คืนหวามวิวาห์สวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : หนีสุดชีวิต 50 %


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หนีสุดชีวิต

 

      ทันทีที่ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าแตะสัมผัสกับพื้นดินเบื้องล่าง สองแขนเล็กเกร็งที่รูดพาตัวเองลงมาจากชั้นสองของบ้านด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวที่มัดตึงขึงแน่นไว้กับราวระเบียงก็รีบปล่อย

ใบหน้างามนวลผ่องเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อมั่นใจเห็นว่าปลอดคนแน่ ก็รีบถกชายกระโปรงยาวเฟื้อยลากเลื้อยของชุดเจ้าสาวขึ้น ก่อนจะกวดฝีเท้ามุ่งตรงไปยังกำแพงสูงที่ล้อมรอบขอบชิดอาณาบริเวณบ้านหลังใหญ่ของจักรวิน ประจักษ์โชคไพศาล...นายหัวหนุ่มผู้เหี้ยมโหดแห่งเขาทัดตะวัน

          มายาวี ธารีรัตน์ไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นชุดใหม่ที่เคลื่อนไหวได้ทะมัดทะแมงกว่านี้ เพราะทันทีที่เขารู้ตัวว่าเธอหนี จักรวินคงต้องออกตามไล่ล่าอย่างไม่ลดละแน่นอน

ร่างเปรียวหยุดหายใจหอบแฮ่ก เมื่อผลุบตัวหายเข้าไปหลบอยู่หลังพุ่มพู่ระหงที่ปลูกเป็นแนวยาวไปกับเขตรั้วด้านหลังของบ้าน หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นส่ำแทบกระโดดเด้งออกมานอกหน้าอก รู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี่มันสุ่มเสี่ยงขนาดไหน เพราะถ้าถูกเขาจับได้ เธอคงแหลกยับคามือในสภาพที่ไม่สวยนัก แต่มันก็ดีกว่ายอมปล่อยให้ผู้ชายโฉดนั่นมาหาความสุขเสพสมบนเรือนร่างเธอไม่ใช่หรือ?

แต่งงานใช้หนี้

พิโธ่พิถัง นั่นมันพล็อตนิยายเก่าคร่ำครึโบราณนานเน แต่ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน นักเขียนทั้งหลาย ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ก็มักจะชอบหยิบเอามุขนี้มาใช้เป็นการสร้างปมผูกเรื่องราวระหว่างพระนางให้มีสีสัน

หึหึ...แต่เรื่องจริง ชีวิตจริงที่เธอกำลังเผชิญอยู่มันน้ำเน่าเสียยิ่งกว่า

เมื่อนายมนัสผู้บิดาทำธุรกิจเจ๊งไม่เป็นท่า จนต้องบากหน้ามายืมเงินชายหนุ่มรุ่นลูก ลูกชายของเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปนานแล้วเพื่อช่วยพยุงกิจการ แต่แล้วความพยายามครั้งนี้ก็กลับล้มเค้เก้ไม่เป็นท่าอีกครั้ง

โรงงานถูกปิด พร้อมกับหนี้ก้อนโตสูงเฉียดๆ แปดหลัก สร้างความท้อแท้ใจสิ้นหวังให้กับนายมนัสจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ภาพที่ผู้เป็นพ่อเอาปืนจ่อศีรษะตัวเองหวังปลิดชีพเพื่อลาโลกยังคงติดตาเธอ

มายาวีวิ่งเข้าไปเกาะแข้งกอดขาท่าน ขอร้องอ้อนวอนพร้อมให้คำสัญญิงสัญญาว่าจะทำทุกทางเพื่อให้บิดายังหายใจอยู่ต่อไป และนั่นก็คือที่มาของงานวิวาห์ฟ้าแล่บเพื่อแทนการชดใช้หนี้ในวันนี้

เธอคงจะทำใจได้ง่ายกว่านี้ หากเจ้าบ่าวของเธอไม่ใช่เขา...จักรวิน ประจักษ์โชคไพศาล ผู้ชายหน้าดุที่ชอบพูดจาโผงผางวางอำนาจ และมองเธอเหมือนเป็นวัตถุทางเพศชิ้นหนึ่ง

สายตาคมปักลงมาที่หน้าอก ลามเลียที่ก้น จนเธอหน้าร้อนผ่าว ยังจะคำพูดคำจาเวลาอยู่กันสองต่อสอง แค่วาจาแทะโลมหยาบโลนของเขาก็ทำเอาเธอแทบตัวติดไฟลุกไหม้เลยทีเดียว

เธอไม่รู้หรอกว่า ผู้ชายคนนั้นถูกอกถูกใจเธอตรงไหน ถึงได้เอ่ยปากขอแลกหนี้สิบล้านกับการแต่งงานกับเธอ แต่การได้ตัวเธอมาบำเรอความใคร่ก็คงจะดีกว่าที่จะสูญหนี้ไปเปล่าๆ กระมัง เพราะจักรวินคงประเมินแล้วว่า นายมนัสไม่มีหนทางไหนจะหาเงินมาใช้หนี้คืนให้ได้แน่ๆ แต่ที่ต้องให้ความช่วยเหลือก็เพราะคำสั่งเสียของบิดาเขาที่เป็นเพื่อนรักกับพ่อของเธอนั่นแหละ

เจ้าบ่าวหมาดๆ ของเธอ เมาหยำเปตั้งแต่หัวค่ำ นิสัยของเขาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเหล้าเข้าปาก...จากที่แย่อยู่แล้ว มันยิ่งแย่ไปเสียยิ่งกว่าเดิม จากผู้ชายหน้าบึ้งเปลี่ยนเป็นผู้ชายหน้ามึน มือยืดมือยาวเป็นหนวดปลาหมึก จับได้เป็นจับ จูบได้เป็นจูบ แถมยังมือเหนียวหนึบเป็นตุ๊กแกไม่ยอมปล่อยมือจากตัวเธอเลย เดี๋ยวจับนม เดี๋ยวลูบก้น ต้นขาบ้างละ

ต่อหน้าธารกำนัน คนมากมายเขายังไม่มียางอายเลย เธอจึงไม่อยากคิดเลยว่า ค่ำคืนนี้จะยิ่งเลวร้ายสักแค่ไหน เมื่อต้องเสียเนื้อเสียตัวที่แสนหวงแหนให้กับเขาไป ในตอนที่กำลังเมาขนาดนั้น โดยไม่มีเรื่องของความรักมาเกี่ยวข้องแม้สักกระผีก คิดแล้วก็อดสูเศร้าใจนัก

เมื่อไหนๆ เขาก็เซ็นต์ยกหนี้ทั้งหมดให้กับบิดาของเธอ แลกกับการได้ลายเซ็นต์ของเธอบนใบทะเบียนสมรสไปแล้ว ตอนนี้มายาวีขอหนีไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าจะทนถูกผู้ชายอย่างนั้นมาย่ำยี

แหมะ...

หยาดน้ำเปียกชื้นที่ตกลงกระทบแขนไม่ใช่น้ำตา ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นมองท้องฟ้าแล้วเห็นว่าสายฝนกำลังลงเม็ด ซึ่งนั่นจะทำให้การหนียากยิ่งขึ้นไปอีก

ไม่มีเวลาแล้ว...หญิงสาวบอกกับตัวเอง ก่อนจะปีนป่ายข้ามกำแพงรั้วสูงอย่างทุลักทุเลเพื่อออกไปให้พ้นจากกรงขนาดมหึมาที่จะกักขังอิสรภาพของเธอตลอดไป

ตุ๊บ...

“โอ้ย” คนก้นกระแทกพื้นร้องครวญเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก ราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะได้ยินไปถึงหูเขา ที่ป่านนี้เขาอาจจะขึ้นมาถึงห้องนอนชั้นบน และงัดประตูแน่นหนาที่เธอปิดล็อกไว้ออกแล้วก็ได้

จักรวินจะทำหน้ายังไงหนอ เมื่อพบว่าเจ้าสาวค่าตัวเฉียดสิบล้านของตัวเองหายไปจากในห้องหอเสียแล้ว

เธอไม่เสียเวลาคิด ทันทีที่ลุกขึ้นยืนได้เต็มฝ่าเท้า หญิงสาวก็รีบสับขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ไปตามถนนทางลูกรังที่ทอดยาวไปถึงไหนไม่อาจรู้ได้ ท่ามกลางความมืดสลัวที่พอมองเห็นทางบ้างจากแสงของพระจันทร์

น้ำตาจากฟ้าเริ่มหนาเม็ดขึ้น มันคงเป็นฝนหลงฤดู แต่ทำไมต้องมาตกเอาในวันนี้ด้วย...ช่างเลือกวันดีเสียจริงๆ

ชายกระโปรงลูกไม้ถูกถ่วงด้วยน้ำฝนค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นจนเป็นภาระ เท้าเปล่าๆ ที่เหยียบย่ำลงไปบนพื้นดินแฉะและก้อนกรวดก้อนหินบ้างเริ่มเจ็บระบม ฟ้าฝนก็เริ่มสาดโครมหนักไม่ลืมหูลืมตา ช่างไม่เห็นใจเธอบ้างเลย

“ว้าย”

ให้ตายเถอะ เท้าเล็กเหยียบเข้าใส่ชายกระโปรงจนหกล้มหกลุกลงไปกองกับพื้น ฝ่ามือที่เท้าลงไปบนก้อนหินเจ็บแปลบขึ้นมา มายาวีนั่งหอบเหนื่อยเปียกปอนไปทั้งเนื้อทั้งตัว ยกมือขึ้นมาอังเม็ดฝนมองหาที่หลบก่อนชั่วคราว แต่ยังไม่ทันจะเจอกระท่อมร้างข้างทางเหมือนในหนังไทย ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มมุ่งตรงมาทางนี้

หญิงสาวฉีกยิ้มอย่างดีใจในแว่บแรก เมื่อคิดว่าจะเจอที่พึ่งยามยาก แต่พอลำแสงจากไฟหน้ารถสาดส่องฝ่าเม็ดฝนหนานั่นเข้ามาใกล้ เธอก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้ว

รถกระบะสัญชาติยุโรปที่เก่าคร่ำ นิยมเอาไว้ใช้ลุยงานหนักในสวนในไร่จอดเอี๊ยดลงห่างออกไปไม่ถึงสองเมตร เมื่อเห็นบางสิ่งเกะกะขวางทางอยู่

ประตูรถถูกเปิดผัวะ พร้อมร่างสูงใหญ่ที่ก้าวลงมา ตัวเธอชาวาบ ความเย็นยะเยียบแล่นลิ่วไปตามแนวกระดูกสันหลังตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า เพราะถึงเห็นหน้าของคนขับไม่ชัดเจนนัก แต่รูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนจังก้าท่ามกลางแสงไฟหน้ารถและสายฝน ทำให้ต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก

“เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นงั้นหรือ?”

เสียงที่ไม่อยากได้ยินมีผลทำให้ก้นราวติดสปริงเด้งดึ๋งขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว

น้ำเสียงก้องกังวานนั่นยืนยันด้วยภาพและเสียงอย่างนี้ไม่ผิดแน่...ปีศาจตนนั้นหาเธอพบแล้ว

สองเท้าที่นิ่งไปนาน ก้าวขาออกวิ่งอีกครั้ง แต่ได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างเล็กก็ถูกกระชากกลับไปอยู่ในอุ้งมือที่แข็งปานเหล็กกล้าและบีบรัดแน่นจนจวนเจียนกระดูกแหลก

“จะไปไหน?”

ใบหน้าถมึงทึงเหม็นส่าเหล้าจนเธอแทบเมาตามไปด้วยชะโงกเข้ามาถาม

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ...ปล่อยโว้ย”

กำปั้นเล็กๆ ทุบลงไปที่ต้นแขนแน่นล่ำตึงซึ่งไม่สะทกสะท้านแม้แต่นิด

“ไม่ปล่อยโว้ย มีแรงดีดดิ้น ก็ดิ้นไป แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเธอจะเสียแรงเปล่า”

ใครกลัวคำขู่ของคนเสียงดังเหมือนฟ้าฝ่านี่กัน เพราะร่างของเธอยังคงดีดดิ้นเท่าที่แรงมี เท่าที่ทำได้ แต่สุดท้ายก็ถูกรวบตัวเอาไว้ พร้อมกับจ่อเนื้อโลหะเย็นยะเยียบมากดที่พวงแก้ม

อาการขัดขืนทั้งหมดทั้งมวลชะงักงัน ก่อนที่ร่างเพรียวที่กระโดดเหย็งๆ ราวกุ้งเต้นจะสงบนิ่งเป็นหมาหงอยทันทีที่เห็นมัจจุราชดำมะเมื่อมที่อยู่ในมือเขา

แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวก็ถึงกับต้องใช้ปืนขู่เชียวหรือ...ไอ้ผู้ชายสารเลวเอ๊ย!

“ถ้าไม่อยากเป็นศพอยู่ตรงนี้ ก็ไปขึ้นรถเสียดีๆ...เร็ว”

เสียงตวาดดังลั่นนั่นทำเอาเธอสะดุ้งโหยง ตัวสั่นพั่บๆ ก่อนจะยกสองมือขึ้น น้ำตาลูกโตๆ ก็กลิ้งไหล สะอื้นเบาๆ เดินไปที่ประตูด้านข้างคนขับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อแฟนหนุ่มที่คบหากันมาหลายปีดีดัก ชิ่งหนีไปทันทีที่รู้ว่าครอบครัวเธอล้มละลาย...มายาวีต้องกลายเป็นหม้ายขันหมาก ทางเดียวที่เธอจะแก้หน้าและกอบกู้ศักดิ์ศรี พร้อมกับใช้หนี้ในเวลาเดียวกัน คือการแต่งงานกับเขา ผู้ชายถึกห่ามห้าว...แต่หล่อล่ำและรวยเว่อร์...อะไรก็ดีหรอก เสียแต่ปากของเขา...มันเป็นอย่างนี้...."

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha