กลลวงจอมพยัคฆ์

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : บทที่ 9


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

...บทที่ ๙...

         รงพยาบาล 07.20 น.

อินทัชเลี้ยวรถเข้าไปจอดตรงหน้าตึก แพรรพีคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายบ่า มือเรียวกดเปิดประตูออก แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขา อินทัชก็จับเบาๆ ที่มือของเธอข้างหนึ่ง แล้วขยับตัวยื่นหน้าเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างแผ่วเบา

ผมรักคุณเขากระซิบบอก แล้วจรดปลายจมูกแตะเข้าที่แก้มขาว

ฉันต้องเข้างานแล้วค่ะเธอเอ่ยเบาๆ แล้วหันหน้าหนี ทั้งยังยื่นมือออกไปผลักประตูให้เปิดออก ก่อนจะก้าวขาลงจากรถ แล้วปิดประตู หันหลังเดินเข้าไปในตึกโดยไม่หันกลับไปมอง

อินทัชมองตามหลังเธอไปจนเธอเดินลับมุมตึก พ่อเลี้ยงหนุ่มถอนหายใจอย่างหนักๆ เพราะรู้สึกเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าคมหันกลับมามองทางตรงหน้าอีกครั้ง มือหนาเลื่อนไปปลดล็อกเกียร์ออโต้ เพียงครู่เดียว รถยนต์หรูก็ค่อยๆ แล่นออกจากโรงพยาบาลอย่างช้าๆ

ที่มุมๆ หนึ่งแพรรพีกำลังยืนมองตามหลังรถของพ่อเลี้ยงหนุ่มไป ถึงแม้คำพูดและท่าทางของเธอจะพยายามปฏิเสธ แต่ทว่าในใจนั้นกลับรู้สึกหดหู่เหลือแสน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมีน้ำตารื้นออกมาเล็กน้อย เพราะเจ้าของดวงตาสีหวาน กำลังนึกน้อยใจในโชคชะตา ที่ช่างใจร้ายกับเธอเหลือเกิน สร้างให้เธอมีความรัก แต่ความรักของเธอกลับมีอุปสรรค์อันใหญ่หลวง มาคอยขวางกั้นอยู่ตรงหน้า หรือเพราะเธอกับเขาไม่ใช่คู่กัน มือเรียวเลื่อนขึ้นมาแตะซับน้ำตาที่หางตาทั้งสองข้าง ก่อนจะหันหลังแล้วเดินเข้าไปในตัวตึก


รีสอร์ตเหมวัติ

หลังจากกลับจากส่งแพรรพีที่โรงพยาบาล พ่อเลี้ยงหนุ่มก็กลับมานั่งทำงานที่รีสอร์ต แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่นึกอยากทำงานเลยซักนิด เพราะในหัวมันเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเจ้าฆาตกร ที่เป็นสาเหตุให้ม่านไหมต้องจบชีวิตตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้ว เขาเองก็ยังคงค้างคาใจกับการจากไปของเธอเช่นกัน พ่อเลี้ยงหนุ่มนึกทบทวนไปถึงเมื่อครั้งที่เขาสั่งให้คนงานไปตัดหญ้าแถวๆ เรือนพักของม่านไหมเมื่อสองสามปีก่อน...

เหตุการณ์เมื่อสามปีที่แล้ว

ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันหนึ่ง อินทัชกำลังนั่งทำงานในห้องทำงานภายในรีสอรต์ พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังทำงานอย่างเพลินๆ อยู่ๆ หัวหน้าคนงานก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

นายอินทัชครับ

มีอะไร

เราเจอของบางอย่างที่หลังเรือนเก็ตถะหวาครับ

อะไร

นายไปดูเองเถอะครับ พวกผมไม่มีใครกล้าจับ เพราะกลัวว่าหลักฐานจะเสียหาย

หลักฐานรึ

ครับ

อินทัชรีบไปที่ตามที่คนงานบอก พอไปถึงก็เห็นพวกคนงานพากันกำลังยืนมุงดูอะไรบางอย่าง พวกคนงานพอได้เห็นหน้าเจ้านายหนุ่มก็พากันหลีกทางให้เจ้านายได้เข้าไป อินทัชมองไปยังสิ่งของที่วางบนห่อผ้าสีหม่น มันคือหน้ากากครึ่งเสี้ยวสีทอง ที่ถูกหักออกในส่วนบน ทั้งตรงที่ถูกหัก ยังมีรอยเลือดติดอยู่ ส่วนอีกอันเป็นเลสข้อมือของผู้ชาย ที่ด้านในสลักอักษรย่อเป็นตัว S พ่อเลี้ยงหนุ่มยืนมองอยู่ครู่ใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร เขาก็หันไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคน ตรงต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นป่าละเมาะ 

นั่นใครอินทัชเอ่ยถามเสียงเข้ม แต่ทว่าเงาปริศนากลับรีบหลบวูบเข้าไปหลังต้นไม้ใหญ่ทันทีที่ได้ยิน

ฉันถามว่าใครอินทัชออกเสียงถามดังกว่าเดิม แต่เขาก็ยังได้เพียงความเงียบตอบกลับมา อินทัชหันไปพยักหน้าให้กับหัวหน้าคนงาน

พวกคนงานและหัวหน้าคนงานเลยค่อยๆ ก้าวเข้าหาต้นไม้ใหญ่อย่างช้าๆ แต่เจ้าของเงาปริศนาดันรู้ตัวเข้าเสียก่อน มันรีบวิ่งหลบหนีเข้าป่าไปโดยไม่คิดชีวิต อีกทั้งระหว่างป่าละเมาะและบ้านพักของคนงานยังมีหนองน้ำขวางกั้นอยู่ เลยทำให้การไล่ล่าเจ้าเงาปริศนานั้นยากยิ่งขึ้นอีก จนเมื่อแน่ใจว่าไล่ตามเจ้าของเงาปริศนาไม่ทัน พวกคนงานเลยวิ่งกลับไปหาเจ้านาย

ไม่เป็นไร เรามีหลักฐานอยู่ในมือ ยังไงๆ มันก็ต้องกลับมาเอาหลักฐานแน่ๆ คอยให้คนเฝ้าเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน

ครับ

อินทัชอยู่ดูหลักฐานต่ออีกสักพัก ก็เดินกลับไปที่ห้องทำงาน และก็เป็นจังหวะที่สิงห์ขับรถเข้ามาพอดิบพอดี พ่อเลี้ยงหนุ่มหยุดยืนรอลูกน้องคนสนิท และเอ่ยถามเมื่อสิงห์เดินเข้ามาหา ไปไหนมา

ไปหาพ่อเลี้ยงที่ปางไม้ครับ

พ่อฉันอยู่ที่นั่นรึ” 

ครับ วันนี้ป่าไม้เข้ามาดูงานที่โรงเลื่อย พ่อเลี้ยงก็เลยสั่งให้ผมไปช่วยไอ้เลิศมันดูงาน เพราะคุณนนท์ไม่อยู่ ไปรับคุณตาลที่โรงพยาบาลครับสิงห์ตอบไปตามความเป็นจริง ชายหนุ่มอยู่ในท่าที่นิงเฉยเหมือนปกติ อินทัชพยักหน้าตอบรับเบาๆ พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังจะเดินเลยผ่านไป แต่บังเอิญที่สายตาของเขาดันไปเห็นคราบเลือดบริเวณหลังมือของสิงห์เข้าเสียก่อน

นั่น มือแกไปโดนอะไรมา

เอ่อโดนเศษไม้ที่โรงเลื่อยครับ เมื่อครู่มันแค่บวมแดงเท่านั้น ตอนขับรถผมคงจะเกรงมือแรงไปหน่อย เลือดมันก็เลยออกสิงห์ตอบพร้อมกับยกมืออีกข้างแตะเบาๆ ที่รอยแผล

ไปทำแผลเสียสิ เสร็จแล้วก็ไปจัดการเก็บหลักฐานที่พวกคนงานเจอตรงหลังเรือนของม่านไหมด้วย

ครับสิงห์รับคำ

ถัดมาอีกสองวัน อินทัชกับสิงห์ก็ต้องบินไปร่วมงานการกุศลแทนพ่อเลี้ยงที่กรุงเทพฯ และพอกลับจากกรุงเทพฯ เขาก็ได้รับแจ้งจากลูกน้องว่าหลักฐานได้หายไปอย่างไร้ล่องลอย ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่อินทัชกำลังเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ เขาเปิดโรงแรมพร้อมกันถึงสองสาขา คือที่เชียงใหม่และภูเก็ต พ่อเลี้ยงหนุ่มงานยุ่งและต้องบินไปมาระหว่างเชียงใหม่กับภูเก็ตอยู่บ่อยครั้ง เลยไม่มีเวลามาสนใจเรื่องหลักฐานที่หายไป แต่ถึงกระนั้น ในบางครั้งที่เขาสั่งให้พวกคนงานไปตัดหญ้าแถวๆ เรือนของม่านไหม พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ยังคงได้รับรายงานจากหัวหน้าคนงานว่า แอบเห็นเจ้าเงาปริศนา มาซุ่มแอบดูการทำงานของพวกเขา เลยทำให้อินทัชแน่ใจว่าเจ้าฆาตกรอาจจะอยู่ใกล้กับรีสอร์ต หรือบางทีก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนงานของเหมวัติก็ได้ แต่เพราะธุรกิจที่รัดตัว ทำให้อินทัชไม่มีเวลาไปสนใจ และเมื่อวันเวลาเลยผ่าน เรื่องดังกล่าวก็ถูกลืมเลือนไปกับกาลเวลา...

หตุการณ์ปัจจุบัน

อินทัชนั่งครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ แล้วอยู่ๆ เขาก็เผยรอยยิ้มที่มุมปาก

ใช่สินะเราลืมเรื่องหลักฐานไปเสียสนิท'

พ่อเลี้ยงยกยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ "ฉันรู้วิธีจัดการกับแกแล้วไอ้ฆาตกร"

 

รงพยาบาล 09.30 น.

หลังจากนั่งปลงตกทำใจอยู่นานสองนาน ก็ถึงเวลาเริ่มงานของคุณหมอสาวเสียที แพรรพีเป่าปากพ่นลมออกมาหนักๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมายังหน้าที่ประจำของเธอ แล้วหันไปมองที่ประตูห้องตรวจ ซึ่งพอดีกับพยาบาลสาว ที่เดินถือแฟ้มประวัติคนไข้เข้ามา

เรียกคนไข้เข้ามาได้เลยค่ะคุณพยาบาล ฉันพร้อมแล้วค่ะ

เชิญค่ะพยาบาลสาวพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับคนไข้คนแรกของวัน แล้วขยับถอยหลังไปสองก้าว เพื่อเปิดทางให้คนไข้คนแรกได้เข้ามาในห้องตรวจ ก่อนจะหันไปวางเอกสารการตรวจตรงหน้าของแพรรพี

แพรรพีหยิบเอกสารการตรวจที่พยาบาลสาวเพิ่งวางลงบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน เธอพลิกอ่านประวัติการตรวจด้านในที่เรียงซ้อนกันสองสามแผ่น ก่อนจะเอ่ยทักทายโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง

สวัสดีค่ะ มาตรวจสุขภาพประจำปีหรือคะจบคำคุณหมอสาวก็พลิกประวัติการตรวจในมือกลับมาที่หน้าแรกเพื่ออ่านชื่อ แต่แล้วเธอก็ต้องนิ่งค้างราวกับถูกสาป เมื่อได้เห็นชื่อสกุลของคนไข้คนแรก

คุณ แสงหล้า เหมวัติแพรรพีอ่านชื่อสกุลอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของชื่อที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า

คุณหมอสาวลุกขึ้นยืน มือเรียวทั้งสองข้างถูกยกขึ้นประกบกัน พร้อมกับก้มศีรษะลงเล็กน้อย เพื่อแสดงความเคารพหญิงผู้ทรงอิทธิพลของภาคเหนือ หรือว่าที่แม่สามีของเธอ

สวัสดีค่ะ แม่นาย

แม่นายแสงหล้าเผยรอยยิ้มเล็กน้อย แววตาสีเข้มมองคุณหมอสาวว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กอย่างไม่กระพริบตา แพรรพีสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง ก่อนจะปรับสีหน้าหันไปเผยรอยยิ้มเล็กๆ ให้กับคนไข้คนแรกในวันนี้ของเธอ

ฉันอยากจะคุยธุระกับเธอเป็นการส่วนตัวแม่นายแสงหล้าเอ่ยเสียงเรียบ สายตาของเธอจับจ้องที่คุณหมอสาวแทบไม่วางตา

แพรรพีหันไปพยักหน้าเบาๆ ให้กับพยาบาลสาว เพียงครู่เดียวภายในห้องตรวจก็มีเพียงแพรรพีกับแม่นายแสงหล้าเท่านั้น

แม่นายต้องการคุยเรื่องอะไรกับฉันคะแพรรพีถามเสียงเรียบ สีหน้าของคุณหมอสาวดูนิ่งเฉย ทั้งๆ ที่ข้างในใจของเธอ นึกหวาดหวั่นต่อสายตาของแม่นายคนดังเสียเหลือเกิน

ฉันจะไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาของเธอหรอกนะ ฉันแค่อยากจะรู้ว่า เธอต้องการอะไรจากลูกชายของฉัน

ดวงตาสีเข้มของแม่นายแสงหล้า ยังคงจับจ้องที่ใบหน้าสวยหวานของคุณหมอสาวอย่างไม่วางตา เมื่อเห็นว่าเธอยังคงนั่งฟังอย่างนิ่งเฉย แม่นายคนดังก็เลยพูดต่อ

อย่าบอกว่าเธอรักลูกชายของฉันเชียวนะ เพราะที่ฉันรู้มา เธอแทบไม่เคยเอาใจลูกชายของฉันเลยด้วยซ้ำ อินทัชต่างหาก ที่เป็นฝ่ายคอยเอาใจเธอ เธอต้องการอะไรกันแน่ แพรรพี

แพรรพีลอบถอนหายใจเบาๆ คงถึงเวลาที่เธอต้องแสดงความเข้มแข็งออกมาแล้วสินะ คุณหมอสาวเผยรอยยิ้มเล็กๆ ให้กับแม่นายผู้ทรงอิทธิพล ก่อนจะออกเสียงตอบคำถามเพื่อไขความกระจ่างให้กับว่าที่แม่สามี

ฉันต้องการความรักจากคุณอินทัชค่ะ และฉันก็แน่ใจว่าคุณอินทัชเขารักฉัน เหมือนกับที่ฉันรักเขา เราสองคนรักและเข้าใจกันดี ภาพโดยรวมที่คนอื่นเห็น คุณอินทัชมักจะคอยเอาใจฉันเสมอๆ แต่ในยามลับตาคน ฉันก็เอาใจคุณอินทัชไม่น้อยกว่าที่เขาเอาใจฉันหรอกนะคะ ซึ่งฉันคงไม่ต้องเรียนให้แม่นายทราบมังคะ ว่าฉันเอาใจคุณอินทัชอย่างไรบ้าง

แม่นายแสงหล้าเผยรอบยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกชอบใจในความใจกล้าปากเก่งของว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็ก อย่างนั้นรึ ถ้าเป็นเรื่องพันนั้น เธอคิดเหรอ ว่าลูกชายของฉันจะยอมหยุดที่เธอ  บางทีไอ้ความรักที่อินทัชแสดงออกกับเธอ อาจเป็นแค่ความหลงใหลชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นก็ได้

แต่ฉันคิดว่าฉันคาดเดาไม่ผิดค่ะ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น คุณอินทัชคงไม่พาฉันเข้าบ้าน แล้วเรียนเรื่องแต่งงานให้แม่นายกับพ่อเลี้ยงทราบหรอกนะคะ

นั่นสินะ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่อินทัชบอกฉันว่าจะแต่งงานด้วย แต่ฉันก็ยังไม่ค่อยมั่นใจอยู่ดี ว่าอินทัชเขาจะหยุดแค่เธอ และฉันก็ยังไม่เชื่อ ว่าเธอต้องการแค่ความรักจากลูกชายของฉัน

รักษาความสำคัญของเธอเอาไว้ให้ดี ถ้าวันไหนที่ฉันรู้ว่าเธอมาเพื่อเหตุผลอื่น ที่ไม่ใช่เพราะความรัก เธอคงรู้นะ ว่าฉันจะทำยังไงกับเธอ แต่ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอบอกฉันจริงๆ ฉันยินดีต้อนรับเธอในฐานะสะใภ้ของเหมวัติ เอาล่ะ ฉันคงรบกวนเวลาของเธอเพียงเท่านี้ อย่าลืมตัวเสียล่ะ ว่าฉันคอยจับตาดูเธออยู่ คุณหมอแพรรพีแม่นายแสงหล้าเผยรอยยิ้มที่มุมปาก แววตาสีเข้มดูรื่นรมย์เมื่อได้คุยกับว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็ก

แพรรพีทิ้งตัวนั่งลงกับเก้าอี้ เมื่อแม่นายแสงหล้าเดินพ้นประตู ความรู้สึกเหนื่อยล้ากลับเข้ามาประดังใส่คุณหมอสาวอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมีน้ำใสๆ รื้นขึ้นมาคลอหน่วย นอกจากไอ้ฆาตกรที่คอยแอบตามแทบทุกฝีก้าวแล้ว ก็ยังมีแม่นายแสงหล้าที่คอยจับตาดูเธออยู่อีกคนหรือนี่ แล้วต่อไปเธอจะตามหาหลักฐานได้ยังไง ถ้าจะให้เธอรอคอยความหวังจากอินทัช ก็เห็นจะรอไม่ไหว เพราะเธอเองก็ยังไม่มั่นใจ ว่าเขาจะช่วยเธอจริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า

ความรู้สึกสับสนกำลังเกิดขึ้นในหัวของแพรรพี เธอไม่รู้แม่กระทั่ง จะเริ่มหาหลักฐานได้จากที่ไหน และควรใช้วิธีไหนบ้าง แพรรพียกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตาออก เธอวางข้อศอกทั้งสองลงบนโต๊ะทำงาน แล้วซบหน้าลงบนฝ่ามือ คุณหมอสาวหยุดนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะผละใบหน้าออก สลัดความทุกข์ทั้งหมดทิ้งไป แล้วเรียกพยาบาลสาวที่ยืนรออยู่หน้าห้อง เพื่อเริ่มทำงานจริงๆ เสียที…

รีสอร์ตเหมวัติ 17.30น.

แพรรพีเดินเข้าไปในห้อง คุณหมอสาวหันไปมองยังห้องกระจก ซึ่งเป็นห้องทำงานของอินทัช ดวงตาสีน้ำตาลมองสอดส่องหาร่างสูงของสามี เมื่อไม่เจอก็พยายามกวาดตามองไปรอบๆ แต่เมื่อพยายามมองหาแล้วไม่เห็นเขาจริงๆ เธอก็เดินเลยเข้าไปในห้องนอน เพราะคิดเอาว่าเขาคงออกไปสั่งงานลูกน้องซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติที่เขาทำเป็นประจำ

แพรรพีเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโน้ตเล็กๆ ที่แปะบนกระจก

 

ผมไปงานการกุศลกับพ่อที่กรุงเทพฯ กลับพรุ่งนี้ นอนหลับฝันดี และคิดถึงผมบ้าง

อินทัช

 

แพรรพีมองกระดาษโน้ตในมืออย่างครุ่นคิด เขาไม่อยู่?.. ถ้าอย่างนั้นนี่ก็เป็นโอกาสของเธอแล้วสิ คุณหมอสาวเผยยิ้มออก แล้วรีบเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับออกมาในชุดเสื้อยืดสีขาวคอกว้าง ที่สวมเสื้อกล้ามสีส้มอยู่ด้านใน แล้วสวมกางเกงยืดขายาวสีน้ำเงิน

แพรรพีเดินออกไปหยุดยืนหน้าห้องนอน ดวงตาสีน้ำตาลสอดส่องมองหาคนสนิทของสามีไปรอบๆ จนเมื่อแน่ใจว่าสิงห์ไม่ได้อยู่ใกล้ หญิงสาวก็รีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของสามีอย่างรวดเร็ว

แพรรพีเปิดดูแฟ้มอันโน้นอันนี้อยู่ครู่ใหญ่ จนเมื่อไม่เจออะไรที่เกี่ยวข้องกับพี่สาวของเธอ ก็ทิ้งตัวลงนั่งไปกับพื้นด้านหลังโต๊ะทำงาน ดวงตาสีหวานมองไปรอบๆ และเกือบจะละความตั้งใจทิ้งเสียตรงนั้น เพราะเธอพยายามหาอยู่นานสองนานก็ไม่เจอแฟ้มเกี่ยวกับคนงานในรีสอร์ตเสียที แต่พออยู่ๆ เมื่อเธอเอาศีรษะพิงไปกับพนักวางแขนของเก้าอี้ทำงาน แล้วปรายสายตาไปที่ชั้นล่างสุด ด้านซ้ายของตู้เอกสาร แฟ้มประวัติของคนงานในรีสอร์ตก็ปรากฏตัว

นั่นไง มันอยู่ตรงนั้นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนวาวโรจน์เมื่อได้เห็น แพรรพีขยับตัวคลานเข่า แล้วเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารของคนงานมานั่งเปิดอ่าน แพรรพีใช้เวลาเปิดหาอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดคุณหมอสาวก็พบกับข้อมูลของพี่สาวสุดที่รัก

นี่ไง เจอแล้วคุณหมอสาวพึมพำเบาๆ สีหน้าของเธอแสดงออกถึงความดีใจอย่างที่สุด แพรรพีไล่อ่านทุกตัวอักษรที่เกี่ยวกับพี่สาวของเธอ คุณหมอสาวอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รู้ถึงชื่อเรือนพักของม่านไหม

เรือนเก็ตถะหวา

แพรรพีพึมพำเบาๆ และนั่งอ่านข้อมูลต่อจนจบ ก่อนจะสอดแฟ้มเอกสารเก็บไว้ตรงที่เดิม  แล้วรีบเดินออกไปข้างนอก เพราะกลัวว่าสิงห์จะมาเจอเข้าเสียก่อน

 

างไม้

ชานนท์เดินตรงไปที่โรงเลื่อย พอได้เจอหน้าลูกน้องคนสนิทก็เอ่ยสั่งงานทันที เลิศแกไปเอาใบประมูลงานที่รีสอร์ตทีสิ อินทัชมันโทรมาบอกว่าเตรียมเอาไว้ให้แล้ว อยู่บนโต๊ะในห้องทำงานนั่นล่ะ

ครับ คุณนนท์

ก่อนไปแกแวะไปหาตาลที่เรือนก่อนนะ เห็นว่าจะฝากอะไรไปให้หมอแพรด้วย

ครับเลิศรับคำแล้วเดินตรงไปที่เรือนใหญ่ ชานนท์เลยยืนดูงานภายในโรงเลื่อยต่อ...

 

รีสอร์ตเหมวัติ

ย่ำค่ำแพรรพีออกมานั่งเล่นที่ม้าหินอ่อนหน้าเรือน คุณหมอสาวนั่งมองทะเลสาบและพื้นที่โดยรอบอย่างเพลินตา แต่ทว่า ในใจนั้นกลับครุ่นคิดไปถึงเรือนพักของพี่สาว ทั้งยังอยากรู้อยากเห็นจนเกินกลั้น คุณหมอสาวนั่งชั่งใจอยู่นานสองนาน ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะมีคนเห็นแล้วเก็บเอาไปฟ้องอินทัช แต่อีกใจหนึ่งกลับสั่งให้เธอไปดูให้เห็นกับตา เพราะนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว และเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ ในที่สุดคุณหมอสาวก็ตัดสินใจไปที่เรือนเก็ตถะหวา

ดวงตาสีหวานกวาดสายตามองหาคนสนิทของสามีไปรอบๆ จนเมื่อแน่ใจว่าไม่มีเขาอยู่ในบริเวณนั้น แพรรพีก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินละเลาะสวนหย่อมข้างๆ เรือน เพื่อตรงไปยังเรือนพักของพวกคนงาน ที่ถูกจัดเอาไว้ตรงท้ายรีสอร์ต...  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ" "

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha