กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ใครจะสนใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7  ใครจะสนใจ



                ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งอยู่ตรงรั้วไม้เล็กๆ ของบ้านหลังสีขาว ที่เป็นที่อยู่เกือบจะเป็นการถาวรของหญิงสาวผู้น่าสงสารในสายตาของหลายๆ คนในบ้านนี้ แต่คงไม่ใช่เขาเป็นแน่... กว่าอาทิตย์ผ่านมาแล้ว ที่ไอศูรย์ต้องเข้าไปเคลียร์งานในกรุงเทพฯ และทำธุระบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่เขาจับมาไว้ที่นี่ เขาทิ้งให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่บ้านหลังนี้ โดยให้บอดี้การ์ดคนสนิทคอยจับตาดูเอาไว้อย่างเข้มงวด เขาไม่เคยเชื่อใจ แม้เธอจะบอกเขาอย่างหน้าซื่อตาใสว่าจะไม่หนีอีกแล้ว เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอใช้ความพยายามดังกล่าวไปหลายครั้ง จนเขาต้องประสาทเสียอยู่บ่อยๆ

ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงใบหน้าหวานซึ้ง ที่ติดตาเขาอยู่ตลอดเวลา ไหนจะกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธออีกที่มันติดตรึงอยู่ในความรู้สึกของเขาตลอดเวลา ไม่ยอมจางหายไปจนเขาแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว... เพราะงานด่วนที่บริษัทที่กรุงเทพฯ ทำให้เขาต้องจำใจห่างจากเธอ

แม้ปากจะบอกอย่างโน้นอย่างนี้สารพัด แต่ใจเขานี่สิ.. มันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ยิ่งห้ามความรู้สึกเหล่านั้น ก็ยิ่งเหมือนไปยั่วยุให้จิตใจมันคอยจดจ่อกังวลอยู่แต่กับเธอ...อย่าบ้าน่า นายไอซ์ ยัยนั่นคือศัตรู ท่องเอาไว้ให้ดีๆ.. ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่ทาส เป็นแค่คนที่เขาเอามาแก้แค้นเท่านั้น อย่าไปคิดอะไรเด็ดขาด... ยืนครุ่นคิดอยู่นาน จนกระทั่งมีเสียงเรียกขึ้นจากด้านหลัง จึงหันไปมอง

                เจ้านายครับ กลับมาตอนไหนครับ เสียงประทีปคนสนิทอีกคนของเขาถามขึ้น

                สักครู่นี่แหละ แล้วอธินไปไหนเสียล่ะ ถามถึงอีกคนที่โดยปกติจะต้องเป็นคนแรกเสมอที่มาหาเขาทุกครั้ง

                สงสัยไปกับคุณรสาครับ เห็นว่า...เสียงรายงานตอบไม่ทันจบประโยค เสียงเข้มของคนเป็นเจ้านายก็ถามกลับทันที ทำเอาประทีปตกใจ

                ไปไหน บอกมา ไปไหนกันอีก เสียงตะคอกอย่างลืมตัวตามอารมณ์ที่เดือดขึ้นมา เพียงแค่ได้ยินว่าหญิงสาวกับคนสนิทของตนออกไปด้วยกัน

                เอ่อ ไปที่กระท่อมอีกมั้งครับ เห็นคุณรสาชอบไป เธอไปเกือบจะทุกวันล่ะครับ

                แล้วทำไมนายไม่ถามให้มันชัดเจน ไม่ได้เรื่องจริงๆตะคอกเสียงดังแล้วก้าวยาวๆ ออกไปทางหลังบ้าน มุ่งหน้าไปยังจุดหมายทันที

                เอ่อ เจ้านายครับ เอารถไปไม่ดีกว่าเหรอครับประทีปเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ...เจ้านายเป็นอะไรวะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะดุขนาดนี้เลย... คิดพลางเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ

                ใครให้นายเสนอความเห็น หันกลับมาถามอีกที ก่อนเดินเร็วๆ ลับไปทางมุมบ้าน

 

 

************** 

 

 

                โอ๊ย... เสียงร้องดังขึ้น เพราะแรงกระแทกจากร่างสูงที่เดินเร็วๆ ด้วยความโมโห

                คุณรสา เป็นยังไงบ้างครับ อ้าว... เจ้านาย กลับมาแล้วเหรอครับ เจ้านายไปตั้งหลายวัน ผมจะไปด้วยก็ไม่ยอมให้ไป...อธินประคองหญิงสาวที่ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปอย่างแรง ให้ลุกยืนอย่างทุลักทุเล หลังจากถูกเจ้านายของตัวเองชนเข้าอย่างจังตรงมุมบ้าน

                ธิน ใครอนุญาตให้นายไปกอดรสาแบบนั้น หา เอ่ยปากถามเสียงห้าวเข้มขึ้นอย่างโมโห แต่สายตาดุดันกลับส่งไปให้หญิงสาวคนที่ถูกโอบประคองอยู่โดยลูกน้องของเขา

                เอ่อ ผมแค่ช่วยประคอง เห็นคุณรสาท่าทางจะลุกขึ้นเองไม่ไหว อธินที่ตกใจเสียงดังของเจ้านาย ชักจะลนลานตอบไม่ค่อยถูก

                สำออยล่ะสิไม่ว่า ล้มแค่นี้ ทำไมจะลุกเองไม่ได้เสียงห้าวยังกระแนะกระแหนกลับไปอีก

                นายจะไปไหนก็ไปเลยธิน อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวได้ตกงานกันบ้างล่ะจากคำพูด และอาการแปลกๆ  ของเจ้านายที่แสดงออกมา ทำให้ลูกน้องทั้งสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งมองหน้ากันอย่าง งงๆ ..เป็นอะไรของพ่ออีกล่ะเนี่ย..

... เฮ้อ... แต่ท่าทางแบบนี้เหมือนอาการของคนขี้หึงเลย หรือว่าจะใช่... ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร เหมือนจะเข้าใจตรงกัน พากันก้มศีรษะให้เจ้านาย แล้วเดินห่างออกไป แต่ยังไม่ทิ้งระยะเกินไปนัก


                ยังรออะไรอีกล่ะ ถ้าฉันไม่เรียก ก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาทั้งสองคนนั่นแหละ เสียงเข้มที่เอ่ยซ้ำขึ้นมา ทำให้สองบอดี้การ์ดหนุ่มรีบเดินเร็วๆ หายลับเข้ารั้วบ้านใหญ่ไปในทันที ไม่มีใครกล้าแสดงความหวังดีเอาใบหน้าตัวเองโผล่มาให้เจ้านายเห็นอีก

                ว่ายังไง อยู่คนเดียวสักพักนี่ ไม่ได้เลยใช่มั้ยรสา ต้องหว่านเสน่ห์ตลอดเวลารึไง? เสียงห้าวถามขึ้นอย่างโมโห เมื่อนึกไปถึงท่าทางที่โอบประคองเธอของลูกน้องตัวเองเมื่อสักครู่...ชิ บังอาจให้อธินมันมาจับที่ที่เขาเคยจับได้ยังไง ยัยบ้านี่... คิดอย่างหวงแหนโดยไม่รู้ตัว

                ...

                นี่เธอ ฉันถามไม่ได้ยินรึไง ชายหนุ่มเดินเข้าไปกระชากร่างบางของเธอ ให้เดินตามเข้าบ้านหลังเล็กไปด้วยความโมโหที่เห็นเธอเอาแต่นิ่งเงียบ

                รสา ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือ จับไหล่บางเอาไว้แน่น และถามอีกครั้งน้ำเสียงดุดัน

                เปล่าค่ะ ตอบเสียงเบา

                “อะไรเปล่า ตอบมาให้รู้เรื่องหน่อยซิ

                ก็บอกว่าเปล่า…”

                นี่เธอจะกวนโมโหฉันเหรอ ห๊ะ ตะคอกใส่อีก มือเรียวทั้งสองข้างบีบแน่นไปที่หัวไหล่ด้วยความไม่พอใจ

                เปล่าค่ะ แล้วคุณจะให้ฉันตอบว่าอะไรล่ะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย มาถึงก็หาเรื่องกันอีกแล้ว   จะกลับมาทำไมก็ไม่รู้ หญิงสาวโต้กลับไปบ้าง น่าเบื่อจริงๆ คนอะไรไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย มาถึงก็ต่อว่าเอาๆ  เธอยังไม่รู้เลยสักนิดว่าทำอะไรผิดอีก ...นายซาตานบ้าอำนาจ... คิดอย่างโกรธเคือง จึงเผลอพูดออกไปตามที่ใจคิด

                นายซาตานบ้าอำนาจกลับมาอีกแล้ว ชายหนุ่มได้ยินประโยคดังกล่าวชัดเจน แม้เธอจะพูดออกมาเบาๆ

                อะไร เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ไหนพูดออกมาให้ชัดๆ ซิ อย่ามาแอบเจริญพรฉันแบบเมื่อกี้อีกไอศูรย์บีบลงไปที่ไหล่บอบบางของเธออีกครั้ง หญิงสาวเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด แต่ยังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้เขาเห็นความอ่อนแอของเธอเด็ดขาด แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ทนกับความเจ็บไม่ไหว ต้องร้องประท้วงขึ้นมา

                ปล่อยนะ ฉันเจ็บ หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้หลุด ชายหนุ่มจึงผลักเธอลงแรงๆ ที่โซฟาตัวโตหน้าทีวีเครื่องใหญ่

                ปล่อยก็ได้ แต่เธอจำใส่ใจเอาไว้ให้ดีๆ นะว่า ห้ามให้ใคร หรือผู้ชายหน้าไหน มันมาทับรอยฉันเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อที่ฉันเตือนเธอล่ะก็...  คอยดูต่อไปสิ ว่าฉันจะทำอะไรเธอได้บ้างชายหนุ่มข่มขู่อีกคนน้ำเสียงดุดัน

ประโยคดังกล่าว สร้างความหดหู่ใจให้หญิงสาวเป็นที่สุด นี่เธอจะต้องทนรับสภาพแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน นี่ก็เป็นเวลาเดือนกว่าแล้วที่เธอถูกจับมาอยู่ที่นี่ ป่านนี้บิดาของเธอจะตามหาเธอกันให้ยุ่งวุ่นวายขนาดไหนก็ไม่รู้ ...คุณพ่อขา รสาคิดถึงคุณพ่อจังเลย... คิดอย่างสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง

                เอาเลย อยากทำอะไรก็ตามสบายเลย คุณคงภูมิใจมากสินะที่สามารถรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้อย่างฉันได้ หญิงสาวต่อว่ากระแทกแดกดันเขาเข้าให้บ้าง จะให้เธอยอมเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาอย่างเดียวคงไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อเขาทำกับเธอสารพัดแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นอะไรที่เธอต้องยอมอ่อนข้อให้เขารังแกอยู่ฝ่ายเดียว จนมาถึงตอนนี้แล้ว เธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเธอเองหรือบิดาของเธอทำอะไรผิด เขามักประชดด่าใส่หน้าว่าบิดาของเธอ ชั่วอย่างโน้น เลวอย่างนี้ ทำผิดไว้กับเขากับครอบครัวเขา แต่ความชั่วอะไรความผิดอะไรกัน ที่เธอต้องมารับกรรมอยู่แบบนี้ แม้เธอจะพยายามถามเท่าไหร่ คนใจร้ายคนนี้ก็ไม่เคยพูดอะไรที่มันชัดเจนออกมาให้เธอได้รู้เลย


ข้างฝ่ายชายหนุ่มที่ยืนมองเธอนิ่งด้วยความโกรธเคือง สายตาที่มองมาแทบจะลุกเป็นไฟ ทำให้ปันรสาเริ่มจะรู้สึกกลัวๆ ขึ้นมาจริงๆ เสียแล้วว่าเขาจะทำอะไรอีก?

                เธอมีสิทธิ์อะไรมาเถียงฉัน จำเอาไว้ หน้าที่เธอคือฟังฉัน และทำตามที่ฉันสั่งเท่านั้น อย่าออกฤทธิ์ให้มันมากนัก มานี่ ลุกมาเลย เข้าครัวไปโน่นดูสิว่าอยู่ก้นครัวขนาดนี้แล้วยังจะหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหน้าไหนได้อีก อารมณ์โมโหยังไม่ยอมหายไปเสียที เพียงแค่นึกถึงภาพที่อธินโอบกอดประคองอีกคนเอาไว้ในอ้อมแขน   ก็ทำหัวใจเขาร้อนวูบวาบไปหมด ...นี่ขนาดต่อหน้าเขา ยังกล้าทำขนาดนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาเป็นอาทิตย์แม่ตัวดีคงออดอ้อนจนอธินยอมให้ทุกอย่างแน่ๆ...  ยิ่งคิดยิ่งโมโหพาลพาโลไปหมด

                นี่คุณ ให้ฉันเข้ามาในครัวทำไมเนี่ย คนอะไรไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย หญิงสาวบ่นเสียงดัง ให้ได้ยิน  มาห้ามเธอไม่ให้พูดอย่างนั้นเหรอ ...อุดปากเธอเอาไว้สิ... จะทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง พูดก็ไม่ให้พูดอีกจะใจร้ายใจดำกับเธอไปถึงไหน

                ครัว เขาเอาไว้ทำอะไรล่ะ ทำอาหารเข้าสิ เร็วๆ ด้วย ฉันหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว มัวมาทะเลาะกับเธออีกน่ารำคาญจริง ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้ม สั่งเสร็จเดินออกไปนั่งสบายใจอยู่ที่โซฟาตัวเดิม

                ไอ้นายบ้าอำนาจเอ๊ย คอยดูนะ เมื่อไรเป็นทีของเธอบ้าง เธอจะเอายาใส่อาหารให้ท้องเสียให้เข็ดเลย ชิ” คิดอย่างเคืองๆ

                อาหารง่ายๆ สามอย่าง กับข้าวสวยร้อนๆ ที่วางลงบนโต๊ะ เรียกน้ำย่อยจากคนหิวอย่างเขาได้ทันที ชายหนุ่มแอบยิ้มในหน้าโดยที่เธอไม่ทันสังเกต ...นี่แหละที่เขาต้องการ อาหารฝีมือเธอ ทำให้เขาเจริญอาหาร ที่ผ่านมาหลายวัน เขาทานอะไรก็ไม่เห็นอร่อยถูกปากสักอย่าง หรือเขาจะเป็นเอามากเหมือนที่เพื่อนๆ ที่กรุงเทพฯ ว่าเอาไว้จริงๆ


                ชายหนุ่มนั่งรับประทานอาหารเฉย โดยไม่คิดจะชวนอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ ให้ร่วมวงด้วยเลย ฝ่ายปันรสาเมื่อเห็นเขานั่งกินอาหารไม่สนใจอะไร ก็เดินเร็วๆ จะออกจากห้องครัว เสร็จหน้าที่เธอแล้วนี่นะ

                จะไปไหนถามขึ้นโดยไม่มองหน้า แต่น้ำสียงลดความดุดันลงไปมาก

                ... หญิงสาวเดินเฉย ไม่หันมอง ไม่ตอบคำถาม

                นี่ รสา เป็นบ้าอะไรอีก ห๊ะ ฉันถามไม่ได้ยินรึไงชายหนุ่มเปลี่ยนโทนเสียงอีกแล้ว เมื่อเจอกับอาการกวนโทสะของอีกคนเข้า

                ได้ยินค่ะ

                “ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ แล้วนั่นจะไปไหน ฉันอนุญาตให้เธอไปได้เมื่อไหร่กัน กลับมานั่งนี่มาชายหนุ่มจ้องเธอตาดุ ...ฮึ กลัวตายล่ะ... ใจคิด แต่เท้ากลับเดินไปที่ที่เขาชี้มือไม่กล้าท้าทายให้มากกว่านี้

                ทำไมไม่กินข้าว เสียงทุ้มถามอีกโดยไม่มองหน้าเหมือนเดิม

                ...

                รสา ฉันถามว่าทำไมไม่กินข้าว นี่ตกลงจะท้าทายให้ฉันโกรธให้ได้ใช่มั้ยเนี่ย ชายหนุ่มผุดลุกจากที่นั่งทันที ตรงไปกระชากแขนเธอให้นั่งลงข้างๆ ตัวเอง

                ...”  เงียบอีก

                อ้าว เป็นใบ้รึไง เฮ้อ เธอนี่... ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวา ทำอะไรไม่ถูกเมื่อโมโหจนตัวสั่น กะว่าจะกินมื้อนี้ให้อร่อยเสียหน่อย ...ยัยนี่ กวนอารมณ์เขาอีกจนได้...

                กินซะสิ หรือถ้าไม่กินวันนี้ ก็เลิกกินไปเลย เอามั้ย อยากอดอาหารใช่มั้ย ดีเหมือนกันบ้านฉันจะได้ประหยัดค่าอาหารขึ้นไปอีกปากว่าแต่มือตักข้าวสวยใส่จาน วางตรงหน้าคนที่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่

                ตกลงว่าเป็นใบ้ไปจริงๆ แล้วใช่มั้ย ถามอะไรถึงไม่ยอมตอบซักอย่างน่ะ หา.. ชายหนุ่มเอื้อมมือจับใบหน้าเธอให้เงยขึ้นมาแรงๆ หยดน้ำใสๆ ไหลพรูลงอาบแก้มนวลทั้งสองข้างทันทีที่เงยมองหน้าเขา.. ชายหนุ่มใจอ่อนยวบ เมื่อเห็นน้ำตาของเธอที่ไหลลงอาบแก้มโดยปราศจากเสียงร้องไห้

                ปันรสาเหลือจะทนแล้วจริงๆ กับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขา เธอปรับตามไม่ทัน ทำอะไรไม่ถูก มันรู้สึกแน่นในอกจนจุกไปหมด ...ไม่อยากให้น้ำตาไหลออกมาหรอก แต่เธอควบคุมเอาไว้ไม่ไหวแล้วจริงๆ   ทำไมไม่ตายๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะ...

                นี่เธอ เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมล่ะ อย่ามาร้องต่อหน้าฉันสิ ฉันไม่ชอบเคยบอกเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือชายหนุ่มเริ่มทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาบ้าง ...ยัยนี่ เป็นอะไรวันนี้ทำไมต้องมาบีบน้ำตาต่อหน้าเขาด้วย...

                อึก อึก ฮึก ฮือๆๆๆ หญิงสาวทนความกดดันไม่ไหว ปล่อยโฮออกมาทันที

                นี่รสา เธอร้องทำไม ไม่ร้องแล้วนะ ฉันกำลังกินข้าวอยู่เธอมาร้องแบบนี้ ฉันจะกินลงได้ไงเสียงยังไม่วายดุ แต่มือเรียวทั้งสองข้าง กลับโอบเข้าไปที่ไหล่ของเธอกอดเอาไว้เบาๆ..ทำไมเขารู้สึกอึดอัดในอกด้านซ้ายแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำตาของเธอแบบนี้นะ..

                ร่างบางสะอื้นอยู่สักพัก จึงค่อยๆ เงียบลง แต่น้ำตายังไม่ยอมหยุดไหล ชายหนุ่มใช้มือเรียวบรรจงเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน แต่เสียงที่ถามขึ้นยังแข็งอยู่

                เฮ้อ เธอนี่จะร้องไห้ให้ได้อะไรขึ้นมา ดูสิหน้าเลอะหมดแล้ว มีอะไรก็พูดออกมา ฉันไม่ใช่พระพุทธเจ้านะ จะได้ตรัสรู้เอาเองได้ ว่าเธอเป็นอะไรหญิงสาวผลักมือเขาออกจากบ่าของตัวเอง แล้วก้มหน้านิ่ง

                ตกลงว่าร้องไห้ทำไม ถามขึ้นอีก แต่น้ำเสียงลดความดุดันลงจนนุ่มทุ้มน่าฟังมากขึ้น

                ก็ ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วนะ ตกลงคุณจะเอายังไงกันแน่ ฉันพูดก็ห้ามไม่ให้พูด พอฉันไม่พูดก็ขู่ให้ฉันพูดอีก ห้ามฉัน บังคับฉันทุกอย่าง ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรที่ฉันรู้เลยสักอย่าง แต่คุณก็ทำร้ายฉันสารพัด ห้ามฉันทุกอย่าง ทำไมไม่ห้ามหายใจเสียด้วยล่ะจะได้ตายๆ ให้มันพ้นๆ ไปเสียที เสียงเครือที่พูดขึ้นด้วยความคับแค้นใจ ทำให้ร่างสูงของไอศูรย์นิ่งอึ้งไปในทันทีเหมือนกัน

                รสา...เสียงทุ้มเรียกขึ้นแผ่วเบา เขารู้สึกลำคอตีบตันไปหมด เมื่อเธอพูดถึงเรื่องตาย ชายหนุ่มหวนคิดไปถึงวันก่อนเก่า... ภาพของพี่สาวที่นอนตัวขาวซีด หมดลมหายใจบนเตียงกว้างในบ้านเล็กหลังนี้ ในขณะที่ในมือกำรูปภาพของผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้แน่น ผู้ชายคนที่เป็นผู้ให้กำเนิดของหญิงสาวตรงหน้าเขานี่แหละ 

                เอาล่ะ ฉัน เอ่อ ฉัน เอาเป็นว่าฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบที่เธอคิดก็แล้วกัน เลิกพูดถึงเรื่องนี้เถอะ   ไปล้างหน้าล้างตาไป แล้วมากินข้าวเสียที คำขอโทษที่อยากจะเอ่ยออกไปถูกกลืนหายกลับไป...ไม่ได้หรอก   ยังไงเขาก็ไม่ยอมให้ทุกอย่างผิดไปจากที่ตั้งใจเอาไว้หรอก เขาจะต้องใจแข็งเข้าไว้ ... ชายหนุ่มครุ่นคิดขณะดึงเธอให้ลุกไปล้างหน้าล้างตาด้วยอาการที่ดูนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม แล้วอาหารมื้อนั้น ก็ผ่านพ้นไปด้วยความกล้ำกลืนของเธอ และความความไม่เข้าใจปนอาการหงุดหงิดที่ไม่เข้าใจตนเองของชายหนุ่ม


                ร่างบางของปันรสา เดินออกจากห้องน้ำด้วยความสดชื่นขึ้น หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งกันที่โต๊ะอาหาร ต่างคนต่างกลับไปอยู่ในที่ของตัวเอง โดยไม่พูดอะไรกันอีกเลย เขาก็กลับไปบ้านหลังใหญ่ของเขา  ส่วนเธอก็ทำโน่นทำนี่อยู่ในบ้านหลังเล็กนี้ ตามประสาของเธอ จนสองทุ่มนี่แหละจึงได้อาบน้ำชำระร่างกายเอาความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าทิ้งไปให้หมด

                หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำ ในสภาพเสื้อคลุมตัวเดียว บนศีรษะคลุมไว้ด้วยผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็ก   เธอทำภารกิจส่วนตัวด้วยความเคยชิน รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น เมื่อไม่มีใครบางคนคอยจับตามองอยู่ มือบางเช็ดผมจนหมาด แล้วใช้ไดร์เป่าผม เป่าจนแห้งหวีผมปล่อยยาวสยายตามธรรมชาติ  เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนออกมาใส่

                จะเปลี่ยนทำไมล่ะ มานอนได้แล้ว ฉันรอนานแล้วนะ เสียงทุ้มที่ดังมาจากเตียงนอนสีขาว ทำให้หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว

                ว้าย คุณ เข้ามาทำไม แล้วเข้ามาตอนไหน? หญิงสาวถามเสียงสั่นด้วยความตกใจ

                เข้ามาตอนไหนไม่สำคัญ แต่ตอนนี้ฉันง่วง อยากนอนแล้ว เธอจะยืนตรงนั้นอีกนานมั้ย มานอนได้แล้ว เสียงทุ้มถามมาอีก แต่หางเสียงเริ่มเข้มขึ้นตามประสาคนขี้โมโหเอาแต่ใจ

                คุณก็นอนไปสิ เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ตอบอย่างถือดี ไม่ยอมเดินไปที่เตียงกว้าง

                ทำไมจะไม่เกี่ยว นี่แหละหน้าที่โดยตรงของเธอเลย หรือต้องให้ฉันบอกซ้ำอีกที มานอนได้แล้วมา ฉันง่วงแล้ว ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง เมื่อเห็นเธอยังทำเฉย

หญิงสาวจึงรีบเดินเร็วๆไปกระโดดผลุงขึ้นเตียงทันที เพราะท่าทางแบบนั้น เธอรู้ดี ไม่พ้นเธอต้องเดือดร้อน หรือเจ็บตัวอีกแน่ถ้ายังเฉยต่อคำสั่งของเขา

                อ้าว นอนสิ จะนั่งมองอะไรอยู่อีกล่ะ ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นเธอนั่งมองเขาตาโตเท่าไข่ห่าน

                ไอ้คนบ้า ลามกที่สุดเลย อี๋...หญิงสาวมองเขานิ่งอยู่แบบนั้นไม่กล้าขยับตัว เขาจึงมองตามสายตาเธอบ้าง ..ฮึ เห็นผัวตัวเองโป๊แค่นี้ ทำท่าจะเป็นจะตาย  ดีล่ะ เขาจะแกล้งซะเลย..

                เป็นอะไร เห็นแล้วอยากนอนขึ้นมาเลยล่ะสิ แล้วก็ไม่บอกกัน เดี๋ยวฉันสนองให้ก็ได้ ชายหนุ่มแกล้งโผเข้าใส่เธอ ทั้งสภาพกึ่งโป๊กึ่งเปลือยแบบนั้น

                อ๊าย คนบ้า หน้าไม่อาย ถอยไปเลยนะ

                ถอยทำไม เมียนะไม่ใช่ทีวี เขาไม่ได้ให้มีไว้นั่งดู จะถอยทำไมล่ะ ฮึ ชายหนุ่มแกล้งให้อีกคนกลัวมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก

                ไม่เอา อย่านะ นี่คุณ ฉันบอกว่าอย่าไงเล่า ไอ้คุณไอซ์ ปล่อยนะ... หญิงสาวดิ้นรน ปัดป่ายเป็นพัลวัน

                เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ หือ

                ...

                เธอเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ใครอนุญาต อย่างนี้ต้องถูกทำโทษ ชายหนุ่มได้โอกาส ตรึงร่างบางของเธอกับเตียงกว้างทันที แล้วตัวเองก็ทาบทับลงไปบนตัวเธอเต็มน้ำหนักตัว

                นี่ ปล่อยนะ ปล่อย ปล่อยนะ ไอ้ ไอ้ เอ่อ ปล่อยนะคุณไอซ์....” หญิงสาวร้องขึ้นอย่างตกใจ...นี่ซาตานตัวไหนเข้าสิงอีกล่ะนี่ โอย แล้วอย่างนี้เธอก็ต้องโดน โดน โอย ไม่อยากคิดเลย...

                อืม อย่างนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อยปากพูด แต่จมูกโด่งกดลงไปแรงๆ ตรงหน้าอกอวบหยุ่นของเธอ ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งอีกรอบ ขนลุกไปทั่วตัว

                รสา ฉันไม่อยู่ที่นี่หลายวัน เธอรู้สึกยังไงบ้าง หยั่งเชิงถามอย่างลุ้นคำตอบ เผื่อว่าบางที เธออาจจะแอบๆ คิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า ก็คนเคยอยู่ด้วยกันทุกวันนี่นา... ไม่แน่หรอกห่างกันไปอาจจะรู้สึกอะไรบ้างก็ได้ เหมือนที่เขากำลังเป็นอยู่นี่ไง ปัดอย่างไรก็ปัดเธอให้ออกไปจากความรู้สึกไม่ได้เสียที

                ก็ รู้สึกสบายกาย สบายใจ ไม่มีคุณอยู่ที่นี่ อะไรๆ ก็ดี สดชื่นไปเสียหมดล่ะ หญิงสาวตอบตามที่ตนเองรู้สึกจริงๆ แต่กลับไปกระตุกต่อมโมโหของเขาเข้าอย่างจัง ... ยัยนี่ทำไมชอบกวนอารมณ์เขาให้ขุ่นเสียจริงๆ…

                สบายเหรอ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว เธอก็เตรียมทำหน้าที่ให้เต็มที่ก็แล้วกัน ฉันจะเรียกคืนให้คุ้มค่ากับที่ปล่อยให้เธอได้สบายอยู่หลายวันเลยล่ะ พูดจบ มือเรียวของเขาก็เริ่มวุ่นวายกับเสื้อคลุมของเธอทันที หญิงสาวเองถึงแม้จะรู้ดีว่าหลีกเลี่ยงยังไงก็ไม่พ้น แต่เธอก็ยังพยายามดิ้นรน


ร่างบางถูกตรึงนิ่งไว้ กับที่นอนด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าของเขา ไอศูรย์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นสบู่ของเธออย่างอดใจไว้ไม่ไหว ปันรสาพยายามส่ายหน้าหนี แต่ใบหน้าสวยๆ ของเขาก็ตามไปซุกไซ้ไปที่ใบหน้าของเธอแทน ร่างแกร่งแข็งแรงของเขาตามขึ้นไปทาบทับร่างเธอเอาไว้ จนเธอแทบกระดิกตัวไม่ได้

                อื้อ นี่คุณไอซ์ ปล่อยสิเมื่อใบหน้าเธอเป็นอิสระ ปากบางก็ประท้วงทันที

                รสา อย่าโวยวายสิ จะโวยวายไปทำไม ยังไม่ชินอีกเหรอ เธอเป็นเมียฉันนะ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาจะตาย แล้วนี่ก็เป็นหน้าที่ของเธอด้วย อย่าลืมสิ ชายหนุ่มจ้องตาเธอนิ่งๆ มือเรียวเกลี่ยเส้นผมออกจากหน้าผากมน ก่อนจะจูบลงไปแผ่วเบา

                ปล่อยฉันเถอะ นะคะอ้อนวอนขอร้องเขา

                ไม่ปล่อยหรอก น่า มาต่อกันเถอะพูดจบใบหน้าสวย จมูกโด่งๆ และปากแดงของชายหนุ่ม ก็ตรงเข้าทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง

                อยู่นิ่งๆ สิ นะ รับรองว่าฉันจะอ่อนโยนกับเธอให้มากที่สุด ชายหนุ่มจูบแผ่วเบาไปทั่วดวงหน้าสวยหวานของเธอ มือเรียวประคองใบหน้านั้นให้อยู่นิ่งๆ แล้วแตะริมฝีปากลงไปที่กลีบปากบางของเธอ จากเบาๆ กลายเป็นหนักหน่วงเรียกร้องขึ้นเรื่อยๆ จนหญิงสาวเกือบหายใจไม่ทัน

                หวานเหมือนเดิมเลยเสียงสั่นพร่าของเขาดังขึ้นอย่างพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดกำลัง หญิงสาวเองเมื่อเห็นว่าดิ้นรนไปอย่างไร ก็ไม่เคยหนีเขาได้สักครั้ง ร่างบางจึงนอนนิ่งอย่างยอมจำนน ให้เขาลูบไล้ แตะต้องสัมผัสไปทั่วทั้งตัว

                  ...อนาถจริงๆ เลย ชีวิตของเธอ สุดท้ายมันก็แค่นี้เอง...

              ไอศูรย์วนเวียนเก็บเกี่ยวเลาะเล็มความหอมหวานอย่างเต็มที่ ให้คุ้มค่ากับที่ห่างหายไปหลายวันเหมือนไม่รู้จักอิ่ม ปากแดงบดคลึงริมฝีปากเธอ ดันเรียวลิ้นเข้าไปหาอย่างรุกเร้า จนเธอยอมเปิดปากอ้ารับเขาเอาไว้  ลิ้นเรียวซอกซอน ดูดตวัด รัดรึง ทักทายลิ้นเล็กด้วยความโหยหา ปรารถนาเพียงดื่มด่ำ กลืนกินทุกความหอมหวานเอาไว้ให้หายอยาก ถอนปากออกไปไล่พรมจูบลงบนผิวเนื้อนวล แล้วซุกซบลงไปตรงร่องกลางเต้าอวบอิ่มแสนหอมหวาน แต่อาการนิ่งเงียบผิดปกติของอีกคน ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นจากทรวงอกอวบอิ่มของเธอ เหลือบขึ้นมองใบหน้าหวาน เห็นเธอหลับตานิ่งลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ก็ถึงกับอึ้ง…

... นี่ อย่าบอกเขานะว่า เธอ ยัยนี่ หลับหรือนี่ โอย  อยากจะบ้าตาย  ผู้หญิงอะไรกันเนี่ย อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ แล้วเขาจะทำยังไงล่ะ ยัยบ้าเอ๊ย... คนเขาอุตส่าห์ปลุกอารมณ์ซะขนาดนี้ ยังหลับได้เฉยเลยจริงๆ ให้ตายสิ... ชายหนุ่มคร่ำครวญในอก

                รสา รสา ชายหนุ่มลองเรียกเบาๆ ที่ข้างหูแล้วแกล้งงับเล่นๆ เผื่อเธอจะแกล้งเขาอีก แต่ร่างบอบบางของเธอก็ยังนอนเฉย

                รสา นี่เธอหลับจริงๆ เหรอเนี่ย โอย ตายแน่...ไอศูรย์โอดครวญกับตัวเองเสียงต่ำพร่า เมื่อความต้องการที่พุ่งสูงลิ่วสุดกู่ของตนเอง ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ ...ค้างคาแบบนี้เขาก็เดือดร้อนสิ...


ชายหนุ่มสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองสุดฤทธิ์ นอนนิ่งๆ สักพักจนสามารถสงบลงได้  จึงค่อยผ่อนร่างของเธอลงกับที่นอน จัดท่านอนให้เธอได้นอนสบายขึ้น ส่วนตัวเองก็นอนลงเคียงข้าง กอดร่างหอมยวนใจเธอเอาไว้หลวมๆ อย่างพยายามทำใจ

..เฮ้อ เขาก็เป็นลูกผู้ชายสุภาพบุรุษพอเหมือนกัน ประเภทไม่ชอบลักหลับผู้หญิงเสียด้วยสิ ถึงเธอคนนี้จะเป็นเมียของเขาเองก็เถอะ แล้วคราวนี้เขาจะหลับลงได้ยังไงกันล่ะ...

ผ่านไปเนิ่นนาน นานมาก... จนร่างแกร่งของชายหนุ่มเริ่มผ่อนคลายลง และหายใจในจังหวะที่สม่ำเสมอ เข้าสู่นิทรารมณ์ไปเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ ร่างบางที่แกล้งนอนหลับอยู่ เป็นนานสองนาน จึงลืมตาขึ้นมองคนที่นอนกอดตัวเองอยู่แล้วยิ้มสาสมใจ

...ฮึ ใครจะสนใจล่ะ ทรมานก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับฉัน... หญิงสาวคิดอย่างเป็นสุข ที่ได้เอาคืนเขาบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีล่ะ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วไม่นานหลังจากนั้น เธอก็หลับสนิทตามคนที่นอนก่ายกอดตัวเธอไปด้วย ด้วยรอยยิ้มของคนที่สามารถเอาชนะเขาได้เป็นครั้งแรก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha