กลลวงจอมพยัคฆ์

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : บทที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ ๒



20.40 น. กรุงเทพฯ ,,คฤหาสน์โรเก้น,,

แพรรพีเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังงามหลังจากที่จอดรถจนสนิท และเมื่อเดินผ่านไปถึงห้องนั่งเล่นด้านใน แพรรพีถึงกับยิ้มออก เมื่อเห็นมารดานั่งดูโทรทัศน์อยู่ หญิงสาวเปิดประตูเข้าไป แล้วเดินไปทิ้งตัวลงข้างๆ มารดา ก่อนจะออกเสียงเนือยๆ ออกมาออดอ้อน

เหนื่อยจังเลย คิดถึงไหล่นุ่มๆ ของมาดามที่สุดเลย

มาดามโซเฟียได้ยินก็เอามือหยิกเบาๆ เข้าที่แขนเรียวของลูกสาวคนสวย นี่แน่ะ มาดาม บอกกี่ครั้งว่าให้เรียกแม่ ชอบเรียกแบบนี้อยู่เรื่อย

หญิงสาวเอี้ยวตัวหนีเล็กน้อย ทั้งยังยิ้มและหัวเราะคิกคัก เมื่อโดนมารดาแกล้งหยิก สองแขนเรียวขยับเข้าสวมกอดกระชับร่างของมารดา พร้อมกับเอาคางเกยไหล่นุ่มๆ ของมารดา แล้วริมฝีปากอวบก็ขยับเปล่งเสียงเจื้อยแจ้ว

ก็มันติดปากนี่คะ แล้วอีกอย่างแพรก็เรียกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วแพรรพีพูดทั้งยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มของมารดาเสียฟอดใหญ่

มาดามโซเฟียเอามือผลักตัวลูกสาวสุดที่รักออก ทั้งยังเร่งให้ลูกสาวเล่าถึงเรื่องสำคัญ ที่ทำให้ลูกสาวของเธอ ต้องบินด่วนไปเชียงใหม่ในช่วงเย็นที่ผ่านมา แพรรพีรู้ทันก็เลยขยับทิ้งตัวลงนอนไปกับโซฟา ทั้งยังหยิบหมอนใบเล็กๆมาปิดบังใบหน้าเอาไว้อีก มาดามโซเฟียก็เลยต้องฉุดดึงแขนของลูกสาว เพื่อให้ลุกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวให้เธอได้ฟัง

ไม่ต้องมาแกล้งหลบหน้าแม่เลย ไหนลุกขึ้นมาเล่าให้แม่ฟังหน่อยซิ ไปดูตัวกับหนุ่มหล่อมาทั้งที เล่าให้แม่ฟังหน่อย ว่าเขามี นิสัยใจคอเป็นยังไงบ้าง แล้วลูกชอบเขารึเปล่ามาดามโซเฟียดึงเอาหมอนใบเล็กๆ ที่แพรรพีใช้ปิดหน้าออก แล้วพยายามฉุดแขนของลูกสาว เพื่อให้เธอลุกขึ้นมานั่งข้างๆ

คุณหมอสาวที่โดนก่อกวนก็เลยบ่นเล็กๆ ไม่อยากจะลุกเลย กำลังนอนสบายอยู่แท้ๆ

ลุกมาเดี๋ยวนี้เลยจ้ะ เล่ามาเร็วๆ แม่อยากรู้ นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องทำธุระสำคัญ แม่จะไม่ยอมพลาดที่จะไปเจอแม่นายแสงหล้าคนดังเมืองเชียงใหม่กับลูกแน่ๆ ไม่ได้เจอหน้าตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าป่านนี้จะแก่ไปถึงไหนแล้วมาดามโซเฟียพูดยิ้มๆ

ก็ดูแก่กว่ามาดามนิดหน่อยค่ะ แต่ความสวยสู้มาดามของแพรไม่ได้เลยซักนิด

ปากหวานนะเรา แล้วลูกชายของแม่นายแสงหล้าล่ะจ๊ะ หล่อสมกับที่แม่เกศเกล้าเขาคุยเอาไว้รึเปล่า

ก็หล่อเอาการเลยนะคะ ใบหน้าดูคมคาย แววตาออกจะดุๆ  ดูหล่อร้าย คล้ายๆ กับพวกคาสโนว่า แต่โดยรวมแล้วก็หล่อและดูดีมากค่ะแพรรพีพูดพร้อมกับทำท่านึก หญิงสาวพูดไปยิ้มไป เพราะอีกใจเธอก็นึกชื่นชมความหล่อร้ายของพ่อเลี้ยงหนุ่มอยู่ไม่น้อย

มาดามโซเฟียเห็นท่าทางของลูกสาวก็ยังยิ้มตาม ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ใบหน้าของลูกสาว ขนาดนั้นเลยเหรอ

แพรรพีพยักหน้าตอบรับแล้วพูดต่อ ค่ะ ลูกชายหล่อและดูดีมาก แต่ว่าแม่นายแสงหล้านี่สิคะ ดูท่าจะดุพอควร สบตาด้วยทีไร แพรนึกกลัวทุกทีเลยค่ะคุณหมอสาวมีสีหน้าเจื่อนลงเมื่อต้องเอ่ยถึงคนเป็นแม่ ทั้งยังยักไหล่เล็กน้อย ทำท่าทางประกอบให้มารดาได้รู้ ว่าเธอรู้สึกกลัวแม่เลี้ยงคนดังเข้าจริงๆ

มาดามโซเฟียระบายยิ้ม เธอขยับอ้อมแขนโอบร่างของลูกสาวเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้น ก็เป็นถึงลูกสาวมาเฟียทางเหนือนี่ ก็ต้องมีการไว้ท่ากันบ้างล่ะแพรรพีได้ยินก็หันขวับมามองมารดา

ลูกสาวมาเฟียเลยหรือคะแพรรพีถามหน้าตาตื่น มาดามโซเฟียเห็นเข้าก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ มือของเธอลูบแขนของลูกสาวสุดที่รักเบาๆ

ก็ไม่ใช่มาเฟียซะทีเดียวหรอกนะ แม่ก็แค่เปรียบเทียบนะ เพราะอิทธิพลของครอบครัวแม่นายแสงหล้า ครอบคลุมไปทั่วทั้งภาคเหนือเลยล่ะจ้ะ แค่เอ่ยชื่อคนเขาก็รู้จักกันไปทั่วแล้ว แต่ว่า ไปเจอลูกชายของแม่นายแสงหล้ามา แล้ว ลูกนึกชอบพี่เขาบ้างรึเปล่ามาดามโซเฟียหันมามองหน้าลูกสาวสุดที่รักเพื่อจับผิด คนโดนจ้องก็เผยยิ้มเล็กๆ แล้วพูดกลบเกลื่อน

ก็หน้าตาดี นิสัยใช้ได้ ดูแล้วก็น่าคบหาคนหนึ่งค่ะแพรรพีพูดยิ้มๆ แต่คนฟังนั้นกลับทำท่าผิดหวัง เพราะคิดเอาว่าลูกสาวของเธอน่าจะพอมีใจให้กับพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังคนนั้นบ้าง

แค่นี้เองหรือจ้ะ อย่าลืมสิว่าลูกของแม่เป็นคนตกปากรับนัดกับคุณเกศเกล้าเองเลยนะ จะมาเปลี่ยนใจทีหลังเห็นทีจะไม่ทัน

แพรรู้ค่ะว่าแพรเป็นคนเลือกเอง และแพรก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน คุณแม่วางใจได้ค่ะแพรรพีพูดพร้อมกับกัดกรามเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉาบแววตาของความคับแค้นใจออกมา เพียงครู่ ก็รีบปรับสีหน้าแล้วหันมายิ้มให้กับมารดา

มาดามโซเฟียได้ยินก็ยิ้มออก พูดแบบนี้สงสัยจะไปแอบชอบพ่อหนุ่มคนดังเข้าแล้วล่ะสิ เห็นทีว่าแม่คงจะได้จัดงานมงคลเร็วๆ นี้มาดามโซเฟียหันมายิ้มและมองหน้าลูกสาวอย่างจับผิด ยัยแพรเอ๊ย ปากแข็งนักต้องจับให้ได้ไล่ให้ทันซะหน่อยแล้ว ท่าทางแบบนี้คงจะแอบชอบเขาเข้าแล้วล่ะสิ

แพรรพีทำท่านึกคิดทั้งยังเหล่ตามองมารดา ที่กำลังมองจ้องเธออยู่ ก่อนจะยิ้มปนหัวเราะ เพราะนึกขำไปกับสีหน้าและท่าทีของมารดา ก็ อาจจะ นะคะ

มาดามโซเฟียถอนหายใจทันทีที่ได้ยิน สีหน้าของเธอดูผิดหวังหลังจากได้ยินคำพูดของลูกสาว ว้า แม่อุตส่าห์เชียร์ พูดอะไรเข้าใจยากนะเรา ไปอาบน้ำก่อนก่อนเถอะจ้ะ แล้วค่อยลงมาทานข้าว วันนี้แม่น้อมเขาทำแกงส้มดอกโสนให้ลูกสาวของแม่ด้วยนะ เห็นบ่นๆ ว่าช่วงนี้ลูกทานน้อย ก็เลยอยากจะเอาใจลูกสาวของแม่ซะหน่อย

ว๊าว ของโปรดของแพรเลยนะคะแพรรพีร้องออกมาเสียงดัง แต่เพียงครู่สีหน้าของคุณหมอสาวก็ดูเศร้าลงจนถนัดตา เมื่อนึกไปถึงบุพการีผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ดวงตาหวานดูสั่นระริก ทั้งยังมีน้ำตารื้นออกมาคลอเบ้า

มาดามโซเฟียเห็นสีหน้าของลูกสาวก็ถอนหายใจหนักๆ แล้วขยับวงแขนโอบร่างบางของลูกสาวให้กระชับมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเอาศีรษะพิงติดไปกับศีรษะของลูกสาว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

ของโปรดแล้วทำไมถึงทำหน้าเศร้าล่ะจ๊ะ

แพรคิดถึงยายค่ะ ถ้ายายยังอยู่ยายจะต้องบ่นทุกครั้งที่แพรขอให้ยายทำแพรรพีตอบมารดาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ มือเรียวยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาที่หางตาทั้งสองข้าง

มาดามโซเฟียเองพอได้ยินคำพูดของลูกสาว ก็หวนนึกไปถึงยายช้อง ยายของแพรรพีผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยอีกคน เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น นั่นสินะ ฝีมือทำกับข้าวของยายช้องหาใครเทียบไม่ได้เลย แม่เองก็ยังคิดถึงรสมือของยายช้องบ่อยๆ

ได้ยินคำพูดของมารดา แพรรพีก็ถึงกับน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย คุณหมอสาวซบหน้าเข้ากับไหล่นุ่มๆ ของมารดา และร้องไห้ออกมาเพราะเกินจะอดกลั้น มาดามโซเฟียโอบกอดร่างบางของลูกสาว และเอามือลูบแขนของลูกสาวเบาๆ

แค่นี้ก็บ่อน้ำตาแตกแล้ว ยายช้องแกไปสบายแล้วนะจ๊ะลูกสาวแม่มาดามโซเฟียพูดพร้อมกับเอามือปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของลูกสาว เมื่อได้เห็นดวงตาสีน้ำตาลที่มีน้ำตาคลอเบ้าแบบนี้ ทำให้เธอหวนนึกไปเมื่อช่วงที่แพรรพีสูญเสียยายและพี่สาวใหม่ๆ ทุกๆ วันหญิงสาวจะเอาแต่นั่งร้องไห้ ดวงตาสีน้ำตาลนั้นแทบจะไม่ปราศจากน้ำตาเลยก็ว่าได้ วงแขนเรียวก็กอดไดอารี่เล็มสีฟ้าเล็กๆ เอาไว้แนบอก กว่าที่หญิงสาวผู้ที่มีแต่คราบน้ำตาบนใบหน้า จะแข็งแกร่งขึ้นมาได้ เธอก็ต้องคอยพูดปลอบ และให้กำลังใจอยู่นานนับเดือน

แพรรพีมองหน้ามารดาผ่านม่านน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เธอนึกขอบคุณมารดาของเธอ เพราะถ้าไม่มีท่านยื่นมือเข้าไปช่วย เธอก็ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมายืนหยัดอยู่ในสังคมได้ยังไง เพราะช่วงเวลานั้น เธอแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเลยเสียด้วยซ้ำ ดวงตาสีน้ำตาลที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำใสๆ ดูแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกเลยไปถึงเขา คนที่ทำลายครอบครัวของเธอ กรามเล็กบดเข้าหากันก่อนจะค่อยๆ ขยับเปล่งเสียงสั่นๆ ของความคับแค้นใจออกมา แต่ถ้าไม่เป็นเพราะ

แพร ถ้าลูกคิดถึงยายล่ะก็คิดถึงได้ แต่ลูกอย่าเก็บเอาเรื่องราวในอดีตมาเป็นปมด้อยของตัวเองสิจ๊ะ เรื่องอะไรที่มันผ่านไปแล้ว ก็ควรปล่อยให้มันผ่านไป เราควรอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่อดีตนะลูกมาดามโซเฟียเอ่ยสวนขึ้นเพื่อเตือนสติของลูกสาว

แววตาของแพรรพีดูอ่อนลง เมื่อได้ยินคำพูดของมารดา หญิงสาวหลับตาลงนิ่งเพียงครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจอย่างหนักๆ เพื่อปลดแอกตัวเองออกจากความทุกข์ในใจ มือเรียวทั้งสองข้างปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าออกจนหมด ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับมารดา

ค่ะ คุณแม่

มาดามโซเฟียยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มขาวที่เพิ่งเปื้อนคราบน้ำตาไปหมาดๆ ทั้งยังรู้สึกชื้นใจขึ้นมาเมื่อได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลูกสาวสุดที่รักอีกครั้ง ไปอาบน้ำเถอะจ้ะ แล้วค่อยลงมาทานอาหารกัน นี่แม่หิ้วท้องรอเราจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ

แพรรพีรับคำ แล้วยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มของมารดา ก่อนจะลุกเดินขึ้นไปยังห้องนอนของเธอ

 

ชียงใหม่ ,,เรือนแม่นายแสงหล้า,,

หลังจากผ่านมื้อค่ำกับครอบครัว อินทัชก็ออกมานั่งจิบบรั่นดีอยู่ข้างสระ ชายหนุ่มนึกไปถึงคุณหมอสาวคู่ดูตัวของเขาเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกว่าหน้าตาและน้ำเสียงของเธอมันช่างคล้ายกับใครบางคน ซึ่งเขาเองก็พยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออกว่าเธอเหมือนกับใคร ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งนึกอยู่นั้น เสียงทุ้มๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง

กำลังคิดถึงคุณหมอสาวอยู่รึไง คงจะชอบเธอเข้าแล้วล่ะสิ ถึงได้ออกมานั่งมองดาวส่งผ่านความคิดถึงไปหาเธอจบคำพ่อเลี้ยงราเชนทร์ก็นั่งลงข้างๆ ลูกชาย ดวงตาสี้เข้มมองสีหน้าและท่าทีของลูกชายคนเล็ก ก่อนจะเผยยิ้มเล็กๆ เพราะแน่ใจว่าตนเองนั้นเดาถูก

อินทัชผุดยิ้มที่มุมปาก คิ้วหนาย่นเข้าหากันเล็กน้อย เพราะนึกขันไปกับคำพูดของบิดา คำพูดของพ่อฟังดูมันเชยไปหน่อยนะครับ นั่งมองดาวส่งผ่านความคิดถึงพ่อเลี้ยงราเชนทร์ได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 “ก็ท่าทางของแกมันคล้ายจะเป็นแบบนั้นอินทัชยิ้มปนหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของบิดา ซึ่งมันก็จริงอย่างที่พ่อของเขาพูด เพราะเขาเองก็กำลังคิดถึงเธออยู่พอดี เพียงแต่เขาไม่ได้คิดถึงเธอในแบบที่พ่อของเขาพูดมาก็เท่านั้น

นี่ผมดูคล้ายคนมีความรักมากเลยรึไงอินทัชถามยิ้มๆ

พ่อเลี้ยงราเชนทร์มองหน้าลูกชาย ดวงตาสีเข้มกำลังพินิจพิจารณา นานแค่ไหนแล้ว ที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของลูกชายคนเล็กแบบนี้ เมื่อได้เห็นแบบนี้ คนเป็นพ่ออย่างเขาก็หัวใจพองโต เผลอมีความสุขกับลูกชายไปด้วย พ่อเลี้ยงราเชนทร์พยักหน้าเบาๆ

ก็คล้ายนะ

อินทัชหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของบิดา ทำไมมันช่างตรงกับหัวใจของเขาเสียเหลือเกิน เพราะพ่อเลี้ยงหนุ่มนึกชอบพอคุณหมอสาว ซะตั้งแต่เห็นเธอที่สระน้ำของโรงแรมเสียด้วยซ้ำ ยิ่งได้มีโอกาสคุยกัน และรู้ว่าเธอคือคู่ดูตัวที่ทางฝ่ายแม่สื่อแม่ชักแนะนำมาให้ เขาก็ตอบรับเธอโดยที่ไม่ทันได้คิด เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนั่นก็คือ เธอถูกใจเขามากนั่นเอง

บนใบหน้าคมสันดูรื่นรมย์ ทั้งยังปรากฏรอยยิ้มแทบตลอดเวลา ที่ได้พูดถึงคุณหมอสาวคนไกล ดวงตาคมกริบดูพราวระยับ จนคนมองยังอดที่จะยิ้มตามเสียไม่ได้ พ่อเลี้ยงราเชนทร์รู้สึกโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก ที่ลูกชายคนเล็กของเขา มีความรักที่ถูกที่ควรเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเสียที ทั้งหมดทั้งมวลนี้เขาต้องยกความดีให้กับแม่นายแสงหล้า เมียใหญ่สุดที่รักของเขา ที่อุตส่าห์เป็นธุระเจ้ากี้เจ้าการ และเคี่ยวเข็ญให้ลูกชายของเขายอมไปงานดูตัว จนกระทั่งได้พบเจอกับคุณหมอสาวคนนั้น

เมื่อหันมาเจอกับสายตาและรอยยิ้มของบิดา อินทัชก้รู้สึกขัดเขิน จนต้องหันไปมองดวงดาวบนฟ้า แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ผมก็แค่รู้สึกว่าผมเคยเจอเธอมาก่อน

นั่นไง แกหลงรักเธอแล้วล่ะสิพ่อเลี้ยงราเชนทร์จ้องจับผิดลูกชายตาแทบไม่กระพริบ

เมื่อโดนบิดาจ้องหน้าซะขนาดนี้ อินทัชก็ยิ้มปนหัวเราะ พ่อของเขาช่างหาทางจับจุดได้ถูกทางเสียจริงๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า เธอเหมือนกับใครบางคน แต่ผมก็ยังนึกไม่ออก ว่าเธอเหมือนกับใครอินทัชพูดทั้งทำสีหน้านึกคิด คิ้วหนายับย่นเล็กๆ ดวงตาสีเข้มจับจดอยู่กับแก้วบรั่นดีในมือ

นี่อย่าบอกนะว่าเธอเคยเป็นแม่พวกสาวๆ อดีตคู่ขาของแกพ่อเลี้ยงราเชนทร์ถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ทั้งยังเผยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปาก

คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกครับ เจอกันครั้งแรกเธอยังไม่รู้จักชื่อผมเสียด้วยซ้ำ

ถ้าอย่างนั้นแกก็เคยเจอเธอมาแล้วอย่างนั้นสิ

อินทัชทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะหันมาตอบบิดา ก็แค่ก่อนหน้าที่จะเจอกันในห้องอาหารประมาณสิบนาที เธอเองก็ยังแอบบ่นแม่นายให้ผมฟังด้วยนะครับ ว่าแม่นายหน้าดุเหมือนเสือ แถมก่อนจะจากกันก็ยังบอกผมว่าต้องรีบไป เพราะกลัวว่าแม่นายจะแปลงร่างเป็นสมิงไปงาบหัวเธอ

พ่อเลี้ยงราเชนทร์หัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยิน ทั้งยังพยักหน้าเห็นด้วยไปกับความคิดของคุณหมอสาว นั่นสินะ นี่แสดงว่าแม่หนูคนนี้คงรู้จักตัวจริงของแม่แกเข้าแล้วล่ะ ว่าแต่ได้เจอแค่ครั้งแรก เธอก็พูดออกมาขนาดนั้นเลยรึ

ครับ ผมก็เลยแน่ใจว่าเธอกับผมเพิ่งเคยพบกันครั้งแรก แต่ว่า เธอช่างเหมือนกับใครคนหนึ่งที่ผมรู้จัก ทั้งหน้าตาและน้ำเสียง ซึ่งผมก็นึกไม่ออกว่าใครอินทัชพูดพลางทำท่าครุ่นคิด

พ่อเลี้ยงราเชนทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น ก่อนจะเตือนลูกชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คนเราเหมือนกันมีเยอะแยะไป หรือบางทีแกอาจจะเคยเจอเธอแล้วนึกไม่ออกก็ได้ อย่ามัวคิดถึงเธอจนเพลินจนลืมพักผ่อนล่ะ อย่าลืมว่าพรุ่งนี้เราต้องเข้าป่ากันแต่เช้า ครั้งนี้งานใหญ่ เราคงต้องไปช่วยพี่แกหลายวัน

อินทัชหันมาพยักหน้าตอบรับ ครับ พ่อไปนอนก่อนเถอะ ผมขอนั่งคิดอะไรซักพักแล้วผมจะเข้านอนพ่อเลี้ยงราเชนทร์เอามือตบบ่าของลูกชายเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในเรือน ส่วนอินทัชเขาก็เอาแต่ครุ่นคิดวกวนกลับไปกลับมาเกี่ยวกับคุณหมอสาวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสาดบรั่นดีในแก้วเข้าไปในคอจนหมด แล้วเดินกลับเข้าไปในเรือน...


ส่วนทางภาคกลางของประเทศ ที่คฤหาสน์หลังงาม ตรงระเบียงห้องนอนชั้นบน แพรรพีเองก็ออกมายืนมองดาวและเอาแต่ครุ่นคิดถึงอินทัชเช่นกัน แต่ทว่าเธอความคิดของเธอนั้น กลับมีแต่การแก้แคนเอาคืน และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับพี่สาวของเธอ ทั้งที่ลึกๆ แล้ว เธอเองก็แอบพึงพอใจไปกับใบหน้าหล่อร้าย และมาดเพลย์บอยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา โดยเฉพาะแววตาคมกริบ ที่แอบแฝงความร้ายกาจเอาไว้นั่น มันกลับทำให้หัวใจของเธอถึงกับหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้สบตา

คงเป็นเพราะเสน่ห์ร้ายกาจแบบนี้สินะ พี่สาวของเธอถึงได้หลงรักจนถึงกับยอมมอบชีวิตให้ แต่มันเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้พี่สาวของเธอถึงกับต้องคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ลง แต่จะเพราะสาเหตุอะไรก็ช่าง เธอจะต้องทำให้ผู้ชายคนนี้สำนึกในความผิดให้ได้ เพราะต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวที่น่ารักของเธอต้องพังพินาศมันก็มาจากเขานั่นล่ะ และถ้าไม่เพราะเขา ครอบครัวของเธอก็คงจะยังอยู่ ฉะนั้นไม่ว่าจะเพราะสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ เธอจะต้องทำให้ผู้ชายที่ชื่อ อินทัช เหมวัติ มารับกรรมที่เขาได้ก่อเอาไว้กับครอบครัวของเธอ

มือเรียวทั้งสองข้างกำแน่น ก่อนจะกำหมัดและทุบเบาๆ ไปที่ราวของระเบียง พร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูแข็งกร้าวขึ้น และคำขอย้ายไปที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ของเธอก็ถูกอนุมัติมีผลในอาทิตย์หน้าแล้ว ต่อไปนี้ล่ะ เธอจะรุกฆาตเอาคืนเขา ให้สาสมกับที่เขาต้องทำให้ครอบครัวที่น่ารักของเธอต้องพังลง

คุณจะต้องชดใช้อย่างสาสมอย่างแน่นอน คุณอินทัช!แพรรพีพึมพำเบาๆ แล้วกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอในคฤหาสน์หลังงาม...

 

,,รงพยาบาลเชียงใหม่,,

          หนึ่งอาทิตย์แล้วที่แพรรพีย้ายมาประจำที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ แต่ทว่ากลับไร้เงาของพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดัง ทั้งๆ ที่เธอเองก็แอบส่งข่าวไปทางคุณนายเกศเกล้า ผู้ทำหน้าที่เป็นแม่สื่อแม่ชักแล้ว ซึ่งใครๆ ก็รู้ดีว่าคุณนายเกศเกล้านั้นออกจะบริการงานแบบตามติดจนกระทั่งสำฤทธิ์ผล แต่ทำไม นับตั้งแต่มาเหยียบแผ่นดินของจังหวัดเชียงใหม่ เธอถึงไม่เคยเห็นใบหน้าหล่อร้ายของเขาเลยซักครั้ง ทั้งวันเวลาก็ร่วงเลยมาจวนจะครบหนึ่งอาทิตย์เข้าแล้ว และการดูตัวในวันนั้น เขาเองก็ดูท่าจะพอใจเธอไม่น้อย แล้วเพราะเหตุอะไรกัน ที่ทำให้เขาไม่มาปรากฏกายให้เธอได้เห็นเสียที หรือว่าเขาแค่แสดงท่าทีตบตาว่าชอบเธอ แต่ความจริงกลับไม่ได้นึกชอบเธอกันนะ หรือว่ามารดาของเขาจะสั่งห้าม ใช่สินะ ในวันนั้น ดูท่าแม่นายแสงหล้าไม่ค่อยจะปลื้มเธอซักเท่าไหร่ อะไรกัน นี่ตกลงว่าเธอคิดเอาเองฝ่ายเดียวว่าเขาหลงเสน่ห์เธออย่างนั้นหรือ สรุปคือ เขาไม่ได้นึกชอบเธอเลยซักนิด ตกลงนี่เธอไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจพ่อคาสโนว่าตัวร้ายคนนั้นเลยรึไง

แพรรพีเดินไปตามทางเดินที่เชื่อมระหว่างตัวตึก พร้อมกับก้มหน้ามองพื้น และครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังไม่คิดจะมาสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ เรียวขายาวก้าวเดินอย่างช้าๆ ทั้งเจ้าของก็ไม่ทันได้มองทางตรงหน้า ว่ามีใครบางคนกำลังยืนดักรอเธออยู่ แพรรพียังคงก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชนเข้ากับแผงอกล่ำๆ ของเขาอย่างจัง

อุ้ย!

ร่างบอบบางที่ถูกปะทะนั้นซวนเซจวนเกือบจะล้ม พลันอ้อมแขนแข็งแกร่งของร่างสูง ก็โอบรัดรับร่างบางของเธอไว้ได้ทัน และวินาทีต่อมา แพรรพีก็ได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนที่เธอกำลังคิดถึง แล้วใบหน้าคมสันกับแววตาดุๆ ที่เธอคิดถึงอยู่ ก็มาลอยอยู่ตรงหน้าของเธอ ทั้งยังอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ แพรรพีอยู่ในอาการตกตะลึงทันทีที่เห็นเขา

อินทัชเองก็มองเธอนิ่งๆ เช่นกัน เพียงแต่ว่าเขามิได้ตกตะลึงไปกับเหตุปะทะกันเหมือนกับเธอ แต่กลับดูพึงพอใจที่เกิดเหตุปะทะ จนได้ใกล้ชิดกับคุณหมอคนสวยเสียมากกว่า ปลายจมูกโด่งค่อยๆ โน้มลงมาใกล้ดวงหน้าหวาน จนกระทั่งแตะเข้ากับพวงแก้มนิ่มๆ และตามมาด้วยเสียงการสูดกลิ่นความหอมของเนื้อสาว และการแตะสัมผัสเบาๆ ของริมฝีปากบางของเขา กับริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ แพรรพีตกใจจนต้องรีบเอามือผลักแผงอกเขาออก พร้อมกับร้องบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

ขะ...ขอ ขอโทษค่ะ ปะ...ปล่อย ปล่อยฉันได้แล้ว

ถ้าผมปล่อยเกรงว่าคุณจะล้มอินทัชบอกกับเธอเสียงนุ่ม ทั้งยังไม่ยอมถอนใบหน้าออกห่าง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วดวงหน้าสวยหวาน และจับจดอยู่นานตรงริมฝีปากอวบอิ่ม ที่ดูเปล่งปลั่งคล้ายกับผลเชอรี่สีแดงแลดูน่ากัดกิน พ่อเลี้ยงหนุ่มเผลอโน้มใบหน้าเข้าใกล้ แล้วส่งริมฝีปากบางเฉียบเข้าไปกดแตะอย่างบางเบา ก่อนจะค่อยๆ ถอนใบหน้าออกมาเพียงน้อยนิด ดวงตาสีเข้มจับจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ฉาบฉายประกายตาที่วาววับและสื่อความหมายบางอย่างออกไป จนคนที่โดนจับจ้องรู้สึกเขินอาย จนต้องรีบหลุบตาลงหนี

ถ้าอย่างนั้น คุณก็ปล่อยให้ฉันได้ยืนทรงตัวดีๆ สิคะ ฉันจะได้ไม่ล้มลงไปแพรรพีบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ หัวใจของเธอเต้นระรัว ราวกับว่าเธอเพิ่งจะวิ่งแข่งเกือบร้อยเมตรเห็นจะได้ ความนึกคิดทุกๆ อย่างหยุดลงกะทันหัน เวลานี้ในหัวของเธอแทบจะว่างเปล่าราวกับผ้าขาวบริสุทธิ์

ครับ คุณผู้หญิงอินทัชกระซิบตอบเธอเสียงนุ่ม ริมฝีปากบางนั้นผุดยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปาก ก่อนจะค่อยๆ ดึงตัวเธอให้ยืนแต่ก็มิวายแกล้งกดใบหน้าเข้าหาดวงหน้าหวานของเธอ โดยแกล้งทำเป็นคล้ายกับอุบัติเหตุ

โอ...ขอโทษครับริมฝีปากบางเฉียบนั้นกระซิบติดกับพวงแก้มของเธอ ทั้งยังกดจูบที่พวงแก้มขาวใส และตามด้วยเสียงสูดกลิ่นเนื้อสาวเบาๆ ทำให้แพรรพีถึงกับขนลุกซู่ ก่อนที่เขาจะยอมถอนใบหน้าออกห่าง แต่กระนั้นเขาก็ยังมิยอมคลายวงแขนออกจากร่างอรชรของคุณหมอสาวอยู่ดี

ขอโทษครับเขาบอกเธอเสียงนุ่มอีกครั้ง แต่ทว่าแววตานั้นกลับวาววับตรงข้ามกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง

มะ...ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ ฉะ...ฉันยืนได้แล้วแพรรพีร้องบอกเสียงสั่น ทั้งยังเอามือแตะยันแผงอกของเขาไว้ และรีบหลุบตาลงมองพื้นเมื่อเจอเข้ากับแววตาวาววาบที่สื่อความหมายของของเขา

ครับ คุณหมออินทัชตอบพร้อมกับไล้สายตาลงต่ำจนทั่วร่างอรชร และวกกลับมาสบตาฉายความรู้สึกให้เธอได้รู้ ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยเธอออก

ก่อนหน้านี้แพรรพีเพิ่งนึกอยากจะเจอเขาอยู่แท้ๆ แต่พอเจอเขาเข้าจริงๆ เธอกลับลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ที่แรกจนหมดสิ้น และยิ่งได้มาอยู่ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้ หญิงสาวนั้นแทบจะไปต่อไม่เป็น อีกทั้งเมื่อครู่ตอนที่ได้ยินเสียงสูดลมหายใจของเขา มันทำให้เธอถึงกับใจเต้นระรัว หวั่นไหวไปกับการกระทำของชายหนุ่ม จนเผลอปล่อยใจ ให้ล่องลอยไปกับการกระทำของเขาเสียด้วยซ้ำ

ผมขอโทษนะครับที่เผลอล่วงเกินคุณพ่อเลี้ยงหนุ่มพูดยิ้มๆ ดวงตาสีเข้มจับจ้องดวงหน้าหวานแทบไม่วางตา

ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็น เอ่อ... อุบัติเหตุ และฉันก็เดินไม่ดูทางเลยมาชนคุณเข้า ฉันต้องเป็นฝ่ายขอโทษคุณถึงจะถูกค่ะแพรรพีบอกพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก และแอบเป่าปากอย่างโล่งอก เมื่อได้ถอยห่างจากอ้อมแขนของเขา

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ เพราะผมไม่ถือเรื่องพวกนี้อยู่แล้วอินทัชบอกทั้งยังไม่ยอมละสายตาจากดวงหน้าหวานของเธอ แววตาของเขานั้นฉายประกายวาววาบ ในยามที่ได้สบสายตากับเธอ อีกทั้งริมฝีปากบางนั่นยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากแทบจะตลอดเวลา

เอ่อ...ค่ะ ขอบคุณค่ะแพรรพีอยู่ในอาการประหม่าเล็กๆ และแทบจะทำตัวไม่ถูก เมื่อต้องถูกเขาจ้องด้วยแววตาวาบหวาม หญิงสาวได้แต่ยืนมองหน้าเขาสลับกับมองพื้น แต่ก็ยังเผยรอยยิ้มให้เขานิดๆ เพื่อเป็นการรักษามารยาท

อินทัชยิมปนหัวเราะเบาๆ เขารู้ว่าเธอคงจะขัดเขินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก็เลยเป็นฝ่ายทำลายความเงียบระหว่างเขาและเธอเสียเอง ผมเพิ่งทราบว่าคุณแพรย้ายมาประจำที่นี่ ก็เลยอยากจะมาชวนคุณแพรไปทานกลางวันด้วยกัน และก็ถือโอกาสเลี้ยงต้อนรับคุณแพรสู่จังหวัดเชียงใหม่ของเราด้วยครับ

เอ่อ...

อินทัชเห็นท่าทีลังเลของหญิงสาว และกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ เลยชิงพูดสวนขึ้นเสียก่อน อย่าปฏิเสธเลยนะครับ เพราะนี่ก็ถือว่าเป็นการทำความรู้จัก และก็เป็นการสร้างความคุ้นเคยของเราไปในตัว และผมก็หวังว่าผมคงจะได้การตอบรับที่น่าพึงพอใจจากคุณดวงตาสีเข้มมองคุณหมอสาวอย่างรอความหวัง

แพรรพีมองเขาแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย คุณหมอสาวเกิดอาการลังเลขึ้นในความรู้สึก ใจหนึ่งเธอก็อยากจะปฏิเสธ เพราะกิติศัพท์ของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ขึ้นชื่อเป็นคาสโนว่าอันดับต้นๆ ของเมืองเลยทีเดียว แต่อีกใจนั้นก็นึกเสียดาย เพราะเธอเองก็รอที่จะได้เจอกับเขามานานมากเหลือเกิน แพรรพีหยุดครุ่นคิดต่อเพียงครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเขา

ตกลงค่ะอินทัชฉีกยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน มือของเขาข้างหนึ่งเลื่อนไปแตะเบาๆ ที่เอวของเธอ พร้อมกับทำท่าจะพาเอเดินไปที่รถของเขา

แพรรพีเอามือแตะที่แขนแข็งแรงของเขาเบาๆ ฉันขอตัวไปเอากระเป๋าก่อนค่ะ

ผมจะเดินไปส่งคุณเขาบอกพร้อมกับพาเธอก้าวเดิน

แพรรพีกลัวว่าพวกพยาบาลเห็นเธอเดินกับเขา แล้วเอาไปคุยในทางเสียๆ หายๆ คุณหมอสาวจึงหันไปค้านเขาเบาๆ

แต่ ฉัน

ผมเป็นคนที่นี่ และรู้จักที่นี่ดีกว่าคุณ ให้ผมไปส่งคุณแพรจะดีกว่า มันจะได้ไม่ช้า และคุณแพรเองก็จะได้กลับมาทำงานได้ทันเวลาด้วยนะครับพ่อเลี้ยงหนุ่มบอกเสียงเรียบ แววตาของเขาดูนิ่งสื่อความหมายตามที่พูด

ค่ะแพรรพีตอบเขาสั้น

อินทัชยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะผายมือให้กับเธอ เชิญครับ

แพรรพียิ้มตอบแล้วเดินเคียงคู่ไปกับเขา ระหว่างทางเธอแอบชำเรืองมองเขาเป็นระยะๆ ทั้งยังนึกแปลกใจตัวเอง ที่พอได้อยู่ใกล้กับเขาเข้าจริงๆ ความกล้า ความเก่งกาจของเธอดันมาหดหายไปเสียหมด แล้วนี่เธอจะทำให้เขามาสำนึกผิดและรับผิดชอบกับการสูญเสียของเธอ ได้สำเร็จอย่างที่วาดหวังไว้รึเปล่านะ  ขนาดว่าเจอกันครั้งแรกยังดูออกเลย ว่าเธอพ่ายแพ้เขาเสียจนหมดรูป และเขาเองก็ดูท่าว่าจะร้ายกาจไม่เบา นี่ว่าครั้งแรกยังถึงเนื้อถึงตัวกับเธอมากขนาดนี้ แล้วครั้งต่อไปจะมากขนาดไหน เห็นทีว่าเธอคงต้องหาวิธีป้องกันเอาไว้เสียบ้าง เพราะถ้าขืนยังปล่อยให้เขาได้ใกล้ชิดและถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ สงสัยไม่เกินเดือน เธอคงได้เพลี่ยงพล้ำเสียทีให้กับเขาเป็นแน่ เพราะเขาเองก็มีชื่อเสียงในทางเจ้าชู้ใช่หยอกเสียเมื่อไหร่

ไม่ได้ๆ เราจะต้องทำให้เขารู้สำนึก และมารับผิดชอบให้ได้สิ เราต้องทำให้ได้ และต้องทำให้ได้ด้วย

แพรรพีพยายามเรียกสติของตัวเอง เพื่อไม่ให้หลงใหลไปกับใบหน้าหล่อร้าย และการกระทำที่ชวนให้หวั่นไหวของเขา ตลอดเวลาของการรับประทานอาหาร อินทัชคอยเอาอกเอาใจ และบริการแพรรพีแทบทุกอย่าง ทั้งยังเผยความเป็นสุภาพบุรุษในตัวของเขาให้เธอได้เห็นอีกด้วย แต่กระนั้นในขณะเดียวกัน มือและวงแขนของเขาก็แทบจะไม่ห่างจากเรือนร่างอรชรของแพรรพีเลยซักนิด ทั้งการกระทำทีเล่นทีจริงของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับกายสาว จนในบางครั้ง แพรรพีนั้นเผลอหลุดแสดงอาการขนลุกขนชันจนร่างไหวให้เขาได้เห็น โดยที่เธอไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้เลย

 

คุณแพรจะว่าอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าเย็นนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวรอบๆ เมืองเชียงใหม่อินทัชเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาส่งเธอถึงห้องทำงาน

แพรเลิกงานไม่เป็นเวลาค่ะ และเกรงว่าคุณอินทัชจะรอเก้อ หากว่ามีเคสด่วนเข้ามาแพรรพีตอบพร้อมกับเดินไปเปิดลิ้นชักที่มุมห้องเพื่อเก็บกระเป๋าถือ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มนั้นได้ตามติดเธอเข้าไปในห้องด้วย ร่างสูงของพ่อเลี้ยงหนุ่มตามติดจนแทบจะยืนชิดติดกับเธอ และเมื่อคุณหมอสาวหันกลับมา เธอก็ตกอยู่ในวงแขนของเขาเข้าแล้ว ทั้งอินทัชยังก้มหน้าเข้าหาจนห่างกันไม่ถึงคืบเสียด้วยซ้ำ แพรรพีเลยพยายามถอยใบหน้าออกห่าง แต่ก็ทำได้ไม่มาก เพราะตัวเธอนั้นยืนติดกับผนังห้อง เมื่อได้มาตกอยู่ในวงแขนของเขาแบบนี้ หัวใจของคุณหมอสาวเลยเต้นระรัว จนเธอต้องเป่าปากออกมา เพื่อข่มการเต้นของหัวใจ

ผมรอได้ครับ ตกลงว่าเย็นนี้ผมจะมารับคุณนะครับเสียงทุ้มนุ่มบวกกับลมหายใจของชายหนุ่ม ที่กำลังเป่ารดพวงแก้มและหน้าผากของเธอ ทำเอาแพรรพีแทบจะอ่อนระทวยในทันที หญิงสาวรีบเอามือแตะดันแผงอกของเขาเอาไว้ ทั้งยังรีบตอบรับเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะถ้าขืนเธอปฏิเสธ เขาต้องไม่ยอมปล่อยเธอเป็นแน่ และเธอเองก็กลัวว่าจะมีใครเข้ามาเห็นเสียก่อน

เอ่อ ค่ะคำตอบของคุณหมอสาวทำให้ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกเธอด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

ขอให้มีความสุขกับการทำงาน แล้วคิดถึงผมบ้างนะครับ เพราะผมคิดถึงคุณตลอดเวลา

จบคำพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ฉกวูบเข้าที่ริมฝีปากอวบอิ่มของคุณหมอสาวเสียหนึ่งที ก่อนจะกดประกบจูบซ้ำๆ อย่างหนักหน่วง เล่นเอาคนโดนขโมยจูบถึงกับยืนค้าง ปล่อยให้เขาได้จูบจนหนำใจ และทันทีที่ริมฝีปากอวบอิ่มถูกครอบครองด้วยริมฝีปากบางเฉียบที่มากประสบการณ์ คุณหมอสาวก็ถึงกับเคลิบเคลิ้ม เผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับรสจูบอันซาบซ่าน หนำซ้ำลิ้นหนาที่ร้อนลุ่มยังพยายามเบียดแทรกตัวเพื่อเข้าไปในโพรงปากนุ่มของคุณหมอสาวอีก แต่ยังไม่ทันที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะได้ชิมความหอมหวานอันเลิศรส เสียงปลดล็อกลูกบิดประตูก็ดังขึ้น

คลิก!

การจูบของทั้งสองคนต้องชะงักลง อินทัชยอมถอนใบหน้าออก แต่วงแขนของเขาทั้งสองข้างยังคงเกาะเกี่ยวที่เอวบางของคุณหมอสาว พ่อเลี้ยงหนุ่มนึกเคืองหมอหนุ่มประจำโรงพยาบาล ที่เข้ามาขัดจังหวะพิศวาสของเขาและเธอ จนต้องจบลงแบบค้างคา แพรรพีรู้สึกอายคุณหมอรุ่นพี่ จนต้องหันข้างและซบหน้าเข้าที่แผงอกของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ดีนะที่เป็นหมอรังสรรค์ เพราะถ้าเป็นพวกนางพยาบาล เรื่องของเธอในวันนี้คงต้องเป็นข่าวดังไปทั่วโรงพยาบาลแน่ๆ มือเรียวของคุณหมอสาวบิดเบาๆ ที่สีข้างของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ทั้งที่ใจจริงแล้วเธออยากจะหยิกเขาจนเนื้อหลุดเลยทีเดียว

โอ... ขอโทษครับผมไม่ทราบว่าหมอแพรมีแขกหมอรังสรรค์ รุ่นพี่ของแพรรพีบอกพร้อมกับรีบหันหลัง

อินทัชเผยยิ้มที่มุมปาก วงแขนแกร่งขยับโอบกระชับเอวบางให้ติดไปกับร่างกำยำของตน ดวงตาคมกริบปรายมองชายหนุ่มตรงหน้า ทั้งยังฉาบฉายความดุดันเมื่อได้สบตากับหมอหนุ่ม ราวกับอยากจะแผดเผาให้มอดไหม้ลงไปในพริบตา

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกับคุณแพรเราไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน ไม่ทราบว่าคุณหมอรังสรรค์มีธุระอะไรกับแฟนของผมคำพูดของอินทัชเล่นเอาแพรรพีหันขวับไปมองเขาอย่างอึ้งๆ ซึ่งหมอรังสรรค์เองก็มองอินทัชกับแพรรพีอย่างอึ้งๆ เช่นกัน

เอ่อ... ผมแค่จะมาชวนหมอแพรไปจิบกาแฟที่แคนทีนครับ ไม่ได้มีธุระสำคัญอะไร เชิญคุณอินทัชคุยธุระต่อได้เลยครับ เห็นทีว่าผมคงต้องขอตัวก่อนหมอรังสรรค์หันหลังแล้วทำท่าจะเดินออกไป อินทัชก็เลยเอ่ยขึ้น

 “ไม่เป็นไรครับ ผมกำลังจะกลับแล้วพ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยสวนขึ้น แล้วหันกลับมาหาคนในอ้อมกอด

ที่รักครับ ผมคงต้องกลับไปทำงานก่อน แล้วตอนเย็นผมจะมารับคุณ มีความสุขกับการทำงานนะครับ บายจบคำอินทัชก็กดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของแพรรพี ทั้งยังแอบกระซิบเบาๆ ใกล้กับดวงหน้าของเธอ

อย่าใกล้ชิดกับเขาบ่อยนักนะครับ ผมหวงสิ้นเสียงทุ้มๆ ริมฝีปากบางเฉียบก็กดแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มของแพรรพี ก่อนจะยอมปล่อยออกแล้วเดินตรงไปที่ประตู

และเมื่อเดินมาถึงตัวของหมอรังสรรค์ แววตาคมกริบของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ก็ฉายวาบเผยความดุดันให้กับหมอหนุ่มทันทีที่ได้สบตา หมอรังสรรค์ที่กำลังเผยยิ้มให้เขา ก็ถึงกับสีหน้าเจื่อนลงในทันที ทั้งยังรีบหลุบตาลงหนี แม้แต่แพรรพีเธอเองก็ยังนึกกลัวแววตาคมกริบของพ่อเลี้ยงหนุ่ม จนต้องแอบลุ้นอยู่ในใจ เพราะนึกกลัวว่าอินทัชจะหยุดปะทะฝีปากกับหมอรุ่นพี่ จนเมื่ออินทัชก้าวพ้นประตู แพรรพีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

แพรคิดว่าเขาจะหยุดขู่พี่หมอเสียอีกแพรรพีพูดพร้อมกับหันมายิ้มเจื่อนๆ ซึ่งหมอรังสรรค์เองก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเหมือนกัน

ถึงปากจะไม่พูดแต่ก็ส่งสายตามาขู่ผมเรียบร้อยแล้ว หมอแพรเพิ่งจะมาเชียงใหม่แค่อาทิตย์เดียว นี่ไปเป็นแฟนของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ คุณอินทัชเขามีอิทธิพลมากในเมืองเชียงใหม่ เห็นทีผมคงต้องอยู่ห่างๆ หมอแพรแล้วล่ะ ลูกๆ ของผมยังเล็กอยู่เลย และผมเองก็ยังอยากอยู่เห็นลูกของผมตอนโตด้วยหมอรังสรรค์พูดพร้อมกับทำท่าขนลุก แพรรพีเห็นเข้าก็ยิ้มออก

เขาคงไม่โหดขนาดนั้นหรอกค่ะ โดยรวมแล้วเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเลยนะคะแพรรพีพูดพร้อมกับเปิดลิ้นชัก หยิบเอากระเป๋าเงินใส่ในเสื้อกาวน์ แต่หูของเธอก็ยังคงรับฟังเรื่องของพ่อเลี้ยงหนุ่มจากปากของหมอรุ่นพี่

ใช่ครับที่เดี๋ยวนี้เขาเป็นคนดี แต่เมื่อก่อนผมไม่นับหรอกนะครับ

คำพูดของหมอรังสรรค์ทำให้แพรรพีหันกลับมามอง เธอเดินมาหยุดยืนข้างๆ โต๊ะ แล้วมองหน้าคุณหมอรุ่นพี่ด้วยแววตาสงสัย เพราะอยากจะรู้รายละเอียดของเขาเต็มแก่ ทำไมหรือคะ เมื่อก่อนเขาร้ายกาจมากเลยหรือ

ก็ประมาณหนึ่ง ผมว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันจะดีกว่า พูดถึงเขาแล้วผมรู้สึกหวั่นๆ ยังไงพิกลหมอรังสรรค์พูดพร้อมกับทำท่าทางขนลุก แล้วยิ้มให้กับแพรรพี ก่อนจะเดินออกมารอแพรรีหน้าห้อง แพรรพีเองก็เดินตามเขาออกมา แล้วเดินไปแคนทีนพร้อมๆ กันกับเขา

สงสัยแพรคงต้องระวังตัวเอาไว้บ้างแล้วล่ะ นี่ขนาดว่าพี่หมอเป็นลูกของนักการเมืองชื่อดังของเมืองเชียงใหม่ ก็ยังเกรงอิทธิพลของคุณอินทัชเลย แพรเองเพิ่งมาอยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว แถมยังตัวคนเดียวอีก ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แพรว่าแพรต้องอยู่ห่างๆ เขาบ้างแล้วล่ะค่ะแพรรพีพูดยิ้มๆ

หมอแพรอย่าเก็บเอาคำพูดของผมไปเป็นกังวล จนสร้างความไม่พอใจให้คุณอินทัชเลยนะครับ เพราะเขาเองก็ใช่ว่าจะร้ายกาจซะทีเดียว

แพรรพีหันมาหาคุณหมอรุ่นพี่อีกครั้ง ทั้งยังเผยยิ้มเล็กๆ ด้วยเพราะนึกสงสัยไปกับคำพูพวกวนของหมอรุ่นพี่ เมื่อครู่พี่หมอเพิ่งบอกแพรเองนะคะ ว่าเขาเคยร้ายกาจมาก

หมอรังสรรค์ยิ้มปนหัวเราะเบาๆ ก็แค่เคยนะครับ เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เพียงแต่เมื่อครู่ดูท่าว่าคุณอินทัชจะหึงหมอแพรกับผมก็เท่านั้นเองหมอรังสรรค์พยักหน้าเบาๆ ให้แพรรพีรู้ว่าเขาพูดจริง

พี่หมอคิดแบบนั้นหรือคะหมอรังสรรค์พยักหน้าตอบรับ ทั้งยังพูดบอกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไม่ใช่แค่คิดนะครับ ผมว่าผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลย

แพรรพียิ้มออกอย่างพอใจ แววตาของเธอแอบฉายวาบขึ้น เมื่อได้ยินคำพูดของหมอรังสรรค์ ในที่สุดเสน่ห์ของเธอก็เอาชนะใจของเขาได้ ถ้าอย่างนั้นแผนที่เธอวางเอาไว้ก็คงจะราบรื่น และคงจะสำเร็จตามที่วาดหวังไว้ในไม่ช้าแล้วสินะ

ฮึ! มันช่างง่ายยิ่งกว่าการปลอกกล้วยเข้าปากซะอีก คุณอินทัช คุณเตรียมตัวรับกรรมที่คุณก่อเอาไว้ได้เลย ฉันนี่ล่ะ จะเป็นคนกระชากหน้ากากของคุณ!

ทั้งสองคนพากันเดินไปออกไปข้างนอก แล้วเดินไปตามทางเดินเพื่อตรงไปยังแคนทีนเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ" "

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha