คืนหวามวิวาห์สวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : หนีสุดชีวิต 100 %


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ไอ้คนเฮงซวยเอ๊ย! แน่จริงอย่าใช้เครื่องทุ่นแรงสิ

“ให้ไวเร็ว...ให้ไว...และก็นั่งให้นิ่งๆ ด้วย ขืนเธอขยับ ฉันเป่าเธอทิ้งข้างทางนี่แน่ๆ”

คำข่มขู่ได้ผลมายาวีกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงด้วยความกลัว เปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งบนรถตัวสั่นพั่บๆ ยิ่งกว่าหนาวเหน็บเพราะสายฝน กระทั่งไอ้คนเลวกลับขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัยแล้วเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งห้อตะบึงรถคันโตที่เครื่องยนต์คำรามลั่นไปยังทางมืดมิดข้างหน้าท่ามกลางป่ารกสองข้างทางและสายฝนที่ค่อยๆ ซาเม็ดลง

“จะพาฉันไปไหน?”

 เธอแน่ใจนี่มันไม่ใช่ทางกลับไปบ้านเขาแน่ๆ

ไร้คำตอบใดๆ กลับมา มายาวีหันไปมองเสี้ยวหน้าคร้ามแกร่งที่บึ้งตึง ใบหน้าของจักรวินยามนี้ดูน่ากลัวเหมือนฆาตรกรที่กำลังจะฆ่าคน...หรือบางทีเขากำลังคิดจะพาเธอไปฆ่าปิดปากจริง

“เราจะไปไหนกันคะ?”

น้ำเสียงถามอ่อนลง เริ่มมีจ๊ะจ๋า...คะขาให้หวานหู เมื่อรถกลับมาวิ่งบนถนนลาดยางอีกครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ยอมตอบ ตอนนี้มายาวีเริ่มหนาวสั่นเพราะกระจกด้านข้างถูกเปิดไว้ให้ลมโกรก และละอองน้ำเล็กๆ ก็ส่งความชื้นมากระทบผิวจนเนื้อตัวหน้าตาเย็นชืดน่ากลัวจะเป็นไข้หวัดเอาได้

เธอได้แต่คาดเดาความคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคำตอบคือความเงียบ แล้วชั่วโมงอันยาวนานที่ทำให้เธออกสั่นขวัญแขวนก็กำลังจะสิ้นสุด เมื่อคนขับหักพวงมาลัยลงข้างทาง เธอได้ยินเสียงคลื่นทะเลชัดเจน อย่าบอกนะว่าเขาจะพาเธอมาฆ่าทิ้งถ่วงน้ำ

ขณะที่มายาวีกำลังคิดอย่างประหวั่นพรั่นพรึง ประตูเหล็กหนาหนักด้านข้างเธอก็ถูกเปิดออก พร้อมกับมือหนาที่ยื่นมากระชากต้นแขนอย่างแรงโดยไม่คิดจะทะนุถนอม

“ลงมา”

“โอ้ย...พูดดีๆ ก็ได้”

เธอแหวเข้าใส่ พร้อมกับจิกทึ้งลงไปบนมือของเขา แต่ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะไม่มีต่อมรับรู้ความเจ็บปวดหรือไง ถึงได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“อย่างเธอมันพูดดีด้วยไม่ได้”

เสียงคำรามลั่นตอบกลับมา พร้อมกับลากลู่เธอไปตามพื้นทราย

“นี่จะทำอะไรฉัน...จะพาฉันไปไหน”

มายาวีดีดดิ้นด้วยความกลัว เสียงคลื่นซัดสาดชัดขึ้นทุกขณะ แล้วร่างของเธอก็ถูกเหวี่ยงลงไปจนกองกับพื้นทราย ท่ามกลางแสงจันทร์สว่างจ้าของฟ้าหลังฝน

ร่างสูงยืนตระหง่านมองมาที่เธอ แม้เห็นสายตาของเขาไม่ชัดเจน แต่น้ำเสียงและการกระทำก็บอกให้รู้ว่า จักรวินกำลังโกรธเกรี้ยว...คนที่ทั้งโกรธ ทั้งเมา คงควบคุมตัวเองได้ยาก เขาอาจจะพลั้งมือทำอะไรร้ายๆ อย่างที่เธอคาดไม่ถึงก็ได้

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะคุณจักร...ฉันยอมแล้ว...ยอมจริงๆ ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว”

เธอลงทุนอ้อนวอนยกมือไหว้ปะหลกๆ ร้องขอชีวิต...เอาตัวให้รอดไปก่อน จะหนีหรืออะไรค่อยว่ากันทีหลัง

“ฮะ...ฮะ...ฮ่า...”

 เสียงระเบิดหัวเราะดังลั่น เหมือนว่าเขาเพี้ยนไปแล้ว ก่อนจะส่องปืนมาที่เธออีก

“เธอจะให้ฉันลงโทษเธอยังไงดี”

เสียงถามเหมือนยอมเจรจา

“ทุกอย่างค่ะ ฉันยอมทุกอย่าง”

ดวงตาวาบวาวจับจ้องมองมาที่เธออย่างหื่นกระหาย มายาวีตัวสั่นน้อยๆ

“ลุกขึ้น...เร็วๆ แล้วเดินไปข้างหน้า”

เธอรีบทำตามคำสั่งเสียงดังปานฟ้าผ่านั่น เดินเลียบชายหาดไปตามแสงจันทร์สว่างกลางฟ้าหลังฝน เดินไปเรื่อยๆ ไม่กล้าตุกติกตราบที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขายังตามมาข้างหลัง นึกเห็นภาพปลายกระบอกปืนที่ส่องมาที่เธออาจจะลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นมาตอนไหนก็ได้โดยเฉพาะในยามที่มันอยู่ในมือของผู้ชายเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอย่างนั้น

ไกลหลายร้อยเมตรที่เธอเดินมาด้วยฝ่าเท้าเปล่าๆ ที่ตอนนี้เจ็บจนชาไปหมดแล้ว มายาวีมองเห็นบ้านสองชั้นใต้ถุนสูงหลังหนึ่งที่ปลูกสร้างเหนือชายหาดขึ้นไป

“บ้านใครคะ?”

“ไม่ต้องถาม ไปที่นั่น”

เสียงเข้มสั่งกลับมา เธอค้อนลมค้อนแล้งไปอย่างนึกแค้นเคือง อย่าให้เป็นทีของตัวเองบ้างเถอะ ก่อนจะก้าวฝีเท้าเข้าไปในบริเวณบ้าน และขึ้นบันไดไปชั้นบนตามคำสั่ง

“หยิบกุญแจที่หลังมูลี่ แล้วเปิดประตูเร็ว”

เสียงเข้มไม่มีตกสั่งตะคอก

มายาวีทำตาม เธอควานมือหาหลังมู่ลี่ก็พบกุญดอกหนึ่งจึงรีบเอามาเปิดไขประตู

“ให้เร็ว”

“เดี๋ยวสิ”

มือไม้เธอสั่นไปหมดแล้ว ยังมาเร่งอยู่ได้

“อย่าคิดถ่วงเวลาให้ยาก ช้าหรือเร็วเธอก็โดนอยู่ดี”

คำข่มขู่นั่นเรียกดวงตางามตวัดมอง ค้อนน้อยๆ คนช่างข่มขู่ หมอนี่คงวางอำนาจกับลูกน้องจนชินสินะ

“ลองคุณมีปืนจ่ออยู่อย่างฉันบ้างแล้วจะรู้”

บ่นไปก่อนจะเสียบลูกกุญแจไขเปิดประตูเป็นผลสำเร็จ

“ปากดี...ยังมีหน้ามาเถียงอีก”

 คนว่าผลักฝ่ามือที่กลางแผ่นหลัง ร่างที่ยังไม่ทันก้าวทรงตัวดีถลาไปข้างหน้า พอหันขวับกลับมาแสงไฟก็ถูกเปิดพรึ่บสว่างกระจ่างไปทั้งห้อง

ข้างในถูกตกแต่งเอาไว้ดูหรูหราทีเดียว มีสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน กระทั่งบาร์เครื่องดื่ม คล้ายกับบ้านพักตากอากาศ

“ไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นมาให้หน่อย อย่าคิดตุกติกหรือลูกไม้ เพราะลูกปืนในมือฉันมันขี้หงุดหงิด อาจจะลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นมาตอนไหนก็ได้...เข้าใจ๋”

ย่ะ...เธอรับคำอยู่ในใจ มองเขาที่หันไปปิดล็อกประตูแน่นหนาอย่างไม่สบายใจนัก ก่อนจะตะบึงตะบอนเดินอ้อมไปที่ตู้เย็นหลังบาร์เครื่องดื่ม เมื่อเปิดตู้เย็นดูก็ต้องประหลาดใจ นอกจากเครื่องดื่มที่เตรียมไว้ไม่พร่อง ยังมีของสดอีกหลายอย่างแช่เอาไว้ แปลว่าที่นี่ต้องมีคนอยู่สินะ

“เร็วๆ...ให้ไว”

น้ำเสียงเร่งจำที่เธอต้องหยิบเบียร์กระป๋องหนึ่งมายื่นให้คนที่นั่งเอกเขนกแสนสบายรอที่โซฟา

“เปิดให้ด้วย”

“เอ๊ะ!...คุณก็...”

“อ๊ะๆ” เสียงร้องในลำคอ พร้อมกับกวัดแกว่งปืนในมือไปมา

มายาวีจำต้องเอาเบียร์กลับมาดึงสลักเปิด ก่อนจะยื่นคืนให้โดยวางบนโต๊ะกระจกกลมเบื้องหน้า ตอนนี้จักรวินกำลังนั่งไขว้เท้าเอนหลังพิงโซฟาตัวใหญ่ ท่าทางคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอันดี แสดงว่ามาบ่อย

มือหนาคว้ากระป๋องเบียร์ยกขึ้นจิบ ก่อนจะทำเสียงเหมือนชื่นใจเสียนักหนา สายตาไม่ละไปจากเธอ

“ถอยไปยืนกลางห้องซิ”

เขาสั่งพร้อมโบกปืนไล่

มายาวีทำตามอย่างว่าง่าย ไม่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับทางปืน

“เอาล่ะ ทีนี้ถอดชุดออก...ทีละชิ้น ให้เร็ว”

“อะไรนะ?”

เธอถามกลับไปเสียงแหลมอย่างตกใจ

“แก้ผ้าไง เร็วสิ”

“จะให้ฉันถอดตรงนี้หรือ ได้ยังไงกัน ฉันอายนะ”

“จะอายอะไร เป็นผัวเป็นเมียกัน เดี๋ยวยังไงฉันก็ต้องได้เห็นหมดอยู่ดี”

 พูดออกมาเหมือนรำคาญคนท่ามาก พร้อมกับยกเบียร์ขึ้นจิบอย่างสำราญใจเหลือเกิน

“เร็วสิ...อย่าคิดตุกติกให้ไอ้นี่มีน้ำโห เดี๋ยวศพจะไม่สวยเสียเปล่าๆ”

ว่าพร้อมกับชูปืนในมือขู่...ขู่ได้ขู่ดี อย่าให้เธอเป็นฝ่ายถือปืนบ้างก็แล้วไป แม่จะซัลโวให้หมดแม็กเชียว มายาวีขยับชุด แต่เนื่องจากซิปมันอยู่ด้านหลัง จึงไม่สะดวกนัก

“ฉันเอื้อมมือไม่ถึงซิปด้านหลัง” .

เธอบอก ส่งสายตาขอความช่วยเหลือ

“วู้...เรื่องมาก...ยุ่งยาก จะใส่ทำไมไอ้ชุดที่มันถอดยากๆ นี่น่ะ ต้องเป็นภาระฉันอีก”

 มือหนากระแทกกระป๋องเบียร์ วางปืนลงที่โต๊ะกระจกตรงหน้า แล้วร่างสูงก็ลุกพรวดเดินเข้ามาหา

มายาวีมองปืนที่ถูกวางทิ้งเอาไว้ กำลังสองจิตสองใจว่าจะทำยังไงดี เธอไม่ยอมตกเป็นหมูในอวยให้ง่ายๆ จักรวินก็แค่ผู้ชายตัวใหญ่กว่า และกำลังเมา ไร้อะไรมาเป็นเครื่องต่อรองในมือแล้ว

“หันหลังมาสิ...ให้ไว”

 เสียงตะคอกออกคำสั่ง

แต่เธอไม่ทำตามสั่ง กลับฉีกยิ้มหวานให้ พร้อมกับแอ่นหน้าอกเข้าหาอย่างยั่วยวน

“อย่าใจร้อนสิคะคุณจักร”

ว่าพร้อมกับวางมือทั้งสองข้างลงบนบ่าล่ำสัน ส่ายอกเข้าไปใกล้เพื่อให้ชายหนุ่มเห็นร่องทรวงอวบอิ่มที่ปริ่มชุดเกาะอกถนัดถนี่ขึ้น

ท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เขางงเป็นไก่ตาแตก นี่เจ้าหล่อนจะมาไม้ไหนกัน?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อแฟนหนุ่มที่คบหากันมาหลายปีดีดัก ชิ่งหนีไปทันทีที่รู้ว่าครอบครัวเธอล้มละลาย...มายาวีต้องกลายเป็นหม้ายขันหมาก ทางเดียวที่เธอจะแก้หน้าและกอบกู้ศักดิ์ศรี พร้อมกับใช้หนี้ในเวลาเดียวกัน คือการแต่งงานกับเขา ผู้ชายถึกห่ามห้าว...แต่หล่อล่ำและรวยเว่อร์...อะไรก็ดีหรอก เสียแต่ปากของเขา...มันเป็นอย่างนี้...."

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha