กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : คนไม่มีค่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3  คนไม่มีค่า



                เสียงโครมครามที่ดังขึ้นในห้องส่วนตัวของปันรสาที่บ้านหลังเล็ก ทำให้แมวที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่หน้าบ้าน รีบวิ่งเข้าไปดู

... เกิดอะไรขึ้นกับคุณรสาแน่ๆ เลย

“คุณรสา คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แมวเคาะประตูห้องรัวเร็วด้วยความตกใจ

“...”

“คุณรสา เปิดประตูให้หนูหน่อยค่ะ คุณเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นในห้องคะ หนูได้ยินเสียง”

“...”

เมื่อทุกอย่างยังเงียบอยู่ เด็กสาวตกใจมากรีบวิ่งกลับไปที่บ้านใหญ่ เพื่อเอากุญแจสำรองที่ป้านวล กลับมาถึงอีกครั้งพร้อมป้านวลรีบไขกุญแจมือสั่นเทา

“คุณรสาคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ทันทีที่เปิดประตูออกได้ เด็กสาวรีบโผเข้าไปในห้องด้วยความเป็นห่วงเจ้าของห้องสาวสวย ...ว่าง... ในห้องนี้ไม่มีใครอยู่เลย เดินหาจนทั่ว เรียกชื่อหญิงสาวอยู่หลายครั้งก็ยังไม่มีเสียงขานรับ เปิดประตูหลังห้องที่ติดกับกำแพงสูงออกไปดู เห็นเก้าอี้รับแขกสีดำล้มลงอยู่ตรงระเบียงห้อง มองหาร่างหญิงสาวคนที่เคยอยู่ในห้องนี้อย่างกังวล ... หายไปไหนนะ ไม่ใช่หนีไปแล้วหรอกนะ ตายแน่ๆ เลย คุณไอซ์ต้องเอาเธอตายแน่ๆ... แมวคิดอย่างกังวล

“ป้านวล ป้านวลคะ คุณรสาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไม่เห็นเลย ทำยังไงดีล่ะ”

“แกดูดีหรือยังแมว นี่ อย่าเพิ่งโวยวายสิ กลางวันแบบนี้ คงไม่กล้าไปไหนหรอกมั้ง พวกของอธินก็อยู่กันทั่วบ้านนี่นา คึณไอซ์ก็อยู่ที่บ้านใหญ่ คุณรสาไม่กล้าหรอก” ป้านวลพยายามปลอบใจทั้งตัวเองและเด็กแมว

“แล้วทำไมไม่อยู่แล้วล่ะ” แมวถามอย่างกังวล

“ไป ไปช่วยกันหารอบๆ บ้านดีกว่า ถ้าเป็นเหมือนอย่างที่แกคิดจริงล่ะก็ งานนี้ระเบิดลงทั้งบ้านแน่ๆ” เดี๋ยวฉันให้ธินกับทีปช่วยกันหารอบๆ บ้านด้วย” ป้านวลรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง .. คุณรสา อย่าเพิ่งหนีวันนี้เลยนะคะ คุณไอซ์อยู่บ้านแบบนี้ด้วย ถ้าหาคุณเจอล่ะก้ เละแน่ๆ.. นางไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ

“มีมั้ยธิน ทีปล่ะ เจอมั้ย” ป้านวลถามสองหนุ่มบอดี้การ์ดอย่างกังวลใจ ภาวนาอย่าให้เจ้านายออกจากห้องทำงานมาตอนนี้เลย แต่สงสัยว่าคำอธิษฐานคงไม่ช่วยอะไรเสียแล้ว เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยถามมาจากด้านหลังของนาง

“อ้าว ป้านวล ธิน ทีป มาทำอะไรกันอยู่แถวนี้ล่ะ แล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมมาจับกลุ่มกันตรงนี้ท่าทางก้แปลกๆ” เสียงทุ้มถามขึ้น ตาคมเหมือนเหยี่ยวมองไปที่แต่ละคนนิ่งๆ

“ว่าไงธิน นายมาทำอะไรตรงนี้ มีธุระกับฉันหรือเปล่า” ถามขึ้นอีกครั้งเสียงเรียบสนิท

“เอ่อ คือ ๆๆ คือว่า.. คือพวกผมกับป้านวลกำลังหา เอ่อ...” บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิทอึกอักไม่กล้าพูดเมื่อเห็นหน้าใสๆ ของเจ้านายดุดันขึ้นมา

“ว่ายังไง หาอะไรกัน หรือว่า...”  พอนึกขึ้นได้ร่างสูงโปร่งของไอศูรย์ก็วิ่งตรงไปที่บ้านหลังเล็กทันที

“เธอหายไปตั้งแต่ตอนไหน หา... แล้วอยู่กันยังไง คนออกจะเต็มบ้านปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวหนีออกไปได้ แบบนี้มัน่าฆ่าทิ้งนัก” สบถออกมาอย่างโกรธเคือง อาการโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเจ้านาย ทำเอาป้านวลถอยไปยืนเสียไกล ส่วนบรรดาบอดี้การ์ดชะตาขาดทั้งหลายยืนกุมมือ ก้มหน้านิ่งๆ ไม่มีกระดุกกระดิก ไม่มีกล้าพูดอะไรออกมาสักคน เพราะถ้าใครปากดีงานนี้ระเบิด ตูมแน่ เพราะทุกคนรู้จักเจ้านายดีที่สุด เวลาอารมณ์ดีๆ นี่พ่อดีใจหาย แต่เวลาโมโหขึ้นมาก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเอาคอไปพาดเขียงเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ป้านวล ที่ไม่เคยเห็นอาการโกรธขนาดนี้ของเจ้านายมาก่อน ตอนนี้ถ้าทุกคนทำได้ คงอยากหายตัวไปจากบริเวณนั้นเป็นแน่

“เอ่อ คือ คุณไอซ์คะ ป้าว่า ใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะคะ” สุดท้ายก็ต้องเป็นป้านวล ผู้อาวุโสที่สุดในบ้าน และเคยเป็นแม่นมดูแลเจ้านายหนุ่มมาก่อนนั่นเอง ที่เป็นคนเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม

“เอ่อ ป้าครับ ผมขอโทษทีครับ ที่ลืมตัวเสียงดังใส่ เอาเป็นว่าเดี๋ยวป้ากับแมวกลับขึ้นไปบ้านใหญ่ดีกว่านะครับ ส่วนเรื่องอื่นผมกับพวกนี้จัดการเอง” ชายหนุ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงด้วยความเกรงใจ

“พวกนายทุกคนรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง แล้วนี่เธอหายไปนานแค่ไหนแล้วนะ ที่นี่ห่างจากถนนมากโขอยู่ ช่วยกันหาให้เจอแล้วพากลับมาให้ได้ อ้อ ห้ามทำอะไรนอกเหนือจากที่ฉันสั่งเด็ดขาด ไปกันได้แล้ว ส่วนธิน นายอยู่ก่อน” สั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน แล้วเดินเร็วๆ เข้าบ้านเล็กไปอีกครั้ง ทำเอาอธินเดินตามแทบไม่ทัน ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่รอให้เจ้านายต้องพูดซ้ำ รีบสลายตัวทันทีด้วยความหวาดเสียวในชะตากรรมของตัวเอง

 

ไอศูรย์ยืนพิงตรงเสามุมบ้านที่มีร่องรอยบางอย่างติดอยู่ ...เธอกล้ามากนะรสาที่คิดมาลองดีกับฉัน รู้จักฉันน้อยไปแล้ว อย่าให้เจอนะ... ชายหนุ่มคิดอย่างโมโห เดินงุ่นง่านไปทั่วทั้งบ้าน

“ธิน ถามพวกนั้นสิว่า เจอร่องรอยบ้างไหม จะหายไปไหนได้ ตามป่า ตามพง ช่วยกันดูให้ดีด้วย เผื่อไปแอบอยู่ หรือไม่ก็ที่ไร่... ตายโหงแล้วแน่ๆ ธินเอารถออกเร็ว ไปหลังไร่ด่วนเลย เร็ว” เมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็รีบบวิ่งไปที่รถของตัวเองทันที อธินก็รวดเร็วทันกัน ก้าวกระโดดขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วตามคำสั่งของเจ้านาย

“หาให้ทั่วเลยนะธิน นายไปทางนั้นนะ เดี๋ยวฉันไปดูทางนี้กับที่กระท่อมเอง อ้อ แล้วดูให้ดีๆ ด้วยว่าเจ้าบูบู้มันยังอยู่ดีในที่ของมันหรือเปล่า” ชายหนุ่มตะโกนบอกลูกน้องคนสนิทเสียงดัง แล้วหันหลังกับไปทางกระท่อมไม้หลังเล็กท้ายไร่ทันท่วงที

 

 

**************

 

 

ปันรสา หลังจากที่เสี่ยงดวงกระโดดออกจากขอบรั้วสูงของบ้านหลังเล็กมาแล้วเกือบชั่วโมง ก็สะเปะสะปะ เดินแกมวิ่งไปเรื่อย ตามที่คิดว่าน่าจะพอมีทางให้ออกไปจากที่แห่งนี้ได้บ้าง ให้ออกไปพ้นเขตบ้านหลังใหญ่นี้ที่มีพื้นที่สุดลูกหูลูกตา

หญิงสาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามหน้าผากและใบหน้าไปตลอดทาง เมื่อทนความร้อนของอากาศยามบ่ายไม่ไหว ก็แอบพักใต้ร่มไม้ในบางช่วง จนมองเห็นกระท่อมหลังเล็กๆ อยู่ไม่ไกล

...เฮ้อ ขอเธอรอดออกไปจากที่นี่ได้ทีเถอะ คุณพ่อขา ช่วยเป็นกำลังใจให้รสาด้วยนะคะ... คิดอย่างเหนื่อยอ่อน เธอเดินบ้างวิ่งบ้างไปเรื่อยๆ เหนื่อยจนแทบขาดใจแล้ว

ป่านนี้ ทุกคนที่บ้านหลังนั้นคงรู้กันหมดแล้วแน่ๆ ว่าเธอหนีออกมา นายซาตานหน้าใสนั้นก็คงโกรธจนไฟปะทุออกจากตาแล้วมั้ง สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้คือ ไปให้ถึงกระท่อมนั้นโดยเร็วที่สุด เธอจะต้องเอาตัวเองรอดไปให้ได้ เพราะเธอคงมีโอกาสแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นในการหนี ถ้าหนีไปไม่ได้ตอนนี้ชีวิตเธอคงจบเห่แน่ๆ แล้ว

ทันทีที่ถึงกระท่องหลังเล็ก สิ่งเดียวที่เธอต้องการมากที่สุดคือ พักเอาแรงเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น ชีวิตนี้ถ้าไม่นับการเล่นกีฬาเมื่อตอนวัยรุ่น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอออกแรงมากที่สุดในชีวิต หญิงสาวกระโดดขึ้นไปนั่งบนระเบียงเล็กๆ ของกระท่อม เมื่อสำรวจดูแล้วไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆ .. ขอพักสักนิดเถอะ นิดเดียวจริงๆ แล้วเธอจะเดินหน้าต่อไป เธอเชื่อว่าทางโล่งข้างหน้าที่เธอเห็นอยู่ไกลๆ นั้น น่าจะเป็นทางออกไปจากที่นี่ได้แน่

“ว่ายังไงคุณหนูปันรสาคนสวย หายเหนื่อยหรือยัง” เสียงทุ้มห้าวที่เริ่มจะคุ้นหูของเธอในช่วงนี้ ดังขึ้นจากข้างๆ กระท่อม ทำเอาคนตัวบางสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติทันที

“ว้าย  ตายแล้ว” หญิงสาวอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่กระโจนเข้ามาทีเดียวถึงตัวเธอ

“ยังไม่ตายคนสวย ไง... ชมวิวทิวทัศน์พอหรือยัง ถ้ายังไม่พอเดี๋ยวฉันจัดให้บูบู้เป็นไกด์ส่วนตัวให้สักวัน เอามั้ย” น้ำเสียงของเขาฟังเหมือนจะหยอกเย้า แต่หน้าตาใสๆนี่สิ จะกินเลือดกินเนื้อเธออยู่แล้ว


“โฮก...” เสียงสัตว์ป่าร้องคำรามขึ้นเสียงดัง ทำให้หญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจ

“เงียบ ถ้าเธอไม่อยากเป็นอาหารเจ้าบูบู้ตอนนี้ มันยิ่งหิวๆ อยู่ วันนี้ยังไม่มีใครให้อาหารมันเลย” เสียงที่บอกออกมาจะจริงหรือขู่ไม่รู้ แต่ตอนนี้ปันรสาอ่อนเปลี้ยเพลียแรง จนขยับไปไหนไม่ไหวอีกแล้ว เพียงแค่เห็นเสือขาวตัวโต ยืนแกว่งหางตรงหน้ากระท่อม มองมาที่เธอ

“บูบู้ กลับไปที่ของแกเลยไป วันนี้ฉันไม่ว่างเล่นกับแกหรอก ส่วนเธอมานี่” ร่างสูงของไอศูรย์จับตัวหญิงสาวขึ้นพาดบ่าเดินเร็วๆ มุ่งหน้าไปที่รถ ไม่สนใจเสียงร้องโวยวายและมือบางที่ทุบตีหลังเขาอย่างเอาเป็นเอาตายไม่หยุด

“ธิน กลับไปที่บ้านด่วน” ชายหนุ่มโยนเธอลงโครมใหญ่ในตอนหลังของรถ แล้วตัวเองก็เบียดตามเข้าไปทันที

“ออกรถได้” สั่งคนสนิทเสียงเรียบ หน้าตาดุดัน

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ ปล่อย...” เสียงร้องโวยวายอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย  และมือที่ตีไม่หยุดทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บไปหมด

“หยุดอาละวาดเสียที” ตะคอกใส่เสียงดัง มือทั้งสองข้างมัดรวบแขนทั้งสองของเธอเอาไว้ด้วยกันจนแน่น ดันจนตัวเธอติดับประตูอีกด้าน จ้องหน้าสายตาดุดัน หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีไฟปะทุออกมาจากตาเรียวๆ นั่น

“ปล่อยฉันนะ ไอ้คนบ้า คนชั่ว ปล่อย บอกให้ปล่อย จับฉันไว้ทำไมเนี่ย โอ๊ย...” ร้องเสียงหลงเมื่อร่างของชายหนุ่มจับเธอกดลงที่เบาะอย่างแรง

“หุบปากซะ ถ้ายังไม่อยากให้ฉันจัดการเธอตรงนี้ต่อหน้าคนขับรถของฉัน หรือว่าจะลอง ฮะ” จ้องหน้าเธอดวงตาแดงก่ำดุดัน

“ก็ปล่อยสิ มันเจ็บนะ” สะบัดตัวจากการเกาะกุม

“อย่ามาทำสะดีดสะดิ้ง ที่เธอคิดหนีนี่นับว่ากล้ามากนะ คราวนี้อย่าคิดเลยว่าคนอย่างฉันจะปล่อยเธอเอาไว้อีก อธินจอดรถที่บ้านเล็กเลยนะ” ตะคอกใส่คนข้างกายแล้วสั่งคนสนิทเสียงเข้ม

“ลงมานี่เลย แม่ตัวดี คราวนี้อย่าคิดว่าจะหลุดออกจากที่นี่ได้อีก ตราบใดที่ฉันไม่ให้เธอไป เธอไม่มีทางออกไปได้อีกเด็ดขาด” ชายหนุ่มลากร่างบางของเธอเข้าไปในบ้าน ตรงเข้าไปที่ห้องนอนโยนร่างบางโครมลงไปแล้วล็อกประตูทันที

“แมวๆ เอากุญแจของบ้านนี้มาให้ฉันให้หมดทุกห้อง และห้ามใครมายุ่งที่นี่เด็ดขาด ถ้าฉันไม่อนุญาต อ้อ อย่าลืมไปคล้องกุญแจหน้าต่างหลังห้องนอนเอาไว้ด้วย อย่าให้คนในห้องหลุดไปได้จากที่นี่อีก  ไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นงานเธอ” สั่งจบหันไปตบประตูห้องนอนที่เพิ่งโยนเธอเข้าไป ขู่สำทับไปอีกที

“ส่วนเธออยู่ในนั้นแหละ ถ้าสำนึกได้เมื่อไหร่ว่าทำอะไรท้าทายฉันเอาไว้ได้บ้าง ฉันอาจใจอ่อนยอมให้ออกมาก็ได้” พูดจบเดินปึงปังมุ่งหน้าไปบ้านใหญ่ทันที

 “ป้านวลครับ ป้านวล” ส่งเสียงเรียกหาคนเก่าแก่ทั่วบ้าน

“คุณไอซ์ มีอะไรคะถึงเรียกหาป้า” ป้านวลถามเสียงนุ่ม ด้วยรู้ว่าเรื่องที่ชุลมุนกันอยู่ในวันนี้คงทำให้ เจ้านายโกรธมาก ...ก็ดูหน้าตาดุดันนั่นสิ นี่สงสัยว่าคงโกรธคุณปันรสามากแน่ๆ

“ป้านวล ช่วยตามธินกับพวกนั้นให้ไปหาผมที่ห้องทำงานหน่อยนะครับ ผมจะรีบเข้าไปเคลียร์งานเสียหน่อย งานนี้สงสัยต้องจัดการกับแม่คนหัวดื้อนั้นจริงจังเสียที” สั่งแล้วบ่นตามหลังเบาๆ

 

 

**************

 

 

หญิงสาวที่ถูกโยนเข้าในห้องเมื่อเกือบสองชั่วโมงที่ผ่านมา ยังคงนั่งเงียบๆ อยู่ตรงที่เดิม  หมดแรงที่จะลุกไปจัดการธุระส่วนตัว ครั้งนี้เห็นทีนายซาตานนั่นต้องเอาจริงกับเธอเป็นแน่ ... ทำไมนะ ทำไมเธอต้องมาเจอเข้ากับเรื่องแบบนี้ด้วย เธอไปทำอะไรให้  คิดจนสมองจะระเบิดแล้วก็ยังคิดไม่ออกว่าเขาโกรธอะไรบิดาของเธอนักหนา


หญิงสาวร้องไห้ตั้งแต่สองชั่วโมงที่ผ่านมา จนน้ำตาไม่มีจะไหลอยู่แล้ว ตอนนี้เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้ โอกาสไม่ได้มีครั้งเดียว เธอเชื่อว่าฟ้าคงเข้าข้างเธอบ้างสักวัน อย่าคิดว่าเธอจะยอมแพ้ตามคำขู่นั่น ต่อให้ต้องตาย เธอก็จะหาวิธีออกจากที่นี่ หนีจากนายซาตานร้ายหน้าใสนั่นให้ได้ พอคิดได้ดังนั้น หญิงสาวจึงโผเผลุกไปอาบน้ำ ขจัดคราบเหงื่อและสกปรกออกจากตัว อย่างน้อยๆ ความสดชื่นก็คงทำให้หัวสมองของเธอคิดอะไรออกมาได้บ้างล่ะ…

“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวหันไปถาม

“ใคร”

“ผม อธินครับ คุณรสา”

“มีอะไร”

“ผมเอาอาหารมาให้ครับ”

“ฉันไม่กิน เอากลับไปได้เลย”

“เอ่อ แต่เจ้านายสั่งว่าให้คุณทานนะครับ”

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันไม่กิน จะเป็นจะตายก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” หญิงสาวขึ้นเสียงด้วยความโมโห เมื่อคนที่อยู่ด้านนอก เอ่ยถึงผู้ชายอีกคนที่เธอไม่อยากได้ยินชื่อ แล้วประตูห้องก็เปิดออกอย่างแรงทันที เมื่อประโยคดังกล่าวของเธอจบลง คนที่เธอไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดตอนนี้ เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยหน้าตาที่บูดบึ้ง

“ธิน นายวางไว้ตรงโต๊ะนั่น แล้วออกไปได้ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ปากสั่งลูกน้อง แต่สายตาคมเรียวจ้องเธอไม่วางตา เห็นเธอยังนั่งทำเฉยเหมือนไม่รับรู้การมาของเขา ชายหนุ่มก็กระชากร่างบางให้ลุกจากเก้าอี้ทันที

“กินซะ ถ้ายังไม่อยากตายตั้งแต่ตอนนี้” ขู่เสียงเข้มแล้วกระแทกจานข้าวลงตรงหน้าหญิงสาว

“ฉันไม่กิน จะตายก็ช่างฉัน” ตอบกลับเสียงดังเช่นกัน

“ฉันบอกให้กิน  นี่ท้าทายกันใช่มั้ย จะกินดีๆ หรือจะให้จับยัดเข้าไป หา...” ตะคอกแล้วนั่งลงข้างๆ  เธอตาเรียวมองเธอขุ่น

“ฉันไม่กิน ไม่ต้องมายุ่ง” มือบางปัดช้อนหล่นจากมือของเขาที่พยายามยัดเข้าใส่ไว้ในมือเธอ

“นี่ ลองดีใช่มั้ย ฉันให้กินดีๆ ไม่ชอบ งั้นก็กินด้วยวิธีของฉันก็แล้วกัน” ชายหนุ่มใช้มือหนาของตน จับบีบคางของเธอเอาไว้แน่น แล้วตักอาหารส่งเข้าปากเธออย่างแรง

“แค่ก แค่ก” หญิงสาวสำลักน้ำหูน้ำตาไหล แสบไปหมดทั้งคอทั้งจมูก

“ไอ้คนบ้า โอ๊ย...” ต่อว่าเสียงดังแล้วร้องออกมา เมื่ออีกคนจับมัดมือทั้งสองข้างเข้าไว้ด้วยกันด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกมือตักอาหารใส่เข้าไปในปากเธออย่างแรง

“กินเข้าไป อย่ามาวางท่ามากกับฉัน ฉันใจดีให้กินก็บุญแค่ไหนแล้ว เรื่องมากเดี๋ยวปล่อยให้อดตายเลย” ต่อว่าน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้อารมณ์ของตัวเอง ว่าทำไมต้องขัดใจด้วยที่เธอไม่ยอมทำตาม

“จำเอาไว้ อย่ามาอวดดีกับฉัน ทำให้ฉันโมโหมากๆ เข้า ระวังแม้แต่น้ำก็จะไม่ได้กิน แล้วคราวนี้ล่ะ เธอก็จะค่อยๆ อดตาย ไม่ได้เจอหน้าผู้ชายสารเลว คุณพ่อสุดที่รักของเธออีกแน่ๆ ตอนนั้นมาถึงเมื่อไหร่ อย่ามาหาว่าฉันใจดำล่ะ” คำพูดดังกล่าวเป็นผลทันที เมื่อหญิงสาวได้ยินคำว่าจะไม่ได้เจอหน้าบิดาอีก ทำให้เธออึ้งไป .. ใช่เธอต้องเข้มแข็งเอาไว้ ต้องมีกำลังใจที่จะออกจากที่นี่ไปให้ได้..

“เอามานี่ ฉันกินเอง” กระชากช้อนจากมือเขาไปตักอาหารเข้าปากตนเอง เธอรีบรับประทานเร็วๆ จนหมดจานแล้วกระแทกจานแรงๆ ใส่อีกคน

“ฉันกินหมดแล้ว คราวนี้คุณก็กลับไปได้ ฉันจะนอน” บอกแล้วลุกยืน

“ไปผสมน้ำอุ่นให้ฉันก่อน ไป” ชายหนุ่มสั่งกลับมาเหมือนไม่สนใจที่เธอบอก แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อคลุมและผ้าขนหนูออกมา

“คุณจะ ทะ ทำอะไร” ถามเสียงสั่นรู้สึกไม่ค่อยดี

“ก็อาบน้ำไง ไปสิ ไปผสมน้ำอุ่นในห้องน้ำให้ฉันหน่อย” สั่งอีกครั้ง

“ไปอาบน้ำที่บ้านใหญ่ของคุณสิ มายุ่งอะไรที่นี่”

“นี่มันก็บ้านของฉัน ฉันจะอาบที่ไหนมันก็เรื่องของฉัน ทุกตารางนิ้วที่เธอยืนอยู่นี่มันก็บ้านฉัน เธอเป็นแค่ทาสรับใช้มีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง” หน้าหล่อใสของไอศูรย์เกรี้ยวกราดขึ้นมาอีกแล้ว

“ฉันไม่ทำ” ปฏิเสธสียงแข็ง แล้วชายหนุ่มก็ทำในสิ่งที่เธอต้องตกใจ เมื่อเขาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองลงต่อหน้าต่อตาเธอหน้าตาเฉย ทำเอาคนที่เถียงเสียงแข็งมาตลอดรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว สักพักชายหนุ่มก็เดินตามเข้าไปในห้องน้ำ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันไว้รอบเอวปกปิดท่อนล่างเท่านั้น ท่อนบนเปลือยเปล่าโล่งโจ้งต่อสายตาเธอ โชว์กล้ามเนื้อสวยอย่างคนสุขภาพดี และผิวขาวใสยิ่งกว่าผู้หญิงนั้นให้เธอเห็นเต็มตา หญิงสาวเผลอยืนมองด้วยความลืมตัว หน้าแดงก่ำด้วยความอาย


“หลีกซิ” สั่งแล้วปลดผ้าขนหนูออกจากตัว แขวนที่ราวเดินลงอ่างน้ำไปหน้าตาเฉย ทิ้งอีกคนที่ไม่ทันได้หลบสายตาไปไหน ยืนอึ้งหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม เงอะงะทำอะไรไม่ถูก

“อ๊าย คนทุเรศ ลามกที่สุดเลย” ต่อว่าอุบอิบเสียงเบา

“นี่เธอ มาถูหลังให้ฉันหน่อยสิ” เสียงที่สั่งมาจากอ่างอาบน้ำ ทำให้ร้างบางสะดุ้งตกใจหลุดจากอาการตะลึง

“มะ ไม่ ฉันไม่ทำไม่ต้องมาสั่ง ยังไงฉันก็ไม่ทำ” ถอยหลังไปพิงประตูปฏิเสธเสียงแข็ง ...คนบ้า เรื่องแบบนี้มาใช้เธอได้ยังไงกันล่ะ ฮึ่ย...

“ฉันสั่ง ดูปากให้ดีๆ นะ ...ฉันสั่ง ... เธอต้องทำเพราะเธอเป็นทาสรับใช้ของฉันไงล่ะ จำเอาไว้” สั่งแล้วเน้นย้ำสายตาไปว่าเอาจริงแน่

“ไม่มีทาง เป็นทาสก็เป็นทาสสิ เรื่องแบบนี้มาใช้ฉันทำได้ยังไง คนลามก”

“เธอว่าใครหา นี่ตกลงว่าจะให้ฉันจัดการเธอให้ได้ใช่ไหม ได้เลย ถ้าอย่างนั้นฉันสนองให้ ให้เป็นทาสรับใช้ ไม่ชอบ ชอบเป็นอย่างอื่นด้วยใช่ไหม” ท่าทางที่ดุดันขึ้นมาอีกของชายหนุ่ม เขาทำท่าจะลุกจากอ่างน้ำแสดงว่าเอาจริง ทำให้ร่างบางที่ยืนท้าทายเหยงๆ อยู่ตกใจจนหน้าซีดเผือด

“ก็ได้ๆ โอ๊ย... อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเอาจริงแน่ สุดท้ายเธอต้องยอมไปเป็นเบ๊ช่วยถูหลังและบีบนวดให้เขาตามแต่เขาจะบัญชา ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ โกรธก็โกรธ อายก็อาย ผสมกันไปหมดไม่รู้อารมณ์ไหนกันแน่ ในขณะที่อีกคน ที่แกล้งเธอได้แอบยิ้มขึ้นมาในหน้า ... ฮึๆๆ ยัยนี่ ทำหน้าอย่างกับเขาใช้ให้ไปตาย…


ออกจากห้องน้ำมา ไอศูรย์ก็สวมเฉพาะเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผม ที่ตัวเองบังคับให้เธอสระให้ด้วยเมื่อสักครู่ สายตามองหาหญิงสาวที่วิ่งออกจากห้องน้ำมาก่อนเขาเมื่อเขาทำท่าจะลุกขึ้นมาอาบน้ำจากฝักบัว ตาคมเรียวเหลียวมองไปเห็นร่างบางของหญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจก

“นี่เธอ ง่วงก็ไปนอนสิ” ชายหนุ่มเดินไปยืนจนชิดร่างของปันรสา

“โอ๊ะ ถอยออกไปนะ” ลุกขึ้นทันทีทั้งที่ยังงัวเงีย

“แล้วคุณก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน”

“ก็ นอนไปสิ ฉันก็จะนอนเหมือนกัน ทะเลาะกับเธอมาทั้งวันชักเหนื่อยแล้ว” เสียงเรียบๆ จากชายหนุ่มหน้ากระจก ทำให้หญิงสาวหันไปค้อนขวับเข้าให้

“มานอนอะไรที่นี่ล่ะ กลับไปสิ จะบ้าหรือไง ออกไปเลย ฉันขี้เกียจจะทะเลาะกับคุณแล้วจริงๆ นะ ฉันง่วงแล้ว” เริ่มเสียงอ่อนลงอย่างขอร้อง อย่างไรเสียสวัสดิภาพของเธอก็ต้องมาก่อน ส่วนอย่างอื่นค่อยว่ากัน ตอนนี้อยากเอาตัวเองให้รอดจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ไปก่อน

“ก็นอนไปสิ ฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน ทำไม นอนร่วมห้องกับฉันนี่มีปัญหาอะไรนักหนา ทีฉันยังดีใจเลยนะที่วันนี้มีเธอนอนด้วย” พูดจบร่างสูงก็เดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างหน้าตาเฉย พร้อมกับตบที่นอนข้างๆ ตัวเองเหมือนจะบอกว่า เขาใจดีแค่ไหนที่ยอมให้นอนข้างๆ

“ถ้าอย่างนั้นฉันไปนอนที่อื่นก็ได้” พูดจบเธอก็หันหลังจะเดินออกไปนอกห้อง

“ก็ลองไปดูสิ นี่เธอรู้มั้ยฉันบอกคนของฉันเอาไว้ว่ายังไง... ฉันอนุญาตให้พวกเขาทำอะไรกับเธอก็ได้ตามใจชอบ ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นเธอเดินออกไปจากห้องนี้ คิดดูเอาเองนะ นอนกับฉันในห้องนี้ เสี่ยงหน่อยก็จับพลัดจับผลูได้เป็นเมียนักธุรกิจใหญ่นะ แต่ถ้าเธอออกไปจากห้องนี้ ฉันไม่รับประกันว่าเธอจะเป็นเมียคนขับรถ เมียคนทำสวน เมียของบอดี้การ์ด หรือว่า...”


“พอแล้ว พอ ไม่ต้องพูด ไอ้คนบ้า บ้า บ้าที่สุดเลย นอนในนี้ก็ได้วะ”

“นี่เธอ พูดอะไรวะๆ พูดให้มันดีๆ นะ ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงมาพูดไม่สุภาพกับฉันแบบนี้”

“นอนในห้องนี้ก็ได้” สุดท้ายเธอก็ต้องแพ้อีกแล้ว หญิงสาวเดินกระแทกเท้าไปเปิดตู้ หยิบหมอนกับผ้าห่มไปนอนลงกับพื้นข้างตู้เสื้อผ้าทันที

“เธอจะไปนอนทำไมตรงนั้น ปันรสา ลุกมานี่”

“ช่างฉัน”

“ปันรสา ฉันบอกให้เธอมานอนบนที่นอนนี่”

“...”

“นี่เธอ...”

“มานี่” ชายหนุ่มโมโหที่อีกคนต่อต้านไม่ยอมทำตามที่เขาสั่ง จึงลุกจากเตียงลงไปรวบเอาตัวเธอมาโยนโครมลงบนตียง แล้วโถมตัวเข้าใส่เธอโดยไม่ให้เธอมีโอกาสหลีกหนีได้ทัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha