กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : หน้าที่ที่ไม่อาจเลี่ยง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8  หน้าที่ที่ไม่อาจเลี่ยง



                ความรู้สึกที่มีอะไรบางอย่างยุกยิกอยู่แถวๆ ไหล่ของเธอ ทำให้ปันรสาที่นอนหลับอยู่อย่างสบายค่อยๆ  ปรือตาตื่นขึ้น แล้วยกมือขึ้นหมายจะปัดให้สิ่งนั้นออกไปพ้นจากตัว แต่มือบางของเธอกลับถูกคว้าให้ค้างเอาไว้อย่างนั้น

                “อือ อย่ารบกวนสิ เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหู ทำให้เธอลืมตาตื่นเต็มตา หันหน้ากลับไปมองทันที แต่ปากบางของเธอที่ทำท่าจะเอ่ยร้องออกไปกลับถูกครอบครองเอาไว้แทน ชายหนุ่มรุกล้ำเข้าหาความหวานจากปากของเธอจนได้

...เรื่องอะไรเขาจะยอม เมื่อคืนเธอทำเขาค้างมาทีหนึ่งแล้ว เช้านี้อย่าหวังเลยว่าจะรอดไปได้อีก...

ชายหนุ่มบดจูบลงไปหนักหน่วง รุกเร้าเข้าหาอย่างอ่อนโยน นุ่มนวล  เรียกร้องอย่างออดอ้อนจนเธอต้องโอนอ่อนผ่อนตาม และยอมตอบสนองในที่สุด

                อื้อ... เสียงหวานครางเสียงแผ่ว เมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองจะหายใจไม่ออก จากจูบอันแสนยาวนานของเขา

                ฉันขอ ต่อจากเมื่อคืนนี้...นะเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเหมือนจะขออนุญาต แต่ไม่ได้รอฟังหรอกว่า เธอจะอนุญาตหรือไม่ เมื่อมือเรียวนั้นเริ่มทำหน้าที่ปะป่ายไปทั่วร่างงามของเธอทันที จนหญิงสาวสั่นสะท้านไปหมดทั้งกาย

                ...คนบ้าไม่ให้เธอตั้งตัวแบบนี้ แล้วเธอจะเอาตัวรอดได้ยังไง...

                คุณไอซ์ อย่าเลยนะ ฉันจะลุกแล้ว ปล่อยเถอะ นะคะเสียงหวานลองหยั่งเชิงอย่างออดอ้อนดูสักครั้ง เผื่อเขาจะยอมปล่อย

                ...ทำไมหื่นแต่เช้าแบบนี้นะ ตานี่...


                ไม่สนแล้ว เธอต้องให้รางวัลฉัน ชดเชยที่ทำฉันอารมณ์ค้างเมื่อคืนนี้ รู้มั้ยว่ามันทรมานแค่ไหนฮึพูดจบปากแดงก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง จูบประทับตราตรึงทิ้งร่องรอยไว้ทั่วไหล่บอบบาง ลำคอระหง ก่อนจะค่อยๆ ดึงผ้าห่มลงอย่างแผ่วเบา โดยที่อีกคนไม่ทันรู้ตัว แล้วสายตาคมก็พบกับสิ่งเย้ายวนยั่วตาที่ทำเขาอารมณ์ค้างไปเมื่อคืน เป้าหมายที่แสนหอมหวาน ที่เขาเคยครอบครองอยู่ตรงหน้าแล้วก้มหน้าลงไปหาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

                อืม ....จมูกโด่งซุกซบคลุกเคล้าไปทั่วอกอวบอิ่มของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของ วนเวียนซึมซับ ดูดดึง เก็บเกี่ยวความหอมหวานเอาไว้โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ปากแดงแตะผ่านตรงไหนก็ทิ้งรอยแดงไว้ทั่ว หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่กับการปลุกปั่นอารมณ์ของเขา

                คุณไอซ์…” หญิงสาวประท้วงเสียงสั่นหวิว เมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าจะเกินเลย และไม่ยอมหยุดเสียแล้ว ความวาบหวาม เสียวซ่านที่ตีตื้นกันขึ้นมาจนเธอทำอะไรไม่ถูก พลิกร่างบางหันข้างหนีไปอีกด้าน แต่เธอกลับไม่สามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้อีกแล้ว เพราะชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยให้เธอได้คิดอะไรเองเลย


 ไอศูรย์ไล้ฝ่ามือผ่านสีข้างไปด้านหน้า เลื่อนเลื้อยเข้าหา กอบกุมดอกบัวอวบตูมเต่งเข้าไว้อย่างพอดีมือ นิ้วเรียวสะกิดเม็ดบัวเบาๆ ก่อนบีบเคล้นหยอกเย้ากับเต้าสวย จนมันแข็งตัวเป็นไตสู้มือไม่ยอมแพ้ เบียดชิดร่างอุ่นแทบร้อนเข้าหาเธอจากด้านหลัง ปากแดงจูบลงบนไหล่นวล ระเรื่อยลงไปยังแผ่นหลังบอบบางแต่นวลเนียนราวเส้นไหมนั้น กายสาวขนลุกซู่ งอตัวหนี แต่เขาตามติดเบียดชิดอีกรอบ ส่งความปรารถนาแสนเร่าร้อน และตัวตนอุ่นซ่านแต่แข็งขึงเบียดเข้าหาเธอ ถูไถเพียงแผ่วๆ เรียกร้องวอนขอ สลับกับมือเรียวบีบเคล้น เคล้าคลึงเต้าเต่งตึงไม่ห่าง ปากแดงจุมพิตไปเรื่อยๆ ทั่วแผ่นหลัง

“รสา เธอหวานจังเลย” พึมพำแผ่วเบาอย่างพิศวาสเกินห้ามใจ แต่เธอหาได้ยินไม่ หญิงสาวหูอื้อตาลายกับการปลุกปั่นนั้น ใจสั่งให้ต่อต้านปรารถนาแปลกประหลาดล้ำลึกที่ก่อเกิด แต่กายกลับทรยศอย่างน่าอายยิ่งนัก เผลอเบียดกายสาวขึ้นหาอกแกร่งของเขาด้วยความหวามไหว

ชายหนุ่มสุดจะเกินกลั้นทานทนปรารถนาเอาไว้ได้อีกต่อไป แขนแกร่งอีกข้างจับยกขาเรียวของเธอขึ้นไว้เล็กน้อย ก่อนนำพาความปรารถนาอันร้อนรุ่ม ฝังกายฝากไว้ในกายเธอ  เพียงความแข็งแกร่งอุ่นร้อนสอดแทรกเข้าหา กายสาวก็สะดุ้งอีกคราบีบรัดแน่นทันที ไอศูรย์แทบจะหายใจไม่ออกกับความความคับแน่นแสนหวาน รัดรึงซาบซ่านจนสะท้านไปทั้งกาย

“อุ้ย คุณไอซ์ ทำ อะไร ไม่เอา นะ อย่า อื้ม...” เสียงหวานร้องออกมาเบาๆ แต่ร่างสูงที่กล่อมเกลาบทรักเข้าใส่เธอ กลับเร่งเร้าบทเรียนรัก เดินทางเข้าสู่เธอจนสุดทาง นิ่งค้างเพียงครู่เพื่อปรับตัวปรับสมดุลย์ ก่อนเคลื่อนไหวเนิบนาบ ซ่าบซ่าน อ่อนหวานแต่ร้อนเร่า จากช้าๆ เริ่มเร็วขึ้นตามอารมณ์ปรารถนาที่ลุกโชน สะโพกสอบบดเบียดกายเข้าหาเธอเร็วขึ้น รุกเร้า รัวแรงขึ้น จนกายบางสะท้านไหวโยกไปตามแรงกดลึกของเขา ลมหายใจหอบเหนื่อยมาเยือน ปรารถนาสูงสุดจึงก่อเกิด ถอนกายอีกครั้งก่อนกดลึกเข้าหาจนสุดทาง ปล่อยให้กลีบกายสาวแสนหวานบีบรัดตอดตุบจนแน่นเนื้อ กายแกร่งเกร็งค้างกระตุกถี่แล้วปลดปล่อยความอัดอั้นสู่กายเธอจนหมดสิ้น ทรุดซบร่างแกร่งลงแนบสนิทแผ่นหลังเธออย่างเหนื่อยหอบ คนด้านหน้านิ่งเงียบไป เขารับรู้ได้เพียงน้ำเสียงหอบเหนื่อยของเธอเช่นกัน

“รสา ทำไมเธอเงียบไปล่ะ ฉันไม่ได้ทำเธอเจ็บใช่ไหม” เสียงถามอ่อนลงกว่าทุกที ร่างบางยังนอนนิ่ง เขาจึงเลื่อนฝ่ามือไปด้านหน้าอีกรอบ ลูบไล้อกอวบอิ่มแผ่วเบา เลื่อนแตะสัมผัสไล้ลงไปจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนวกต่ำลงไปจนถึงเนินเนื้อสาวที่ตอนนี้กายแกร่งอุ่นซ่านของเขายังอาศัยซุกนอนสงบนิ่งอยู่ไม่ยอมถอนออกไป นิ้วเรียวแตะสัมผัสจุดอ่อนไหวของเธอแผ่วเบาสะกิดอย่างหยอกล้อ

“คุณ จะ จะทำ อะไร อีก” เสียงหวานถามออกมาสั่นๆ ขนลุกขนชันไปทั่วทั้งแขน

“หายเหนื่อยหรือยัง หืม...” เขาไม่ได้ตอบ แต่ถามออกมาน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ก่อนพลิกตัวเองขึ้นทาบทับเธอไว้ทั้งที่กายยังประสานเธออยู่แบบนั้น การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของเขาทำให้เธอเสียวซ่านจนเกือบร้องครางออกมา แต่กัดปากกลั้นเสียงเอาไว้ได้ทัน รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก สุขสมซาบซ่านปนสยิว แต่ไม่ต้องการให้เขารับรู้อารมณ์ของเธอ กลัวเขาจะสาสมใจที่ทำให้เธออยู่ใต้อาณัติของเขาได้

               ชายหนุ่มก้มมองใบหน้าของคนใต้ร่าง ก่อนเผลอยิ้มออกมา เมื่อเห็นหน้าหวานนั้นหลับตาแน่น แต่ใบหน้าแดงก่ำราวลูกตำลึงสุก  เอาเถอะไหนๆ เธอก็ไม่ขัดขืนเขาแล้ว ถึงแม้จะไม่ค่อยยอมตอบสนองง่ายๆ ก็ช่างสิ.. เขาจะอ่อนโยนกับเธอให้มากที่สุด จนเธอต้องหลงใหลมากขึ้น แล้วเดี๋ยวเธอก็จะยอมตอบสนองอย่างน่ารักเองนั่นแหละ เขาเชื่อมั่นในฝือมือของตัวเอง.. 

จากนั้นชายหนุ่มหน้าใส จึงเริ่มต้นสอนบทเรียนรัก และเป็นผู้ชักนำให้เธอก้าวเดินตามไปในทุกจังหวะรักและบทเรียนที่แสนจะร้อนเร่าของเขา พากันก้าวย่างอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลมากขึ้น ผิดไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา จนเธอหลงมัวเมาลืมตัว ปล่อยใจปล่อยกาย ให้ตกลงไปในกลรักและห้วงเสน่หาที่เขาจุดขึ้นมา  การเรียกร้องเอาแต่ใจของเขา กับความหอมหวานที่เปรียบเหมือนขนมหวานที่รับประทานเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่มเสียที กว่าไอศูรย์จะยอมปล่อยให้เธอได้เป็นอิสระ ก็ทำเอาทั้งเขาและเธอต้องอดมื้อเช้าเกือบเลยผ่านมื้อเที่ยงไปด้วยอีกมื้อทีเดียว

 

 

**************

 

 

                คุณไอซ์ ลุกได้แล้ว นี่คุณ ลุกสิ หญิงสาวที่ร่างกายถูกพันธนาการไว้ด้วยแขนและขายาวๆ ของชายหนุ่ม พยายามผลักอีกคนออกจากตัว

...สิบเอ็ดโมงแล้วหรือนี่ โอย ตายๆ จะเที่ยงแล้ว...

                คุณไอซ์ ลุก พยายามอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะกลายเป็นรากไม้ที่เกาะไม่ยอมปล่อย... มือเท้าติดกาวไว้รึไงเนี่ย...

                อือ อะไรอีกล่ะ ฉันยังง่วงอยู่เลยนะ น้ำเสียงหงุดหงิดเหมือนไม่พอใจ ทั้งที่ตายังปิดอยู่ มือเรียวกอดร่างเธอแน่นเข้าไปอีก ปฏิกิริยาตรงข้ามกับน้ำเสียง

                นี่ ปล่อยฉันได้แล้ว มันเที่ยงแล้วนะคุณ ฉันหิวข้าวแล้วหญิงสาวบ่นเสียงระอา ทำไมเธอต้องตกเป็นเบี้ยล่างของเขาตลอดเลยนะ...

                ฉันก็หิว...จมูกโด่งๆ ซุกลงไปสูดดมตรงซอกคอหอมกรุ่นของเธออีก แต่ยังไม่ยอมขยับตัว

                โอย คุณฉันไม่ไหวแล้วนะ ลุกเสียทีสิ คนอะไรตัวหนักชะมัด หญิงสาวเริ่มดิ้นรนเอาจริง เมื่อเห็นเขาทำท่าทางว่าน่าจะพูดกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาต้องการแกล้งเธออีกเป็นแน่

                นี่ อย่าดิ้นนะ เดี๋ยวได้ต่อตอนเที่ยงอีกรอบหรอกเสียงขู่เบาๆ แกมหยอกเย้าอยู่ข้างหู ทำให้เธอนอนนิ่งเงียบกริบทันที

                ไหนลองพูดกับฉันดีๆ ซิ ไม่แน่นะ ฉันอาจจะยอมใจอ่อนให้เธอก็ได้ น้ำเสียงหยอกเย้าอยู่ในทีของเขา ทำให้เธอตัดสินใจ...อย่ากวนเขาให้ขุ่นดีกว่า ตอนนี้ท่าทางจะอารมณ์ยังดีอยู่ เพราะถ้ายังกวนอารมณ์ของคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบเขา ไม่แคล้วเป็นเธอเองที่ต้องเดือดร้อนอีก...

                เอ่อ คุณไอซ์ ฉันจะลุกแล้ว ปล่อยสิ

                อะไร เสียงยังแข็งขนาดนี้ ใครจะปล่อยล่ะ

                ปล่อยสิคะ ฉันจะลุกไปอาบน้ำแล้วค่ะ พยายามพูดให้นิ่มนวลที่สุด ทั้งๆ ที่แอบเจริญพรและสรรเสริญบทสวดในใจไปหลายรอบแล้ว

                ยังไม่ดีพอ มือเรียวยังไม่ยอมปล่อย

                คุณไอซ์ขา ปล่อยฉันเถอะนะคะ ฉันจะได้ไปอาบน้ำ ทำอาหารเที่ยงให้คุณทาน แล้วก็ทำอย่างอื่นบ้าง   คุณไม่หิวเหรอคะกลั้นใจพูดเสียงอ่อนเสียงหวานออกไป จึงได้รับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากบางกลับมาเป็นรางวัลอย่างถูกใจของเจ้าของบ้านพร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส อวดฟันสวยที่เธอเพิ่งจะเคยเห็นมันปรากฏบนใบหน้าหล่อใสนี้เป็นครั้งแรก ทำเอาเธอตาพร่าไปเลยเช่นกัน

                อย่างนี้ค่อยฟังได้หน่อย อ้าว ลุกสิ ถ้าช้าฉันไม่รับรองนะว่าจะเกิดเรื่องแบบเมื่อเช้าอีกรอบหรือปล่าเสียงทุ้มพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ หญิงสาวก็คว้าผ้าห่มผืนใหญ่ พันตัวเองเอาไว้จนตัวกลมเป็นดักแด้ แล้ววิ่งเร็วๆ หายเข้าห้องน้ำไป เข้าไปยืนแข้งขาสั่น ใจสั่นหวิว หน้าแดงซ่าน อยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ

...บ้า ลามกที่สุดเลย ฮึ่ย…


               หญิงสาวรีบจัดการอาบน้ำและทำธุระส่วนตัวเสร็จ พอจะออกจากห้องน้ำจึงนึกขึ้นมาได้ ...โอ้ย ลืมได้ไงเนี่ย เธอเป็นอะไรไป รสา เลอะเลือนใหญ่แล้ว เข้ามาโดยไม่หยิบผ้าเช็ดตัวมาด้วยแล้วจะออกไปยังไง... หันมองซ้ายขวา ก็คว้าเอาผ้าห่มผืนเดิมที่ตัวเองห่อตัวเข้าไปเมื้อกี้นั่นล่ะพันกายออกไปอีกรอบ แต่สายตาก็ยังไม่วายระแวงอีกคนที่อยู่ในห้องมากกว่า

                คุณไอซ์ อ้าว ไม่อยู่แล้วเหรอ สงสัยกลับไปแล้วแน่เลย เฮ้อ... ค่อยสบายใจหน่อย ว้าย... พูดไม่ทันจบ ก็ต้องร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มรวบเอาร่างของเธอเข้ากอดไว้ทั้งตัวเต็มอ้อมกอด จากทางด้านหลัง

                ตัวหอมแล้วใช่มั้ย ขอชื่นใจหน่อยสิ นะร่างสูงของเขาถือโอกาสก้มลงจูบแรงๆ ที่ไหล่บางของเธอ

                ทำอาหารไว้รอนะ เดี๋ยวฉันมาพูดจบผละไปอย่างอารมณ์ดี

... เป็นอะไรของเขาอีก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเธอรับปรับอารมณ์ตามเขาไม่ทันแล้ว..  ปันรสาคิดอย่างไม่เข้าใจ แต่ต้องรีบแต่งตัวแล้วไปจัดเตรียมอาหารไว้ตามที่เขาสั่งทันที ตอนนี้ก็ต้องทำหน้าที่เป็นคุณแจ๋วอีกแล้วสิ

 

 

**************

 

 

                เจ้านายครับ เอ่อ จะรับกาแฟมั้ยครับ เสียงอธินถามขึ้นอย่างเกรงๆ เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มหล่ออาบน้ำแต่งตัวหล่อ เดินลงมาจากชั้นบนแล้วนั่งลงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โถงใหญ่กลางบ้าน

                ไม่ต้อง ยกมือประกอบคำพูด แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เรียกคนสนิทเอาไว้อีกครั้ง

                ธิน นายกับทีป ชวนพวกนั้นไปด้วยก็ได้ ลองไปดูรอบๆ ไร่หน่อยนะ เผื่อมีอะไรผิดปกติ ฉันยังไม่ค่อยวางใจเรื่องของไอ้เกษมเมื่อวันก่อนเลย เกิดมันเล่นตุกติกขึ้นมาอีกจะเดือดร้อนเอาได้ แล้วยิ่งช่วงนี้มีรสามาอยู่ด้วย ถ้ามันรู้เข้า เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ฉันไม่อยากทะเลาะกับพวกมันช่วงนี้ นายก็รู้ว่ามันชอบกวนประสาทฉันขนาดไหน นี่ฉันก็กะเอาไว้ว่า จะหาโอกาสไปคุยกับมันให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที ว่าโกรธเคืองอะไรฉัน ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำเลยธิน แต่ถ้ามันไม่มาหาเรื่องอีก ฉันก็คงจบเอาไว้แค่นี้นั่นแหละ ไอศูรย์สั่งลูกน้องเสียงเครียด โดยเฉพาะเมื่อเอ่ยชื่อของหญิงสาวออกมา ทำให้บอดี้การ์ดคนสนิทสงสัยเข้าไปใหญ่ ...เจ้านายของเรานี่ยังไงกันแน่นะ ต้องรู้สึกอะไรกับคุณรสาแน่ๆ เลย...

                ครับผม เอ่อ ถ้าอย่างนั้นเจ้านายจะรับอาหารเลยมั้ยครับ เห็นป้านวลเดินมาถามผมหลายรอบแล้วว่าเจ้านายจะให้ตั้งโต๊ะเลยรึเปล่า...?

                ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันไปทานบ้านโน้น เสียงห้วนตอบกลับไป อธินจึงยิ้มในหน้าทันที..อ๋อ.. แบบนี้นี่เอง .. เจ้านายครับระวังจะตกลงไปในหลุม ที่ขุดดักคนอื่นเขานะครับ.. อธินคิดอย่างสนุกๆ โค้งศีรษะให้เจ้านายแล้วเดินเร็วๆ ออกไปทันที

 

 

**************** 

 

 

หญิงสาวที่นั่งรออยู่นาน ไม่เห็นใครบางคนจะกลับมาเสียที จึงจัดชั้นวางหนังสือฆ่าเวลาไปพลางๆ เพราะเห็นว่าหนังสือหลายเล่มเริ่มจะมีฝุ่นจับ เมื่อก่อนคงมีคนมาทำความสะอาด แต่เมื่อเขาสั่งห้ามเด็กแมวและทุกคนมายุ่งที่นี่ หน้าที่เหล่านี้มันจึงกลายเป็นของเธอไปโดยปริยาย

ปันรสาบรรจงหยิบหนังสือปกแข็งสีน้ำเงินหุ้มปกพลาสติกอย่างดี มาเช็ดทำความสะอาดที่ละเล่ม แล้วจัดเรียงเข้าประจำที่อย่างเป็นระเบียบ ในใจไพล่คิดไปถึงชายหนุ่มที่จับตัวเองมาไว้ที่นี่อีกครั้ง ทำไมเขากลับออกไปนานมากแล้ว อาหารที่ทำเสร็จมาเป็นชั่วโมงแล้ววางไว้บนโต๊ะอาหาร ตั้งอยู่นานจนเย็นชืดไปหมดแล้วมั้ง... ยังดีที่มีข้าวสวยอุ่นอยู่ตลอดเวลา ตัวเธอเองนั้นหิวก็หิวแต่ไม่อยากกินตอนนี้ เพราะไม่อยากถูกว่าถูกด่าเอาอีก 

ชีวิตนี้คงไม่มีอะไรน่าสมเพชเหมือนตอนที่ถูกจับมาที่นี่อีกแล้ว  มือบางจับผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาทำความสะอาดเรื่อยๆ จากชั้นวางหนังสือเสร็จก็เลยไปที่ตู้เครื่องเสียง หน้าทีวี เลยไปจนถึงตู้โชว์ที่วางอยู่มุมห้อง โดยที่เธอไม่ได้สังเกตอะไรรอบตัวเลย

                ทำอะไรน่ะเสียงทุ้มที่ถามขึ้นด้านหลัง ทำให้หญิงสาวปล่อยผ้าในมือลงพื้นด้วยความตกใจ...โอย เข้ามาเงียบๆ อีกแล้ว...

                ก็ กำลังทำหน้าที่คนรับใช้ในบ้านหลังนี้อยู่นะสิ เมื่อสักครู่ก็เพิ่งทำหน้าที่แม่ครัวเสร็จไปเองเสียงหวานตอบกลับไปนุ่มนวล แต่เขาฟังออกว่าเป็นการประชดใส่เขาเต็มๆ

                พอแล้วล่ะ ไม่ต้องทำแล้ว ลุกมานี่เลย มาเร็ว มือเรียวดึงแขนเธอให้ลุกจากพื้น พาเดินไปที่โต๊ะอาหาร

                เธอหิวไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังไม่ทานล่ะ คนถามถามน้ำเสียงเป็นปกติ แต่คนฟังอุทานเสียงสูงเพราะคิดไม่ถึง

                นี่คุณ คุณถามฉัน... เหรอ

                มานั่งลงตรงนี้ มา ฉันหิวแล้ว อย่าถามมาก

                แล้วเธอทำอะไรทานบ้างล่ะวันนี้ เอ้อ นี่รสา มื้อเย็นนี้ฉันขอเป็นอาหารฝรั่งนะ ทำได้หรือเปล่า.. แล้วก็ตั้งโต๊ะในสวนนะ ฉันอยากเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ดังออกมาดูใจดีผิดปกติ หญิงสาวจึงยังนั่งมองหน้าเขาอยู่ งง ๆ...มาแนวไหนอีกล่ะโหมดนี้ไม่เคยเจอนะ... มองหน้าเขานิ่งและขมวดคิ้วมุ่น

                ไงเธอ หน้าฉันมันมีอะไรติดอยู่รึไง ถึงได้มองตาค้างแบบนั้น หรือจะกินฉันแทนข้าว หือ... เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังขึ้นมาจากเขา ทำให้หญิงสาวต้องรีบตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานวางลงตรงหน้าเขา แล้วตัวเองก็เสตักข้าวใส่ปาก ตั้งหน้าตั้งตากินเหมือนไม่ได้ยินอะไร แต่ใบหน้าที่ก้มมุดอยู่นั้นแดงปลั่งทีเดียว

                บรรยากาศในระหว่างมื้ออาหารในบ่ายวันนี้ ดีขึ้นกว่าทุกครั้ง แม้จะไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่นี่เป็นสิ่งที่ปันรสาต้องการ มากกว่าหน้าตาดุดัน และคำพูดที่คอยแต่กระแทกแดกดันทำร้ายเธอตลอดมา

 

 

************** 

 

 

เสร็จจากมื้ออาหาร หญิงสาวจัดการเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อย เห็นคนใจร้ายเดินเร็วๆ หายไปทางห้องนั่งเล่น ตัวเองจึงรีบเดินเลี่ยงออกไปทางหลังบ้านบ้าง มุ่งหน้าสู่จุดหมายทันที เธอยังมีต้นไม้ที่อธินเอามาให้เมื่อวันก่อน ยังปลูกไม่เสร็จอีกจำนวนหนึ่ง

บ่ายๆ แดดร่มลมตกลงมานิดหน่อย หญิงสาวจึงจัดการดำเนินการทันที ตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เวลาส่วนใหญ่ของเธอหลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ ก็มักจะมาหมกตัวอยู่ที่นี่แหละ เธอมีเวลาว่างวันละหลายชั่วโมง เมื่อเห็นโอกาสดีวันนี้อีก หญิงสาวจึงรีบดำเนินการต่อทันที แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ ไม่มีอธินมาอาสาช่วยยกช่วยหามเหมือนทุกครั้ง

ปันรสายืนมองต้นกุหลาบหินต้นเล็กๆ ในกระถางที่ตั้งวางเรียงราย บางส่วนเอาลงดินรอบๆ ต้นไม้ใหญ่แล้ว ด้วยฝีมือเธอเอง มือบางที่ติดเศษดินยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าฝาก ถึงแม้นี่จะเป็นกิจกรรมที่เหนื่อยจนต้องเสียเหงื่อมากมาย แต่เธอกลับยิ้มอย่างมีความสุข

คิดถึงบริเวณสวนหย่อมที่บ้านของตัวเอง เธอไม่ได้อยู่บ้านมาเป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว ป่านนี้ต้นไม้ของเธอไม่เหี่ยวแห้งหมดแล้วหรือ..?

คุณรสาครับ อยู่ที่นี่เอง ผมเดินตามหาตั้งนาน เสียงของอธินเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวหันมอง แล้วส่งยิ้มสดใสไปให้

คุณธิน มีอะไรคะ ถามออกไป แต่มือยังพยายามจัดการกับต้นไม้ ให้เป็นระเบียบสวยงามอยู่เหมือนเดิม

อ๋อ เปล่าครับ ผมก็แค่มาดูว่า คุณจะปลูกมันอีกหรือเปล่า เมื่อวานเจ้านายอาละวาดซะขนาดนั้น ผมเลยไม่แน่ใจน่ะครับคุณรสา

ขอบคุณค่ะ นี่ก็เกือบจะเสร็จแล้วล่ะ แต่ถ้าคุณช่วยก็น่าจะเสร็จเร็วขึ้นนะคะหญิงสาวแกล้งเอ่ยล้อเลียนเขาออกมาเสียงใส ทำให้อธินต้องพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างเอาจริงเอาจังทันทีเหมือนกัน

 

 

**************

 

 

เสียงพูดคุย และหัวเราะที่สลับกันในบางคราว เรียกความสนใจให้คนบางคนที่ออกเดินตามหาเธอจนทั่วบ้าน เดินทะลุรั้วประตูเล็กๆ ตามเสียงดังกล่าวออกไป พอถึงร่มไม้ใหญ่เสียงหัวเราะสดใสนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเรียกอารมณ์โมโหที่หายไป ให้พุ่งสูงขึ้นมาได้ในทันที

                ทำอะไรกันเสียงทุ้มห้าว ดุดันที่ดังขึ้นอย่างวางอำนาจ ทำให้สองหนุ่มสาวชะงัก หยุดทุกสิ่งที่ทำอยู่ลงในฉับพลัน

                ธิน นายว่างมากหรือไง ทำไมถึงชอบมายุ่งกับรสานักน่ะ หา สายตาดุดันส่งไปให้คนสนิทด้วยความโกรธ จนควบคุมตัวเองไม่อยู่

...ยัยคนนี้ ชอบท้าทายเขาเสียจริง อุตส่าห์อารมณ์ดีแท้ๆ แล้วเชียว แล้วดูสินั่งจนขาจะเกยกันอยู่แล้ว.. ความโกรธของเขาแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ทีเดียว

                เจ้านาย เอ่อ... ก็งานผมเสร็จแล้ว ผมเลยมาช่วยคุณรสา ปลูกต้นไม้ต่อจากเมื่อวานให้เสร็จน่ะครับ   อธินพยายามจะอธิบาย เมื่อมองเห็นสายตาและท่าทางของเจ้านาย ...ไอ้ธินเอ๋ย หาเรื่องเดือดร้อนแล้วแก...

                อ๋อ แสดงว่างานที่ฉันมอบหมายให้นายทำนี่ มันน้อยไปใช่มั้ย เลยมีเวลาเหลือเฟือมาเกาะแกะเมียฉันงั้นสิ อย่างนี้ก็ดีเลย ตั้งแต่พรุ่งนี้ ฉันจะให้ทีปมาทำแทนนาย ส่วนนายกลับเข้าไปอยู่ที่บริษัทเลย น้ำเสียงเอาจริงเอาจังนั่น ทำให้อธินสะดุ้งโหยง ...ไม่เอานะเจ้านาย ผมไม่เอาแบบนั้นนะครับ...

                เอ่อ เปล่านะครับ เจ้านาย เอ่อ ผมแค่มาช่วยคุณรสาจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยนะครับอธินตอบเสียงสั่น ... โอย ตายๆ ให้เขากลับไปอยู่ที่บริษัท ก็เท่ากับไล่ออกจากที่นี่นะสิ.. คิดอย่างเป็นกังวลมือที่สกปรกด้วยเศษดิน ปัดที่กางเกงเบาๆ แล้วลุกยืนก้มหน้าต่อหน้าเจ้านาย

                เจ้านายครับ อย่าให้ผมกลับไปอยู่ที่บริษัทเลยนะครับ ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้วครับเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม ...เมีย... อย่างนั้นเหรอ เมื่อกี้เขาได้ยินชัดเจนเต็มสองหูเลย... เจ้านายพูดออกมาเต็มปากเต็มคำขนาดนี้ สงสัยต่อไปเขาคงต้องวางตัวใหม่เสียแล้ว แสดงว่าแบบนี้เขากับทุกคนในบ้านนี้ ก็มีนายหญิงแล้วล่ะสิ ต้องไปบอกพวกนั้นหน่อยแล้ว จะได้วางตัวกันเสียใหม่... คิดได้ดังนั้นจึงยิ้มออกมาได้ทั้งที่กำลังจะถูกให้เปลี่ยนงานอยู่แล้วแท้ๆ

                ยังยืนยิ้มอะไรอีก หา ฉันเป็นเพื่อนเล่นนายเหรออธิน ไปๆ กลับออกไปได้แล้ว คราวนี้ฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น ในฐานะที่นายเป็นคนสนิทที่สุดของฉัน แต่ถ้านายยังบังอาจมายุ่งกับรสาอีกโดยที่ฉันไม่อนุญาต คราวนี้ฉันเอานายเจ็บแน่... ทันทีที่ประโยคดังกล่าวจบลง อธินก็รีบโค้งตัวทำความเคารพ แต่หน้าตายังยิ้มแย้มเต็มหน้า

...แบบนี้ต้องไปบอกทุกคนหน่อยแล้ว... ฮึฮึ  เจ้านาย ปากบอกไม่มีอะไร ยังไงล่ะ ไม่รู้ตัวเองเลยจริงๆ  เจ้านายเรา...  อธินหัวเราะเบาๆ  รีบเดินหายออกไปจากสายตาของเจ้านายในทันที

                อ้าว แล้วเธอจะไปไหนล่ะนั่น ปันรสาที่หันหลังจะเดินกลับ เมื่อเห็นสงครามย่อยๆ ระหว่างเจ้านายลูกน้อง เธอไม่อยากอยู่ให้โดนหางเลขด้วยเลย แต่สุดท้ายก็ต้องชะงักอยู่กับที่ เมื่อเสียงห้าวๆ ดังตามหลังมา

                ฉันจะกลับเข้าบ้านนะสิ มันจะมืดแล้วนี่ อยู่ไปก็...พูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกแทรกขึ้นมา

                ชอบนักไม่ใช่เหรอ อยู่ทำต่อให้เสร็จสิ แต่เสียใจนะที่ต้องทำต่อไปคนเดียว เพราะแถวนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนมาให้ออดอ้อนให้ช่วยทำอีกแล้วไอศูรย์ยืนกอดอกมองหน้าเธอนิ่งๆ อย่างพยายามระงับอารมณ์ ...หญิงสาวจึงจำใจเดินกลับไปจัดการกับต้นไม้ ที่ยังวางระเกะระกะอยู่บางส่วน โดยไม่หันไปสนใจเขาอีกเลย มือบางยกขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาที่ใบหน้าเป็นระยะๆ จนเกือบมืดสนิท ทุกอย่างจึงเสร็จสิ้นลง 

หญิงสาวยืดตัวยืนขึ้นตรงๆ เธอถึงกับเซไปเพราะรู้สึกหน้ามืดกะทันหัน ร่างสูงที่ยืนพิงต้นไม้มองดูคนอวดดีมานานเป็นชั่วโมงแล้ว ก้าวพรวดเดียวถึงร่างบางของเธอ ทันรับร่างเธอเอาไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง

                รสา เป็นไงมั่งถามน้ำเสียงอ่อนโยนออกมา ลืมว่าตัวเองกำลังโกรธอยู่

                เอ่อ อือ หน้ามืดค่ะ สงสัยนั่งนานไปหน่อย หญิงสาวตอบเสียงเบา สะบัดศีรษะไล่อาการดังกล่าวออกไป แต่เธอกลับรู้สึกวิงเวียนขึ้นมากกว่าเดิม จึงต้องหลับตายืนนิ่งๆ พิงอกเขาเอาไว้

                ก็อยากอวดดีนักนี่ เธอคิดว่าเธอเป็นใคร หา... ถึงได้ทำงานแบบนี้โดยไม่หยุดพัก สมน้ำหน้าแล้วล่ะที่เป็นแบบนี้แม้จะรู้สึกเป็นห่วง แต่คำพูดที่ออกจากปากของเขากลับตรงกันข้าม

                ฉัน เอ่อ ฉันขอโทษก็แล้วกัน...หญิงสาวกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ..ทำไมรู้สึกเหมือนจะอาเจียนแบบนี้นะ.. เธอยืนกลั้นใจนิ่งอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ผลักแขนแข็งแรงของเขาออกจากตัว แล้ววิ่งเร็วๆเข้าบ้านไป โดยที่ชายหนุ่ม ได้แต่มองตามหลังด้วยความโมโห ...ชิ ยัยบ้านี่  เป็นแบบนี้แล้วยังจะอวดดีอีก...คิดอย่างหงุดหงิด แต่รีบเดินแกมวิ่งเร็วๆ ตามเธอเข้าไปในบ้านอีกคน

 

 

************** 

 

 

                หญิงสาวอาเจียนเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจนหมดแรง  จึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เดินออกจากห้องน้ำมานั่งพิงนิ่งๆ อยู่ที่โซฟาตัวใหญ่

                เป็นอะไร ชายหนุ่มเดินเร็วๆ มานั่งข้างกายเธอ เมื่อเห็นหน้าซีดเซียว คำพูดที่เตรียมอาละวาดใส่เธอที่บังอาจผลักเขาแล้ววิ่งมา เป็นอันต้องเก็บลงลำคอไป

                ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ เอ่อ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร คือวันนี้ฉันขออนุญาตพักได้มั้ย คุณไปทานอาหารที่บ้านใหญ่นะ ฉันคงจะทำให้ไม่ไหวจริงๆ ไว้ฉันจะทำชดใช้ให้วันหลังนะ วันนี้ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันขอนะคะ เสียงแผ่วๆ ของเธอทำให้อารมณ์ที่ทำท่าจะพุ่งสูงขึ้นของเขา ต้องลดระดับลงมาเป็นปกติ

                ฉันโทรตามหมอให้ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะมาหาว่าฉันใจจืดใจดำอีกพูดจบร่างสูงโปร่งของเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกตามหมายเลขที่ต้องการในทันที สายตาที่เหลือบมองไปทางเธอ ฉายแววแห่งความห่วงใยชัดเจนโดยที่เธอไม่ทันได้มองเห็น และเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัวเองเช่นกัน 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha