กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : ปมในใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 11 ปมในใจ



เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องบางราคาแพงลิ่ว ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้น ไอศูรย์เอื้อมมือไปหยิบมากดรับทันที โดยไม่ทันมองหมายเลขบนหน้าจอที่โทรเข้ามา

สวัสดีนายไอซ์ จำได้มั้ยเอ่ยว่าใครโทรมา เสียงเข้มๆ คุ้นหูที่ดังมาตามสาย ทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่งอย่างพยายามคิด ก่อนจะยิ้มเต็มหน้าอย่างยินดีเมื่อจำเสียงได้

ว่าไงอ้น หายหัวไปไหนมาวะตั้งสี่ห้าเดือน แล้วนี่อยู่เมืองไทยรึเปล่า หรือยังเที่ยวที่อิตาลีเพลินจนลืมเมืองไทยไปแล้ววะ ไอศูรย์ทักทายเพื่อนรักไปตามสายด้วยความดีใจ เขารู้จักและสนิทสนมกับไวยวิทย์หรืออ้นมาหกปีแล้ว ตั้งแต่เขาไปเรียนต่อปริญญาโทที่อิตาลี ไวยวิทย์เป็นนักเรียนไทยเพียงคนเดียวที่เขารู้จัก ด้วยวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนเอเชียเหมือนกัน อีกอย่างก็เพราะพูดจาภาษาเดียวกัน เลยทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันเร็วขึ้น และกว่าจะเรียนจบมิตรภาพของทั้งสองก็งอกเงยกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด และมิตรภาพนั้นยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

หลังจากเรียนจบไอศูรย์กลับมารับช่วงต่อธุรกิจหลายอย่างของ วรกุลกรุ๊ป จากบิดามารดาที่เมืองไทย จนต้องย้ายตัวเองกลับมาอยู่เมืองไทยเกือบห้าปีแล้ว และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ยุ่งอยู่กับงานมาตลอด จะได้เจอกับเพื่อนรักบ้างก็เมื่อเวลาที่อีกคนกลับมาเมืองไทยนั่นแหละ เหตุผลเพราะเขารู้จักและสนิทสนมกับไวยวิทย์ที่เมืองนอก เลยไม่เคยได้ไปทำความรู้จักกับคนในครอบครัวของเพื่อนรักเลยพอๆ กับที่ไวยวิทย์ก็ไม่เคยได้มาพบเจอกับญาติของเขาด้วย เว้นแต่บิดากับมารดาที่ได้มีโอกาสเจอกันบ่อยๆ ที่อิตาลี เมื่อพวกท่านไปเยี่ยมและพักอยู่กับเขา

อยู่เมืองไทยนี่แหละ ฉันกลับมาเกือบเดือนแล้วล่ะ พอดีที่บ้านของน้าชายมีเรื่องวุ่นๆ เลยต้องอยู่ช่วยงานไปเลย น้ำเสียงที่ตอบมาเคร่งเครียดไปในทันที

อ้าว มีอะไรล่ะ ฉันพอช่วยนายได้ไหม บอกกันได้นะไม่ต้องเกรงใจนะเพื่อน ไอศูรย์แสดงน้ำใจออกไปอย่างมีไมตรี

ยังพอไหวอยู่แหละ สงสารก็แต่คุณน้า เครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ งานทุกอย่างฉันเลยต้องช่วยดูแลไปก่อน

มีเรื่องอะไรล่ะ เผื่อฉันพอมีลู่ทางช่วยนายได้บ้าง อยู่ที่นี่ฉันก็กว้างขวางพอตัวอยู่นะโว้ย โดยเฉพาะกับเจ้านายน่ะ ไม่ได้โม้นะ แต่อยากช่วยจริงๆ ว่ะ ไอศูรย์บอกอย่างจริงใจ

ลูกสาวคุณน้าฉันหายไปว่ะ ถูกอุ้มไปเกือบสามเดือนแล้ว นี่ขนาดคุณน้าให้ตำรวจระดับนายใหญ่ตามให้อยู่นะ ยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย จนฉันเริ่มเครียดไปด้วยเหมือนกัน ป่านนี้ยายหนูเล็กจะเป็นตายร้ายดีก็ยังไม่รู้ ฉันกลัวน้องสาวฉันจะตกอยู่ในอันตรายมากกว่า เพราะมีคนเห็นว่าถูกอุ้มขึ้นรถหายไปจากหน้าบ้าน แล้วหายเข้ากลีบเมฆไปเลยจนถึงตอนนี้แหละ กลุ้มจริงๆ ว่ะ ไวยวิทย์ถ่ายทอดข้อมูลให้เขารู้อย่างละเอียด เพราะทราบดีว่าไอศูรย์เพื่อนรักของตนนั้นรู้จักสนิทสนมกับคนใหญ่โตและมีอิทธิพลทั้งในวงธุรกิจและวงสังคม น่าจะมีลู่ทางช่วยน้องสาวเขาได้บ้าง

น้องสาวนายชื่ออะไรล่ะ ฉันจะได้ให้บอดี้การ์ดกับพวกและก็ท่านผู้การฯช่วยตามให้อีกทาง รับรองไม่นานรู้เรื่องแน่ ฉันสัญญา ไอศูรย์แสดงน้ำใจอย่างเต็มที่

ยายหนูเล็กเหรอ เป็นน้องสาวสุดที่รักของฉันเลยนะ ตามติดฉันแจมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พอโตมาก็ยังตามต้อยๆ เพราะไม่ค่อยมีเพื่อนเล่น เพิ่งมาแยกกันก็ช่วงที่ฉันไปเรียนต่อนั่นแหละ ฝากนายช่วยตามหน่อยนะ ถือว่าขอร้องก็ได้ น้องสาวฉันชื่อจริงๆ ว่า “ปันรสา เลิศไพทูรย์” อายุก็ประมาณ 25 ปี ผิวขาว ผมยาว หน้าหวานสวยเลยล่ะ เดี๋ยวฉันส่งรูปเข้ามือถือให้นายดูดีกว่านะ จะได้ชัดเจนหน่อย ช่วยหน่อยนะเพื่อนนะ ฉันหมดหนทางจะตามหาแล้วจริงๆ ช่วยฉันกับคุณน้าหน่อยนะ ขอบใจล่วงหน้าว่ะเพื่อนรัก...” เสียงของเพื่อนรักยังพูดมาตามสาย แต่ไอศูรย์ไม่รู้แล้วว่าเสียงนั้นพูดว่าอย่างไรบ้าง และตัวเขาเองก็ลืมไปแล้วว่าตอบไปว่าอย่างไรบ้าง..?  เพราะเขายืนนิ่งอึ้ง มือกำโทรศัพท์เครื่องบางไว้แน่น กรามบดเข้าหากันด้วยความเคร่งเครียดตั้งแต่ได้ยินชื่อของคนที่เพื่อนของเขาต้องการให้ช่วยตามหาแล้วล่ะ

...น้องสาวของนายอ้นเหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ล่ะ?โลกมันกลมขนาดนี้เลยเหรอ...

ใบหน้าหล่อใสเคร่งเครียดขึ้น เมื่อเจอเข้ากับปัญหาใหญ่หลวงอีกปมที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน ชายหนุ่มเดินนิ่งๆ ไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่วางข้อศอกลงกับโต๊ะทั้งสองข้าง มือเรียวยกขึ้นกุมขมับอย่างใช้ความคิด ...แต่คิดไม่ตกจริงๆ ...

อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขาได้แก้แค้นแต่จะต้องสูญเสียมิตรภาพหลายปีระหว่างเพื่อนไป คิดถึงอนาคตไม่ออกจริงๆ เพราะบางเรื่องมันมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแก้ไขอดีตได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวของเขาเอง หรือแม้แต่ความรัก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในใจเมื่อไม่นานมานี้ กับอีกชีวิตของหญิงสาวผู้ที่เขารู้ดีอยู่ว่าเธอเป็นเพียงแค่คนที่ต้องมารับแรงแค้นจากเขาเท่านั้น แล้วคราวนี้เขาจะทำอย่างไรต่อไปดี... จะหยุดก็ไม่ทันแล้ว จะไปต่อก็เจ็บปวดใจเกินทานทน จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน...  ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งเครียดกับปัญหาที่ตัวเองเป็นคนสร้างปมเริ่มต้นก่อให้เกิดขึ้นมา

 

 

**************

 

 

หญิงสาวลุกจากเตียงนอนเดินโผเผไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อรู้สึกทนไม่ไหวกับอาการผะอืดผะอมที่เป็นอยู่ ทำไมมันเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกทีนะ แล้วแบบนี้เธอจะปกปิดคนที่ฉลาดเป็นกรดแบบเขาไปได้อีกนานเท่าไหร่กัน เห็นทีเธอคงต้องรีบบำรุงร่างกาย ทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้นแล้วหาทางไปจากนี้เสียโดยเร็ว ก่อนที่ทุกอย่างมันจะหมดทางแก้ไข และคนใจร้ายคนนั้นจะรู้เรื่องเข้าเสียก่อน

แม้จะรู้ใจตัวเองแน่ชัดแล้วว่าใจดวงน้อยของตัวเองจะต้องปวดร้าวแค่ไหนกับการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้น แต่วิธีการเดียวที่เธอจะแน่ใจได้ว่าเธอและลูกจะปลอดภัยก็มีเพียงวิธีนี้  ยิ่งอยู่นานเข้าเขาคงรู้เข้าสักวัน แล้วถ้าเขารู้ล่ะ.? ถ้าเขารู้ว่าเธอท้องเขาจะทำอย่างไร จะตัดสินใจแบบไหนเธอไม่อยากคิดจริงๆ เขาจะให้ทำลายหรือยึดลูกไว้เสียเองล่ะ..?  นี่เป็นสิ่งที่เธอยอมไม่ได้ทั้งสิ้น 

หญิงสาวเดินไปนั่งลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง มือบางยกขึ้นลูบหน้าท้องเบาๆ ก้มมองที่หน้าท้องตัวเองอย่างครุ่นคิด เวลาไม่รอเธออีกแล้ว เดี๋ยวหลักฐานตรงหน้านี้ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็จะสังเกตเห็นเอาได้

ทานอาหารหรือยังล่ะ ลุกมาทานเสียหน่อยสิ ฉันให้แมวยกมาให้แล้วนะ เสียงห้าวทุ้มที่ดังขึ้นมาจากประตูหน้าห้อง ทำให้ปันรสาเงยมองก่อนจะล้มตัวลงนอนในทันที

รสา วันนี้ฉันไม่อยากทะเลาะกับเธอนะ ฉันมีเรื่องต้องคิดต้องทำอีกเยอะแยะ อย่ามากวนฉันนะ ชายหนุ่มเดินเข้ามาจนถึงเตียง เมื่อเห็นอาการต่อต้านจากอีกคนที่จงใจทำเมินใส่เขา แต่ชายหนุ่มยังพยายามอดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้อยู่

ลุกมาทานเสียดีๆ ตัวผอมลงเยอะแล้วนะ ลุกขึ้นมาสิชายหนุ่มรั้งร่างของเธอให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วตวัดแขนอุ้มร่างบางของเธอไปที่ระเบียงห้องก่อนบังคับให้นั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ ก่อนจะยกอาหารมาตั้งตรงหน้า กลิ่นอาหารที่โชยเข้าจมูกทำให้หญิงสาวยกมือปิดปากทันที

ทำไม เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ นี่ทำไมเธอยังมีอาการเหมือนเดิมอยู่อีกล่ะ ฉันเรียกคุณหมอมาอีกครั้งดีกว่า ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาแต่มือบางปัดทิ้งลงพื้นทันที

ไม่ต้องโทรตาม ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว เหลือแค่อาการอาเจียนแค่นั้น ยาก็ยังมีอีกเยอะไม่ต้องตามนะ หญิงสาวรีบเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล กลั้นอาเจียนจนเกือบจะหายใจไม่ออก

ถ้าไม่ตามหมอ เธอก็ทานเสียสิ หรือต้องให้ฉันป้อน ฮึไอศูรย์ขยับตัวลงนั่งเคียงข้างเธอ ก่อนยกจานอาหารมาวางตรงหน้าตักอาหารส่งป้อนให้ถึงปากเธอ

ทานสิ ทั้งท่าทางและสายตาของเขาที่ส่งให้เธอ บังคับไปในตัวว่าเอาจริงแน่ถ้าเธอมีปัญหา... รับรองว่าเธอจะถูกจับยัดปากอีกแน่ๆ...  ปันรสาจึงยอมอ้าปากให้เขาป้อนแต่โดยดี แม้จะเหม็นกลิ่นกระเทียมเจียวมากแค่ไหนก็ต้องฝืนทนรับประทานเข้าไป

ทานเข้าไปเยอะๆ จะได้มีเนื้อมีหนังบ้าง ผอมจะเป็นไม้กระดานอยู่แล้วนะ ฉันกอดทีก็มีแต่กระดูก ไม่เต็มไม้เต็มมือเสียเลย เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นและสายตาแปลกๆ ที่มองเธอ รวมถึงอาการที่แสดงออกทุกครั้งที่เขาเผลอตัว ทำให้หญิงสาวคิดมาก

ร่างบางสะดุ้งเมื่อเขายื่นมือเรียวมาเช็ดคราบอาหารตรงข้างปากให้เธออย่างนุ่มนวล หญิงสาวค่อยๆ เหลือบตามองหน้าเขา ก็เจอเข้ากับตาเรียวคมที่จ้องอยู่ก่อนแล้วจนเธอต้องหลบตาทันที  ฝืนรับประทานอาหารจนหมดจึงขยับตัวถอยจากเขาอย่างอึดอัด

อิ่มมั้ย ถ้าไม่อิ่มเอาเพิ่มได้นะ เดี๋ยวฉันให้แมวไปเอาให้อีกก็ได้ เอามั้ยเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยขึ้นจนหญิงสาวปรับอารมณ์ตามไม่ทัน ...วันนี้มาอารมณ์ไหนอีกล่ะนี่... หญิงสาวคิดอย่างสงสัย

อ่ะ ยาของเธอ แล้วยานี้มันแก้โรคอะไรล่ะ ตกลงว่าคุณหมอได้บอกเธอไว้หรือเปล่าว่าเธอเป็นอะไร หรือว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารเหมือนครั้งก่อนใช่มั้ย ฮึ ชายหนุ่มคาดคั้นถามอีก เมื่อเห็นเธอไม่แผลงฤทธิ์ใส่เขาอีก เขาก็ใจเย็นขึ้นมาบ้าง


แล้วบทสนทนาระหว่างเขากับไวยวิทย์เมื่อตอนเที่ยง ก็เริ่มทำให้เขาคิดอะไรบางอย่าง .. บางอย่างที่อาจจะเป็นผลดีต่อร่างบางที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นได้ แต่ที่เขารู้แน่ๆ ว่ามันไม่เป็นผลดีต่อก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ในอกข้างซ้ายของเขาเอาเสียเลย เพราะแค่คิดว่าจะทำในสิ่งนั้น ความเจ็บปวดแปลบก็แทรกไปทั่วร่างของเขาแล้ว   ความแค้นต่อนายพัฒนะยังสุมแน่นเต็มอก แต่จิตใต้สำนึกของความเป็นคนของเขากับนายพัฒนะนั่นคงต่างกันอยู่มาก เขาจึงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ไม่อยากเห็นความตายเกิดขึ้นอีกครั้ง ต้องการแค่ได้ทำให้ผู้ชายคนนั้นเจ็บปวดที่ต้องสูญเสีย และความสูญเสียก็ไม่ได้หมายถึงการเอาชีวิตเสมอไป เพราะฉะนั้นเขาคงตัดสินใจอะไรได้เร็วๆ นี้

โรคกระเพาะนั่นแหละ เดี๋ยวมันก็หาย เป็นๆ หายๆ มานานแล้วล่ะ หญิงสาวพูดดีขึ้นมาหน่อย เมื่อเห็นเขาทำดีกับเธออาการต่อต้านที่มีก็ลดลงตามไปด้วย

อิ่มแล้วก็พักผ่อนซะ อยู่นิ่งๆ ซะบ้างก็ดี ชายหนุ่มนั่งลงบนพื้นระเบียงนอกห้องยืดขายาวไปตามพื้นแล้วพิงหลังกับกำแพงห้อง หลับตานิ่งๆ

ปันรสาหันมองใบหน้าของเขา ชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเป็นอยู่แบบนี้ นึกๆ ไปใจก็โกรธแต่พอมองหน้าสวยใสยิ่งกว่าผู้หญิงของเขาก็ต้องถอนใจ เขามีความแค้นอะไรกับบิดาของเธอนักหนานะ ถึงได้มาระบายเอาทุกอย่างลงที่เธอ ถามกี่ครั้งก็ไม่เคยได้คำตอบมีแต่ยิ่งทำให้เธอเดือดร้อนมากขึ้นทุกที วันนี้นับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่เขาไม่พูดจาร้ายๆ และแสดงพฤติกรรมรุนแรงใส่เธอ เหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ หญิงสาวจึงค่อยคลายอาการเกร็งลงบ้าง เธอยืดเท้าตรงไปกับพื้นแล้วพิงหลังกับกำแพงห้องบ้างอย่างผ่อนคลาย มือบางลูบไล้เบาๆ ที่บริเวณหน้าท้องแล้วรำพึงเสียงแผ่วกับตัวเองด้วยความลืมตัว

ลูกจ๋า พักผ่อนให้สบายนะคะ เดี๋ยวเย็นๆ แม่จะพาไปเดินเล่นในสวนนะจ๊ะ เสียงแผ่วๆ ของเธอลอยไปเข้าหูเขาอย่างจัง แม้จะจับใจความได้ไม่ครบถ้วน แต่ความรู้สึกของเขากระตุกอย่างแรง จนต้องเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจ


เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ อะไรแม่ๆ ฉันได้ยินไม่ถนัดไอศูรย์ซักไซ้ทันที เขารู้สึกวูบในอกแปลกๆ กับประโยคกระท่อนกระแท่นนั้นของเธอ

ไม่ ไม่มีอะไรเสียหน่อย ฉันก็บ่นของฉันไปเรื่อย ฉันคิดถึงคุณแม่ของฉัน คุณจะทำไม หรือแค่คิดถึงแม่ที่ตายไปแล้วก็ผิดด้วย หรือคุณจะห้ามฉันคิดด้วยปันรสาตกใจแทบสิ้นสติที่เผลอตัวแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกไป แต่เธอแกล้งเสียงดังเข้าใส่เขาแทน หาเหตุผลมากลบเกลื่อนอาการของตัวเองไว้ทัน ยืนยันหน้าใสตาซื่อเสหันมองทิวทัศน์รอบนอกไปเรื่อย

แน่ใจนะว่าไม่ได้พูดอะไรแบบอื่น แต่ฉันว่าเมื่อกี้ฉันไม่ได้ยินแบบนั้นนะไอศูรย์ยังคาดคั้นอย่างไม่ยอมแพ้ เขารู้สึกว่าเขาได้ยินเธอรำพึงถึงลูก หรืออะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับแม่และลูกมากกว่า แต่ตาใสซื่อตรงหน้านี่ก็ทำให้เขาลังเลไม่แน่ใจ หรือว่าเธอจะ... ตายโหงแล้วถ้าเป็นแบบนั้น หรือจะใช่... ไอศูรย์คิดใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันทีทันใด ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าเธออย่างจริงจัง จนกลายเป็นจ้องตาไม่กระพริบทำให้เจ้าตัวรู้สึกตัวกังวลใจแปลกๆ

มองอะไรถามขึ้นอย่างระแวงสงสัย

เปล่า ทำไม ฉันมองไม่ได้รึไง มันจะสึกหรอหรือยังไงถึงได้หวงนัก ยิ่งกว่ามองฉันก็ทำมาแล้ว จะมาหวงอะไรตอนนี้ล่ะ หือไอศูรย์ขยับตัวเข้าหาร่างบางของเธอทันที จนร่างที่กำลังนั่งผ่อนคลายอย่างเต็มที่ถอยไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีเมื่อศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มหนุนนอนลงมาบนขาเรียวยาวของเธอนั่นล่ะ

นี่คุณ นอนลงมาทำไม ลุกขึ้นเลยนะ ฉันอึดอัดหญิงสาวลืมตัวตกใจแหวขึ้นเสียงดัง

อะไรของเธอ หา..?  นอนหนุนตักแค่นี้ทองจะหลุดออกจากตัวรึไงกัน อ้อ... หรือกลัวอดใจไม่ไหวเมื่อเห็นหน้าฉัน ไม่เป็นไรวันนี้ฉันยิ่งเครียดๆ อยู่ ได้เธอช่วยผ่อนคลายก็ดีเหมือนกันตาคมเรียวของเขามองจ้องตรงขึ้นไปที่ใบหน้าของคนที่ตัวเองนอนหนุนอยู่ เขาก็แค่อยากอยู่ใกล้ๆ เธอแบบคนทั่วไปลองดูบ้าง มันคงเป็นความรู้สึกที่ดีมากแน่ๆ เลย

อย่ามาบ้านะ ฉันไม่สบายอยู่นะหญิงสาวปฏิเสธเสียงหลงเมื่อได้ยินประโยคของเขา เรียกสายตาเรียวให้หันมองหน้าเธอยิ่งกว่าเดิมอย่างจับพิรุธ แล้วอยู่ๆ มือเรียวทั้งสองข้างของเขาก็โอบกอดเข้าที่เอวบางของเธอ นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาหน้าท้องเรียบแบนของเธอ แตะปากจูบลงไปเบาๆ อย่างต้องการดูอาการของเธอ เพราะเขามั่นใจว่าประโยคที่เธอพูดก่อนหน้านี้มันจะต้องเป็นตามที่เขาได้ยินแน่ๆ เขาไม่ได้คิดเอาเองหรอก พรุ่งนี้เช้าเขาจะโทรหาคุณหมอถามให้รู้เรื่องให้ได้

ถ้ามีเจ้าตัวเล็กอยู่ในนี้แล้วตอนนี้ก็ดีสินะ ปากแดงๆ กดจูบลงที่เดิมอีกครั้งแล้วซบนิ่งอยู่ตรงนั้น

นี่คุณไอซ์ ปล่อยฉันนะ ปันรสาดิ้นรนอย่างอึดอัด เธอรู้สึกหายใจไม่สะดวกเลย เมื่อมีร่างของเขาหนุนอยู่แบบนี้ แล้วอีกอย่างประโยคเมื่อกี้ของเขา ทำเอาเธอใจเต้นตูมตามด้วยความตกใจ เธอกลัวเขาจะจับพิรุธจากอาการของเธอจึงต้องหาทางเลี่ยง

นั่งเฉยๆ สิ ถ้าเธอไม่ดิ้นก็ไม่อึดอัดหรอก นั่งนิ่งๆ ก่อน แล้วจะปล่อย ดิ้นทำไมนะฉันแค่ลองซ้อมทักทายไว้ก่อนเท่านั้น เผื่อลูกของฉันอยากจะมาเกิดบ้าง แล้วทำความรู้จักกับพ่อของเขาแค่นี้ก็ทำหวงไปได้  ฉันเป็นคนทำนะ อุตส่าห์ตั้งใจทำ เธอแค่ให้ที่พักพิงเอง  อ้อ ไม่ใช่ๆ เธอต้องทำด้วยสิ ของแบบนี้ทำคนเดียวไม่ได้โทษทีลืมไปเสียงสัพยอกจากเขาเพราะต้องการทดสอบบางอย่างจากเธอ แต่เธอกลับทำเอาเขาตะลึงกว่าเมื่อใบหน้าสวยๆ นั่นบูดเบี้ยวเหยเกขึ้นมา ปันรสารู้สึกชาไปทั้งขาคงเป็นเพราะเขานอนหนุนขาเธอนานเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะตั้งครรภ์เลยทำให้เธอเป็นตะคริวได้ง่าย หญิงสาวร้องขึ้นเบาๆ


“โอย เจ็บจังเลย”

เป็นอะไรรสา ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ นี่ เฮ้ รสาไอศูรย์ผุดลุกขึ้นนั่งทันที

เป็นอะไร บอกฉันเร็วๆ สิ ตะคริวหรือเปล่า มา ฉันช่วยดูให้นะ ชายหนุ่มก้มมองที่ปลายเท้าเธอ แล้วใช้มือเรียวของตนนวดลงไปเบาๆ เพราะเขาเห็นอาการเกร็งจากปลายเท้าของเธอ นวดไปเรื่อยๆ จนถึงเรียวขาที่เขานอนหนุนอยู่เมื่อสักครู่นี้ ก้มลงเป่าเบาๆ ตามมือที่นวดลงไปด้วย ทำให้หญิงสาวนิ่งอึ้งไปยิ่งกว่าเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ดีขึ้นมั้ย นี่เธอรู้มั้ย ตอนเด็กๆ น่ะ ฉันเป็นหมอนวดประจำตัวคุณแม่เลยนะเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นเรื่อยๆ อย่างต้องการบอกเล่าให้เธอได้รับรู้เรื่องราวของตนเอง

ทุกครั้งที่คุณแม่ปวดเมื่อย หรือกลับจากทำงานแล้วรู้สึกอ่อนเพลีย ฉันจะเป็นคนแรกที่คุณแม่เรียกหา ชายหนุ่มยังคงเล่าต่อไป ทำให้ปันรสาตัดสินใจคิดที่จะถามอะไรบางอย่างกับเขาในทันที

ขอบคุณค่ะ ฉันดีขึ้นแล้วล่ะหญิงสาวเอ่ยขึ้น ก่อนจะขยับขาเปลี่ยนท่านั่งเสียใหม่

เอ่อ คุณไอซ์ คือ เอ่อ ฉันขอถามอะไรคุณหน่อย ได้มั้ย หญิงสาวเอ่ยตะกุกตะกัก แอบมองหน้าเขานิดหนึ่งกลัวนายเทวดาเมื่อสักครู่จะกลายร่างเป็นซาตานหน้าใสอีก

ว่ามาสิ ถ้าไม่กวนอารมณ์ฉันนะ ฉันก็จะตอบให้เสนอให้อย่างใจดี แต่มีแอบดักเอาไว้ตามประสาคนชอบระแวง

คือ ที่นี่ ที่บ้านที่คุณอยู่เนี่ย อยู่ที่ไหนเหรอ อยู่ตรงส่วนไหนของประเทศไทยสิ่งที่เธอตัดสินใจอยู่นาน หลุดออกจากปากไปได้

ทำไม จะสืบข้อมูลไว้ประกอบการหนีอีกหรือไง ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้วยิ่งยากมากเลยล่ะ ใบหน้าหล่อใสบึ้งตึงทันทีกับประโยคคำถามของเธอ อะไรบางอย่างที่เขาอยากรู้ยังไม่มีคำตอบ เขาก็จะไม่ยอมรับปากอะไรกับเธอทั้งนั้น

แต่ก็ไม่แน่นะ บางทีเธออาจไม่ต้องดิ้นรนหาทางหนีจากที่นี่ก็ได้ เพราะฉันก็อยากจะทำอะไรที่เธอเองคงคาดไม่ถึงเหมือนกัน ถ้าอยากกลับบ้านเร็วๆ ก็อย่าชวนฉันทะเลาะบ่อยนักก็แล้วกัน บางทีฉันอาจให้เธอกลับบ้านโดยที่เธอไม่ต้องหาทางหนีอีก แต่อย่าเพิ่งดีใจไป ไม่ใช่ในสี่ห้าวันนี้แน่ๆหน้าสวยๆ ของเธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน สุดท้ายเขาก็เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้วไม่เคยฟัง ไม่เคยมีคำตอบในสิ่งที่เธอถามเสียที

ฉันแค่อยากรู้ว่า ฉันอยู่ตรงไหนของประเทศไทย หญิงสาวเริ่มออกอาการตัดพ้อโดยไม่รู้ตัว หน้าสวยๆ นั้นงอเป็นม้าหมากรุก ค้อนเขาวงใหญ่ทำให้ไอศูรย์ที่แอบมองอยู่ต้องอมยิ้ม

...ยัยตัวป่วนน่ารักขึ้นเยอะเลย รู้แบบนี้เขาทำดีด้วยมานานแล้ว...


ภาคเหนือ รู้ไว้แค่นี้แหละ อ้อ อีกอย่างไม่ต้องถามหาเหตุผลอะไรอีกแล้ว ถึงเวลาเมื่อไหร่เธอจะได้รู้เอง รับรองว่าเอาเข้าจริงสิ่งที่ฉันจะให้เธอรู้เธออาจจะไม่อยากรู้เลยก็ได้ เพราะมัน...ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ความเจ็บปวดจุกขึ้นมาถึงคอหอย นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนถอยห่างออกจากร่างเธอ ลุกขึ้นยืนกอดอกมองไปยังทุ่งกว้างสุดลูกหูลุกตา

แล้วฉัน เอ่อ ฉัน จะออกไปที่กระท่อมในไร่ได้มั้ย ฉันคิดถึงเจ้าบูบู้ ให้ฉันไปหามันหน่อยนะคะได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะไม่หนีเด็ดขาด จะทำตัวดีๆ ตั้งแต่ตอนนี้ไปเลยนะ จะไม่กวนโมโห ไม่หาเรื่อง ไม่ดื้อกับคุณอีก นะให้ฉันไปนะ นะคะคุณไอซ์ หญิงสาวลงทุนยอมอ้อนวอนดู เผื่อเขาจะยอม หลังจากนั้นไว้ค่อยว่ากันอีกที เห็นเขาใจดีกับเธอทั้งวันแบบนี้ลองดูเผื่อโชคดีจะเข้าข้างเธอบ้าง

เอาสิ แต่ต้องพรุ่งนี้นะ วันนี้จะมืดค่ำแล้ว มันอันตราย อ้อ… วันนี้ฉันค้างที่นี่นะเตรียมทำหน้าที่ของเธอด้วยล่ะพูดจบชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองจะหน้ามืดวูบไปชั่วขณะ จนต้องถอยไปพิงกำแพงห้องอีกครั้ง

 

ฉันเวียนหัวจังเลย ทำไมตาลายแบบนี้ล่ะ นี่รสาช่วยหน่อยสิ ฉันเป็นอะไรเนี่ย ทำไมมันมึนจัง ชายหนุ่มเกิดอาการหน้ามืดเฉียบพลัน รู้สึกเหมือนบ้านหมุนจนต้องหลับตานิ่งๆ เอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวมากุมเอาไว้แน่นแล้วนั่งลงชันเข่าพิงกำแพง

ขอยาดมฉันหน่อยสิ บ้าจริง เป็นอะไรเนี่ย นี่ฉันพูดจริงนะรสาไม่ได้ล้อเล่นฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ มันเหมือนจะ จะ อุ๊บ อ๊วก ชายหนุ่มลุกวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทันเลยอาเจียนออกมาตรงระเบียงบ้านนั่นเอง หญิงสาวเห็นแบบนั้นตกใจรีบลุกขึ้นประคองเขาเข้าในห้องน้ำทันที ตอนแรกเธอนึกว่าเขาแกล้งเธออีก แต่คราวนี้ปรากฏว่าเธอคิดผิดเจอของจริงเข้าไปเต็มๆ เลย

เป็นยังไงบ้างคุณ ดีขึ้นไหม ฉันว่าคุณหาหมอดีกว่านะ เกิดเป็นมากขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ ฉันไม่ใช่หมอนะ รักษาไม่เป็นหรอก คำถามเจือความห่วงใยรัวออกจากปากของปันรสาอย่างลืมตัว ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงอาการเป็นห่วงร้อนรนจนอยู่ไม่ติดออกไป เมื่อเห็นหน้าหล่อใสซีดเซียวของเขามองมาตรงๆ นั่นแหละถึงได้รู้สึกตัวเอง

เอ่อ ขอโทษที่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณนี่เนอะ ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของฉันเสียหน่อยหญิงสาวทำท่าลุกขึ้นจากข้างเตียง แต่แขนเรียวถูกฉุดให้เธอนั่งลงบนขอบเตียงอีกครั้ง

อยู่ก่อนสิ พอฉันไม่สบายก็จะทิ้งกันเลยเหรอ มือเรียวของเขายังไม่ยอมปล่อยจากลำแขนของเธอ   แต่กลับดึงรั้งเอวบางจนตัวของเธอลงไปทับบนอกของตัวเอง แล้วแอบสูดดมกลิ่นหอมจากผมของเธอเข้าเต็มปอด

แบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อยแล้ว ไม่ต้องใช้ยาดมแล้วล่ะ ฉันว่ากลิ่นผมหอมๆ ของเธอนี่แหละทำให้ฉันดีขึ้น เพราะฉะนั้น ฉันขอสั่งให้เธออยู่ใกล้ฉันตลอดจนกว่าฉันจะดีขึ้นนะชายหนุ่มยังจ้องหน้าเธอนิ่งๆ ในขณะที่คนบนอกของเขา ดิ้นรนจะให้หลุดจากอ้อมกอดเขาให้ได้ ...อะไรของเขานะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เธอตามไม่ทันแล้ว...

ปล่อยฉันนะ อะไรของคุณนักหนา เดี๋ยวจะเอานั่น เดี๋ยวจะให้ทำนี่ ฉันสับสนแล้วนะหญิงสาวต่อว่าอย่างไม่เข้าใจ เธอคงได้ประสาทเสียเข้าสักวันถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้

นะ รสา ฉันขอร้องก็ได้ อยู่กับฉันสักพักนะเสียงอ่อยอ่อนลงของชายหนุ่มติดไปทางอ้อนวอน ทำให้เธอเริ่มลังเล ...เขาแปลกไปจริงๆนั่นแหละ วันนี้ทำไมกลับกลายมาเป็นเทวดาไม่เป็นซาตานร้ายแล้วล่ะ…

อือ อือยอมอยู่นิ่งๆ ตามใจเขาจนเขาพอใจนั่นแหละถึงได้ยอมปล่อยเธอ จนมื้อค่ำอาการของไอศูรย์เริ่มเป็นอีกครั้ง แล้วคราวนี้หญิงสาวได้สังเกตว่าเขาแปลกไปมากจริงๆ

รสา อยู่ไหนล่ะ เมื่อบ่ายฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าคืนนี้ฉันจะนอนนี่ เธอฟังที่ฉันพูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง กัน หรือไม่สนใจคำสั่งของฉันแล้ว ฮะจากอาการงอแงกลายเป็นโวยวายเมื่อตื่นขึ้นมาตอนค่ำแล้วไม่เห็นเธออยู่ข้างๆ

มาแล้วค่ะ อ้าวคุณไอซ์ ตื่นแล้วเหรอคะ ฉันลงไปเอาผลไม้มาให้คุณ ฉันว่ามันน่าจะช่วยให้คุณดีขึ้นนะ ลองดูสิ ฉันทานมาแล้วอาการอาเจียนดีขึ้นเลยนะ เอ้า คุณก็ลองดูสิคะ ปันรสาเดินมานั่งลงข้างๆ เขาแล้วส่งแอปเปิ้ลชิ้นพอคำให้ถึงปากอย่างไม่มีอาการประชดประชันให้เห็น ทำให้ชายหนุ่มเงยมองหน้าเธอแล้วขยับตัวลงไปนอนหนุนตักเธออีกครั้ง อย่างที่ใจต้องการจะทำ เมื่อเธอตั้งใจป้อน เขาก็ตั้งใจกินเหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้วตอนนี้เขาไม่มีอาการอาเจียนแล้ว มีเพียงอาการปวดศีรษะที่เริ่มปวดมากขึ้นทุกที มากกว่าเมื่อตอนบ่ายเสียอีก ชายหนุ่มชักเริ่มสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าเป็นอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าถ้ายังไม่ดีขึ้นเขาจะให้คุณหมอมาดูอีกทีแล้วเขาก็จะได้ถามในสิ่งที่เขาสงสัยอยู่เสียด้วยเลย และไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร สิ่งที่เขาตัดสินใจไว้มันจะต้องดำเนินไปให้สิ้นสุดเสียที

 

 

**************

 

 

ปันรสาขอตัวไปทำธุระส่วนตัวหลังจากเขารับประทานผลไม้เสร็จเรียบร้อย เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เธอก็อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวใส่สบาย หญิงสาวไม่อยากใส่อะไรที่มันอึดอัดมากนัก แต่ก็ไม่อยากใส่ชุดที่ล่อแหลมด้วย หญิงสาวทาแป้งเด็กที่แก้มนวลจนหอมกรุ่นไปทั้งห้อง แล้วเดินไปนอนลงด้านนอกของเตียงใหญ่ ที่ซึ่งเธอเคยนอนเป็นประจำทุกคืน ดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมถึงอกแล้วหันมองคนที่อยู่ด้านข้าง เห็นเขาจ้องมา จึงหลับตาลงบ้างเพื่อต้องการพักผ่อนเสียที เพราะเธอเองก็วุ่นมาทั้งวันแล้วเหมือนกัน

แม้อาการแพ้ท้องจะเป็นเฉพาะตอนเช้าๆ กับตอนเที่ยง แต่เธอก็พยายามฝืนไว้ตลอดเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา  ไม่อยากให้เขาสนใจเรื่องนี้มากนัก เธออยู่อย่างปลอดภัยไม่มีอะไรให้ต้องหวาดกลัวมาหลายวันแล้ว หญิงสาวนอนคิดเรื่อยเปื่อยจนเคลิ้มไปเพราะความอ่อนเพลีย แต่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างหนาหนักทับตัวเองอยู่และอนุสตินึกได้ว่าตัวเองตั้งครรภ์อยู่ ทำให้เธอดิ้นรนจนหลุดออกจากสิ่งที่ทาบทับอยู่นั้นทันที

อยู่นิ่งๆ สิ ฉันแค่นอนกอดเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรหรอก ปวดหัวจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว อย่าดิ้นสิรสาเสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างแก้ม ทำให้เธอรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นขาของเขานั่นเองที่พาดทาบตัวเธอไว้ หญิงสาวจึงนิ่งสนิททันที

คุณไอซ์ ปวดหัวมากเลยเหรอ... ทานยาก่อนมั้ย หรือจะให้ฉันตามอธิน ตามป้านวล หรือตามหมอให้ไหม ทันทีที่ได้ยินเธอเอ่ยชื่อบอดี้การ์ดของตัวเอง ความโมโหก็แล่นเข้าสู่สมองทันที ปวดหัวจี๊ดขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก

โอย หยุดพูดเถอะ ฉันปวดหัวจริงๆ นะ เธอลุกไปเอายาแก้ปวดมาให้ฉันก็พอ ไปสิ ชายหนุ่มปล่อยมือเรียวของตนที่วางบนเอวของเธออก หญิงสาวจึงลุกไปหยิบยาจากกล่องยามาให้เขา

อ้าว ทานสิ ดื่มน้ำเยอะๆ ด้วยค่ะส่งแก้วน้ำจ่อให้จนถึงปาก เพราะคนหน้าสวยไม่ยอมยกมือขึ้นรับแก้วน้ำ เมื่อกินยาตามด้วยน้ำแก้วโตเขาก็นอนลงอีกครั้ง

เธอนี่ เวลาทำตัวดีๆ ก็น่ารักเหมือนกันนะ แล้วทำไมชอบดื้อกับฉันนัก เอ่ยขึ้นเสียงเบาเห็นเธอชะงักแล้วรีบหันหน้าไปทางอื่นทันที

กินยาแล้วคุณก็นอนเถอะ คืนนี้ฉันจะดีกับคุณคืนหนึ่งก็ได้ เพราะวันนี้คุณก็ใจดีผิดวิสัยกับฉันมาทั้งวันแล้วเหมือนกัน ถือว่าตอบแทนจะได้ไม่ต้องมาติดค้างกัน เฉพาะเรื่องนี้ หญิงสาวพูดจบก็ห่มผ้าห่มให้เขา ตัวเองก็นอนลงข้างๆ กัน ไม่นานก็หลับไปเพราะความอ่อนเพลีย

ไอศูรย์นอนตาแข็งทั้งที่ปวดหัวแทบระเบิดอยู่แล้ว หันไปกอดเธอเอาไว้ในวงแขนตามที่ใจอยากจะทำมาตลอดเวลา แล้วพยายามหลับลงให้ได้ในที่สุด

 

 

*************

 

 

เกือบแปดโมงเช้า แต่บ้านหลังเล็กสีขาวยังปิดเงียบผิดจากทุกวัน ทำให้ป้านวลและทุกคนในบ้านหลังใหญ่เกิดความสงสัย

อธิน คุณไอซ์นอนบ้านโน้นใช่หรือเปล่า... ทำไมสายมากขนาดนี้แล้วฉันยังไม่เห็นใครออกมาจากบ้านสักคน หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า หรือว่า...นางรีบลนลานกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทางบ้านหลังเล็กทันที เพราะกลัวว่าหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในบ้านจะเป็นอะไรไปอีกหรือเปล่า ส่วนเจ้านายของตัวเองนั้น นางรู้อยู่ว่าเป็นคนแข็งแรงแข็งแกร่งขนาดนั้น นางห่วงผู้ถูกกระทำอย่างปันรสามากกว่า อธินเห็นแบบนั้นก็วิ่งตามไปด้วย อธินผลักประตูเข้าไปก่อนเมื่อเข้ามาถึงบ้านหลังเล็กเดินเร็วๆ ขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน

เอ่อ ป้านวล ผมว่า เอ่อ ป้าเคาะเองดีกว่านะ เดี๋ยวผมโดนดุอีก ป้านวลเลยลองเสี่ยงเปิดประตูเข้าไปดูโดยไม่เคาะก่อน แต่ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อค ภาพที่ทุกคนเห็นผิดคาดไปหมด ไอศูรย์เจ้านายของเขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างเพียงคนเดียว

อ้าว คุณรสาล่ะ ไม่ใช่ว่าหนีอีกแล้วนะ ทุกคนพากันกังวล แต่สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออกมาพร้อมร่างบางของหญิงสาวที่ทุกคนมองหาอยู่

เอ่อ ขอโทษค่ะคุณรสา ที่เข้ามาโดยพลการ คือ เห็นว่าสายแล้วยังไม่มีใครออกไปเลยเป็นห่วงน่ะค่ะป้านวลกลายเป็นคนบอกกล่าวเสียเองด้วยความเกรงใจ

ค่ะป้า พอดีฉันเพิ่งตื่น แต่คุณไอซ์ของป้า ทำไมนอนตื่นสายนักก็ไม่รู้เหมือนกัน ปกติชอบตื่นแต่เช้ามืดมาหาเรื่องฉันมากกว่า วันนี้ทำไมมาแปลก เอ หรือจะยังไม่ดีขึ้นนะ อ้อ ป้าคะเมื่อคืนเจ้านายของป้าไม่สบายนะคะ เห็นบอกว่าปวดศีรษะมากฉันเลยให้กินยาแก้ปวดไปแล้ว แต่เดี๋ยวป้าช่วยโทรตามคุณหมอให้ด้วยนะคะ หญิงสาวบอกแล้วเดินไปที่เตียงใหญ่ ทุกคนจึงทยอยออกจากห้องไปอย่างรู้มารยาท

คุณไอซ์ ตื่นเถอะ มือเย็นๆ ของเธอแตะที่ตัวเขาเบาๆ เพื่อปลุกเขา สักพักตาเรียวก็ปรือขึ้นมองหน้าเธอแล้วนิ่วหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

ปลุกทำไม ฉันอยากนอนยังปวดหัวอยู่เลย ลุกไม่ไหวหรอก

แล้วยังจะอาเจียนอีกมั้ย ฉันให้ป้านวลโทรตามคุณหมอให้แล้วนะ ตรวจเสียหน่อยก็ดีแม้น้ำเสียงจะเรียบเฉย แต่คนที่นอนอยู่บนเตียงจับกระแสอบอุ่นนั้นได้

รสา ขอบคุณนะ เราสงบศึกกันชั่วคราวก่อนนะฉัน ไม่อยากคิดอะไรเลยปวดหัวจะแตกแล้ว หน้าสวยใสราวกับผู้หญิงนั้นเหยเกประกอบคำพูดได้เป็นอย่างดี

ฉันขอนอนต่อนะ คุณหมอมาถึงก็ปลุกด้วยแล้วกัน อ้อ แล้วเธอก็อย่าคิดหนีนะ” ไม่วายอีก...ขนาดเป็นมากขนาดนี้ไม่วายยังขู่เธอไว้อีก จริงๆ ใช่เธอจะกลัว แต่เพราะความเป็นห่วงเขามากกว่าที่ทำให้เธอยอมอ่อนลงให้เขา เอาเถอะ... คิดเสียว่าเป็นเพื่อนร่วมบ้านกันสักวัน ไม่มีอะไรบาดหมางคลางแคลงใจกันมาก่อน คิดเสียว่าเพื่อมนุษยธรรมที่เธอเองไม่เคยได้รับจากเขา แค่วันนี้วันเดียวก็พอ...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha