านของคนรักแทน ตัดสินใจได้ดังนั้นหญิงสาวจึงเก็บกุญแจห้องใส่กระเป๋าแล้วเดินไปบ้านของมนต์ชัยทันที

            “สวัสดีค่ะ คุณแม่”

            “สวัสดีจ้ะ ทำไมวันนี้มาเสียดึกเลยลูก เพิ่งกลับมาจากทำงานพิเศษเหรอจ๊ะ” แม่อรส่งเสียงถามรัตน์จันทร์ด้วยความเป็นห่วง

            “ค่ะคุณแม่ จันทร์เพิ่งกลับมาน่ะค่ะ”

            “แล้วทำไมไม่พักผ่อนล่ะลูก อุตส่าห์เดินมานี่อีก อย่างนี้หนูก็เหนื่อยแย่เลยสิ”

            “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แล้วนี่คุณพ่อนอนแล้วเหรอคะ?”

            “จ้ะนอนแล้วลูก บ่นว่าปวดหัว แม่เลยให้เข้าไปนอนพักเลย”

            “อ้อ! ค่ะ แล้วพี่ชัยยังไม่กลับเหรอคะคุณแม่”

            “ยังเลยจ้ะลูก”

            “อย่างนั้นหนูอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่จนกว่าพี่ชัยจะกลับมาแล้วกันนะคะ”

            “ไม่เป็นไรนะ แม่อยู่ได้ หนูจะได้กลับไปพักผ่อนยังไงล่ะ”

            “ให้หนูอยู่เถอะนะคะ หนูไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก จะได้อยู่รอเจอพี่ชัยด้วย”

            “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ แล้วหนูจันทร์กินอะไรมาหรือยังลูก”

            “เรียบร้อยมาแล้วค่ะ ที่บ้านนายจ้างเขาทำอาหารเลี้ยงเรียบร้อยเลยค่ะ”

            “ดีนะ นายจ้างหนูใจดีจัง”

            รอบนี้รัตน์จันทร์ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ส่งให้แทนคำตอบ ก็อยากจะบอกว่าใจดีอยู่เหมือนกัน แต่ต้องขอดูไปนาน ๆ ก่อน เพราะตอนนี้ภาพความกวนประสาทยังคงอยู่นำภาพลักษณ์อื่นของเขาอยู่

            คุณครูสาวนั่งดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนของแม่อร จนได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวจึงได้เดินออกไปดู เห็นมนต์ชัยลงมาจากรถเก๋งที่ขับมาส่ง แถมเสื้อผ้าก็เป็นชุดเดียวกันกับผู้ชายที่เธอเห็นที่ข้างถนนนั่นจริง ๆ

            “ใครมาส่งพี่ชัยเหรอคะ?” เสียงหวานดังขึ้นถามชายคนรัก เล่นเอามนต์ชัยถึงกับสะดุ้ง

            “จันทร์!

            “ค่ะ...จันทร์เอง ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีอย่างนั้นละคะ”

            “เอ่อ...เปล่าจ้ะ คือพี่แค่แปลกใจว่าทำไมป่านนี้จันทร์ยังไม่กลับไปพัก เห็นแม่บอกว่าวันนี้จันทร์ไปทำงานพิเศษด้วย กลับมาจากทำงานก็น่าจะพักสบาย ๆ อยู่ที่ห้องนะ” มนต์ชัยเดินเข้ามาโอบกอดแฟนสาวของตนเอง

            “พี่ชัยคะ จันทร์ถามตรง ๆ นะคะ ผู้หญิงที่พี่ทะเลาะด้วยที่ข้างถนนนั่นเป็นใครคะ?” รัตน์จันทร์ไม่อ้อมค้อม ตัดสินใจถามเข้าประเด็นที่ตนเองสงสัยทันที แต่ทำเอาคนที่โดนถามถึงกับไปไม่เป็น คลายอ้อมแขนที่โอบรัดหญิงสาวออกมามองหน้าเธอด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ ก่อนที่จะรีบหลบสายตาไปทันที

            “หืม..เอ่อ..อะ..อะไร..ใครกันทะเลาะที่ข้างถนน จะ..จันทร์ไปเห็นมาจากที่ไหนเหรอ”

            “ก็ตรงถนนใหญ่ที่จะเข้ามาบ้านนี่ล่ะค่ะ”

            “ไม่ดีเลยเนอะ ไม่รู้ใครกัน ไปทะเลาะกันอยู่ตรงนั้น..อันตรายจัง พี่ร้อนน่ะจันทร์ พี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ” มนต์ชัยตอบพร้อมกับรอยยิ้มแหย ๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง

            “พี่ชัยอย่าเพิ่งไปค่ะ คุยกับจันทร์ให้รู้เรื่องก่อน” รัตน์จันทร์เดินไปดักหน้าชายหนุ่ม ขวางไว้ยังไม่ให้คนรักเข้าไปในบ้าน

            “พี่ร้อนน่ะจันทร์ แล้วนี่มันก็ดึกแล้วด้วย พี่ว่าจันทร์กลับห้องไปพักเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีกนะ”

            “นี่พี่ชัยจะไม่เคลียร์กับจันทร์จริง ๆ ใช่ไหมคะ?”

            “ไม่ใช่ว่าพี่จะไม่เคลียร์ แต่ว่ามันไม่มีอะไรจะให้เคลียร์ต่างหากล่ะจันทร์”

            “นี่พี่ยังบอกว่าเราไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันอีกเหรอคะ จันทร์เห็นมากับตา ว่าพี่ไปยืนทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ข้างทาง ไหนพี่บอกว่าเรารักกัน จะแต่งงานกัน แล้วทำไมแค่ตอบคำถามจันทร์แค่นี้ไม่ได้คะ คนที่รักกันจะแต่งงานกัน เขาต้องพูดกันได้ทุกเรื่องไม่ใช่เหรอคะ”

            “ก็พี่ไม่มีอะไรจะพูดจริง ๆ จันทร์ตาฝาดไปเอง จันทร์ก็เห็นว่าเพื่อนพี่เพิ่งจะมาส่ง แล้วพี่จะไปทะเลาะกับใครข้างทางได้”

            “ทะเลาะกับฉันยังไงล่ะ!!” 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha