กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ไม่มีเหตุผล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2  ไม่มีเหตุผล



                 เที่ยงคืนกว่าแล้วคืนนี้อากาศด้านนอกเย็นสบาย แต่คนในห้องนอนกว้างที่ถูกจับมาตั้งแต่ตอนกลางวัน กำลังพลิกตัวไปมากระสับกระส่าย อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่หมอฉีดให้เมื่อตอนสามทุ่มกว่า หรือไม่ก็จิตใต้สำนึกที่มีความกังวลและหวาดกลัวเป็นทุนเดิมก็ได้

ชายหนุ่มเจ้าของบ้าน เดินออกจากห้องของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง เปิดประตูห้องเข้ามายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงโดยที่ร่างบางบนเตียงไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ว่าคนที่เธอคิดว่าอันตรายกับเธอที่สุด กำลังยืนจ้องเธอนิ่งๆ อยู่

...ฮึ ลูกสาวของผู้ทรงอิทธิพลด้านธุรกิจบันเทิงอย่างนั้นเหรอ เขานี่แหละ จะทำให้ผู้ชายคนนั้นรู้ว่า คนเราเวาลที่ต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักปานแก้วตาดวงใจนั้นมันเป็นอย่างไร .. ใครไม่เป็นเขากับครอบครัวก็ไม่รู้รสชาติของความเจ็บปวดนั้นหรอก ความเจ็บปวดในหัวใจของคนในครอบครัวรวมถึงตัวเขาเองด้วย ว่ามันหนักหนาสาหัสแค่ไหน ...เขานี่แหละจะทำให้ผู้ชายคนนั้น เจ็บกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า และผู้หญิงตรงหน้านี่แหละคือคำตอบของทุกๆ ความเจ็บปวดนั้น

ไอศูรย์ยืนมองหน้าสวยหวานที่หลับสนิท ไม่มีอาการดิ้นรนกระวนกระวายเหมือนก่อนหน้านี้แล้วด้วยความเคืองแค้น ความเจ็บปวดที่สุมแน่นในอกของเขามานาน จะได้รับการปลดปล่อยเสียที ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าสวยใสที่ปราศจากไฝฝ้าด้วยความเจ็บปวดใจ

...คิดถึงพี่สาวสุดที่รักของตัวเองครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่กับชะตากรรมที่ต้องพบเจอ สาเหตุเพราะนายพัฒนะ บิดาของเธอคนนี้ ถึงใครๆ จะบอกกับเขาว่าทุกอย่างเป็นความผิดพลาด โดยไม่ตั้งใจของผู้ชายคนนั้น แต่เขาไม่เชื่อหรอก เขาเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน และสายตาของเขาที่เห็นเท่านั้น...

...พี่สาวของเขาเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงสดใสมาตลอด ต้องกลายเป็นคนเงียบขรึม วิตกจริต จนสุดท้าย สมองไม่อยากจดจำเรื่องราวใดๆ ต้องตรอมตรมกับความไม่รับผิดชอบของผู้ชายคนนั้น เขายังจำได้ดี เมื่อครั้งที่เขาได้ยินบทสนทนาระหว่างกันของพี่สาวของเขากับผู้ชายคนนั้น หลังจากที่พี่สาวของเขาต้องตรอมใจอีกหลายเดือนหลังจากนั้น และเสียชีวิตลงไปในที่สุด ถ้าเพียงแต่ผู้ชายคนนั้นแสดงความรับผิดชอบ ถ้าเพียงแต่ชายคนนั้นเป็นสุภาพบุรุษพอ ไม่ขี้ขลาดตาขาว รักษาแต่หน้าตาชื่อเสียงของตัวเอง พี่สาวของเขาก็คงไม่เสียชีวิตไปอย่างทุกข์ทรมานขนาดนั้น.. ไอศูรย์คิดถึงเรื่องราวครั้งเก่านั้นด้วยความเจ็บปวดในหัวใจ ต่อไปผู้หญิงคนนี้ จะต้องเจอเหมือนกันบ้าง เขาขอสัญญากับตัวเองเอาไว้เลย…

เสียงเปิดและปิดประตูแรงๆ ทำให้ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงกว้างสะดุ้งตกใจ รีบลุกนั่งทันที ทั้งที่ยังไม่ลืมตาเต็มที่ด้วยซ้ำ แสงแดดที่ส่องสว่างเข้ามาแยงตาจนเธอต้องหรี่ตาลง สะบัดศีรษะเพื่อไล่ความมึนงง .. นี่เธอหลับยาวมาตั้งแต่เมื่อคืนเลยหรือนี่... แล้วนายซาตานนั่นล่ะ... ทันทีที่นึกได้ หญิงสาวก็หันไปมองทางประตูที่ได้ยินเสียงปิดเสียงดังเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“ไง จะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไงแม่คุณ ดูท่าทางก็สบายดีแล้วนี่” น้ำเสียงเย้ยหยัน ดังมาจากริมหน้าต่างที่เป็นต้นเหตุให้มีแสงแดดส่องสว่างเข้ามาในห้อง

“...”

“ลุกมาเตรียมตัวได้แล้ว ฉันรู้นะว่าเธอหายแล้ว ไม่ต้องมาทำสำออยหรอก ลงมา” ชายหนุ่มเดินตรงไปที่เตียงกว้าง และกระชากร่างบางของหญิงสาว ที่ยังตื่นไม่เต็มที่ ยังมึนงงอยู่ลงจากเตียงจนหน้าคว่ำคะมำลงกับพื้น

“โอ๊ย ปล่อยนะ” แหวขึ้นเสียงสั่น

“มานี่เลย ไปอยู่ในที่ที่เหมาะกับคนอย่างเธอก็แล้วกัน” ชายหนุ่มคว้าแขนเรียวของเธอไว้ แล้วลากให้ตามตัวเองออกไปจากห้อง

“โอ๊ย เจ็บนะ ปล่อยสิ ปล่อยนะ” หญิงสาวไม่หยุดโวยวายเจ็บไปทั่วแขน...ไอ้บ้าซาตานนี่ ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา ท่าทางก็ออกจะสะโอดสะองขนาดนี้

“หยุดแหกปากได้แล้ว เงียบเสียงซะ ถ้ายังไม่อยากอายเจ้าพวกนั้น” ชายหนุ่มผลักร่างเธอลงกับพื้นหน้าห้องแล้วชี้ไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงใกล้บันไดทางลงชั้นล่าง

“คุณจะพาฉันไปไหนอีก ลากไปลากมาแบบนี้ บอกฉันสิว่าที่นี่มันที่ไหน” ถามออกไปเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ

“เธอไม่จำเป็นต้องรู้ไม่ต้องมาถามอะไรทั้งนั้น สถานะของเธอตอนนี้ มีสิทธิ์มาเสนอหน้ากับฉันอย่างนั้นเหรอ” ไอศูรย์ก้มลงกระชากร่างบางให้ลุกขึ้นแล้วดึงให้ตามไปอีกครั้ง

“ธิน นายไปบอกแมวให้เปิดบ้านหลังเล็กไว้ให้ฉันด้วย แล้วนายก็ไปจัดการเรื่องที่ฉันสั่งเมื่อคืนได้เลย อย่าลืมว่าอย่าทิ้งร่องรอยอะไรไว้จนใครตามาถูกล่ะ ฉันไว้ใจนายนะธิน อย่าพลาดล่ะ” สั่งน้ำเสียงเฉียบขาด ...ทำไมวันนี้เจ้านายมาโหมดนี้อีกแล้วล่ะ เมื่อวานยังเห็นอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วนี่นา....อธินคิดอย่างสงสัย

“อ้อ แล้วก่อนกลับเข้ามา ไปจัดการเรื่องเสื้อผ้าผู้หญิงมาเยอะๆ ด้วยล่ะ เอาแบบง่ายๆ ก็พอ อีกอย่างนายเอาโน้ตบุ๊คที่บริษัท มาให้ฉันด้วยเลย ฝากบอกคุณเชาว์ว่าฉันไม่เข้าบริษัทสักพักนะ ถ้ามีอะไรเร่งด่วนให้โทรเข้ามาที่เบอร์ฉันโดยตรงได้ตลอดเวลา” สิ้นคำสั่งของเขา บอดี้การ์ดทั้งกลุ่มก็แยกย้ายกันไปทันทีด้วยความรวดเร็ว

หญิงสาวที่ถูกลากให้ตามเขาออกมาเพิ่งมีโอกาสได้เห็นบริเวณบ้านนี้เป็นครั้งแรก ตากลมโตพยายามสอดส่ายสายตามองไปทั่วบริเวณ เพื่อจดจำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เผื่อจะใช้เป็นประโยชน์ในการหาลู่ทางหนีไปจากที่นี่ได้ ที่นี่จะต้องเป็นบ้านพักตากอากาศ หรือไม่ก็ก็บ้านส่วนตัวของนายคนนี้แน่ๆ ที่นี่คือที่ไหน เธอจะทำอย่างไรถึงจะรู้ได้ เอาเถอะ จะลองหาโอกาสในภายหลังสืบดูอีกทีก็ได้ ยังไม่ตายอย่าเพิ่งท้อนะรสา จำไว้... ตอนนี้เธอต้องหาทางเอาตัวให้รอดจากนายซาตานหน้าใสนี่ก่อนดีกว่า คนอะไรแรงเยอะเป็นบ้า...หญิงสาวคิดอย่างหวาดวิตก

“แมวๆ อยู่ข้างในบ้านแล้วใช่ไหม ออกมาด่วนเลย” ไอศูรย์ตะโกนเรียกด้วยความฉุนเฉียว นี่ขนาดเขาสั่งให้เตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ เช้านี้ยังชักช้าอยู่อีก

“แมวออกมานี่ ฉันเรียกได้ยินไหม ฮะ” น้ำเสียงดุดันมากกว่าเดิม เด็กแมวที่เดินจากทางประตูด้านหลังบ้านต้องรีบวิ่งจี๋มาทันที ตกใจจนตัวสั่น เสียงสั่น

“ค่ะๆ คุณไอซ์ มาแล้วค่ะ” ตอบน้ำเสียงนอบน้อมด้วยความกลัว

“วันนี้เธอมีหน้าที่ดูแลผู้หญิงคนนี้ไว้อย่าให้ออกไปไหน และห้ามไม่ให้คลาดสายตาเด็ดขาด ฉันมีธุระต้องไปทำก่อน ถ้ากลับมาแล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะก็ เธอคงรู้นะว่าฉันจะจัดการกับเธอยังไง” ชายหนุ่มสั่งจบทำท่าใช้นิ้วปาดคอขู่เอาไว้ด้วย

“แล้วทำไมให้นายหญิงอยู่ที่นี่ล่ะคะ” เด็กแมวถามขึ้นด้วยความลืมตัว

“ใครใช้ให้เธอเรียกผู้หญิงคนนี้ว่านายหญิง ห๊า” ชายหนุ่มตะคอกกลับเสียงดัง จนแมวแทบอยากหายตัวไปจากตรงนั้นเสียเลย

“จำเอาไว้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นได้แค่ทาส หรือไม่ก็ขี้ข้าเท่านั้น อย่าแม้แต่จะคิดเรียกอีกเชียวนะ หรือถ้าเธอกล้าเรียกให้ฉันได้ยินอีก รับรองว่าเธอเจอดีแน่” ชายหนุ่มขู่สำทับไปอีกรอบ แล้วคราวนี้ได้ผลจริงๆ เสียด้วย

“คุณไอซ์ หนูขอโทษค่ะ ต่อไปนี้หนูไม่กล้าอีกแล้วค่ะ ไม่กล้าแล้วค่ะ” รับปากตัวสั่นเสียงสั่น...ทำไมเจ้านายโหดจังเลย สงสัยมีเรื่องอะไรโกรธคุณรสามากแน่ๆ...

“เข้าไป ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ ไม่มีคนรับใช้ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เหมือนที่เคยมีมา แล้วก็คงไม่มีคุณพ่อสุดที่รักของเธอเอาไว้ให้อ้อนอีก แต่อย่าเพิ่งคิดอะไรมากนะ เพราะว่านี่เป็นแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น บทเรียนจริงๆ สำหรับเธอยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ” พูดจบผลักร่างบางของเธอเข้าไปในบ้านอย่างแรง และทันทีที่ร่างสูงพ้นบ้านไป ร่างบางก็ทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮออกมา

...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เธอไปสร้างเวรสร้างกรรมอะไรเอาไว้กับผู้ชายคนนี้นะ หญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่แบบนั้นจนตาบวมไปหมด น้ำตาเปรอะใบหน้าสวยหวาน คิดสิรสา คิดหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ ก่อนที่อะไรๆ มันจะสายเกินไป  ดีกว่ามานั่งคร่ำครวญอยู่เพียงอย่างเดียว... คิดได้ดังนั้นร่างบางกลั้นก้อนสะอื้นไว้อย่างเต็มที่ ตัดสินใจเดินสำรวจทั่วบ้านเดินเข้าห้องกว้างกลางบ้าน การจัดห้องนี้แบบเรียบง่าย มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และตู้กระจก พร้อมโต๊ะเขียนหนังสืออีกตัวเท่านั้นที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง แค่นั้นจริงๆ

หญิงสาวเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู...โล่ง... มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพับวางไว้ กับชุดนอนสีน้ำเงินแบบผู้ชายอีกสองชุด แล้วนี่เธอจะอาบน้ำได้อย่างไร จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนใส่  ในเมื่อไม่มีอะไรเลยในห้องนี้ หญิงสาวเปิดดูทั่วทุกห้องทุกที่ทั้งบ้าน แม้จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ แต่เธอกลับรู้สึกว่าการตกแต่งเป็นแบบคลาสสิก ดูดี ตรงห้องรับแขกขนาดเล็กมีเปียโนตัวโตวางเอาไว้ด้วย ไม่มีฝุ่นจับ แสดงให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ที่ดี จึงเดินเลยเข้าไปบริเวณห้องครัว

...ค่อยยังชั่ว ที่มีอุปกรณ์พร้อม เปิดตู้เย็นดูก็เห็นมีของสดอยู่เต็มตู้ แบบนี้เธอคงไม่อดตายแล้วสิ เพราะกว่าเธอจะหาทางออกจากนี่ได้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ ถึงเธอจะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่เธอจะต้องหลอกถามคนในบ้านนี้ดู คงจะมีใครสักคนหรอกที่พอจะบอกอะไรเธอได้บ้าง คนแรกที่เธอแอบหวังไว้ก็น่าจะเป็นเด็กแมวนี่แหละ…

หญิงสาวเดินออกมาจนถึงหน้าบ้าน บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ มีชิงช้าสีขาวผูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านข้างของตัวบ้าน เธอเดินไปนั่งลงแล้วไกวเบาๆ ...คิดถึงคุณพ่อจังเลย ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ คงตามหาเธอให้วุ่นไปหมดแล้วแน่ๆ ทำอย่างไรจึงจะหาทางติดต่อกลับไปได้นะ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ไม่รู้นายซาตานนั่นเอาไปไว้ที่ไหน บ้านหลังนี้เท่าที่เธอเดินดูก็ไม่เห็นมีโทรศัพท์บ้านเลย...

ปันรสานั่งมองไปจากชิงช้า เห็นบ้านหลังใหญ่สีขาวที่เธอถูกลากมากจากที่นั่นเมื่อเช้าอยู่ไกลๆ นายซาตานนั่นหายไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยเธอก็พอได้มีเวลาให้ตั้งสติ คิดหาทางช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง แม้ตอนนี้จะยังมืดแปดด้านก็ตามเถอะ ... หญิงสาวลุกเดินจากชิงช้าตามหาแมวจนทั่วบ้าน อย่างน้อยความช่วยเหลือแรกของเธอน่าจะได้จากแมวนี่แหละ

“แมว ฉันมีอะไรให้ช่วยหน่อยได้ไหม” เมื่อเจอเด็กสาวกวาดใบไม้อยู่หลังบ้าน จึงลองหยั่งเชิงถามดู

“มีอะไรเหรอคะนายหญิง เอ่อ คุณรสา” แมวยังเผลอลืมเรียกแบบเดิมอีก

“เรียกฉันว่ารสาเถอะ อย่าเผลอลืมอีกล่ะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็...” หญิงสาวทำท่านิ้วชี้ปาดคอเลียนแบบคนออกคำสั่งเมื่อเช้า

“แหม คุณก็ อย่าขู่กันสิคะ แค่คุณไอซ์คนเดียวหนูก็กลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้วล่ะ” เด็กแมวบ่นกระปอดกระแปด

“ว่าแต่ คุณมีอะไรให้หนูช่วยเหรอคะ”

“คือ ฉันอยากอาบน้ำน่ะ เหนียวตัวมากเลย เอ่อ แมวพอมีหรือ เอ่อ หาเสื้อผ้าให้ฉันสักชุดได้ไหม” หญิงสาวขอร้องเพราะทนเหนียวตัวไม่ไหวแล้วจริงๆ

“เดี๋ยวหนูไปเอาผ้าซิ่นของป้านวลมาให้คุณดีกว่า อ้อ แล้วหนูก็มีเสื้อยืดที่ยังไม่เคยใส่ พอจะไหวมั้ยคะ”

“เอามาเถอะ ได้ทั้งนั้นล่ะ ตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ เหม็นตัวเองเต็มทีแล้ว คนอย่างฉันได้แค่นี้ก็บุญแล้วล่ะ เนอะแมว” คนพูดหน้าเศร้าลง เมื่อนึกถึงชะตากรรมที่ไม่รู้ว่ายังจะต้องพบเจอกับอะไรอีกบ้าง หากเธอยังไม่สามารถหนีออกไปได้... เด็กแมวที่ยืนมองอยู่อย่างสงสารรีบพูดปลอบใจออกมา

“คุณอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะคะ หนูว่าจริงๆ แล้วคุณไอซ์คงจะไม่ทำอย่างที่พูดเอาไว้หรอกค่ะ คุณไม่รู้อะไร คุณไอซ์ท่านเป็นคนใจดีมากนะคะ แม้จะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดก็เถอะค่ะ”

“ใจดี แล้วทำไมเมื่อเช้าแมวถึงกลัวขนาดนั้นละ” หญิงสาวถามขึ้นบ้าง

“ก็มันกะทันหัน นั่นครั้งแรกเลยนะคะที่หนูเห็นคุณไอซ์เป็นแบบนั้น หนูว่าท่านก็แค่ขู่ ไม่ทำอะไรหรอกค่ะ” พูดพลางพยักหน้ายืนยัน แต่เมื่อเช้าเธอก็ตกใจกลัวจริงๆ นั่นแหละ...

“ถ้าอย่างนั้น แมวไปจัดการมาให้ด่วนเลยนะ ฉันขอเข้าไปรอในบ้านดีกว่า” พูดจบหญิงสาวก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านหลังเล็กไปทันที

วันนี้หญิงสาวยังมีอาการปวดทั้งอยู่อีกเล็กน้อย แต่ยาที่หมอให้ไว้เมื่อคืนยังมีอยู่ เธอจึงจัดการกินเรียบร้อย ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ต้องอยู่ท่ามกลางศัตรูแบบนื้ถ้าหากปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอ เธอคงเป็นอะไรไปก่อนที่จะได้พบหน้าบิดาแน่ๆ หญิงสาวทำโน่น ทำนี่ไปเรื่อย ...มันน่าเบื่อขนาดนี้เลยเหรอ... ปกติวันๆ เธอทำแต่งานมาตลอด แล้วพอไม่ได้ทำงานแล้วยังมาถูกจำกัดสถานที่แบบนี้อีก ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมากเด็กแมวก็พยายามหลบหน้าเธอตั้งแต่ตอนที่เดินไปรับโทรศัพท์ที่บ้านหลังใหญ่ แต่ก็ยังมาด้อมๆ มองๆ อยู่บ้างเหมือนกลัวเธอจะปีนหนีออกจากรั้วบ้านไป เธอตั้งใจจะหลอกถามข้อมูลอะไรหลายอย่างของที่นี่ ก้เลยยังไม่สามารถที่จะทำอะไรได้สักอย่าง

 

 

**************

 

 

“เกือบหกโมงเย็นร่างสูงที่กลับมาจากข้างนอก เดินมุ่งหน้าจากบ้านหลังใหญ่ ไปบ้านหลังเล็กที่เขาเอาผู้หญิงคนนั้นไปไว้เมื่อเช้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้าน ทันเห็นหลังไวๆ ของเธอเดินเข้าครัวไป จึงเดินจามไปยืนกอดอกพิงหระตูมองเธออยู่เงียบๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

หญิงสาวเปิดตู้เย็นออก หยิบเอาของที่ต้องการออกมา เธอจะทำข้าวผัดทะเล และแกงจืดสักถ้วยเป็นมื้อเย็น...เป็นทาสเขานี่นาทเจ้าของบ้านเขาให้หากินเอาเองก็บุญแค่ไหนแล้ว นี่ยังดรที่เธอทำอาหารเป็น ถ้าทำไม่เป็นมีหวังอดแน่ๆ... ท่าทางกระฉับกระเฉง คล่องแคล่วของผู้หญิงในครัวนั้นสร้างความแปลกใจให้กับชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่เป็นอย่างยิ่ง ไหนจะผ้าซิ่นกับเสื้อยืดตัวเล็กที่สวมอยู่นั่นอีกล่ะ ...ฮึๆๆ หมดคราบคุณหนูผู้แสนสวยไปเลย... ไอศูรย์ยิ้มออกมา

“ทำเผื่อฉันที่หนึ่งด้วย” เสียงทุ้มที่ดังขึ้น ทำเอาขวดน้ำตาลในมือหญิงสาวหล่นลงพื้นทันที

“เพล้ง โอ๊ย...” เพราะความตกใจ ทำให้เธอก้าวถอยหลังเลยเหยียบเอาเศษแก้วที่ขวดหล่นแตกเมื่อครู่เข้าไปเต็มๆ

“นี่เธอ เป็นอะไรมั้ย” ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ประตู รีบวิ่งตรงเข้าไปที่หญิงสาว ก้มลงมองดูเท้าที่เปรอะไปด้วยเลือดของเธอ

“ถอยไปสิ ยังยืนอยู่อีก เดี๋ยวก็ได้อีกแผลหรอก” เสียงดุใส่คนตรงหน้าที่ยืนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือด

“ซุ่มซ่ามจริง แบบนี้ข้าวของฉันก็พังหมดพอดี” ยังบ่นออกมาให้ได้ยินอีก

“ขี้งกจริง แค่นี้ก็ต้องบ่น” หญิงสาวที่ยืนจะหมดแรงอยู่แล้วบ่นออกมาบ้าง

“เธอว่าอะไร หา บ้านนี้มันก็บ้านของฉัน ข้าวของพวกนี้ก็ของฉัน แล้วข้าวที่จะกินเข้าไปนั่นก็ของฉัน เธอเป็นแค่ทาส จำเอาไว้ อย่ามาทำพูดดี ถอยไปสิ ฉันจะเก็บเศษแก้ว นี่เห็นว่าเลือดออกเยอะหรอกนะ ถึงได้ช่วยสงเคราะห์ เดี๋ยวจะรีบตายไปซะก่อน” พูดจบก็จัดการเก็บเศษแก้วทั้งหมดนั้น ทิ้งลงถังขยะ แล้วลากร่างบางไปที่อ่างน้ำเพื่อล้างเลือดที่บาดแผลออกให้ แต่เมื่อหันมองอีกทีร่างบางก็ทรุดลงแน่นิ่งไปแล้ว

“อะไรนักหนาวะผู้หญิงคนนี้” จัดการก้มลงอุ้มร่างบอบบางของเธอไปวางบนโซฟาด้านนอกครัว หายามาทำแผลให้จนเสร็จสรรพ... อะไรกันเนี่ย เขาจะเอายัยนี่มาแก้แค้นให้ทรมานแท้ๆ ดันต้องมานั่งบริการให้เธออีก แค่สองวันมานี่ก็สองเรื่องเข้าไปแล้ว มันอะไรกะนนักหนานะ... คิดอย่างฉุนเฉียวถอนหายใจออกมายาวยืด

ร่างบางที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รีบลุกขึ้นนั่งทันที เมื่อเจอชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงหน้า เมื่อสักครู่เธอวูบไปเพราะเห็นเลือดที่เท้าของตนเอง  เห็นเลือดทีไรเธอจะต้องใจหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมทุกที แต่ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ ยิ่งหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่ด้วยซ้ำ..

“อ้าว ถ้าฟื้นแล้วก็ไปทำอาหารต่อสิ ฉันหิวแล้ว อ้อ แล้วก็อย่าอุตริทำอะไรเสียหายอีกล่ะ ผู้หญิงอะไรกัน อะไรนิดอะไรหน่อย ก็จะเป็นลมท่าเดียว” เสียงทุ้มแดกดันเข้าใส่เธออย่างไม่เกรงใจ

“ก็ฉันเมาเลือดนี่ มันก็เลยวูบไปเอง ใครจะอยากมาเป็นลมต่อหน้าศัตรูให้เสียเปรียบกันเล่า” เสียงใสที่เอ่ยเถียงกลับไป ถูกตวาดกลับด้วยเสียงอันดัง

“พูดมาก ฉันบอกให้รีบไปทำอาหาร หิวแล้ว”

“หิวก็ไปกินที่บ้านใหญ่ของคุณสิ มายุ่งอะไรกับฉัน” ปันรสาโวยกลับบ้าง

“นี่ แม่คุณ จำอะไรผิดหรือเปล่า ที่นี่มันบ้านใครกันแน่  ใครเป็นนายใครเป็นทาส อย่าสับสนสิ”

“ก็ได้ พูดมากจริง น่ารำคาญ” หญิงสาวตัดบทด้วยความรำคาญ ก่อนเดินไปที่ครัวอีกครั้ง

แค่เธอจะรับประทานอาหารสักมื้อ ทำไมอุปสรรคมันถึงเยอะจริงๆ...

เมื่ออาหารเสร็จลง ข้าวผัดกับแกงจืดหอมกรุ่นก็ถูกวางแรงๆ ลงตรงหน้าเจ้าของบ้านหนุ่มทันที โดยที่คนที่นั่งอยู่เกือบจะยกมือที่วางบนโต๊ะขึ้นหลบแทบไม่ทัน

“เอาไปสิ เสร็จแล้ว” พูดจบก็ยกส่วนของตัวเองไปนั่งกินเงียบๆ ที่โต๊ะอีกฝั่ง

“ก็อร่อยดีนี่ พ่อเธอสอนเรื่องแบบนี้มาด้วยเหรอ นึกว่าสอนเป็นแต่เรื่องชั่วๆ” พูดเย้ยหยันขึ้นมาเสียงดัง

“นี่คุณ อย่ามาลามปามถึงพ่อฉันนะ” อารมณ์ของหญิงสาวเดือดขึ้นมา แระแทกช้อนลงกับจานทันทีเหมือนกัน

“ทำไม แล้วพ่อเธอดีตรงไหนหนา ฉันถึงแตะต้องไม่ได้” เสียงถามตะคอกกลับมาหมดอารมณ์รับประทานอาหารทันที

“พ่อฉันเป็นคนดีก็แล้วกัน คนเลวๆ แบบคุณไม่ต้องมาว่าหรอก ว่าแต่คุณสิท่าทางก็ดูดี มีการศึกษาสูงนี่นา หมดปัญญาทำอย่างอื่นแล้วเหรอ ถึงได้ไปจับฉันมาแบบนี้ มีเหตุผลอะไรล่ะที่จับฉันมา ตัวเองดีนักนี่” หญิงสาวประชดกลับไป

“มาถามหาเหตุผลจากคนอย่างฉันเหรอ โน่น คุณพ่อสุดที่รักของเธอโน่น ไปถามเข้าสิว่าทำชั่ว ทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”

“ก็บอกมาเลยสิ มีเหตุผลอะไรล่ะ มาตะคอกใส่หน้าฉันปาวๆ แบบนี้ ฮึ ... อย่าให้ฉันออกไปได้นะ ฉันจะแจ้งจับคุณทันที”

“แจ้งจับอย่างนั้นเหรอ กลัวตายล่ะ ถ้าฉันกลัวตำรวจฉันไม่เอาตัวเธอมาแต่แรกแล้ว อย่ามาทำอวดดีกับฉัน” พูดจบร่างสูงก็กระแทกจานข้าวลุกจากโต๊ะอาหาร เดินเร็วๆ ออกจากบ้านไปทันทีเหมือนกลัวว่า ถ้าอยู่นานกว่านี้จะเผลอทำอะไรรุนแรงกับผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะได้แก้แค้นตามความตั้งใจเดิม

 

 

**************

 

 

“ป้านวลครับ ป้านวล” เสียงเรียกมาแต่ไกลจากบริเวณหลังบ้าน ทำให้คนถูกเรียกต้องรีบเดินไปหาคนที่เป็นเจ้านาย และนางก็ดูแลมาตั้งแต่เด็กรักเหมือนลูกในใส้ด้วย

“คุณไอซ์ มีอะไรคะ เรียกหาป้าเสียงดังเชียว แล้วนั่นมาจากไหนคะ ทำไมเดินมาจากหลังบ้านล่ะคะ” ป้านวลถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ผมไปบ้านเล็กมาครับ”

“อ้าว ไปทำไมล่ะคะ ที่นั่นไม่มีอะไรสักหน่อย คุณไอซ์จะทำอะไรหรือเปล่าคะ” มองหน้าเจ้านายหนุ่มทันเห็นร่องรอยของความโกรธแค้นในดวงตา ...เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ...

“เปล่าๆ ครับ ตั้งแต่พรุ่งนี้ป้านวลช่วยจับตาดูคนในบ้านนั้นให้ดีๆ ด้วยนะครับ อย่าให้ออกมายุ่งข้างนอก หรือเพ่นพ่านที่นี่ได้เด็ดขาด ผมสั่งเด็กแมวไว้แล้ว แต่ป้าช่วยกำชับอีกทีนะครับ”

“ทำไมคะคุณไอซ์ มีใครมาอยู่ที่บ้านหลังนั้นเหรอคะ ก็ไหนคุณบอกว่าห้ามใครไปยุ่งเกี่ยวที่บ้านหลังนั้นไม่ใช่เหรอ” ถามย้ำด้วยความสังสัย

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ ป้าก็เห็นเองแหละ อ้อ ช่วยตามอธินให้ผมด่วนด้วยครับ” พูดจบหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน มุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวทันที

“แมวๆ อยู่ไหนน่ะ” ป้านวลเดินเรียกหาเด็กสาวอีกคนทันทีที่เจ้านายหนุ่มลับหายเข้าบ้านไป คนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดในตอนนี้ เห็นจะเป็นเด็กแมวนี่แหละ นี่นางไม่อยู่สองวันมันเกิดอะไรขึ้นนะ...

“จ๋า ป้า มีอะไร เรียกทำไมอีกคะ นี่มันจะมืดค่ำแล้วนะ หนูจะรอดูละคร ป้าอย่าเพิ่งขัดจังหวะสิ มีอะไรเอาไว้เดี๋ยวหนูไปทำให้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ได้ไหมอ่ะป้า” เสียงเด็กสาวตอบกลับมาจากห้องพักของตัวเอง

  “แกมานี่เลย ละครน่ะเดี๋ยวค่อยดู ตอนนี้มาตอบคำถามของฉันก่อน” ป้านวลดึงแขนเด็กสาวให้เดินตามไปที่ครัวใหญ่ของบ้าน

“ไหน แกเล่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาอีกตอนที่ฉันไปเยี่ยมเจ้าอ๊อดมันน่ะ แล้วที่บ้านหลังเล็กมีอะไรเกิดขึ้น ทำไมคุณไอซ์ถึงได้สั่งฉันละเอียดยิบแบบนั้น ให้เฝ้ามองไม่ให้คลาดสายตา มีใครมาอยู่เหรอ” ป้านวลคาดคั้นถาม จนสุดท้ายเรื่องราวต่างๆ จึงถูกเล่าสู่อีกคนจนหมดสิ้น แต่เด็กสาวก็แอบเติมสีสัน ใส่สีตีไข่ไปอีกเล็กน้อยด้วย และสร้างความสงสารให้แก่ผู้หญิงอีกคนที่ถูกจับมาด้วย เพราะเธอถูกใจในความน่ารักของหญิงสาว ที่ตัวเองสัมผัสมาแล้ว

ฝ่ายปันรสา หลังจากที่ตัวเองหย่อนระเบิดลูกโตจนทำให้เจ้าของบ้านโมโหเดินหายกลับไปบ้านหลังใหญ่เรียบร้อยแล้วเมื่อตอนค่ำ ก็ได้มีเวลาเป็นของตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวเดินดูความเรียบร้อยทั่วบ้าน จึงเดินกลับเข้าห้องส่วนตัวอีกครั้ง เปิดตู้เสื้อผ้าออกดู คราวนี้มีของใช้จำเป้นและเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงถูกวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ สงสัยว่าเด็กแมวคงเอามาไว้ให้

เฮ้อ... นี่ชีวิตของเธอตกอับขนาดนี้เลยเหรอ เสื้อผ้าจะใส่ยังไม่มีปัญญาจะหาเองได้ด้วยซ้ำ คิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าเกิดมาชาตินี้ เธอเคยไปสร้างความโกรธเคืองอะไรไว้ให้กับนายซาตานหน้าใสนั่น วันนี้ทั้งวัน เธอทำโน่นทำนี่ คิดหาวิธีสารพัดในการหาลู่ทางหนี แต่ยังไม่สามารถ สงสัยว่าสิ่งเดียวที่เธอจะทำได้ในตอนนี้ และดีที่สุด คือนอนเอาแรงไว้ก่อน ...รสา เธอต้องอดทนเอาไว้นะ ต้องมีทางหนีสิน่า ... หญิงสาวเตือนตัวเองให้หนักแน่นเข้าไว้

 

 

**************

 

 

หกโมงเช้า ปันรสาตื่นนอนขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย เพราะเมื่อคืนมัวแต่นอนคิด เรื่องราวสารพัดที่เกิดขึ้น ทำให้เธอไม่สามารถหลับตาลงได้เลย สถานะของเธอที่ถูกจับมา ในขณะนี้คือ จำเลย หรือทาส หรือคนรับใช้ ก็แล้วแต่เขาจะยัดเยียดให้ ทำให้เธอคิดมาก เช้านี้จึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะปกตินัก เธออยากรู้จริงๆ ว่านายหน้าใสนั่นจะทำอะไรกับเธออีก จะได้หาทางรับมือได้ถูก เขาว่ากันว่า รู้เขารู้เรารบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง แต่นี่เธอไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง ทางชนะจะมีได้อย่างไร

หญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำ สระผมเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง แต่งตัวด้วยเสื้อแขนกุดสีน้ำตาลเข้ม กางเกงยีนส์ขาสามส่วน ซึ่งก็เป็นบรรดาเสื้ผี่มีอยู่ในตู้นั่นแหละ ดูไม่จืดจริงๆ เลย... เธอรีบเดินเร็วๆ เข้าครัว เพื่อจัดการทำอาหารเช้า ...

วันนี้สงสัยต้องกาแฟแก่ๆ สักแก้วแล้วล่ะถึงจะเอาอยู่... อยู่คนเดียวแบบนี้ใช่เธอจะเดือดร้อนสักหน่อย  เชอะ...นายซาตานนั่นมาบอกไม่ให้ใครทำอะไรให้เธอ คนอย่างเธอกลัวเสียเมื่อไหร่กับเรื่องแบบนี้ งานบ้านงานครัวเป็นสิ่งที่เธอถนัดอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ค่อยจะมีใครรู้เท่านั้นเอง นอกจากคนในครอบครัวของเธอเอง

หญิงสาวเปิดตู้เย็นหาวัสดุ ที่พอจะใช้เป็นเมนูอาหารของมื้อเช้าขึ้นมาได้ นึกในใจไปด้วยว่า วันนี้เธอจะลองหาโอกาสดีๆ หนีไปจากที่นี่ดูอีกที โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า หลังจากวันนี้สิ่งที่เธอคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไร แต่มันจะกลายเป็นสิ่งที่ ชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งต้องเจ็บปวดกับพันธนาการ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

“เผื่อฉันที่หนึ่งด้วย กาแฟสอง น้ำตาลหนึ่ง” เสียงห้าวทุ้มที่ดังขึ้นทางด้านหลังเธอซึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าตู้เย็น ทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยง หันไปเห็นนายซาตานหน้าใสที่สั่งเสร็จก็เดินหายไปนอกห้องครัวทันที

“ชิ บ้าอำนาจ กลัวไม่ได้ใช้สิทธิ์การเป็นเจ้านายรึไงกัน แหกขี้ตามาสั่งแต่เช้าตรู่แบบนี้” บ่นออกมาอย่างอารมณ์เสีย

“บ่นอะไร รีบๆ ทำเข้าสิ พิรี้พิไรอยู่ได้ น่ารำคาญ” เสียงนั้นกลับมาอีกครั้งพร้อมร่างสูงที่เดินกลับมาที่เดิม ...ไอ้คนบ้าอำนาจสั่งได้สั่งเอาเลยนะ... หญิงสาวคิดอย่างหงุดหงิด แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทำตามคำสั่ง

“วันหลังถ้าฉันมา แล้วเห็นเธอเป็นแบบนี้อีก คอยดูจะเล่นงานให้หนักเลย ไปทำมาเร็วๆ ฉันไม่ได้มีเวลาว่างขนาดมานั่งรอเป็นชั่วโมงๆ นะ”

“ใครใช้ให้คุณมารอไม่ทราบ เช้ามืดอย่างนี้ยังมาอีก บ้าชะมัด”

“บ่นอะไร หา...”

“ก็ได้ๆ ฉันยอมทำให้แล้ว มาเบ่งอำนาจอะไรนักหนา คุณบอกให้ฉันช่วยเหลือตัวเอง ทำกินเอง ฉันก็ต้องทำของฉันอยู่แล้ว แต่ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไงว่าเจ้าของบ้าน ที่แสนจะใจดี มีเมตตาแบบคุณจะอุตริมากินมื้อเช้าด้วย” หญิงสาวเริ่มเก็บอารมณ์โมโหเอาไว้ไม่ไหว... ลืมตัวไปว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร... หญิงสาวลงมือทำอาหารเช้าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว จนอีกคนที่หันมาจะก่อกวนอีก ต้องอึ้งไปเมื่อเห็นท่าทางดังกล่าวนั้น

 

 

**************

 

 

“คุณไอซ์คะ มาทำอะไรที่นี่แต่เช้าคะ” เสียงป้านวลถามขึ้น เมื่อเห็นเจ้านายมาอยู่ในบ้านหลังนี้ตั้งแต่เช้าแบบนี้ ตามปกติเวลานี้ เจ้านายของนางยังไม่ตื่นนอนด้วยซ้ำ และเช้านี้ ป้านวลหวังจะมาดูแลความเรียบร้อยตามคำสั่งของเขาที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน และตั้งใจว่านางจะมาดูให้เห็นกับตาว่า  ผู้หญิงที่เจ้านายจับมาไว้ที่นี่นั้นน่ารักอย่างที่เด็กแมวบอกเอาไว้หรือเปล่า...

“มาทานมื้อเช้าครับ อ้อ ป้าครับ ต่อไปอาหารเช้าของผมทุกมื้อผมจะให้คนที่อยู่ที่นี่ทำนะครับ ผมจะมาทานที่นี่ ป้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก อีกอย่างผมจะดูน้ำหน้าด้วยว่าจะทำอะไรได้บ้าง หรือดีแต่อวดเก่งอย่างเดียว” พูดแดกดันไปยังคนที่อยู่ในครัวเสียงดัง

“เอ่อ ป้าเข้าไปดูหน่อยดีกว่านะคะ” ป้านวลงงกับอาการของเจ้านายที่แสดงออก รีบเดินเข้าครัวไปดูให้เห้นกับตา

“สวัสดีค่ะ คุณ เอ่อ...” เอ่ยทักทายหญิงสาวที่กำลังอยู่หน้าเตาอบในครัว

“ป้าเป็นคนดูแลบ้านให้คุรไอซ์ค่ะ” ป้านวลเอ่ยแนะนำตัวเองขึ้นก่อนอย่างอ่อนโยน

“สวัสดีค่ะคุณป้า เอ่อ...” หยิงสาวหน้าหวานที่หันกลับมาสวัสดีด้วยท่าทางที่สวยงามเอ่ยค้างเอาไว้เพราะไม่รู้จะเอ่ยชื่อผู้อาวุโสกว่าออกไปว่าอะไร

“เรียกป้านวลดีกว่าค่ะ ว่าแต่คุณชื่อ...”

“ปันรสาค่ะ เรียกว่ารสาก็ได้นะคะคุณป้า”

“โอ้ย  ไม่ต้องคงไม่ต้องคุณหรอกค่ะ เรียกป้าเฉยๆ ก็พอค่ะ” ป้านวลเห็นกิริยาท่าทางที่เรียบร้อย และคำพูดที่แสนสุภาพของผู้หญิงตรงหน้า ก็ให้นึกถูกชะตานัก หย้าตา ผิวพรรณ สวยงามขนาดนี้ ...คุณไอซ์ไปจับมาทำไม ลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ ท่าทางก็ดูไม่ใช่เป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าสักหน่อย คุณไอซ์นะคุณไอซ์... ป้านวลคิดอย่างกังวล

“มาค่ะ ไหนมีอะไรให้ป้าช่วย ให้ป้าทำเองดีกว่าค่ะ คุณไปนั่งพักดีไหม แล้ว เอ่อ...” ป้านวลมองเห็นเสื้อผ้าที่อีกคนสวมใส่ก็เข้าใจในสิ่งที่เด็กแมวเล่าให้ฟังทันที ... โถ แม่คุณ เสื้อผ้าที่ใส่คงเป็นความจำเป็นที่ต้องใส่แค่นั้นเอง ถึงหญิงสาวจะอยู่ในชุดเสื้อผ้าระดับเดียวกับที่เด็กแมวใส่ แต่ความสวยผุดผ่องยังส่องประกายให้เห็นเสียขนาดนี้..

“ไม่เป็นไรค่ะ ป้า เดี๋ยวรสาจัดการเอง ขี้เกียจมีปัญหากับคนพาลค่ะ” จบประโยคก็หันไปจัดการกับอาหารเช้าต่อทันที

“ป้านวลครับ มีอะไรก็ไปทำได้เลยครับ เดี๋ยวที่นี่ให้ทาสรับใช้ส่วนตัวของผมจัดการดีกว่า” ชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่เดินตามเข้ามาในครัว ชายตามองไปทางหญิงสาว เมื่อเน้นคำว่าทาสรับใช้ส่วนตัว

“นี่เธอ แล้วฉันก็จะกินวันนี้นะ ไม่ได้กินปีหน้า เมื่อไหร่จะเสร็จเสียที” บ่นออกมาพาลๆ เพราะต้องการหาเรื่องเธอ

“เอ้า เอาไป เชิญกินให้สบายเลย จะบ่นอะไรนักหนาก็ไม่รู้ หน้าตาก็ดีนะ แต่ปากคุณนี่สิ ฮึ...” หญิงสาวทำเสียงเยาะหยันใส่เขาบ้าง

“หุบปากของเธอไปเลย ไม่ต้องมาตีฝีปากกับฉัน มีอะไรทำก็ทำไป เช้าๆ แบบนี้ อย่ามากระตุกอารมณ์ฉันให้เดือดขึ้นมานะ ไม่อย่างนั้นแล้วเธอนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ” ตะคอกใส่เธอเสียงดัง รีบจัดการรับประทานอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว แล้วลุกยืนกระแทกเท้าออกจากบ้านหลังเล็กไปด้วยความไม่สบอารมณ์ เหมือนกลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้ จะเผลอทำอะไรอีกคนจนเสียแผนที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ แต่ก่อนจากไปก็ไม่วายหันมาสั่งกำชับอีกที

“แล้วอย่าคิดหนีอีกล่ะ ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ เธอจะไม่ได้เห็นหน้าคนที่เธอรักนักรักหนาตลอดชีวิตเลย จำเอาไว้ให้ดี..”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha