คืนหวามวิวาห์สวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ลงทัณฑ์เจ้าสาว 100 %


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ผมจะพาคุณไปนอน หรือจะนอนอยู่ตรงนี้”

น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่ก็ยังไม่ลดความกระด้างเสียทีเดียว

เธอปล่อยให้มือของคนที่แสนรังเกียจแตะต้องตัวเองไม่ได้ หญิงสาวพยายามปัดป้องขัดขืน แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนเพราะหมดเรี่ยวหมดแรง แค่ลุกขึ้นยังจะไม่ไหว อย่าคิดถึงว่าจะยืนด้วยขาของตัวเองเลย

ในส่วนซอกเร้นลับที่ถูกเขาล่วงล้ำจนหนำใจก็เจ็บแสนเจ็บ เพราะไม่มีความปราณีปราศรัยใดๆ จากปีศาจตรงหน้านี้

จักรวินพลิกร่างเธอให้หงายเงยขึ้นมา ก่อนจะโอบอุ้มร่างเปลือยเปล่าเอาไว้ในวงแขน เธอจ้องเขาด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เขาไม่ได้มองตอบมา

เรือนร่างบึกบึนหนาล้อนจ้อน ผิวเนื้อสีแทนเข้มด้วยกรรมพันธุ์และงานที่ต้องตากแดดตากลมอาบไล้ให้ผิวกายของเขาดูเข้มสมเป็นชายชาตรีที่แข็งแกร่ง

ดวงตาเคืองขุ่นเกรี้ยวกราดทอประกายอ่อนลง เมื่อพิจารณาเสี้ยวหน้าคมคาย ทั้งหัวคิ้วดำดก ดวงตาคมลึกที่ดูดุอยู่เป็นนิจ สันจมูกโด่งคมที่ทำให้บางครั้งหน้าตาเขาดูออกไปทางพวกแขก มาถึงริมฝีปากหยักหนาหากว่าได้รูป เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วเขาก็ดูหล่อเหลาเอาการอยู่เหมือนกัน เรียวฟันขาวสะอาดตาเวลาแย้มริมฝีปาก เธอยังไม่เคยเห็นเขายิ้ม แต่เชื่อว่ามันจะเป็นยิ้มพิมพ์ใจ และตรึงสายตาสาวๆ น้อยใหญ่ได้ไม่น้อยทีเดียว

เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน มายาวี เธอจะมองเขาในด้านดีไปทำไม ในเมื่อผู้ชายคนนี้แสนจะร้ายกาจกับเธอ

ก็ดูอย่างเรื่องที่เขาทำกับเธอข้างนอกนั่นสิ...นั่นมันเข้าข่ายขืนใจกันชัดๆ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขา แต่จักรวินก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับเธออย่างนี้

ที่สุดเขาก็พาเธอเข้ามาถึงในห้องนอน ที่มีอยู่ห้องเดียว วางเธอลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมนุ่มนวล อาจจะเพราะเพิ่งระลึกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิง มายาวีรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายอย่างอายๆ เมื่อสายตาเขาจับจ้องไม่ลดละวางตา

“เจ็บมากเลยหรือไง?”

 ถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใย เมื่อเห็นดวงตาสวยแดงระเรื่อ มีน้ำตาคลอเบ้า ก็นึกสงสารขึ้นมานิดๆ

ชิ...ทำมาถามเป็นคนดี แต่เธอไม่เชื่อหรอก อย่าคิดมาตบหัวแล้วลูบหลัง ยังไงมันก็ไม่ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้

“เจ็บสิ...ถามได้”

น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดตอบกลับไป

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำคุณเจ็บหรอกนะ แต่คุณรนหาที่เอง” ดวงตาคมวาวที่มองมา เหมือนกำลังจะตอกย้ำว่า เธอสมควรโดน...

นี่ไงล่ะ เห็นไหม? คนอย่างเขาหรือจะมีจิตสำนึกจริงๆ

ดวงตางามค้อนขวับด้วยตาแดงๆ ก่อนจะสะอื้นเบาๆ น้ำตาไหลพราก

ทำเอาคนหน้าเหี้ยมหน้าเหวอไปเลยทีเดียว

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมาเล่นบทโศกหรอกนะ ยังไงคุณกับผมก็ต้องทำเรื่องอย่างว่ากันวันยังค่ำ โอเคว่าคืนเข้าหอของเรามันอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณเคยคิดเอาไว้”

“ฉันไม่เคยคิด”

รีบสวนขึ้นมาทันควัน

“จริงเหรอ?”

เขาทำหน้าตาเหมือนไม่เชื่อ

“ฉันน่ะผู้หญิงยิงเรือ ถึงไม่กุลสตรีเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว แต่ก็ไม่ได้ลามกทุกขณะจิตเหมือนคุณหรอก”

“กล่าวหากันอีกแล้ว”

เขาว่าส่ายหน้าเบาๆ ชีวิตแต่งงานของเขา ท่าจะโหด มัน ฮา เพราะมีเมียที่พยศได้ใจ

“เชอะ กล่าวหาเหรอ”

เธอเชิดหน้าบึ้งๆ บอกว่าไม่เชื่อหรอก

“เอ้าๆ ผมไม่ขัดใจเมียก็ได้ ว่าแต่ผู้ชายที่ลามกทุกขณะจิตนี่มันควรจะทำอะไร เวลาอยู่ในที่รโหฐานสองต่อสอง กับผู้หญิงแก้ผ้าอวดโนมเนื้อขาวๆ กับของดีแม่ให้มายั่วกันล่ะ”

ใบหน้างามหันขวับมามองหน้าตาตื่น คนหน้าด้านหน้าทน ดูสิเพิ่งอิ่มแปล้ไปแท้ๆ เทียว กลับมาผงกหัวหงึกหงักเหมือนจะชวนเธอให้ต่อยกสอง มายาวีทำท่าขนลุกขนพองรีบหันสายตาหนี

“ถ้าคุณทำอะไรฉันอีกละก็ จะกัดลิ้นดิ้นตายให้ดู เจ็บจะตายอยู่แล้ว คนใจร้าย”

เธอแหวเข้าใส่ทั้งน้ำตา

“กัดลิ้นดิ้นตาย...ง่ายขนาดนั้นเชียว” ถามกลั้วขำ ทำหน้าว่าไม่เชื่อ

“แล้วผมจะช่วยอะไรได้ล่ะนี่?”

ทำหน้าคิดหนัก

“ทำไมคุณไม่ไปหาผ้าผ่อนมานุ่งเสียล่ะ หน้าไม่มียางอายบ้างหรือไง?”

“อายทำไม ผมมีอะไรต้องอาย”

ว่าแล้วก็ผายมือราวกับภูมิใจเหลือล้นที่จะนำเสนอตัวเอง

มายาวีแอบลอบกลืนน้ำลาย โอเคไม่เถียงก็ได้ว่ารูปร่างของนายจักรวินนะชวนมองชวนจิ้นไปถึงไหนๆ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วน...เน้นย้ำว่า ทุกสัดส่วน ล่ำสันดูดี ไม่มีไขมันหรือส่วนเกินตรงไหนให้เกะกะสายตา บ่าไหล่หนา หน้าอกผึ่งผาย ซิกแพ็กเป็นคลื่นลอนชัดเจน เอวสอบ สะโพกผายมีมัดกล้ามเนื้อ ต้นขาแน่นล่ำสัน...และไอ้ส่วนที่ข้ามไป ไม่ได้บรรยายน่ะ ก็อื้อหื้อ...ไม่เบา ไม่งั้นคงไม่ทำเอาน้องสาวเธอจุกเจ็บจนระบมอย่างนี้หรอก

แค่คิด...ไม่ต้องมอง...ที่จำได้ก็เพราะมันเห็นทิ่มตาอยู่ ไม่ได้จะประทับใจอะไรนักหนา...แค่นี้หน้าเธอร้อนผ่าวจนจะติดไฟลุกไหม้อยู่แล้ว

พ่อเจ้า...แม่เจ้า...พุทโธ...ธัมโม...สังโฆ

ที่สวดมนต์ที่ไม่ใช่อะไร เพื่อจะปลอบจิตใจให้สงบ ไม่ตื่นเต้นไปกับอะไรที่ได้เห็นจะจะเต็มตานั่นต่างหากเล่า

“คุณไม่อายก็ช่าง...แต่ฉันไม่อยากเห็น มันอุจาด”

เธอลากเสียงยาวเผื่อคำพูดเธอจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงข้างในจิตสำนึกที่อยู่ลึกสุดหยั่งของเขาบ้าง แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผล

ร่างหนาเดินออกไปจากห้อง เธอไม่รู้เขาไปไหน ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง ในเวลาไม่นานนัก

“เอ้านี่คุณ”

มายาวีทำหน้างง เพ่งสายตามอง...ดูเหมือนยางอายของหมอนี่จะมีขึ้นมานิดหน่อย เมื่อเขายอมหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันเอวไว้ แต่ว่าก็ว่าเถอะ ภาพเขานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ก็ยังชวนให้คิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลอยู่ดี

“อะไร?”

เธอมองตลับสีขาวที่เขาวางลงบนมือ บนฝาสกรีนรูปลิงถือลูกท้ออยู่ด้วย

“ยาหม่อง...ลดบวมลดอักเสบได้ ตรงนั้นของคุณคงระบมอยู่กระมัง ทาทิ้งไว้สักพักก็น่าจะดีขึ้น”

“จะบ้าเหรอ?”

 เธอแหวแว้ดเข้าใส่ พร้อมขว้างตลับยาหม่องแทบติดหัวคนหื่น

“มันใช้กับตรงนั้นได้ที่ไหนเล่า”

ขืนบ้าจี้ไปตามเขา เอายาหม่องไปทาน้องสาวจริง คงได้ปวดแสบปวดร้อน ดีไม่ดีจะบวมฉึ่งหนักเสียยิ่งกว่าเก่าอีก

“อ้าว...ก็มันบอกว่าแก้แมลงสัตว์กัดต่อยได้”

ว่ากลั้วเสียงหัวเราะอย่างขบขัน “บ้านนี้ไม่มีหยูกยาติดไว้ ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้ แต่เคยได้ยินโบราณว่าไหม? หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง” คนว่าทำตาพริบพรายเจ้าเล่ห์

มายาวีทำหน้างงอีกคำรบ...จักรวินต้องการบอกอะไร

“ถ้าจะให้แก้ไอ้ที่เจ็บเพราะโดนหนามของผมยอกไป คุณก็คงต้องยอมให้ผมเอาหนามอันเดิมบ่งอีกที แก้กันจะได้หาย”

คนได้รับคำแนะนำตาเหลือกถลน...ลูกตาไหลพรวดลงมามองหนามดุ้นยักษ์ที่ทำเอาเจ็บร้าวระบมแล้วก็ให้อารมณ์ปรี๊ดแตกด่าว่าคนลามก จกเปรตไปอีกชุดใหญ่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจของคนเสนอไอเดีย

จู่ๆ ร่างใหญ่ก็ทิ้งตัวเขละลงมานอนบนเตียงข้างๆ กันไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาเธอขยับตัวหนีแทบไม่ทันเลยทีเดียว ก่อนจะสบถด่าออกไปอีกหลายคำ แต่คนหน้าหนาก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

“เลิกบ่นเหอะ น่ารำคาญ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คุณไม่ง่วงบ้างหรือไง?”

หันมาถาม ก่อนจะยกมือปิดปากหาวหวอดๆ

“ผมง่วงแล้ว ขอนอนพักเอาแรงก่อนล่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาทะเลาะกันต่อ”

พูดอย่างไม่สนใจเธอที่ค้อนประหลับประเหลือกให้จนลูกตาแทบหลุดออกจากเบ้า

“อ้อ! ขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าคิดหนี เพราะไม่อย่างนั้น จะเจอหนักยิ่งกว่าเมื่อกี้...เข้าใจ๋...”

ว่าพร้อมกับยักคิ้วหยับๆ ให้ ก่อนจะนอนหลับตานิ่ง ไม่ถึงนาทีก็กรนคร่อกฟี้ทิ้งกันไปเสียเฉยๆ

อะไรจะกินง่ายอยู่ง่ายหลับง่ายดายอย่างนี้ เหลือเชื่อจริงๆ หมอนี่ไปออกแรงทำอะไรเหนื่อยมาหรือ?

สงสัยเอง แล้วก็ได้คำตอบด้วยตัวเองว่าเขาไปออกแรงอะไรมา ถึงได้หลับเป็นตายภายในเวลาแค่ชั่วนาทีเดียว อย่าว่าแต่เขาเลย เธอเองก็เหนื่อยพอกัน กว่าพิธีการจะเสร็จ ไหนจะตอนที่วิ่งหนีเขาเหมือนหนีตาย พอมาถึงที่บ้านนี้ก็โดนสำเร็จโทษเสียเหนื่อยหอบ หวิวๆ เกือบขาดใจตายเสียหลายหน แต่ไอ้ที่ทำให้ยังลืมตาโพลงค้างอยู่ได้นี่ก็เพราะว่า...เธอยังไม่คิดจะหยุดหนีต่างหากเล่า ยังไงก็ต้องไปให้ได้ เรื่องอะไรจะอยู่บำเรอกามคนหื่นนี่อีก

จักรวินหลับตานิ่งหนีเสียเพราะขี้เกียจเถียงเมียหรอก โบราณว่าเริ่มต้นคืนเข้าหอเป็นยังไง...มันก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดไปในชีวิตคู่...

พอนึกถึงว่าอีกห้าปี หรืออีกสิบปีข้างหน้า เขาคงไม่มีอารมณ์เย็นๆ ทนฟังคำด่าของเมียได้แน่จึงรีบตัดบทหลับหนีเสีย กำลังเคลิ้มๆ จะเข้าสู่นิทรารมย์อยู่แล้วเชียว หากไม่มีได้ยินเสียง คลิก ดังขึ้นข้างหู

และเมื่อลืมตาขึ้นมามอง ปลายกระบอกปืนดำมะเมี่ยมของเขา แต่ตอนนี้อยู่ในมือเล็กของเจ้าหล่อน ก็กำลังจ่อตรงมาหาในระยะประชิด

“กุญแจรถอยู่ไหน เอามาให้ฉันเสียดีๆ”

ดวงตาคมดุลุกวาว...ดูท่ามายาวีจะชอบให้เขาใช้กำลังกำราบ

ดีล่ะ...ในเมื่อเจ้าหล่อนรนหาที่ ก็จะโดนดีมิใช่น้อย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อแฟนหนุ่มที่คบหากันมาหลายปีดีดัก ชิ่งหนีไปทันทีที่รู้ว่าครอบครัวเธอล้มละลาย...มายาวีต้องกลายเป็นหม้ายขันหมาก ทางเดียวที่เธอจะแก้หน้าและกอบกู้ศักดิ์ศรี พร้อมกับใช้หนี้ในเวลาเดียวกัน คือการแต่งงานกับเขา ผู้ชายถึกห่ามห้าว...แต่หล่อล่ำและรวยเว่อร์...อะไรก็ดีหรอก เสียแต่ปากของเขา...มันเป็นอย่างนี้...."

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha