กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ความเปลี่ยนแปลง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 9  ความเปลี่ยนแปลง



                หญิงสาวลุกขึ้นทันทีที่เห็นคุณหมอคนเดิม ซึ่งเธอจำได้ว่า เมื่อครั้งก่อนเคยมาตรวจเธอครั้งหนึ่งแล้วตอนที่เธอถูกจับตัวมาที่นี่วันแรก เธอจำได้ถึงความใจดีของท่าน เธอจึงส่งยิ้มไปให้

                สวัสดีค่ะเสียงเพลียๆ เอ่ยขึ้นในขณะที่พยายามยันตัวเองลุกจากโซฟาตัวใหญ่อย่างทุลักทุเล แม้อาการอาเจียนจะหายไป แต่ร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่

                ไม่ต้องลุกหรอกครับ ไหนคุณหมอขอดูหน่อยนะครับ เป็นเหมือนวันก่อนอีกหรือเปล่า นายแพทย์วัยกลางคนซึ่งเป็นแพทย์ประจำบ้านพัฒนวรกุล เอ่ยขึ้นอย่างใจดี แล้วจัดการตรวจอาการของเธอทันที ความประหลาดใจเกิดขึ้นกับนายแพทย์ เขาได้แต่เหลือบตามองไปทางเจ้าของบ้านหนุ่ม สงสัยอะไรบางอย่าง แต่เอ่ยออกมากับหญิงสาวเบาๆ

                เข้าไปพักในห้องดีกว่านะคุณรสา หมอมีอะไรจะคุยด้วยสักเล็กน้อย พอลุกไหวมั้ยครับ? หญิงสาวพยายามลุกขึ้น เขาจึงช่วยประคอง แต่ร่างสูงที่นั่งมองอยู่อีกฝั่ง ลุกขึ้นมาช่วยอย่างรวดเร็ว

                ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมเองไอศูรย์โผเข้าไปโอบประคองร่างเธอเอาไว้ทั้งตัว ท่าทางหวงๆ นั้น ทำให้นายแพทย์ถึงกับยิ้มในหน้า เข้าใจสิ่งที่สงสัยก่อนหน้านี้ได้ดีขึ้น

                คุณไอซ์ครับ หมอขอคุยกับคนป่วยเป็นการเฉพาะนะครับ จะทดสอบอะไรนิดหน่อยแค่นั้นเองครับนายแพทย์บอกน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าที่จะดื้อแพ่งอะไรอีก เพราะความเกรงใจ ได้แต่ส่งสายตาดุๆ ไปให้หญิงสาวที่นอนหน้าเซียวอยู่บนเตียง แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไม่เต็มใจนัก...นี่ดีว่าเป็นคุณหมอนะ เขาจึงยังเกรงอยู่บ้าง ถ้าเป็นคนอื่นอย่าหวังว่าเขาจะยอมให้…

                คุณหมอคะ ดิฉันเป็นอะไร รู้สึกอยากจะอาเจียนตลอดเวลา ผะอืดผะอมด้วย แต่แปลกจังทำไมครั้งนี้ถึงไม่รู้สึกปวดท้องเหมือนครั้งก่อนเลยล่ะคะปันรสาถามขึ้นอย่างเป็นกังวล ว่าโรคกระเพาะจะกำเริบขึ้นมาอีกเหมือนครั้งก่อน

                นี่แหละครับ ที่หมออยากจะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว เอ่อ คุณรสาครับ หลังจากวันนี้ไปหมออยากให้คุณดูแลตัวเองให้ดีๆ นะครับ และผมก็จะมาดูให้บ่อยๆ ด้วย แต่วันนี้จะฉีดยาบำรุงไว้ให้คุณก่อน ส่วนยานี่เอาไว้สำหรับกินทั้งอาทิตย์นะครับ ส่วนอาการที่คุณเป็นอยู่นี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วง พอสักช่วงหนึ่งมัน.. ก็คงจะดีขึ้นเอง แต่มันก็แล้วแต่ละคนเหมือนกันครับ หญิงสาวทำหน้างงๆ เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ก้มมองยาในถุง...ทำไมไม่เห็นเหมือนครั้งก่อนเลยล่ะ...

                โรคกระเพาะของดิฉัน กำเริบอีกแล้วเหรอคะ ปันรสาถามขึ้นด้วยความสงสัย

                คือ คุณรสากำลังตั้งครรภ์น่ะครับ เพิ่งจะสี่สัปดาห์ คงต้องระวังอย่างดีหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมว่าจะออกไปบอกข่าวดีนี้กับคุณไอซ์เหมือนกัน จะได้ช่วยๆ กันดูแลอีกที กลัวจะลืมตัวนะครับคุณหมอพูดจบทำท่าจะเดินออกไป แต่หญิงสาวที่เพิ่งจะตั้งสติได้ คว้ามือเย็นเฉียบของตนเองเข้าที่แขนของคุณหมอ บีบแน่นอย่างตกใจ

                อย่านะคะ อย่าเด็ดขาด ห้ามบอกเขานะคะ ฉันขอร้องค่ะคุณหมอหญิงสาวรีบอ้อนวอนเสียงสั่น น้ำตาคลอดวงตาคู่สวย


เมื่อสักครู่ ตอนที่เธอได้ยินประโยคนั้นจากคุณหมอ เธอรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้า วูบขึ้นมานึกอะไรไม่ออกสักอย่าง อะไรกันอีกล่ะชีวิตเธอนี่ ที่เป็นอยู่นี้ยังรันทดไม่พออีกหรือยังไงกัน ทำไมสวรรค์ต้องให้เธอทุกข์ทรมานมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ด้วย มือบางเผลอยกขึ้นลูบที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ

...หนูอยู่ตรงนี้ใช่มั้ยลูก เรามาสู้ด้วยกันนะลูกจ๋า…

คุณหมอสัญญากับฉันนะคะ ห้ามบอกเขาเด็ดขาด เอ่อ... คือเอาไว้ดิฉันค่อยบอกเขาเองค่ะ นะคะ หญิงสาวยังคงอ้อนวอนต่อ จนนายแพทย์ต้องกลับมานั่งลงข้างๆ เธออีกครั้ง ด้วยความที่มีจรรยาบรรณของวิชาชีพเต็มเปี่ยม ทำให้เขาพยักหน้าตอบตกลงกับเธอในที่สุด...ผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้ คงมีเหตุผลอะไรบางอย่างจำเป็นนั่นแหละ ถึงได้ขอร้องเขาด้วยน้ำตาคลอตาแบบนี้

ก็ได้ครับ แต่คุณรสาก็ต้องสัญญากับหมอเหมือนกันว่า จะดูแลตัวเองดีๆ จะทำตามที่ผมสั่งไว้ทุกอย่างอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องคุณไอซ์ คุณก็หาโอกาสบอกเขาเอาเองนะครับ แต่บอกเร็วๆ หน่อยก็ดี เขาจะได้ช่วยดูแลคุณด้วยอีกคน นายแพทย์ผู้ใจดียังไม่วายสั่งกำชับคนไข้ของตัวเอง ก่อนขอตัวลากลับ แล้วเดินเลยออกไปลาเจ้าของบ้านตัวจริงอีกที ก่อนจะกลับไปนายแพทย์บอกชายหนุ่มเพียงว่า ร่างกายเธออ่อนเพลียให้พักผ่อนให้มากๆ อย่าทำงานหนักในช่วงนี้เด็ดขาด ก่อนเดินออกไปขึ้นรถ ท่ามกลางสายตาที่เคลือบแคลงสงสัยของไอศูรย์


คนเราในชีวิตหนึ่ง ถ้าเพียงแต่รู้ล่วงหน้าได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ป่านนี้ชีวิตเธอก็คงมีความสุขอยู่กับบิดา และหน้าที่การงานที่รักพร้อมกับคนในครอบครัวอย่างปกติสุข ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานทั้งกายใจ  ชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจมากที่สุด มากกว่าที่เธอต้องเผชิญอยู่นี่แล้ว ต้องมาตกเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายคนนี้รังแกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยไม่รู้ที่มา ที่ไป ..ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม..? ถึงต้องเป็นแบบนี้ ชีวิตเธอไม่มีทางเลือกจริงๆ..  ปันรสาครุ่นคิดอย่างท้อแท้ใจ

ตอนแรกแค่ลำพังตัวเธอคนเดียว ยังพอจะมีทางคิดหาวิธีหลบหนีไปจากนี่ได้ แต่ขณะนี้ ตอนนี้ นับตั้งแต่คุณหมอเอ่ยประโยคนั้นออกมาให้เธอรับรู้ หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าการตัดสินใจใดๆ นับจากนี้ของเธอต้องมีความปลอดภัยที่สุด เธอจะทำอะไรตามใจ หุนหันพลันแล่นไม่ได้อีกแล้ว

ชีวิตน้อยๆ กำลังถือกำเนิดขึ้นมาในครรภ์ของเธอ แม้เธอเกือบจะยอมรับไม่ได้ในตอนแรก แต่สัญชาตญาณของความเป็นแม่ ที่มีอยู่ในตัวผู้หญิงทำให้เธอเปลี่ยนความคิด ...ตีบตัน... ตอนนี้เธอหันไปมองทางไหนก็ตันไปทุกทาง สมองโล่งขาวโพลนไปหมด คิดอะไรไม่ถูกสักอย่าง ไม่มีอะไรที่จะทำให้เธอวางแผนชีวิตอนาคตตัวเองได้เลย

คนใจร้ายคนหนึ่งอย่างเขา กับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกคนอย่างเธอ และอีกพันธะที่ก่อกำเนิดขึ้นมา ทำให้ปันรสาเกิดความสับสนที่สุดในชีวิต.. แม่จะทำอย่างไรดี ลูกรัก.. หญิงสาวคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแก้ไม่ตก ยันตัวเองขึ้นอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน พิงหัวเตียงหลับตาลงอย่างต้องการพักสมอง นิดเดียวก็ยังดี ขอหายใจลึกๆ เอาอากาศเข้าไว้หายใจสำหรับวินาทีต่อจากนี้ไป นับจากนี้เธอไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยอีกแล้ว หยดน้ำตาไหลซึมจากหางตาแม้ขณะที่ยังหลับตาอยู่เช่นนั้น ...เขาว่ากันว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์มักมีอารมณ์แปรปรวน อ่อนแอ แต่ที่เธอเป็นอยู่นี้ เธอรู้ตัวเองดีว่ าเกิดจากความเศร้าในใจเพียงเท่านั้นจริงๆ หาใช่อย่างอื่นไม่



ไอศูรย์เดินเข้ามาในห้องนอน เมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืน ตั้งแต่คุณหมอกลับไปในช่วงบ่าย เขาก็ไม่ได้ตามเข้ามาดูอาการของเธอต่อ เพราะมีงานเร่งด่วนเข้ามาให้ต้องออกไปจัดการ แต่สมองของเขาทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะความห่วงกังวลที่มีต่อเธอ แม้ในใจไม่อยากจะยอมรับก็ตามที

ร่างสูงเดินตรงไปที่เตียงนอนใหญ่กลางห้อง เห็นเธอนอนหลับสนิท ผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ...อาการของเธอจะดีขึ้นบ้างหรือยังนะ...  คิดดังนั้น จึงยื่นมือเรียวของตนไปอังหน้าผากของเธอ อีกมือก็ยกขึ้นทาบหน้าผากตัวเองเพื่อเปรียบเทียบ

ร่างบางพลิกตัวเปลี่ยนท่าทางการนอน แต่ยังไม่ตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มนั่งลงริมเตียงนอนข้างๆ เธอก้มลงจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มนวล เขาขอวางความแค้นลงสักพักก็แล้วกัน ขอเวลาแค่สองสามชั่วโมงก็ยังดี ในขณะที่เธอไม่รู้สึกตัวแบบนี้แหละ ที่เขาพอจะแสดงความรู้สึกออกมาได้ โดยไม่ต้องฝืนใจตัวเองอีก ปล่อยให้ความรู้สึกจริงๆ ที่ก่อเกิดขึ้นในใจได้แสดงออกอย่างเต็มที่

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ร่างสูงโปร่งของไอศูรย์เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ เธอ มือเรียวใหญ่เอื้อมไปโอบอีกคนเข้าไว้ในอ้อมกอดหลวมๆ แล้วหลับไป

 

 

**************

 

 

อาการที่อาหารขึ้นมาจุกถึงคอหอย เล่นงานเธออีกครั้งแล้วในเช้ามืดนี้ ผะอืดผะอมจนทนนอนอยู่อีกไม่ไหว ร่างบางของปันรสาจึงลุกพรวดพราด วิ่งเข้าห้องน้ำไปโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายทันที ทำให้ร่างสูงของไอศูรย์ที่นอนกอดเธอมาทั้งคืนพลอยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจด้วย

เป็นอะไรมากมั้ยเธอ เอ่ยถาม หลังจากรีบวิ่งตามลงมาช่วยลูบหลังให้เธอในห้องน้ำ

เธอเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย ไหนคุณหมอว่าแค่อ่อนเพลีย แล้วทำไมยังอาเจียนอยู่อีกล่ะ แล้วนี่ เธอๆๆร่างสูงของไอศูรย์รีบเข้าประคองเธอทันที เมื่อหญิงสาวทรุดนั่งลงที่พื้นห้องน้ำ เพราะหมดแรงจากการอาเจียนแต่มือยังจับขอบอ่างเอาไว้แน่น

ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หายแล้วตอบเสียงแผ่วๆ แต่ยังไม่หายคลื่นไส้ รู้สึกวิงเวียนจนตาพร่าไปหมด นั่งนิ่งแบบนั้นอยู่นานก่อนจะค่อยลุกขึ้นยืน ด้วยการช่วยพยุงของคนข้างตัว คนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเป็นแบบนี้

ปล่อยเถอะค่ะ ฉันค่อยดีขึ้นแล้วล่ะเมื่อยืนได้ตรง จึงโผเผเดินออกไปนอนลงบนเตียงอย่างหมดแรง

ฉันขอนอนอีกนิดหนึ่งนะ แล้วเดี๋ยวจะลุกไปจัดการงานบ้านกับอาหารเช้าให้คุณ ขอเวลานิดเดียวเสียงหวานเอ่ยออกมาเหนื่อยๆ

นี่เธอ ไม่สบายขนาดนี้ ยังจะอวดดีอีกนะ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวให้ป้านวลกับแมวมาจัดการให้ความไม่พอใจแสดงออกมาทันที เมื่อเขารู้สึกได้ว่าเธอกำลังประชดเข้าให้อีกแล้ว

นอนพักอยู่นี่แหละ ฉันไปสั่งงานพวกอธินก่อนเช้าๆ แบบนี้พวกนั้นคงจะเพิ่งตื่นเหมือนกัน นอนอยู่นี่แหละ ห้ามดื้อ.. เสียงแข็งๆ สั่งจบก็เดินออกจากห้องมุ่งสู่บ้านใหญ่ทันที

 

 

*************

 

 

หญิงสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกทีเมื่อสายมากแล้ว พอลืมตาตื่นเต็มที่ก็เห็นใบหน้าของคนที่เธอไม่อยากเห็นหน้า นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโต๊ะข้างหัวเตียง

อือ... พอขยับตัวก็รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว จึงส่งเสียงออกไป

อ้าว ตื่นแล้วหรือ นี่เธอทำไมหลับบ่อยนักล่ะ สาเหตุเป็นเพราะยาที่เธอกิน หรือเพราะจะแกล้งสำออยอู้งานกันแน่ฮึ ประโยคที่เอ่ยทักมาดูเหมือนจะเป็นห่วง แต่พอฟังจบประโยคเธอถึงกับสะอึกเผลอเสียงดังตอกกลับไปด้วยความลืมตัว เพราะอารมณ์ที่ไม่คงที่ของตัวเอง

ฉันบอกแล้วไงว่าขอเวลาหน่อย เดี๋ยวดีขึ้น ฉันทำงานบ้านชดใช้ให้ก็ได้ ขอกันเท่านี้ก็ให้ไม่ได้ ขี้งกจริงไอ้บ้านี่... พูดจบต้องเซไปตามแรงกระชากของอีกคนทันที

เธอว่าใคร หา...  ยัยตัวดี เธอว่าฉันอีกแล้วนะฉันให้เธออยู่นิ่งๆ ให้พักผ่อน ให้กิน แบบนี้ดีๆ ไม่ชอบใช่มั้ย อยากหาเรื่องเดือดร้อนเองนะช่วยไม่ได้แล้ว มานี่

โอ๊ย คุณ คุณ อย่ากระชากฉันแบบนี้สิ อย่า...ปันรสาร้องเสียงหลง เมื่อต้องเจอเข้ากับโทสะของคนที่อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยอย่างเขาอีกแล้ว

สภาพเธอในตอนนี้ช่วยเหลือตัวเองยังจะไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วไหนจะเลือดเนื้อเชื้อไขในท้องนี่อีก..เข้มแข็งไว้นะลูกรัก อาการที่กลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับลูกในท้อง ทำให้หญิงสาวปัดมือเขาออก และผลักร่างเขาไปเต็มแรง จนร่างสูงของเขาเซไปกระแทกขอบเตียงเสียงดังพลั่ก เจ็บจนใบหน้าหล่อใสหน้าตาบูดเบี้ยว

นี่ สู้ฉันเหรอ...  เธอกล้าทำร้ายร่างกายฉันเหรอ กล้ามากไปแล้วนะปันรสา มานี่เลยมา ทำดีๆ ด้วยไม่ชอบก็ไม่ต้องดีมันแล้ว ชายหนุ่มโผเข้าไปรวบเธอเอาไว้ทั้งตัว แบกขึ้นบ่าแล้วพาเดินเร็วๆ ออกไปหลังบ้านทันที

อยู่ตรงนี้แหละ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด สงบสติอารมณ์ได้เมื่อไหร่ ฉันถึงจะพิจารณาอีกที กล้าท้าทายฉันมากไปแล้วจริงๆ นะเธอชายหนุ่มโยนร่างเธอลงกับพื้นหญ้าหลังบ้าน บริเวณที่เธอมาปลูกต้นไม้เมื่อวานนี้ ฉีกริมเสื้อของตัวเองอย่างแรง จนขาดกระจุยแล้วใช้มัดมือมัดเท้าเธอเอาไว้แน่นด้วยความโกรธ ที่เธอออกฤทธิ์ใส่เขาเมื่อครู่ พร้อมส่งสายตาดุดันกำชับไปด้วย

โอ๊ย ฉันเจ็บนะ หญิงสาวร้องออกมาน้ำตาคลอ ดีเท่าไหร่ที่เขาโยนลงมาทางด้านข้าง ถ้าเธอก้นกระแทกลงมาไม่อยากจะนึกจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวจ้องหน้าอีกคนด้วยความโกรธปนน้อยใจ...ทำไมทำกับเธอแบบนี้ เธอกำลังไม่สบายอยู่นะ แถม... เมื่อนึกถึงลูกในท้อง ร่างบางก็สะอื้นออกมาเบาๆ น้ำตาไหลพราก แต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของคนใจร้าย

คุณไอซ์ คุณใจร้ายมากเลยนะที่ทำกับฉันแบบนี้ ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไงกัน ถ้าฉันเป็นอะไรไป คอยดูนะ คุณนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ จำไว้ให้ดี ไอ้คนบ้าอำนาจ ต่อว่าเสียงสะอื้นตาจ้องใบหน้าเขาเขม็ง นึกวูบถึงลูกในท้อง

ยังมีฤทธิ์อีกนะ ปากเธอนี่ชอบพูดใช่มั้ย พูดไม่หยุดเลยน ฉันให้เธอสำนึกว่าตัวเองทำอะไรอวดดีกับฉันบ้าง ไม่ได้ให้มาตีฝีปากแบบนี้ คราวนี้ปากบางของเธอ จึงถูกเศษผ้าจากเสื้อเขามัดอีกที่ จนต้องร้องเสียงอู้อี้ออกมาฟังไม่ได้ศัพท์


อยู่ตรงนี้แหละ อยู่จนกว่าจะสำนึก ชายหนุ่มพูดจบ ลุกเดินเร็วๆ ไปทางหน้าบ้านมุ่งสู่บ้านหลังใหญ่ของตนเองทันที

เจ้านาย เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมเสื้อผ้ารุ่งริ่งขนาดนั้นครับ อธินกับประทีปวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามพร้อมกัน เมื่อเห็นสภาพของเจ้านายของตัวเอง

เปล่านี่ ก็แค่จัดการกับแมวบ้ามานิดหน่อยเท่านั้น มีอะไรกินบ้างล่หิวจะตายแล้วถามขึ้นแล้วเดินตรงเข้าในบ้านไป โดยมีลูกน้องทั้งสองเดินเร็วๆ ตามไปด้วยอย่างสงสัย

ผมนึกว่าเจ้านายจะทานที่บ้านโน้นกับคุณรสาเสียอีก เห็นช่วงนี้ทานที่นั่นทุกวันเลย...เสียงที่ทำท่าจะพูดต่อ ต้องเงียบกริบเมื่อเจอกับหน้าดุๆ และสายตาคมกล้าที่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์

อย่าพูดถึงยัยแมวบ้านั้นตอนนี้นะ พูดแล้วยังโมโหไม่หาย

ทำไมครับ เจ้านาย เอ่อ ทะเลาะกับคุณรสามาเหรอครับ สงสัยคงดุเดือดน่าดู ถึงขนาดเสื้อผ้าขาดกระจุย แล้วคุณรสาล่ะครับอธินเอ่ยถามอึกอัก แต่ออกอาการเป็นห่วงหญิงสาวที่พูดถึงอย่างเปิดเผย

ทำไม นายจะยุ่งอะไรกับเมียฉันนักหนาฮะ ฤทธิ์มากนักปล่อยเอาไว้แบบนั้นแหละ จะได้สำนึกเสียบ้าง นายรู้มั้ย ฉันเจ็บจนจุกก็เพราะยัยนั่นนั่นแหละสายตาคมกล้ายังจ้องหน้าลูกน้องตัวเองนิ่งๆ

แล้วนายก็อย่าบังอาจผิดคำพูดกับฉันเด็ดขาด ห้ามไปยุ่งบ้านโน้นสั่งอีกครั้ง

เจ้านายครับ เอ่อ แต่คุณรสาไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอครับ แล้วเอ่อ ยากับอาหารจะทำยังไง? อธินยังไม่วายเป็นห่วง

นี่อธิน ตกลงนายอยากย้ายเข้ากรุงเทพฯ แบบด่วนเลยใช่มั้ยถึงไม่หยุดพูดเสียทีเสียงห้าวตวาดขึ้นด้วยหลากหลายอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมด

ขอโทษครับ เจ้านาย ต่อไปผมไม่พูดแล้วก็ได้ครับ ผมก็แค่เป็นห่วงคุณรส...

อธินเสียงดุด้วยความโมโห แล้วเดินหายขึ้นด้านบนไปทันท่วงที

ปันรสานั่งคุดคู้อยู่นานหลายชั่วโมง จนทนไม่ไหว สุดท้ายค่อยๆ นอนราบลงกับพื้นพยายามยืดตัวให้ตรงที่สุด เพราะรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าท้อง.. เธอห่วงก็แต่ก้อนเลือดในท้องนี่ล่ะ? จะส่งเสียงเรียกใครก็ไม่ได้เพราะผ้าที่มัดปากอยู่ อาการหน้ามืดที่เป็นขึ้นมาบางครั้ง แต่เธอฝืนทนจนผ่านไปได้อย่างสุดแสนจะทรมาน ..อยากให้เธออยู่ตรงนี้ใช่มั้ย ดี.. เธอจะอยู่มันอย่างนี้แหละ วันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของเธอเลย ทั้งอาหารทั้งยา แล้วลูกเธอจะเป็นอย่างไร .. อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะลูกนะ อดทนอีกหน่อยแล้วกันแม่สัญญาว่าจะหาทางหนีไปจากที่นี่ให้ได้ ให้เร็วที่สุดด้วย เราจะต้องหาทางหนีไปจากคนใจร้ายให้ได้ ไปอยู่กันสองคนแม่ลูกนะลูกรัก..หญิงสาวรำพึงในใจอย่างเศร้าๆ

 

**************

 

เกือบสี่โมงเย็นเมื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองให้คงที่เป็นปกติได้แล้ว ไอศูรย์จึงกลับมาที่บ้านหลังเล็กอีกครั้ง เขาโกรธจนลืมไปเลยว่า วันนี้เธอยังไม่ได้กินทั้งอาหารทั้งยาด้วย .. ป่านนี้จะเป็นยังไงนะจะหมดฤทธิ์เดชหรือยังยัยตัวร้าย...

ร่างสูงก้าวยาวๆ ไปยังสวนหลังบ้าน มองเห็นร่างเธอนอนราบไปกับพื้น ... ฮึ หมดฤทธิ์แล้วสินะ... เดินไปยืนจนถึงร่างเธอนั่งยองๆ บนส้นเท้าแล้วส่งเสียงเรียกเบาๆ

รสา เป็นไงล่ะ หายบ้าหรือยัง

...

รสา หันมาสิ อย่ามาทำเป็นเมินฉันอีกนะ หลายชั่วโมงมานี่ยังไม่สำนึกอีกเหรอ ดีเลยถ้าอย่างนั้นไม่ต้องกงไม่ต้องกินมันแล้ว อาหารน่ะ ชายหนุ่มยังกระแนะกระแหนต่อไปไม่หยุด

...

นี่ ปันรสา นี่เธอหันมานะ มือเรียวใหญ่เอื้อมไปคว้าให้อีกคนให้หันมาเผชิญหน้า แต่ทุกอย่างกลับนิ่งสนิท หญิงสาวตรงหน้าหลับตานิ่ง ไม่มีอาการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น เขาตบใบหน้าเธอเบาๆ เพื่อเรียกให้ฟื้นมา ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบรับทั้งสิ้น คราวนี้ซาตานหน้าใสจอมโหดร้ายกลายเป็นร้อนรนทำอะไรไม่ถูก

รสา เธอเป็นอะไร รสา

...

นี่รสา ตื่นขึ้นมาเร็วๆ สิ เมื่อเห็นร่างเธอยังนอนนิ่ง ไม่ไหวติง เขาตกใจ รีบดึงผ้าออกจากปากแล้วแก้ผ้าที่มัดมือมัดเท้าเธอเอาไว้ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกเดินเร็วๆ เข้าบ้านไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha