กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+ -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : 3 กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

3 กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน


“มาถึงแล้วเหรอริต้า”

                หญิงสาวเสียงใสทักทายทันทีที่เห็นร่างเพื่อนสาวเดินเข้าในห้องทำงานของเธอ ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือเก่ามากมายและหลายเล่มที่ชำรุดทรุดโทรมรอการซ่อมแซม สาริศาถอดแว่นกันแดดออกแล้วยิ้มทักทายเพื่อนรักที่สวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวอ่อนสีเดียวกับผ้าปิดจมูกของเธอ

                “งานยุ่งเหมือนเคยนะ” สาริศาทักพิชชาแล้วมองไปรอบๆ ห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ซ่อมหนังสือ

                “รับช่วงต่อจากคุณตาอ่ะ” พิชชาถอดผ้าปิดจมูกออกแล้วขยับแว่นสายตากรอบหนาของตัวเอง “ดูรูปเธอในนิตยสารแล้วรู้สึกว่าผอมมาก แต่ตัวจริงอวบกำลังดีเชียว”

                “นี่เธอชมหรือด่าฉันอ้วนเนี้ย” สาริศาหัวเราะออกมา เธอไม่ค่อยได้หัวเราะแบบนี้กับใครนัก

                “ชมซิจ๊ะ” พิชชาหัวเราะร่วนแล้วปลดผ้ากันเปื้อนออก “ไม่เจอกันสองเดือนแล้วมั้ง”

                สาริศาไหวไหล่น้อยๆ “วันนี้หาซื้ออะไรอร่อยๆ ไปกินที่บ้านแม่ฉันนะ”

                “อ้าว...ไหนว่าจะพาแม่ออกไปกินข้าวนอกบ้านไง”

                “แม่เปลี่ยนใจไม่อยากออกไปข้างนอกนะซิ” สาริศาถอนหายใจหนักๆ “ฉันก็อยากพาแม่ออกไปสูดอากาศข้างนอกแล้วก็ได้กินของอร่อยๆ”

                “แม่คงไม่อยากให้เธอเจอทัพนักข่าวละมั้ง” พิชชาแตะไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ เธอรู้ดีว่าเพื่อนสาวมักมีข่าวคาวตามหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงอยู่บ่อยๆ ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย “ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ ข่าวมันใส่สีตีไข่ขนาดนั้น ทำไมเธอไม่แก้ข่าวหรือตอบโต้อะไรไปบ้าง”

                “ช่างมันเถอะ” สาริศายิ้มให้เพื่อนรัก “แค่คนในครอบครัวเชื่อใจว่าฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นก็พอแล้ว”

                พิชชายกมือขึ้นเท้าเอว นึกอยากต่อว่าเพื่อนรักอีกแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โต้ตอบอะไรก็เปลี่ยนใจ “เอาเถอะๆ ฉันก็เริ่มหิวแล้ว เราไปหาซื้ออะไรอร่อยๆ แล้วไปกินที่บ้านแม่ดีกว่า”

                พิชชาเดินไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ราวสิบนาที แล้วสองสาวก็ควงแขนกันมาที่รถของสาริศา มุ่งหน้าไปร้านอาหารเจ้าประจำที่เธอโทรสั่งรายการไว้แล้ว  และอีกเพียงสี่สิบนาทีต่อมาทั้งคู่ก็มาถึงบ้านชั้นเดียวหลังเล็กที่คุณพรพิมลพักอยู่ สาริศายืนมองดูบ้านอยู่นานราวครึ่งนาที เธอหลับตาลงอย่างปวดร้าว ก่อนหน้านี้เธอเคยมีบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านหรูกลางกรุง แต่สภาพปัจจุบันช่างแตกต่างจากภาพในความทรงจำเหลือเกิน

                “หอมกลิ่นกับข้าวจังเลยพี่ริต้า-พี่พิชชา”

                “วันนี้กวินอยู่บ้านเหรอ” สาริศาตื่นจากภวังค์ หลานชายตัวโตยกมือไหว้เธอกับเพื่อนแล้วรีบช่วยรับถุงกับข้าว

                “ช่วงนี้สอบเสร็จแล้วฮะ แต่พรุ่งนี้ผมไปทำงานพิเศษ ตอนนี้ได้งานพิเศษที่ร้านกาแฟใกล้ๆ บ้านเรานี่แหละ”

                “ขยันจังเลย”  พิชชาชมด้วยความจริงใจ กวินอายุเพียงแค่18ปี แต่รูปร่างสูงใหญ่ ที่สำคัญเขาคอยดูแลคุณพรพิมลแม่ของสาริศาเป็นอย่างดี ทำให้สาริศาคอยเบาใจที่ต้องอยู่คนละที่กับแม่

                “คุณลุงไม่อยู่ใช่ไหม” สาริศาถามย้ำเพื่อความสบายใจของตัวเอง เลี่ยงที่จะเจอพ่อเลี้ยงได้เป็นเรื่องดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเธออาจจะนึกอยากเป็นฆาตกรก็ได้

                “ครับพี่ริต้า...ออกไปตั้งแต่เมื่อวานยังไม่เห็นเข้ามาเลย”            กวินจัดการจัดอาหารใส่จานเรียบร้อย “ข้าวสุกพอดีเลยครับ พี่ริต้าไปพาคุณป้ามาทานข้าวเลยดีกว่า”

                สาริศาเดินไปที่ห้องนอนของแม่  มารดาของเธอกำลังนั่งแปรงผมอยู่  เพราะอาการเจ็บป่วยทำให้เส้นผมบางลงจนน่าตกใจ  ร่างกายก็ผายผอมลงแต่กระนั้นก็ยังแย้มยิ้มเมื่อเห็นลูกสาวเข้ามา

                “แม่กำลังจะเดินไปอยู่พอดีเลย”

                “หนูช่วยประคองค่ะ” สาริศาเข้าไปประคองแม่แล้วค่อยๆ เดินมาที่โต๊ะอาหาร “มีแต่ของโปรดของแม่ทั้งนั้นเลยค่ะ แม่ต้องกินข้าวเยอะๆ นะคะ”

                “หนูก็เหมือนกันนะลูก” คุณพรพิมลเอ่ยอย่างห่วงใย “หนูผอมไปนะลูก”

                สาริศาหัวเราะแล้วเลื่อนเก้าอี้ให้ผู้เป็นแม่นั่ง  “แฮรี่บอกว่าถ้าน้ำหนักหนูเพิ่มอีกขีดเดียวต้องเป็นเรื่องแน่ๆ”

                “ตายจริง! ขนาดนั้นเชียวเหรอลูก” คุณพรพิมลมีสีหน้ากังวล

                “คุณแม่อย่าไปเชื่อยัยริต้าเลยค่ะ” พิชชากลับหัวเราะออกมา “ใครจะกล้าปฏิเสธนางแบบอันดับหนึ่งของเอเชียได้ล่ะค่ะ”

                “เว่อร์ไปยัยพิชชา”  สาริศาส่ายหน้าไปมา “ตักข้าวให้แม่ได้แล้ว กวินก็มาทานพร้อมกันด้วยซิ”

                “ครับพี่ริต้า”

                สาริศา พิชชา และกวินต่างนั่งล้อมคุณพรพิมลเพื่อรับประทานอาหาร แม้จะเป็นอาหารง่ายๆ แต่ก็เป็นของโปรดที่ถูกปากคุณพรพิมลเป็นอย่างยิ่ง เสียงหัวเราะพูดคุยระหว่างพิชชาและสาริศาทำให้คุณพรพิมลมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นจนกวินสังเกตได้

                กวินมาอาศัยอยู่กับคุณพรพิมลราวๆ หกปีก่อน ขณะนั้นเขาอายุเพียงสิบสองปีแต่ก็ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงไม่กี่ชุดใส่เป้เดินทางจากอยุธยามาหาญาติคนเดียวที่ป้าเลยเล่าให้ฟังที่กรุงเทพฯ แม้ตอนนั้นเขาจะเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กซ้ำยังกำพร้าพ่อและแม้ต้องมาอาศัยกับป้า แต่ทั้งสองก็ยากจนไม่เงินทาองส่งเสียให้เราร่ำเรียน จนทำให้เขาต้องลองเสี่ยงมาขอความช่วยเหลือจากคุณพรพิมล ด้วยความเมตตาของคุณพรพิมลทำให้เขาได้กินดีอยู่ดีและได้ร่ำเรียนหนังสืออย่างที่ตั้งใจหวัง เขาพยายามช่วยเหลืองานบ้านทุกอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณที่คุณพรพิมลมีต่อเขา แต่เมื่อในครอบครัวมีเหตุวุ่นวายจนพี่สาริศาหรือริต้าต้องขายบ้านหลังใหญ่โตมาซื้อหลังเล็กๆ แบบนี้   

                สัญญานะว่ากวินจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุด” สาริศาเอ่ยขึ้นในวันที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่มองกวินเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่ง กวินจะดูแลคุณแม่แทนพี่สาวคนนี้ได้ไหม

                ครับพี่ริต้า ผมให้สัญญา ผมจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุดครับ

                กวินรู้สึกดีใจที่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องพ่อเลี้ยงละก็...ทุกอย่างในบ้านคงสงบสุขมากกว่านี้เป็นสิบเป็นร้อยเท่าแน่ๆ เขาเองก็เข้าใจดีในความจำเป็นที่ทำให้พี่สาริศาของเราต้องไปอยู่คอนโดแทนที่จะได้อยู่ใกล้ชิดคุณแม่พรพิมล

                พ่อเลี้ยงชีกอแถมถูกพี่พนันเข้าสิงแบบนั้น อยู่ห่างเป็นดีที่สุด

                กวินเองก็เคยนึกสงสัย ทำไมคุณพรพิมลยังอดทนต่อสามีคนนี้เสียเหลือเกิน เขายอมรับว่าแรกๆ ที่ได้รู้จักคุณอานนท์ เขาช่างเป็นคนดีเสียจริงแต่เวลาผ่านไปไม่นานนัก ทุกอย่างก็กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ คุณพรพิมลก็ตรอมใจแต่ทำเหมือนยอมรับโชคชะตาและมักพร่ำเสมอว่ามันเป็นเรื่องของเวรกรรม

                “ได้เวลาเสิร์ฟของหวานแล้วจ๊ะกวิน”            

                เสียงพิชชาทำให้กวินตื่นจากภวังค์ กวินตอบรับแล้วรีบลุกขึ้นไปยกถ้วยของหวานที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟทุกคน

                “ได้ยินว่ากวินทำงานพิเศษช่วงปิดเทอม จะเอาเงินไปทำอะไรหรือจ๊ะ” พิชชาถามพลางตักลอดช่องน้ำกะทิเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

                “ก็...” กวินยิ้มเขิน

                “กวินอยากได้อะไรหรือจ๊ะ” สาริศาถามพร้อมรอยยิ้ม  เธอรู้ว่ากวินเป็นเด็กดีไม่มีทางที่จะเอาเงินไปทำเรื่องไม่ดีแน่ๆ

                “ผมตั้งใจว่าจะเก็บเงินแล้วเดินทางท่องเที่ยวครับ”

                “จริงเหรอ จะไปเที่ยวที่ไหนล่ะ” พิชชาถามอย่างตื่นเต้น

                “ผมอยากไปประเทศเทซาเนียครับ” กวินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ผมดูสารคดีท่องเที่ยว ที่นี่เป็นประเทศเปิดใหม่ มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรามาก ผมรู้สึกอยากลองไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งในชีวิตครับ”

                น้ำเสียงร่าเริงของกวินทำให้สาริศาฝืนยิ้มออกมา มีแต่พิชชาเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสาว เธอจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย                แต่ก็ดูเหมือนจะสายไปแล้วเพราะแววตาของสาริศาหม่นร้าวเหลือเกิน ถึงเธอจะเป็นเพื่อนรักที่สุดของสาริศา แต่ก็เหมือนว่าสาริศาจะมีบางอย่างปิดบังเธออยู่ เพราะตั้งแต่ที่สาริศาไปท่องเที่ยวที่เทซาเนียเมื่อหลายปีก่อน สาริศาก็ทำเหมือนว่าไม่ต้องการพูดถึงชื่อประเทศนี้อีก

                “เอ่อ...อีกสองสามวันพี่ต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น กวินกับแม่อยากได้อะไรไหมคะ”

                “แม่ไม่เอาอะไรหรอกลูก แค่ได้เห็นหน้าลูกแม่ก็มีความสุขแล้ว”

                “ผมก็ไม่เอาอะไรครับ รองเท้าที่พี่ริต้าซื้อมาให้ก็ยังสภาพดีอยู่เลย”

                สาริศาหันมาทางพิชชา “เธอคงเหมือนเดิมใช่ไหมล่ะ”

                พิชชาหัวเราะคิกคัก “ถ้าเจอหนังสือภาพสวยๆ ซื้อมาเลยนะ”

                “หนังสือจะทับตายอยู่แล้ว ยังอยากได้หนังสืออีก”

                “ก็อย่าถามซิว่าฉันอยากได้อะไร”

                “ฉันถามแม่กับน้องชายต่างหาก

                “ยัยริต้า!

                คุณพรพิมลอดหัวเราะไม่ได้ นอกจากพิชชาแล้วก็ไม่เห็นลูกสาวของตัวเองจะสนิทสนมกับใครเลย หลังจากทานอาหารและยาแล้วนางก็เริ่มจะง่วงนอน สาริศาประคองแม่กลับไปที่ห้องนอน แต่เมื่อเดินออกมากลับเจอหน้าพ่อเลี้ยงที่นั่งที่โต๊ะอาหารอย่างไม่ได้รับเชิญ

                “มีของกินดีๆ ไม่คิดจะเรียกกันเลยนะ” คุณอานนท์แสยะยิ้มที่มุมปาก

                “ของเหลือบนโต๊ะ ถ้าจะกินก็เชิญตามสบายเลย”

                “นังนี่! พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ยังไงฉันก็เป็นพ่อเลี้ยงของแกนะ!!

                สาริศากัดฟันกรอดๆ ถ้าไม่เกรงใจแม่ละก็...เธอไม่ยอมให้ใครพูดจาแบบนี้แน่ๆ แต่เธอก็ไม่อยากให้แม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเอกับพ่อเลี้ยงทะเลาะกัน สาริศาจึงหันไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่แล้วหันไปพยักหน้ากับพิชชาที่เตรียมตัวจะกลับตั้งแต่เห็นหน้าคุณอานนท์เข้ามาในบ้านแล้ว

                “เฮ้ๆ จะไปก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่เอาเงินไว้ให้ใช้บ้างซิ” คุณอานนท์ตะโกนไล่หลัง “ฉันดูแลแม่แกอยู่นะ”

                สาริศาหันขวับไปมองด้วยแววตาวาวโรจน์เล่นเอาอีกฝ่ายไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร หญิงสาวเดินออกมาด้วยความหงุดหงิดผิดกับตอนเข้าบ้านลิบลับ             

                อานนท์มองลูกเลี้ยงสาวเดินจากไปพ้นรั้วบ้านแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก เดี๋ยวนี้สาริศาดูแข็งกร้าวกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ใช่เด็กหญิงที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตายอมทนให้เขาดุด่าทุบตียังไงก็ได้อีกแล้ว อารมณ์หงุดหงิดจากที่เสียเงินจากบ่อนการพนันทำให้เขาอยากจะโวยวายให้บ้านพัง แต่ไอ้บ้านเท่ารูหนูก็ไม่รู้จะหันไปทำอะไรที่ไหนได้ หันไปเจอเจ้ากวินก็เอาแต่ทำหน้านิ่งเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา

                “เฮ้ย! คนบ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดวะ”

                อานนท์บ่นแล้วเดินเข้าไปห้องภรรยา แต่เมื่อเห็นนางหลับอยู่เขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากออกมา “ขอกันดีๆ ไม่ให้ก็ต้องค้นกันเสียหน่อย  ดูซิว่าซ่อนเงินไว้ที่ไหนบ้าง”

                ชายวัยกลางคนที่กลิ่นตัวคละคลุ้งไปด้วยแอลกอฮอร์เริ่มค้นตามตู้เสื้อผ้า ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะข้างเตียงนอน และอีกหลายๆ ที่ที่คิดว่าภรรยาจะซุกซ่อนเงินไว้ แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลย  นานหลายนาทีต่อมาจนเขานั่งหอบหายใจแรงเพราะความเหนื่อยอ่อน

                “โอ๊ยอะไรกันเนี้ย! บ้านนี้มันไม่มีอะไรเลยหรือไงวะ”              อานนท์สบถหยาบคายอีกหลายคำแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอาบน้ำ พลันสายตาของเขาก็บังเอิญไปเห็นกล่องเล็กๆ ถูกซุกอยู่ระหว่างผ้าคลุมไหล่ของภรรยาของเขา มือหนาหยิบกล่องกำมะหยี่ออกมาเปิดดูแล้วดวงตาของเขาก็วาวโรจน์ด้วยความยินดีกับสิ่งที่เห็น

                “คิดเรอะว่าจะซ่อนฉันได้!!

                การจราจรในกรุงเทพฯ แน่นขนัดจนคล้ายเป็นความเคยชินของคนที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้ รวมทั้งสาริศาและพิชชาด้วย

                “ฉันไม่เข้าใจแม่ของเธอเลยจริงๆนะริต้า” พิชชาถอนหายใจ

                “ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” สาริศาถอนหายใจหนักๆ แล้วขับรถออกมาจากบ้านของแม่ “แม่ก็คงมีเหตุผลของแม่นั้นแหละ”

“เห็นแบบนี้ฉันขออยู่เป็นโสดไปจนตายดีกว่า” พิชชาขยับแว่นสายตาชิดใบหน้าแล้วเหลือบมองเพื่อนสาว “เธอก็เหมือนกัน พักผ่อนบ้างล่ะ อย่าเอาแต่ทำงานเดี๋ยวไม่สบายเอา”

“ฉันรู้ตัวเองดี...ไม่มีใครจะดูแลฉันได้ดีเท่าตัวฉันเองหรอกจ๊ะ” 

สาริศาฝืนยิ้มออกมา เธอมองถนนที่เต็มไปด้วยรถรามากมาย แต่หัวใจเธอยังคิดถึงถนนเส้นเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแปลกตาของชาวทะเลทราย

บางสิ่งบางอย่างก็เป็นไม่สามารถจะหาเหตุผลมาอธิบายได้เสมอไป.

............................................................................................



ชื่อหนังสือ    กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน
ประเภท        นิยาย
ผู้แต่ง        เพลงมีนา
พิมพ์ครั้งแรก 2556        สำนักพิมพ์ไอริส
พิมพ์ครั้งสอง 2560        ธารจันทร์สำนักพิมพ์

เรื่องราวของหญิงสาวนามเคอหลิ่งหลิน จากเด็กกำพร้ากลายเป็นลูกบุญธรรมของแม่ทัพ ชายที่นางแอบรักถูกพิษเล่นงานทำให้เกือบสิ้นชีพ นางจึงทำทุกวิถีทางที่จะช่วยเขา
ทำให้นางได้รู้ชาติกำเนิด ‘รอยสักดอกไม้แดง’ และหนทางสู่กระบี่ผงาดฟ้า
นิยายที่สร้างความประทับใจจนติดอันดับ Top 20 จากเวบไซต์
เด็กดี.คอมและธัญวลัยมาแล้ว.
พิเศษ! โหลดอ่านตอนนี้ จากราคาปก : 309.00 บาท ในราคาพิเศษ : 139.00 บาท
(หนังสือมีจำนวน : 506 หน้า)

เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" รูปแบบ E-Books ในราคาพิเศษได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (บัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (บัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (บัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (เล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (เล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (เล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (เล่ห์รักในรอยทราย18+)

เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เพลิงแค้นบัญชารัก 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้ ขอบคุณครับ




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอคือนางแบบสุดร้อนแรงที่ได้รับฉายาว่า “เจ้าหญิงน้ำแข็ง” เขาคือ “เจ้าชายเถื่อน” ชีคหนุ่มผู้เร่าร้อนที่ละลายน้ำแข็งในใจเธอ"

เพลงมีนา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha