กลลวงจอมพยัคฆ์

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : บทที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

#




...บทที่ ๗...

12.50น. โรงพยาบาลประจำจังหวัด

หลังจากทานมื้อกลางวันจนอิ่มท้อง แพรรพีก็เดินออกจากโรงอาหารของโรงพยาบาล เพื่อกลับไปที่ห้องตรวจซึ่งเป็นทำงานของเธอ คุณหมอสาวเดินไปตามทางเรื่อยๆ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องที่หน้าจอของโทรศัพท์ในมือ ที่กำลังโชว์ข่าวสังคมของชนชั้นสูงภายในประเทศ แพรรพีกำลังอ่านข่าวของพ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงของเธอ ที่พากันไปออกงานการกุศลคู่กัน ในค่ำคืนที่ผ่านมา  คุณหมอสาวอ่านไปยิ้มไป ทั้งยังคงก้มอ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับเดินไปตามทางเดิน

จนเมื่อคุณหมอสาวเดินมาถึงตรงจุดสามแยกของทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังตึกข้างๆ อีกฝากฝั่งของทางเดินนั้น มีเครื่องบินบังคับลำเล็ก กำลังบินตรงมาที่เธอ ในระดับความสูงประมาณศีรษะของคุณหมอสาว ทั้งยังพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็ว

หมอรังสรรค์กับหมออรรถ กำลังเดินคุยกันออกมาจากโรงอาหาร และพวกเขาทั้งสองคน ก็เดินตามหลังแพรรพีมาห่างๆ จังหวะหนึ่งที่หมออรรถหันไปเห็นเครื่องบินบังคับลำเล็กนั้น กำลังพุ่งตรงเข้าหาแพรรพี ก็เลยร้องขึ้นอย่างตกใจ พร้อมๆ กับชี้ให้หมอรังสรรค์ได้ดู

เฮ้ย! เครื่องบินบังคับลำนั้น ทำไมมันบินเร็วอย่างนั้นล่ะ นั่น หมอแพร!

หมอรังสรรค์หันไปมองตามที่หมออรรถบอก ด้วยความตกใจและเป็นห่วงคุณหมอสาว หมอรังสรรค์ก็ร้องเตือนแพรรพีสุดเสียง

แพร ระวัง!

แพรรพีได้ยินก็หันขวับไปมองตามเสียง และทันได้เห็นว่าเจ้าเครื่องบินบังคับกำลังจะชนเธอ คุณหมอสาวก็รีบเอี้ยวตัวหลบวูบ และก็เธอหลบได้ทันอย่างเฉียดฉิว แต่ผลของการเอียงตัวอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้คุณหมอสาวเสียการทรงตัว และเซล้มลงไปนั่งจับกบอยู่กับพื้น ส่วนเจ้าเครื่องบินบังคับลำเล็ก ก็ตรงเข้าชนกับผนังปูนที่อยู่ตรงหน้าแพรรพีอย่างจัง และด้วยความเร็ว ชิ้นส่วนของมันเลยแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ

แพรรพีหลับตาปี๋พร้อมๆ กับฟุบหน้าเข้ากับผนังข้างกาย เพื่อหลบเศษของเครื่องบินอย่างรวดเร็ว แต่เพราะตรงจุดที่เธอล้มลงนั้น อยู่ใกล้ๆ กับตรงที่เครื่องบินบังคับชน เศษของเจ้าเครื่องบินบังคับ ก็เลยกระเด็นมาโดนหางคิ้วของคุณหมอสาว จนเกิดบาดแผล มีเลือดไหลซิบออกมาให้เห็น

หมอรังสรรค์และหมออรรถรีบวิ่งตามเข้ามาช่วยแพรรพี ทั้งสองคนต่างช่วยประคองฉุดให้แพรรพีลุกขึ้นยืน

เป็นอะไรมากหรือเปล่าแพร เจ็บตรงไหนบ้างไหม

แพรรพีหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้กับหมอรุ่นพี่ ไม่เป็นอะไรมากหรอค่ะ แพรแค่ทรงตัวไม่อยู่ก็เลยล้มลงไปเท่านั้นเอง

หมอรังสรรค์เห็นแผลที่คิ้วกับที่เข่าของแพรรพีก็ร้องค้านเธอเสียงแข็ง

ไม่เจ็บมากได้ยังไง คิ้วแตกเลือดซิบซะขนาดนี้ ตรงเข่าก็ถลอกจนเลือดซิบอีก ไปทำแผลที่ห้องฉุกเฉินกันก่อนเถอะแพรรพียิ้มเจื่อนตอบรับหมอรุ่นพี่อย่างยอมจำนน

ค่ะ เอ๊ะ! เดี๋ยวค่ะพี่หมอ แพรขอดูกระดาษที่ติดมากับฐานเครื่องบินหน่อยสิคะแพรรพีบอกหมออรรถ เมื่อเห็นว่าตัวเครื่องบินบังคับที่หมออรรถกำลังจับขึ้นมาดู มีกระดาษสีขาวพันติดอยู่ตรงบริเวณฐานของเครื่องบิน

หมออรรถพยักหน้าแล้วแกะเอากระดาษสีขาวนั้นออกส่งให้กับแพรรพี แพรรพีรับมาแล้วค่อยๆ คลี่อ่าน

หยุดค้น! ถ้าไม่อยากตายเหมือนพี่สาวของคุณ!

แพรพีเบิกตากว้างเล็กน้อย หญิงสาวรู้สึกตกใจเมื่อได้เห็น แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังรีบพับเก็บเจ้าเศษกระดาษชิ้นนั้น เข้าในกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าหมอรุ่นพี่ทั้งสองคนจะทันเห็นเข้า หมอรังสรรค์เห็นท่าทางของแพรรพี ก็เลยถามด้วยความสงสัย

ข้อความเขียนว่าอะไรหรือแพร

แพรรพีปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหันมาหาคุณหมอรุ่นพี่ทั้งสองคน ที่กำลังมองหน้าเธอเพื่อรอฟังคำตอบ

ก็... พวกการใช้งานและการบังคับเครื่องบิน ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เอ่อ... พี่หมอคะ แพรขอยึดเจ้าเครื่องบินเอาไว้ได้รึเปล่าค่ะ อยากจะรู้นักเชียว ว่าใครนะ ที่เล่นซนจนเกิดเรื่องแพรรพีหันไปบอกหมออรรถ เมื่อเห็นว่าหมออรรถกำลังจะโยนเศษเครื่องบินบังคับทิ้งลงในถังขยะใกล้ๆ

หมออรรถพยักหน้าตอบรับ พร้อมๆ กับส่งเศษเครื่องบินบังคับให้กับเธอ

ได้สิครับ ถ้าจับได้แล้ว หมอแพรต้องจับปรับเลยนะครับ แต่ถ้าเป็นเด็กต้องสั่งสอนให้เข็ดเลย อย่าลืมถามถึงพ่อแม่ด้วยนะครับ ปล่อยให้ลูกเอาของอันตรายแบบนี้มาเล่นในโรงพยาบาลแบบนี้ได้ยังไง ดีนะครับที่หมอแพรไม่เป็นอะไรมาก

ค่ะ แพรต้องจัดการสั่งสอนเจ้ามือบังคับให้หนักแน่นอนค่ะแพรรพีพูดทั้งทำหน้าจริงจัง

หมอรังสรรค์ผมไปก่อนนะ แล้วเจอกันตอนเย็น

อืม ไปล้างแผลกันเถอะแพร นั่นเลือดเริ่มไหลออกมาแล้วหมอรังสรรค์หันมาบอกแพรรพี พร้อมๆ กับเข้าช่วยประคองพาเธอเดินไปยังห้องฉุกเฉิน

ที่ระเบียงติดกับทางเดินของตึกฝั่งตรงข้าม มือบังคับตัวจริงกำลังยืนมองคุณหมอทั้งสามคนอยู่ไกลๆ ทั้งยังเผยยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากของมือบังคับจะขยับเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างแผ่วเบา

ถ้ายังไม่ยอมหยุด ครั้งหน้าคุณได้เจ็บตัวของจริงแน่ คุณหมอแพรรพีพอจบคำเจ้ามือบังคับจอมอันธพาลก็หลบแฝงหายไปกับเหล่าผู้คน ที่เดินสวนกัน ขวักไขว่โดยรอบ

 

ลังจากทำแผลเสร็จ แพรรพีก็เดินถือเจ้าเครื่องบินบังคับกลับมาที่ห้องตรวจของตนเอง คุณหมอสาววางมันลงบนโต๊ะทำงาน เธอนั่งมองและครุ่นคิดจินตนาการไปถึงคนที่เป็นเจ้าของเครื่องบินบังคับจอมเกเรตัวจริง มือเรียวข้างหนึ่งสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ แล้วหยิบเศษกระดาษสีขาวที่ได้มาจากเจ้าเครื่องบินบังคับ ออกมาคลี่เพื่อเปิดอ่านทันอีกครั้ง

แพรรพีนั่งมองตัวหนังสือ ที่คนเขียนคล้ายจะตั้งใจเขียนให้มันดูเหมือนเด็กหัดเขียนหนังสือใหม่ๆ เธอพยายามพลิกด้านหน้าและตรวจดูด้านหลัง จนทั่วๆ กระดาษ ก็ไม่เห็นมีอะไรที่พอจะบอกที่มาของเครื่องบินบังคับจอมเกเรหรือแม้กระทั่งที่มาของคนบังคับเลยซักนิด คุณหมอสาวก็เลยได้แต่นั่งมองกระดาษและตัวเครื่องบินบังคับสลับกันไปมา ทั้งยังนั่งนึกไปถึงตัวฆาตกรที่แท้จริงอย่างคิดไม่ตก

แปลกจัง! มีคนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง เรายังไม่เคยพูดให้ใครฟังเลยนี่ และยังรู้อีกว่าเรามีพี่สาว และรู้ได้ยังไงว่าพี่สาวของเราตายไปแล้ว หรือว่ามันจะรู้จักเรากับพี่ไหม หรือว่า... มันจะเป็นคนที่ทำให้พี่ไหมต้องฆ่าตัวตาย ใคร? คุณอินทัชเหรอ แต่ตอนที่อยู่ด้วยกันเขาไม่ได้มีทีท่าว่าอยากจะทำร้ายเราเลยนี่ เห็นแต่อยากจะปล้ำเราซะมากกว่า หรือว่าจะเป็นคนอื่น ใคร? นี่... เรากำลังถูกมันตามดูอยู่อย่างนั้นเหรอ

เมื่อนึกได้แบบนั้นสีหน้าของคุณหมอสาวก็ดูตื่นกลัวขึ้นมาทันทีทันใด เธอหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานเกล็ดด้านหลัง ในใจนั้นนึกสงสัยไปยังสามีหมาดๆ เป็นคนเพราะนอกซะจากเขาแล้ว เธอเองก็ยังนึกไม่ออก ว่าใครคือฆาตกร คุณหมอสาวครุ่นคิดต่อเพียงครู่ พยาบาลผู้ช่วยประจำก็เปิดประตูเดินเข้ามา แพรรพีจึงเก็บเครื่องบินบังคับและกระดาษใส่ไว้ในลิ้นชัก แล้วเตรียมตัวทำงานตามปกติ...

 

มื่อถึงเวลาเลิกงานแพรรพีก็เดินมาที่หน้าตึก ดวงตาดำใหญ่ของใครบางคนกำลังจับจ้องอยู่ที่คุณหมอสาว พร้อมๆ กับฉายความอำมหิตออกมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปพร้อมๆ กับกรากระพริบตาของดวงตาคู่นั้น

เอ่อ ที่เข่ากับหน้าผากไปโดนอะไรมาหรือครับคุณแพรสิงห์เอ่ยถามเมื่อเจ้านายสาวเดินมาถึง สีหน้าของเขาแสดงถึงความห่วงใยเมื่อได้สบตากับเธอ

อ๋อ อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ น่ะ แพรซุ่มซ่ามเองก็เลยได้แผลกลับมาด้วยคุณหมอสาวพูดยิ้มๆ มือเรียวข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่แผลตรงหน้าผาก

อย่างนั้นหรือครับ

จ้ะแพรรพียิ้มรับแล้วก้าวเข้าไปนั่งในรถ สิงห์ก็ดันประตูรถให้ปิด

แวบหนึ่งในบริเวณนั้น ใบหน้าคมของใครบางคนเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะจางหายไปพร้อมๆ กับรถหรูของรีสอร์ตเหมวัติ

 

ช่วงเย็นหลังจากกลับมาถึงรีสอร์ต แพรรพีออมานั่งตรงม้าหินอ่อนที่อยู่ตรงหน้าเรือนพัก เธอเอาแต่นั่งครุ่นคิดถึงเจ้ามือบังคับอันธพาล คุณหมอสาวนั่งคิดไปเพลินๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนเป็นสามีได้เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง

หมับ!

 วงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางของคุณหมอสาวอย่างรวดเร็ว ทั้งยังยื่นหน้าเข้าไปจรดจมูกโด่งลงบนแก้มขาว ตามมาด้วยเสียงของการสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผิวกายสาวเสียฟอดใหญ่

หอมชื่นใจผัวซะจริง

คุณอินทัช! เล่นบ้าๆ ฉันตกใจหมด คนกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ด้วยแพรรพีต่อว่าเขาเบาๆ แล้วหันกลับมามองทิวทัศน์ตรงหน้าดังเดิม

คิดเรื่องอะไร หรือว่ากำลังคิดถึงผมอยู่อินทัชขยับกายนั่งลงข้างๆ ภรรยาสาว แล้วสวมกอดเธอเอาไว้ เขาหอมแก้มขาวซ้ำๆ สองสามครั้งจนชื่นใจ ก่อนจะเอาคางเกยไหล่บอบบางแล้วนิ่งอยู่แบบนั้น

ทำไมฉันจะต้องคิดถึงคุณด้วยแพรรพีชำเรืองตามองเขา แล้วค้อนควักใส่เขาเสียวงใหญ่

เมียเขาก็คิดถึงผัวกันทั้งนั้น หรือว่าคุณกำลังคิดถึงชู้อยู่ ไอ้หมอรังสรรค์นั่นใช่ไหมดวงตาคมกริบจับจ้องดวงหน้าหวานของภรรยาสาวในเชิงจับผิด คนโดนจับผิดเลยร้องค้านเสียงแหลม

บ้าน่า ชู้ เช้ออะไรกัน ฉันกำลังคิดเรื่อง... งานค่ะ คือวันนี้ฉันเจออาการของคนไข้แบบแปลกๆ ก็เลยนั่งวิเคราะห์อาการของเขาก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอกค่ะ

แล้วไป ผมนึกว่าคุณกำลังคิดถึงเรื่องคืนนี้เสียอีกพ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ แต่คนโดนพาดพิงกลับหน้าแดงแปร๊ดราวกับลูกตำลึง แล้วรีบหันมาต่อว่าเจ้าของอ้อมแขนซะเสียงหลง

คนบ้า! ฉันไม่ได้บ้ากามเหมือนคุณนะ จะได้มัวนั่งคิดถึงเรื่องแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา

ฮึ นี่ผมกำลังคิดว่าจะชวนคุณไปทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม ตกลงคุณกำลังคิดเรื่องอย่างว่าอยู่อย่างนั้นสิ

บ้า ฉันจะไปคิดถึงเรื่องพวกนั้นทำไม

ไม่ได้คิดแต่ก็พูดออกมา ติดใจผมแล้วล่ะสิ

หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ

ครับ ผมหยุดพูดก็ได้ คุณจะคิดเรื่องอะไรก็ช่างเถอะ แต่ขอให้มีผมอยู่ในใจของคุณคนเดียวก็พอ แค่นี้ผมก็พอใจแล้วอินทัชพูดยิ้มๆ

ดวงตาสีเข้มมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อน สื่อความจริงใจตามที่ปากพูด ก่อนจะยื่นหน้าผากของตัวเองเข้าแตะเบาๆ เข้ากับหน้าผากของเธอ แล้วหลับตาลง เขานิ่งอยู่แบบนั้นเพียงครู่

หัวใจของแพรรพีเต้นระรัวเมื่อได้ยินคำพูดที่ชวนให้หวั่นไหว ไหนจะแววตาที่พราวระยิบของพ่อเลี้ยงหนุ่มเมื่อครู่ คุณหมอสาวรีบเอามือผลักใบหน้าสากระคายของพ่อเลี้ยงหนุ่มออกเบาๆ เพื่อดับอารมณ์หวั่นไหวของตัวเอง ด้วยเพราะกลัวว่าเธอจะเผลอใจไปรักเขา ซึ่งจริงๆ แล้ว แพรรพีเองก็แอบมีใจรักเขาขึ้นมาบ้าง เพียงแต่เธอยังฝังใจเชื่อตามข้อความในไดอารี่ของพี่สาว ซึ่งเธอยังคงจำมันได้ไม่เคยลืม

แพรรพีถอนหายใจเบาๆ อย่างตัดใจ และมองหน้าเขานิ่งๆ ซึ่งอินทัชเองก็หยุดมองเธอนิ่งๆ เช่นกัน เพียงแต่แววตาคมนั้นกลับคละเคล้าไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เพราะรู้สึกขัดใจ ที่ถูกคนในอ้อมแขนดับอารมณ์รักโรแมนติกลง

ตกลงตอนนี้คุณกำลังอยู่ในโหมดของความโรแมนติกใช่ไหมคะ ฉันจะได้ปรับอารมณ์ตามคุณได้ถูกแพรรพีถามเสียงเรียบ สีหน้าของเธอเฉยเมย ไร้ความรู้สึกใดๆ

อินทัชถึงกับหงุดหงิดยิ่งขึ้น เมื่อเจอคำประชดประชันของคนในอ้อมกอด จนต้องเอ็ดกลับเสียงแข็ง เดี๋ยวเถอะ อย่างเพิ่งประชดซิ

แพรรพีหน้ามุ่ยในทันทีที่โดนดุ หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปมองวิวตรงหน้า เพราะนึกเคืองคนบ้าอำนาจที่มักจะชอบใช้เสียงเข้มๆ เอ็ดเธอทุกครั้งที่ไม่ได้อย่างใจเขา

อินทัชถอนหายใจออกมาเบาๆ พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกเหนื่อยใจเล็กๆ เมื่อเห็นความดื้อรั้นของภรรยาสาว เขาหลับตาเพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วมองดวงหน้าของคนในอ้อมแขนอีกครั้ง และเมื่อเห็นพลาสเตอร์ยาแปะอยู่ตรงหางคิ้วของเธอก็ทำให้เขานึกถึงคำพูดของลูกน้องคนสนิทขึ้นมาได้ แววตาที่ขุ่นมัวเมื่อครู่ ก็ปรับเปลี่ยนเป็นแววตาของความห่วงใยในทันที

 “สิงห์บอกผมว่าวันนี้คุณหกล้มจนมีแผลที่คิ้วกับที่เข่า ไหนหันหน้ามาให้ผมดูหน่อยซิ แล้วนี่เจ็บมากหรือเปล่า

น้ำเสียงทุ้มนุ่ม และแววตาที่สื่อถึงความห่วงใย กอบกับท่าทางสนอกสนใจของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ทำให้แพรรพีถึงกับเผลอหวั่นไหวไปกับความรู้สึกนั้น คุณหมอสาวระบายยิ้มให้เขาเล็กน้อย แล้วพูดบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

แพรไม่เป็นไรหรอกค่ะ แผลแค่นิดเดียวเอง แค่โดนพลาสติกบาดนิดเดียวเท่านั้น ที่เข่านี่ก็ระบมนิดหน่อย แพรไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะแพรรพียิ้มให้เขาอีกครั้งเมื่อพูดจบ

แต่อินทัชกลับมองหน้าเธอนิ่งๆ และมองเธอค้างอยู่นาน จนแพรรพีนึกสงสัย เธอยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่สองข้างแก้มของตัวเอง ทำไมคะ หน้าแพรมีอะไรรีเปล่า คุณถึงได้มองแพรค้างแบบนั้น

อินทัชค่อยๆ ระบายยิ้มออก คุณเรียกแทนตัวเองว่าแพร ไม่ใช่ ฉัน เหมือนกับทุกๆ ครั้ง

แพรรพีได้ยินก็รู้สึกตัว นี่เราเผลอหวั่นไหวไปกับเขากรากระทำของเขาอีกแล้วหรือ

หญิงสาวหลุบตาลงหนีแววตาวาวระยับของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่กำลังมองพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กๆ ในใจก็นึกโกรธตัวเองที่ช่างไม่แข็งแกร่งเอาเสียเลย จนเผลอแสดงความสนิทสนมกับเขาเข้าจนได้

อินทัชยิ้มกริ่ม เขาคิดว่าเธอคงขัดเขิน พ่อเลี้ยงหนุ่มยกมือข้างหนึ่งขึ้นช้อนใบหน้าของหญิงสาว

มองผมสิแพร ไม่ต้องอายหรอก ผมดีใจที่ได้ยินแพรพูดแบบนี้ ต่อไปนี้เรียกชื่อแทนตัวเองนะ ผมชอบ นี่คุณเริ่มชอบผมบ้างแล้วใช่ไหมแพร ใช่หรือเปล่าตอบผมมาสิ ผมอยากรู้

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนขยายขึ้นเล็กน้อย เมื่อถูกคนตรงหน้าอ่านความในใจได้ และเพื่อกลบเกลือนความรู้สึกของตัวเอง อีกทั้งเพื่อดับอารมณ์โรแมนติกของเขา คุณหมอสาวย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย แววตาหวานเปลี่ยนเป็นมองคนตรงหน้าอย่างเคืองๆ

ไม่รู้ ไม่ตอบแพรรพีสะบัดเสียงบอกเขา

อินทัชได้ยินก็หน้าเปลี่ยนในทันที ทั้งยังนึกโมโหคุณหมอสาว ที่ชอบทำลายอารมณ์โรแมนติกของเขาอยู่เรื่อยไป พ่อเลี้ยงหนุ่มออกแรงกอดกระชับอ้อมแขนให้แน่นยิ่งขึ้น  ใบหน้าสากระคายแนบชิดเข้ากับดวงหน้าหวานจนแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน

ถ้าไม่ตอบก็นั่งกอดกันอยู่แบบนี้ล่ะ ไม่ต้องกินมันแล้วข้าวน่ะ กอดกันแน่นๆ ก็คงจะอิ่มพอดี โน่น ดูคุณตากับคุณยายที่นั่งตรงโน้นสิ ท่านโบกมือและยิ้มให้เราด้วย คงจะชอบที่เห็นเรานั่งกอดกันอินทัชพยักเพยิดหน้าไปด้านข้างๆ เพื่อให้คนในอ้อมกอดได้เห็นตามที่เขาพูด

แพรรพีขวับไปมอง เห็นคุณตากับคุณยายกำลังมองมาพร้อมกับยิ้มให้ คุณหมอสาวรู้สึกขัดเขินขึ้นมาทันควัน เธอยิ้มเจื่อนๆให้กับท่านทั้งสอง แล้วหันกลับมาจ้องหน้าคนตัวโต พร้อมกับดิ้นขัดขืนแรงกอดรัดเล็กน้อย

คุณอินทัช ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะแพรรพีสั่งเสียงแข็ง

พ่อเลี้ยงหนุ่มนึกเคืองเมื่อได้ยินเธอเรียกแทนตัวแบบเดิมๆ เลยจ้องหน้าคุณหมอสาวด้วยแววตาดุๆ

พูดใหม่ ใช้คำแทนตัวเองใหม่อีกทีซิ

ปล่อย ฉัน เดี๋ยวนี้!แพรรพีตวัดเสียงพูดอย่างชัดคำ

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง คนตัวโตก็ใช่ว่าจะยอมหยุด เพราะนึกเคืองที่คนในอ้อมกอดเริ่มขัดใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มเลยตวัดเสียงดุสวนกลับเสียงเข้ม

เรียกฉันไม่เห็นเพราะ เรียกใหม่เดี๋ยวนี้

ฉัน ฉันๆๆๆ...คุณหมอสาวพูดระรัว ทั้งยังลอยหน้าลอยตาใส่เขา

พ่อเลี้ยงหนุ่มฉุนกึกขึ้นมาในทันควัน มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของคุณหมอสาวเอาไว้ พร้อมกับใบหน้าสากระคายที่พุ่งเข้ากดประกบปาก ปิดเสียงของคุณหมอสาวมันซะเลย แพรรพีพยายามเบือนหน้าหนี มือเรียวของคุณหมอสาวทั้งสองข้าง รีบผลักดันใบหน้าของเขาออกอย่างแรง ด้วยเพราะนึกอายผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่รอบๆ

นี่คุณ! อย่าทำอะไรตามใจตัวเองในที่สาธารณะแบบนี้สิ

รีสอร์ตเป็นที่ส่วนบุคคล เป็นที่ของผม และก็เพราะคุณไม่ทำตามที่ผมบอก ผมก็เลยต้องลงโทษพ่อเลี้ยงหนุ่มยักคิ้วยุกยิก ทำหน้ายียวนเมื่อเห็นว่าคำพูดของตนเองนั้นดูจะสมเหตุสมผล

แพรรพีนึกหมั่นไส้ท่าทางของเขา คุณหมอสาวตะเบ็งเสียงเอ็ดกลับพ่อเลี้ยงหนุ่มซะเสียงแหลม แต่ฉันไม่ชอบ!

อ๊ะ! พูดใหม่เดี๋ยวนี้ ถ้าผิดอีกคราวนี้จะจับจูบให้ปากเจ่อเลยคอยดูอินทัชขู่เสียงแข็ง ทั้งยังทำหน้าตาจริงจัง แพรรพีไม่พูด เธอได้แต่เม้มปาก  จ้องหน้าเขาด้วยแววตาดุๆ

อินทัชรอฟังคำพูดของคนในอ้อมกอดอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเห็นว่าเธอดื้อรั้นไม่ยอมพูดออกมาเสียที ก็เริ่มจะหงุดหงิดเข้าจริงๆ พ่อเลี้ยงหนุ่มเลยออกเสียงขู่เธออีกครั้ง

รึว่าอยากจะโดนจริงๆ

อินทัชทำท่าจะขยับใบหน้าเข้าหาตามคำขู่ แพรรพีรีบเอามือดันใบหน้าเขาเอาไว้ แล้วร้องห้ามเสียงแหลม

ไม่! ฉะ...

แพรรพีเกือบจะเรียกแทนตัวว่าฉันอีกครั้ง แต่พอเห็นคนตัวโตถลึงตาใส่ และทำท่าจะยื่นหน้าเข้ามาจูบเธอจริงๆ หญิงสาวก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแทนตัว และออกเสียงพูดเน้นคำ เพื่อประชดคนตรงหน้า ราวกับว่าเธอกำลังหัดท่องจำซะอย่างนั้น

แพร ขอ โทษ ค่ะ คุณ อินทัช ปล่อย แพร เถอะ นะ คะ แพร หิวข้าว แล้ว ค่ะจบคำคนพูดก็ค้อนควัก ทั้งยังทำหน้ามุ่ย หันไปมองทางอื่นแทนที่จะหันมาสบตากับเขา

คนฟังพยักหน้าเบาๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องดวงหน้าของคนพูดอย่างคาดโทษ ถึงจะประชดแต่ก็พอฟังรื่นหู อย่าให้ได้ยินว่าเรียกแบบนั้นอีกเชียว ไม่อย่างนั้นได้ปากเจ่อไปทำงานทุกวันแน่ ไม่เชื่อก็ลองดูอินทัชขู่เสียงเข้ม แพรรพีก็ได้แต่แอบย่นหน้าและเบ้ปากใส่เขาเท่านั้น...

 

ช่วงสายของวันถัดมา แพรรพียังคงอยู่ที่รีสอร์ตเพราะเป็นวันหยุด คุณหมอสาวออกมาเดินเล่นข้างนอก เพราะรู้สึกเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในเรือนพัก อีกทั้งเธอเองก็นั่งรอและหาโอกาสที่จะเข้าไปค้นหาหลักฐาน ในห้องทำงานของอินทัชอยู่นานนับชั่วโมง แต่ทว่า สามีสุดที่รักของเธอก็เอาแต่นั่งทำงานอยู่ในห้องนั้น โดยที่ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน นานนับชั่วโมงเช่นกัน  และเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าว่าจะลุกหนีไปไหน แพรรพีก็เลยเป็นฝ่ายเดินออกมาเสียเอง เผื่อว่าบางทีเธออาจจะเจอหลักฐานในสถานที่อื่นๆ โดยบังเอิญบ้างก็ได้

แพรรพีเดินเล่นไปรอบๆ รีสอร์ต โดยไม่กล้าไปไกล ห่างจากที่พักมากนัก นั่นก็เพราะเธอถูกอินทัชขู่เอาไว้ถึงความดิบ และความเถื่อน ของคนงานผู้ชาย ที่ทำงานภายในรีสอร์ต จนเริ่มนึกกลัวที่จะต้องพบปะกับพวกเขา

และทุกๆ ครั้งที่เธอเดินผ่านพวกคนงานชาย ที่กำลังยืนทำงานรวมกันเป็นกลุ่มๆ คุณหมอสาวจึงพยายามเดินหนีออกห่าง ให้ไกลจากพวกคนงานชายมากที่สุด พวกคนงานที่กำลังทำงานกันอยู่ตรงที่เธอเดินผ่าน ต่างก็มองตามเธออย่างแปลกใจ ทั้งยังหันมาคุยกันว่าทำไมคุณหมอสาวถึงเดินอ้อมออกไปกลางแสงแดด แทนที่จะเดินไปตามทางเดิน ที่ทางรีสอร์ตได้จัดทำหลังคาและปลูกต้นไม้เอาไว้อย่างร่มรื่น

แพรรพีเดินเลาะไปตามริมทะเลสาบที่ถูกจัดแต่งขึ้นภายในรีสอร์ตอย่างสวยงามและลงตัว คุณหมอสาวเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินข้ามมายังอีกฝากฝั่งโดยไม่รู้ตัว และตลอดเวลาที่เธอก้าวเท้าออกมา แพรรพีก็ถูกจับตามองจากดวงตาดำใหญ่ของใครบางคนแทบตลอดเวลา

คุณหมอสาวหยุดนั่งพักตรงม้านั่งยาวกลางแจ้ง ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ ดวงสีน้ำตาลอ่อนมองทอดออกไปยังผืนน้ำตรงหน้า ในใจก็ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลเมื่อวานตอนบ่าย ทั้งยังนึกเลยไปถึงพี่สาวสุดที่รัก จนระบายออกมาเป็นคำพูด โดยที่ไม่รู้เลยว่า เจ้าตัวการคนที่เธอกำลังตามหา มาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเธอ

แพรรพีถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาด้วยความมุ่มมั่น ถึงแม้มันจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน แพรก็จะค้นหาสาเหตุ และหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ ต่อให้มันขู่จะฆ่าอีกกี่สิบครั้ง แพรจะไม่มีวันยอมหยุดหาความจริง พี่ไหมเอาใจช่วยแพรด้วยนะคะ

พอสิ้นเสียงของคุณหมอสาว มือของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอก็ยื่นออกไปผลักม้านั่งตัวที่เธอนั่งอยู่ให้เอนลงไปข้างหน้าอย่างแรง

แรงผลักของมัน ทำให้แพรรพีที่นั่งอยู่เกือบหน้าคว่ำลงไปในน้ำ ดีที่เธอยังใช้มือจับยึดตัวม้านั่งยาวเอาไว้ได้ทัน เลยยังพอออกแรงดึงให้ทรงตัวยืนได้ ไม่หัวทิ่มลงน้ำเหมือนกับความต้องการของเจ้าของแรงผลัก แต่เมื่อมันเห็นว่าแพรรพีกำลังค่อยๆทรงตัวให้ยืนขึ้น มันก็ตั้งใจที่จะผลักซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้เธอได้ตกลงไปในน้ำจนสมใจ แต่บังเอิญว่าสายตาของมันหันไปเห็น นักท่องเที่ยวสี่ห้าคนกำลังเดินตรงมา และสองคนในกลุ่มก็กำลังหันมามองที่มันกับแพรรพี มือผลักก็เลยรีบปรับเปลี่ยนเป็นช่วยจับแขนของแพรรพีเอาไว้ ทั้งยังออกแรงฉุดดึงให้เธอทรงตัวขึ้นยืนได้

เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ คุณแพร

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามออกไปคล้ายๆว่าจะเป็นห่วงเป็นใย ทั้งยังแสดงสีหน้าถึงความเป็นห่วงเป็นใยเข้าประกอบอีก เลยทำให้แพรรพีหลงเชื่อจนสนิทใจ คุณหมอสาวหันหลังมามองคนที่ช่วยเหลือ และพอเห็นหน้าคนมีน้ำใจ คุณหมอสาวก็ส่งยิ้มเล็กๆ ให้กับเขา

แพรรพีเอามือปัดเศษหญ้าที่เข่าทั้งสองข้างเบาๆ พร้อมกับร้องบอกเสียงอ่อน นายสิงห์ แพรไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ แค่หัวเข่าตำหญ้านิดเดียวเอง

แล้วอยู่ๆ ทำไมคุณแพรถึงได้ลงไปนั่งเล่นแบบนั้นล่ะครับ มันอันตรายนะครับ นี่ถ้าผมมาช่วยเอาคุณไว้ไม่ทัน คุณได้ลงไปลอยคออยู่ในน้ำนั่นแล้วนะสิงห์ถามพร้อมกับจับเก้าอี้ยาวพลิกตั้งไว้เหมือนเดิม

 “ขอบคุณนะคะ ที่มาช่วยแพรเอาไว้ได้ทันการณ์ คือเจ้าม้านั่งตัวนี้สิคะ ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ๆก็เอนไปข้างหน้าเสียดื้อๆ แพรเองยังตกใจเลยนะคะแพรรพีบุ้ยปากไปที่เก้าอี้กลางแจ้ง เพราะคิดว่ามันเป็นตัวการเกือบจะทำให้เธอได้ลงไปว่ายน้ำเล่น

ไหนผมขอดูหน่อย

สิงห์เดินเข้าไปทำทีก้มมองดูที่ขาของม้านั่ง และด้วยความบังเอิญเช่นกัน ที่ใกล้ขาของม้านั่งมีก้อนหินอยู่ใกล้ๆ พอดี สิงก็เลยได้ที เสความผิดไปที่ก้อนหินมันซะเลย อ๋อ ขาข้างนี้ของมันตั้งบนก้อนหินน่ะครับ มันก็เลยเอนไปข้างหน้า

จบคำสิงห์ก็จับเจ้าก้อนหินปาลงไปในน้ำ แล้วจับม้านั่งตั้งบนผืนหญ้าดังเดิม ทั้งยัง ทำท่าจับเจ้ามานั่งขยับไปมา แล้วหันมายิ้มให้กับแพรรพีอีกครั้ง

เรียบร้อยแล้วครับ คราวนี้คุณแพรนั่งได้อย่างสบาย ผมรับรองว่าคุณแพรจะไม่หน้าล้มลงไปอีกแน่นอน

ขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้นายสิงห์ แพรก็คงแย่แพรรพียิ้มเจื่อนๆ สิงห์ยิ้มตอบรับภรรยาของเจ้านาย

มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณแพรเป็นอะไรไป ผมคงโดนนายอินทัชเอาตาย โทษฐานไม่ยอมยื่นมือเข้าไปช่วย

เขาโหดมากขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ

เปล่าหรอกครับ ผมก็แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง เชิญคุณแพรนั่งเล่นได้ตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมขอตัว เดินดูความเรียบร้อยรอบๆ ก่อน ผมขอตัวนะครับ

ขอบใจมากนะ นายสิงห์

ครับผมสิงห์ยิ้มให้กับเจ้านายสาว

แต่เมื่อเขาเดินลับออกมาจนไกลสายตาของผู้คน แววตาที่ดูเป็นมิตรเมื่อครู่ ก็เปลี่ยนเป็นแววตาของความอำมหิตในทันที ทั้งยังหันกลับไปจับจ้องตรงจุดที่เขาเดินจากมาเมื่อครู่

ผมถือว่าผมเตือนคุณแล้วนะ คุณหมอแพรรพี”…


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ" "

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha