กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ไม่ต้องมารยา (1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4  ไม่ต้องมารยา (1)



                ไอศูรย์นอนไม่หลับเกือบตลอดทั้งคืน ต้นเหตุก็มาจากคนที่ยังนอนหลับสบายอยู่ในห้อง ร่างสูงโปร่งลุกจากเตียงนอนตั้งแต่ตีห้า

... ฮึ ยัยผู้หญิงปากดี เถียงคำไม่ตกฟาก...

สุดท้ายเมื่อหลับใหลไป เขาจึงต้องอุ้มขึ้นมานอนด้วยกันบนเตียงกว้างข้างๆ กัน ไม่ใช่ใจดีอะไรหรอก เขาแค่ไม่อยากเห็นอีกคนป่วย จนต้องมารักษากันทีหลังอีก เขาคิดแค่นั้นจริงๆ... แต่ร่างบางหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กที่ยิ่งดึกยิ่งเบียดเข้ามาซุกซบที่อกแกร่งของเขาเพื่อหาความอบอุ่นเมื่อคืนนั่นต่างหาก ที่ทำให้เขานอนไม่หลับไปทั้งคืน จนต้องลุกออกมานั่งเงียบๆ ที่ห้องรับแขกตั้งแต่เช้ามืดขนาดนี้

                ชายหนุ่มลุกเดินไปรอบๆ ห้อง สายตามองผ่านไปที่ตู้ไม้โบราณ ของรักของหวงของพี่สาวของเขาที่ชอบมาขลุกอยู่ที่นี่เป็นประจำ..สิบห้าปีแล้วสินะ ผมคิดถึงพี่ศิจังเลยครับ…

 

************* 

 

                ///--ร่างซูบซีดผอมบางผมเผ้ากระเซิงไม่เป็นรูปทรง แต่ยังคงเค้าความสวยเอาไว้ เดินเข้ามากอดเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาที่บ้านหลังเล็กสีขาวหลังนี้ในชุดนักเรียนมัธยม

                ไอซ์จ๋า ไอซ์ วันนี้พี่มีอะไรจะอวดไอซ์ด้วยล่ะ มาเร็วไปดูกัน ร่างผอมบางของไอศิกา พี่สาวสุดที่รักของเขาเดินเข้ามาจูงมือน้องชายท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กที่ต้องการอวดของสำคัญอะไรสักอย่าง

                พี่ศิครับ จะอวดอะไรให้ไอซ์ดูครับ ไหนดูซิ อะไรเอ่ย ร่างบอบบางเปิดตู้ไม้ในห้องค้นกุกกักอยู่สักพัก สุดท้ายหันกลับมายิ้มหวานให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นน้องชาย

                เจอแล้ว นี่ไงสวยมั้ย พี่ทำด้วยตัวเองเลยนะ?พูดจบส่งตุ๊กตาผ้าตัวเล็กที่ตัดเย็บด้วยมือที่ดูบิดเบี้ยวไม่ค่อยจะเป็นรูปทรง มาอวดคนตรงหน้า

                สวยครับ สวยที่สุดเลย สวยเหมือนพี่ศิของไอซ์ไงครับ เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปรับเอาตุ๊กตาผ้ามาไว้ในมือของตัวเอง แล้วจูงมือพี่สาวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวยาว มองหน้าอีกคนนิ่งๆ เป็นแบบนี้อีกแล้ว เห็นสภาพแบบนี้ของพี่สาวแล้วเขาสุดจะเจ็บช้ำหัวใจ

                ไอซ์จ๋า ไอซ์เห็นเขาบ้างไหม เขาหายไปไหนล่ะ ทำไมเขาไม่มาหาพี่ ไม่มาอยู่กับพี่ เขาทิ้งพี่เอาไว้แบบนี้ได้ยังไง ฮือ ฮือ เขาทำแบบนั้น แล้วทิ้งพี่ทำไม อือ ฮือ... อย่านะ อย่าเข้ามานะ ออกไป ออกไปนะ ออกไป ฉันกลัวอย่าทำอะไรฉันเลยนะ อย่าไม่ กรี๊ด กรี๊ด... ร่างบางของพี่สาวเริ่มคลุ้มคลั่งขึ้นมา ทำให้เด็กหนุ่มอย่างไอศูรย์ต้องรีบเข้าไปกอดรัดร่างของพี่สาวเอาไว้แน่น

                เขาไม่มาหรอกครับพี่ศิ เขาไม่มาแล้ว เขาจะทำอะไรพี่ศิก็ไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัวนะครับไอซ์อยู่ด้วยแล้ว โอ๋ โอ๋ นิ่งนะครับ พี่ศิคนดีของไอซ์ ไอซ์จะปกป้องพี่เองไม่ต้องกลัวนะครับเสียงของเขาสั่น กอดพี่สาวเอาไว้แน่นน้ำตานองหน้า รันทดใจกับสภาพของพี่สาวสุดที่รัก คุณพ่อคุณแม่ครับรีบกลับมาเมืองไทยได้แล้ว   กลับมาช่วยไอซ์ด้วย ไอซ์กลัว กลัวจะควบคุมทุกอย่างไม่ได้อีกต่อไป ...เขากล่อมพี่สาวจนหลับซบนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง น้ำตาเปียกชุ่มเสื้อนักเรียนของเขา

                ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น และตลอดระยะเวลาหลายเดือนต่อมา เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นซ้ำซากอยู่ตลอดสร้างความเจ็บปวด และความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับไอศูรย์ ผู้ที่รักพี่สาวยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ ... น้ำตาไหลลงจากดวงตาคมเรียวของชายหนุ่มหน้าสวยเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นมา...ไอ้ผู้ชายใจชั่วคนนั้น มันต้องได้รับการตอบแทนที่สาสม มันต้องรู้จักกับความสูญเสียและเจ็บปวดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลย คอยดูสิ…

 

 

************** 

 

                “คุณไอซ์คะ คุณไอซ์ เกิดเรื่องอีกแล้วค่ะ…น้ำเสียงร้อนรนของป้านวลและแมวที่แข่งกันเรียกชื่อเขา  ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตนทันที

                มีอะไรครับ ป้านวลถามออกไปแล้วใช้มือเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ แม้จะพยายามไม่ให้ใครเห็น แต่อาการดังกล่าวก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของป้านวลไปได้

                คุณไอซ์... ป้านวลครางเสียงแผ่วเบาอย่างสงสารเจ้านายหนุ่ม แบบนี้สงสัยต้องมานั่งคิดถึงพี่สาวอีกเป็นแน่...

                คุณรสาค่ะ คุณรสา เอ่อ คือว่า คุณรสาไม่อยู่ในห้องอีกแล้วค่ะ หาจนทั่วบ้านแล้วก็ไม่เจอ เลยมาบอกคุณไอซ์นี่แหละค่ะ สงสัยว่าจะหายไปเหมือนเมื่อวานอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้แมวเป็นผู้ตอบด้วยน้ำเสียงตกใจ และกังวล

                เอาอีกแล้วเหรอ สงสัยต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที แยกย้ายกันออกตามหาให้ทั่ว แมวเธอไปบอกพวกอธินกับทีปด้วยนะ ด่วนเลย คอยดูนะ เจอคราวนี้จะจัดการให้เข็ดหลาบเลย สั่งเสียงเข้มแล้วบ่นต่อด้วยความโมโหหน้าใสบูดบึ้งขึ้นมา

                หลังจากทุกคนแยกย้ายกันตามหาเป็นเวลานาน ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีใครเจอ ไม่มีร่องรอยใดๆ ในบริเวณบ้านและรอบรั้วใกล้เคียงก็ไม่มี สร้างความหงุดหงิดให้กับชายหนุ่มเจ้าของบ้านเป็นอย่างยิ่ง

                ธิน เดี๋ยวนายกับพวก ออกไปดูรอบๆ ไร่ให้ทั่วนะ ส่วนฉันจะไปดูที่สวนดอกไม้กับกระท่อมเอง อ้อเตรียมรถให้ฉันด้วย ด่วนเลยนะ สั่งการเสร็จเดินมุ่งหน้าไปที่โรงรถด้วยความเร่งรีบ

 


************** 

 

                ปันรสาที่เดินออกมาจากมุมของกำแพงบ้านหลังใหญ่ เมื่อกว่าชั่วโมงมาแล้ว เดินทอดน่องมองข้างทางที่เขียวขจีและสดชื่น มือบางจับหมวกปีกที่ทำท่าจะปลิวจากศีรษะให้แน่นขึ้น...เฮ้อ ในเมื่อหนีไม่พ้นบริเวณไร่นี้เสียที  ก็ไม่จำเป็นต้องหนีอีกแล้ว เก็บแรงกายแรงใจ และกำลังทั้งหมดที่มี เอาไว้หาโอกาสเอาตัวรอดให้ได้ดีกว่า...

                ตั้งแต่ตื่นนอนมาเมื่อเช้า เธอก็ไม่เห็นนายซาตานหน้าใสนั่นอยู่ในบริเวณบ้านแล้ว ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็จะได้หายใจหายคอสะดวกขึ้นกว่าที่เป็น ได้เป็นอิสระจากคนใจร้ายนั้น อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่งล่ะ... เมื่อวานเธอสังเกตเห็นสวนดอกไม้สวยอยู่แปลงใหญ่ ตอนที่นายนั่นลากเธอกลับจากกระท่อมขึ้นรถ กะเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะต้องแอบมาชื่นชมความสวยงามให้ได้ โดยปกติเธอเป็นคนที่ชอบดอกไม้มากๆอยู่แล้ว เพราะที่บ้านเธอปลูกสวนหย่อมเอาไว้อย่างสวยงามหลายชนิดดอกไม้ด้วยกัน นี่คงจะเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้เธอคลายจากความสับสน และความทุกข์ใจได้บ้าง

                ร่างบางเดินเอื่อยๆ ไปตามทางที่มุ่งสู่ทุ่งกว้างของไร่แห่งนี้ เธอมองไปทั่วไม่เห็นวี่แววของทางออกจากไร่นี้เลย..มาอยู่ในเมืองลับแลหรือยังไงเนี่ย... แสงแดดอ่อนๆ และสายลมพัดโชยเบาๆ ทำให้หน้าสวยใสของหญิงสาวแต้มไปด้วยรอยยิ้มลืมความทุกข์ใจไปชั่วขณะ...

                สวนดอกไม้สวยงามที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้หญิงสาวตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง มือบางค่อยๆ เอื้อมไปจับดอกไม้ในสวน เดินบุกเข้าไปเรื่อยๆ ในสวนสวยด้วยความเพลิดเพลิน ไม่สนใจแสงแดดที่เริ่มจะร้อนขึ้น และสิ่งต่างๆ รอบตัว อย่างน้อยเธอก็รู้วิธีคลายเครียดจากการที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่แล้วล่ะ ...หูแว่วได้ยินเสียงครางของบางสิ่งบางอย่างอยู่ด้านหลัง จึงค่อยๆ หันกลับไปมอง

                ว้าย...ตายแล้ว อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา ถอยไปสิ ถอยไป ไป๊... เสียงของหญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด บวกกับการไม่ทันระวังตัวทำให้ร่างบางล้มลงไม่เป็นท่า ร่างใหญ่โตของสัตว์สี่เท้าที่ยืนมองนิ่งๆ มาที่เธอ ค่อยๆ เดินแกว่งหางเข้าหาร่างบางอย่างช้าๆ เสียงคำรามที่ดังออกมา ทำให้หญิงสาวหน้าซีดตัวสั่น ลนลานจะหนีแต่ก้าวขาไม่ออก ล้มลงคลานเข่าหนีเอาตัวรอดทันที แต่เจ้าเสือขาวตัวโตเร็วกว่ามาก กระโจนพรวดเดียวถึงร่างบางของเธอทันที

                กรี๊ด กรี๊ด... หญิงสาวหวีดร้องด้วยอาการขวัญเสียและตกใจ มือบางทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเองแน่น

...คราวนี้เธอคงกลายเป็นอาหารของเสือแน่แล้ว  ตายแน่ๆ เลย... หญิงสาวกรีดร้องอยู่นาน แต่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่โดนขย้ำเป็นอาหารของเสือขาวตัวโต ด้วยความกลัวยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองตรงๆ ว่าตรงหน้าจะยังมีสัตว์หน้าขนตัวโตอยู่อีกหรือไม่ ค่อยคลายมือออกจากใบหน้า คลายนิ้วออกมองลอดผ่านไป ไม่เห็นมีเสือตัวเมื่อกี้อยู่ในระยะสายตา จึงเงยหน้าขึ้นอย่างเต็มที่ หันไปมองข้างๆ ตัว ก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติอีกครั้งเมื่อเจ้าเสือขาวตัวใหญ่นอนหมอบนิ่งแกว่งหางยาวไปมา คำรามเบาๆ อยู่ข้างตัวเธอ

                จะทำยังไงดีล่ะ... หญิงสาวคิด ไม่กล้ากระดุกกระดิกตัวไปทางไหน เพราะกลัวจะกลายเป็นอาหารของเจ้าตัวโตที่อยู่ข้างๆ นี่ ...ใช่สิ เมื่อวานเธอได้ยินเขาเรียกเจ้าตัวนี้ว่าอะไรนะ นึกให้ออกสิรสา นึกเร็วๆ เผื่อบางทีมันอาจคุ้นชื่อตัวเอง แล้วเธอค่อยหาโอกาสวิ่งหนีไปให้ไกลจากมันได้  ชื่ออะไรนะ อ๋อ…

                “บูบู้ เอ่อ แกชื่อบูบู้ ใช่มั้ย หญิงสาวยังนั่งตัวแข็ง ไม่กล้าขยับแต่ปากก็ลองเสี่ยงเรียกชื่อของมันออกไป

                บูบู้ แกได้ยินที่ฉันเรียกแกมั้ย แกอย่าทำอะไรฉันเลยนะ เนื้อฉันไม่อร่อยหรอกนะบูบู้นะ หญิงสาวเอี้ยวตัวหันไปมองเจ้าเสือขาวตัวโตที่ผงกหัวขึ้นคำรามเบาๆ ตามองที่เธอนิ่ง

                โฮก... มันนอนหมอบกลับลงไปเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป็นขยับคลานกับพื้นหญ้าเข้ามา จนตัวเบียดชิดกับเธอ ปันรสากลั้นหายใจด้วยความกลัว ตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจออกมา แล้วเจ้าเสือตัวโตก็พลิกตัวนอนหงายกลิ้งไปมาต่อหน้าต่อตาเธอ สร้างความงุนงงให้เธอ จนเผลอลืมความกลัวไปชั่วขณะ   แม้มันจะไม่เข้ามาขย้ำเธอเป็นอาหาร แต่ก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดีกับสัตว์หน้าขนแบบนี้

                บูบู้ แกเข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย แกอย่าทำอะไรฉันเลยนะ แค่ลำพังเจ้านายแกคนเดียว ฉันก็เอาตัวเกือบจะไม่รอดอยู่แล้วนะ เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า ดีมั้ย หญิงสาวค่อยขยับตัวเบาๆ นั่งตัวตรง หายใจสะดวกขึ้นเมื่อเห็นอาการของมันเหมือนจะฟังสิ่งที่เธอสื่อไปรู้เรื่อง


ปันรสาค่อยๆ ถอยตัวเองอย่างแผ่วเบาไปด้านหลัง แต่เจ้าบูบู้กลับพลิกตัว หมอบคลานตามมาเรื่อยๆ  จนเธอต้องหยุดการขยับตัว มันจึงหยุดคลานตามบ้าง แล้วเอาลำตัวใหญ่โตมาเบียดจนชิดติดกับตัวเธอ ส่งเสียงคำรามออกมาเบาๆ เวลาแห่งความระทึกใจผ่านไปเป็นนาน จนหญิงสาวเริ่มแน่ใจว่าเจ้าตัวโตตัวนี้ เธอน่าจะผูกสัมพันธ์กับมันได้ แต่เธอก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี จึงค่อยๆ เอื้อมมือไปจะถูกลำตัวของมันลองดู แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ  และเหมือนมันจะรับรู้อาการดังกล่าวของเธอ เจ้าบูบู้เงยหน้าขึ้นมา เอาหัวพาดไว้กับขาของเธอ คำรามเสียงเบา หลับตาลง

เวลาผ่านไปเนิ่นนานมาก ในความรู้สึกของหญิงสาว จนรับรู้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนหน้าขาจนขาชา เธอถึงได้รับรู้ว่าเจ้าเสือตัวโตตัวนี้หลับไปแล้ว  เหมือนมิตรภาพระหว่างสัตว์ตัวโต กับหญิงสาวหน้าหวานจะต่อกันติด ปันรสาค่อยๆ วางมือของตัวเองลูบเบาๆไปบนหัวของมัน เมื่อเห็นว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงกล้าโอบแขนเล็กๆ ไปรอบลำตัวนุ่มฟูของมัน แล้วขยับท่าทางการนั่งของตัวเองให้ถนัดมากขึ้น จนผ่านไปนานเมื่อมันเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง แล้วใช้เท้าหน้าตะปบเบาๆ ที่แก้มเธอนั่นแหละ เธอถึงกล้าที่จะเล่นกับมันมากขึ้น แล้วคู่หูคู่ใหม่ก็หยอกล้อเล่นกัน กอดรัดฟัดเหวี่ยง คลุกดินกลางไร่จนสกปรกมอมแมมไปหมดทั้งคนทั้งสัตว์

 


**************

  

                ไอศูรย์จอดรถกระบะคันโตลงข้างกระท่อม แล้วรีบวิ่งลงจากรถดูจนทั่ว และเมื่อนึกอะไรขึ้นได้จึงตะโกนเรียกทันที

                “บูบู้ บูบู้ แกอยู่แถวนี้หรือเปล่า มาดูซิว่าฉันเอาอะไรมาฝากแก มาเร็ว เสียงตะโกนของเจ้าของที่มันแสนรัก ทำให้เจ้าเสือขาวกระดิกหูขึ้นทันที ลุกวิ่งควบไปทางต้นเสียงที่ได้ยิน เป็นผลให้ร่างบางของปันรสาที่อิงอยู่กับร่างอุ่นนุ่มของมันล้มลงไม่เป็นท่า…

                นี่เธอ ฉันว่าแล้วว่าต้องอยู่นี่เป็นยังไงล่ะกลัวเจ้าบูบู้จนหนีไปไม่รอดแล้วใช่มั้ย แหม เสียดายจริงๆ ที่บูบู้มันยังไม่หิวจัด ไม่อย่างนั้นล่ะก็... ตัวแค่นี้ไม่พอดับความหิวมันหร๊อกเสียงห้าวที่พูดจาถากถางขึ้นมา ทำให้ร่างบางของหญิงสาวหันกลับไปมองด้วยความตกใจและโมโห

                เนื้อฉันมันคงไม่อร่อยมั้ง มันเลยยังไม่อยากจะกิน ชิ...

                เธอคิดจะหนีอีกแล้วใช่มั้ย ฉันก็บอกเธออยู่หยกๆ ว่าถ้าเธอทำอีกครั้งฉันจะจัดการกับเธอชายหนุ่มตะคอกเสียงดัง แล้วเดินเร็วๆ เข้าไปจับแขนเธอเอาไว้แน่น

                โอ๊ย เจ็บนะเว้ย ปล่อยสิ เสียงหวานโวยวายขึ้นเสียงดังด้วยความเจ็บ พยายามสะบัดแขนของตน ให้หลุดออกจากมือใหญ่ของเขา

                อย่ามาเว้ยกับฉันนะ มานี่เลยมา ใครใช้ให้เธอคิดหนีอีกหา ท้าทายฉันมากี่ครั้งแล้ว ตามมานี่เลยแม่ตัวดี ชายหนุ่มลากร่างบางของหญิงสาวเดินเร็วๆ ไปที่กระท่อม โดยลืมหันไปดูเจ้าบูบู้ที่งับเอาชายเสื้อของเพื่อนใหม่ของมันไว้แน่น ยืนนิ่งอยู่กับที่เพื่อยื้อเพื่อนใหม่ถูกใจของมันเอาไว้

                “โอ้ย ปล่อยสิ ปล่อยนะคนบ้า บูบู้ช่วยฉันด้วยสิ ดูเจ้านายแกนะ ทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง ถ้าแกไม่ช่วยฉัน คอยดูนะคราวหลังฉันจะไม่ให้แกหอมแก้มแล้ว แล้วฉันก็จะไม่กอดแกแล้วด้วย หญิงสาวร้องโวยวายเมื่อร่างสูงด้านหน้า ยังลากเธอไม่หยุด ส่วนด้านหลังเจ้าบูบู้ก็กระชากเอาๆ จนเสื้อเธอจะขาดอยู่แล้ว

                บูบู้ เร็วสิ ช่วยฉันด้วย เฮ้ย แล้วแกมาดึงเสื้อฉันทำไม ไปงับกางเกงเจ้านายแกโน่น ไปเร็ว เร็วๆ สิเจ้าเสือขาวเหมือนจะฟังรู้เรื่อง ปล่อยชายเสื้อเธอทันทีจนร่างสูงด้านหน้าที่ลากเธอแรงๆ เซล้มลงไป ร่างบางของเธอที่ถูกลากตามไปด้วยก็หน้าคะมำคว่ำลงไปบนร่างสูงเต็มแรง

                โอ๊ย ยัยบ้าเอ้ย...ไอศูรย์รู้สึกจุกจนร้องออกมา ผลักร่างที่ทับอยู่บนร่างตัวเองออกทันควัน แต่เหมือนหญิงสาวจะจุกกว่า เพราะตัวเธอยังนอนนิ่งไม่ขยับ

                นี่เธอ ลุกออกไปสิ หนักนะ

                เธอ ปันรสา ฉันบอกให้ลุกออกไปไงชายหนุ่มพลิกตัวจนทำให้กลายเป็นว่า ร่างของเธอนอนกลิ้งลงกับพื้นแทน

                นี่เธอ เป็นอะไรเปล่าเนี่ยหา อย่ามาทำมารยานะชายหนุ่มเห็นร่างบางของเธอนอนหลับตานิ่งๆ ก็นึกว่าอีกคนแกล้งใช้มารยาหญิงหลอกเขาอีก

                นี่รสา ปันรสาลุกขึ้นมานะ อะไรแค่นี้จะตายแล้วเหรอ สู้หน่อยสิ ฉันยังไม่ทันจะทำอะไรเธอเลยนะ ลุกมา ชายหนุ่มตบหน้าเธอเบาๆ เรียกให้ฟื้นคืนสติขึ้นมา

                  ...ผู้หญิงบ้าอะไร นิดๆหน่อยๆ ก็สลบท่าเดียว เวรกรรมจริงๆ ต้องเดือดร้อนเขาทุกทีสิน่า... ชายหนุ่มก้มลงอุ้มร่างบางของเธอ เดินมุ่งหน้าตรงสู่กระท่อม

                บูบู้ แกตามมาด้วยนะไม่งั้นวันนี้แกอดอาหารแน่ๆ ข้อหาที่ไม่ช่วยฉันเมื่อกี้ เจ้าบูบู้เหมือนจะรู้ตัวว่ามันมีความผิด เดินตามหลังชายหนุ่มต้อยๆ แกว่งหางแล้วครางเสียงเบาไปตลอดทาง

 

 

**************

  

ไอศูรย์วางร่างบางลงบนแคร่ไม้ในห้องของกระท่อม ซึ่งโดยปกติเขามักใช้เป็นที่พักผ่อน ตอนที่งานในไร่มีปัญหา จึงมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกหลายอย่างตามสมควร หันซ้ายขวามองหาอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ หยิบได้ขันน้ำพลาสติกใบหนึ่ง จึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋ากางเกงตัวเอง เอาน้ำจากขวดน้ำดื่มที่มีอยู่ในกระท่อมมาใช้งาน ชายหนุ่มใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามใบหน้า และลำคอของคนที่ไม่ได้สติ สลับกับใช้มือเขย่าร่างเรียกเธอตลอดเวลา ...เป็นอะไรวะ... คิดอย่างหัวเสียที่เห็นอีกคนไม่ยอมฟื้นคืนสติขึ้นมา หันมองซ้ายขวา สายตาเหลือบเห็นเจ้าบูบู้ นอนหมอบนิ่งอยู่กับประตูกระท่อม

เพราะแก แกตัวเดียวเลยบูบู้ ทำฉันเดือดร้อนอีกแล้วบ่นเบาๆ ส่งสายตาคาดโทษไปให้เจ้าสัตว์หน้าขน หันมาอีกทีเพื่อเช็ดตัวให้เธออีกรอบ

คราวนี้เขาตัดสินใจปลดกระดุมเสื้อเธอลงมาสองเม็ด ค่อยๆ ดึงเสื้อตัวสวยของเธอออกจากตัว แล้วหลับหูหลับตาเช็ดตัวให้เธอรวดเร็วให้เสร็จๆ ไป แต่ความอ่อนนุ่มที่มือเขาบังเอิญไปสัมผัสถูกเข้า ทำเอาร่างสูงชะงัก...ตายละสิ เอาไงดีวะ... นิ่งคิดสักพัก...เอาเถอะ ถือว่าช่วยชีวิตเจ้าหล่อนไว้อีกครั้งแล้วกัน เรื่องมากเมื่อไรค่อยจัดการทีหลัง...  คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มลงมือปลดกระดุมของกางเกงยีนส์ขาสามส่วนที่เธอสวมใส่อยู่ออกทีละเม็ด แต่ให้ตายสิ ทันทีที่เขาดึงกางเกงลงหลุดจากสะโพกกลมมนของเธอ ร่างบางก็ร้องขึ้นมาเสียงเบา

อือ... แล้วเสียงก็เงียบลงไปอีก ทำเอาร่างสูงของไอศูรย์ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชายหนุ่มค่อยๆ บรรจงเช็ดตัวให้เธออีกครั้ง จากตอนแรกๆ ที่หลับหูหลับตาเช็ด ตอนนี้พอเขาหันมองร่างบอบบางของเธอเต็มตา ทำเอาชายหนุ่มตะลึงงัน ผิวขาวผ่องอมชมพูที่เนียนเรียบไร้ไฝฝ้าใดๆ แล้วไหนจะลำคอระหงไล่ลงมาถึงอกอวบเต่งตึงในบราสีหวานนั่นอีก ทำเอาเขากลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ... ไม่ได้ๆ เขาเอายัยนี่มาแก้แค้น อย่าไปคิดอะไรที่มันพิลึกแบบนั้นเป็นอันขาด... ชายหนุ่มคิดพลางไล่สายตาขึ้นไป มองเฉพาะใบหน้าสวยใสของเธอ ก้มตัวลงช้อนร่างบางพลิก ตัวให้ตะแคงเพื่อเช็ดตัวบริเวณหลังและสะโพกอย่างเบามือ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อเกิดขึ้นมากะทันหัน จนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

เมื่อพลิกร่างเธอให้นอนลงเป็นปกติแล้ว จมูกโด่งสวยของเขาจึงก้มลงไปสูดดมเอากลิ่นหอมประหลาดยวนใจจากแก้มทั้งสองนั้นเข้าเต็มปอด ก่อนลากไล้แผ่วเบาไปเรื่อยจนปากแดงสวยยิ่งกว่าผู้หญิงของเขาประกบนิ่งสนิทที่ริมฝีปากน่ารักของเธอเนิ่นนาน นานจนรู้สึกหัวใจเต้นแปลกๆ ขึ้นมา และร่างบางด้านล่างที่ลืมตาโพลงขึ้นมองอย่างตกใจ

อื้อ... หญิงสาวเมื่อได้สติ รู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ออกอีก จึงลืมตาโพลงขึ้นดู อะไรกันนี่...มือบางผลักร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าเต็มแรง อารมณ์ตกใจยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

โอ๊ย ยัยบ้าเอ้ย อะไรของเธอน่ะ หา ชายหนุ่มเสียหลัก หงายหลังลงพนพื้นแคร่ไม้ร้องกลบเกลื่อนขึ้นมาบ้าง หน้าตางงๆ ของหญิงสาวเพราะเพิ่งฟื้นจากการหมดสติบวกกับการลุกนั่ง ในขณะที่เสื้อผ้ายังไม่เรียบร้อย เรียกสายตาของชายหนุ่มให้มองตะลึงอึ้งไปอีกรอบ หน้าสวยเหมือนผู้หญิงแดงก่ำขึ้นมา เมื่อคิดได้ว่าเมื่อสักครู่ตัวเองเพิ่งลืมตัวทำอะไรลงไป ต่างกับหญิงสาวที่มองเขางงๆ อยู่สักพัก เมื่อรวบรวมสติได้ก็กอดตัวเองแน่นทันที

กรี๊ดๆๆ นี่คุณ คุณทำอะไรฉันน่ะ หา ทันทีที่ก้มมองร่างของตัวเอง แล้วเห็นสภาพล่อแหลม ที่เป็นอยู่ ปันรสาอายจนตัวแดงเป็นกุ้งต้ม

บอกมานะ คุณทำอะไรฉันนะ ฮือๆๆ ไอ้คนใจร้าย ไอ้คนชั่ว ทำไมทำกับฉันอย่างนี้ ฮือ... หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง เพราะคิดว่าตัวเองเสียทีชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว ทำให้ร่างสูงอมยิ้มที่มุมปากอย่างสาแก่ใจ

...โง่จริง ดีแล้วที่เข้าใจแบบนี้ เขาจะได้ทำให้เจ็บแสบมากยิ่งกว่านี้อีก คอยดู

ก็สภาพอย่างนี้ เธอคิดว่าฉันทำอะไรกับเธอล่ะ แหม แต่ตัวเธอนี่ก็นะ เนื้อห๊อม หอม เอาล่ะไม่ต้องมาคร่ำครวญ ฟื้นแล้วก็รีบแต่งตัวซะ ฉันจะพาเธอกลับไปลงโทษ ยังที่ที่เธอสมควรอยู่ แล้วคราวนี้อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้อีกเลย ปันรสาชายหนุ่มลุกขึ้นส่งสายตาเย็นยะเยือกไปให้เธอ ยืนมองอีกคนที่พยายามรีบแต่งตัวด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนก้มลงฉุดร่างเธอเดินเร็วๆ ผ่านหน้าเจ้าบูบู้ลงจากกระท่อมไป ขึ้นรถขับออกไปด้วยความรวดเร็ว ทิ้งเจ้าเสือขาวตัวโตให้ผงกหัวขึ้นมองอย่างสงสัย ว่าเจ้านายของมันจะพาเพื่อนใหม่ของมันไปไหน ถ้ามันพูดได้มันคงอยากจะบอกว่า... เจ้านาย อย่าเอาเพื่อนผมไปสิค้าบ…


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha