กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 18 : โซ่ตรวนแห่งรัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 18  โซ่ตรวนแห่งรัก



              ไอศูรย์อุ้มเด็กน้อยเดินเข้าออกแผนกของเล่นเด็กในห้างดังอย่างไม่รู้เบื่อ นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด เด็กน้อยก็ช่างน่ารักน่าชัง มือป้อมๆ นั้นจับมือเขาเอาไว้แน่นตลอดเวลา ชี้ชวนให้ดูโน่นดูนี่ เสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้วไม่หยุด ทำให้ชายหนุ่มได้แต่อมยิ้มด้วยความดีใจ

                “คุงลุงคับ อาร์จากิน เค เอฟ ซี

                หิวแล้วเหรอลูก ไปครับ เราไปกินกันเลย ไอศูรย์ยกร่างเด็กน้อยขึ้นอุ้มอีกครั้ง แล้วเดินเข้าร้านไป

                ภาพชายหนุ่มที่อุ้มเด็กน้อยเดินเข้าร้าน ทำให้ไวยวิทย์ชะงักเท้าลง รีบวิ่งตามไปดูใกล้ๆ เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง เขาจำเพื่อนรักของเขาได้เสมอ แม้เวลาสามปีมานี้จะขาดการติดต่อกันไปเพราะเรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นกับน้องสาวสุดที่รักของเขา ทำให้ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจ แต่เมื่อหลานชายตัวน้อยกำเนิดมา แค่เห็นหน้าตาของหลานชายและคำขอร้องจากน้องสาว แล้วไหนจะความเป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี ทำให้ความโกรธเคืองนั้นค่อยทุเลาเบาบางลงไป แต่ภาพที่เขาเห็นเมื่อกี้นี่สิ ถ้าจำไม่ผิดต้องใช่เพื่อนของเขาแน่ๆ แล้วอุ้มเด็กที่ไหนกัน? 

                ข่าวคราวที่หายไปหลายปี หากเป็นแบบนี้แล้วหลานชายของเขามิต้องกำพร้าไปตลอดหรือ? ไวยวิทย์แกล้งเดินเข้าร้านอาหารที่เป็นที่นิยมของคนไทย เดินหาโต๊ะที่นั่งพยายามให้ใกล้เพื่อนของเขามากที่สุด แล้วเสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูก็ดังมาเข้าหูเขา

                “คุงลุงไอซ์คับ อาร์จาเอาเป๊ปซี่

                ไม่ได้ครับ เด็กเขาห้ามทานนะลูก ไว้เดี๋ยวเราไปกินไอศกรีมกันดีกว่า นะลูกนะ

                มะเอา อาร์จาเอาเป๊ปซี่

                น้องอาร์คนเก่ง ไม่ดื้อนะลูก

                ก็อาร์จากิน อาร์อยากกินเด็กน้อยทำท่างอแงจนชายหนุ่มเริ่มรับอารมณ์ไม่ถูก คนไม่เคยมีลูกและไม่เคยต้องรองรับอารมณ์ของใครมาก่อน เริ่มหน้ายุ่ง แต่ก็ต้องใจเย็นให้มากที่สุด

                น้องอาร์คนดี เดี๋ยวคุณลุงพาไปซื้อของเล่นแทนนะครับ

                ฮือ ก็อาร์อยากกินจริงๆเด็กน้อยยังรำพันไม่หยุด

                แล้วไม่กลัวคุณลุงบอกคุณแม่เหรอครับไอศูรย์พยายามหาทางออกแล้วก็ได้ผลเมื่อเสียงรำพันนั้นหยุดลงทันที

                คุงลุงคับ อาร์มะกินก็ได้ คุงลุงมะบอกคุงแม่นะคับ ไม่บอกนะคับ นะ นะมือน้อยเปลี่ยนมากอดแขนเขาเอาไว้แทนเขย่าเบาๆ ตาเรียวที่เหมือนเขาไม่มีผิด มองตาเขาอย่างอ้อนวอน แม้อาการสะอื้นจะยังอยู่ แต่ท่าทางของเด็กน้อยยอมจำนน ทำให้ไอศูรย์ยิ้มอย่างขำๆ

                คุณลุงเพิ่งรู้นะครับ ว่าน้องอาร์กลัวคุณแม่ แล้วคุณแม่ดุหนูบ่อยหรือเปล่าครับหลอกถามรายละเอียดจากเด็กน้อย เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล

                คุงแม่มะดุคับ แต่น้องอาร์สงสารคุงแม่ ดี๋ยวคุงแม่เสียใจ ถ้า ถ้า ถ้าน้องอาร์ดื้อ

                แล้วน้องอาร์ดื้อบ่อยไหมครับ

                อาร์มะดื้อ มะดื้อนะคับ

                แน่นะ

                แน่คับ มะดื้อเลย เด็กน้อยยิ้มทั้งน้ำตาทันที

                คุณลุงเชื่อแล้ว ถ้าอย่างนั้น รีบทานนะครับ เดี๋ยวไปซื้อของเล่นกันต่อลูก เร็ว

                บทสนทนาระหว่างไอศูรย์กับเด็กน้อยนั้น ไวยวิทย์ได้ยินชัดทุกประโยค เด็กน้อยคนที่เขาสงสัยกลายเป็นหลานชายสุดที่รักของเขาเอง ... แล้วมาอยู่กับไอศูรย์ได้อย่างไร แบบนี้น้องสาวเขารู้เรื่องหรือยัง ไวยวิทย์คิดอย่างกังวล แต่ยังไม่กล้าเข้าไปทักทาย ได้แต่ตามดูพฤติกรรมของเพื่อนตัวเองตลอดเวลา ว่าจะพาเด็กน้อยไปไหน


 เวลาผ่านไปจนเกือบบ่ายสามโมงไอศูรย์จึงพาเด็กน้อยขึ้นรถขับออกไปจากห้างทันที ไวยวิทย์ยอมทิ้งงานตลอดบ่ายนั้น เพื่อสะกดรอยตามเพื่อนของตน เขากลัวว่าไอศูรย์จะพาเด็กน้อยหนีหายไปไหนหรือเปล่า แต่เป้าหมายของเบนซ์คันโตข้างหน้าเขาจอดลงที่บ้านเลิศไพทูรย์ในเวลาต่อมา เขาเห็นแจ่มใสวิ่งออกมารับเด็กน้อยเข้าบ้าน แต่เสียงร้องโยเยไม่ยอมของเด็กชายทำให้ไอศูรย์ต้องอุ้มเข้าไปส่งถึงในบ้าน ไวยวิทย์เห็นแบบนั้นก็หักเลี้ยวรถกลับไปในเส้นทางเดิมมุ่งหน้าออกไป แบบนี้เขาคงต้องคุยอะไรกับน้องสาวเขาให้เป็นจริงเป็นจังเสียแล้ว

น้องอาร์ครับ ร้องไห้ทำไมลูก ไม่ร้องนะครับเสียงทุ้มเอ่ยปลอบโยนอย่างอารมณ์เย็น

อึก ฮึก อาร์จาอยู่กับคุงลุง นะ นะ คุงลุง นะ ไม่กลับบ้านนะคับไอศูรย์จำต้องพยักหน้าอย่างจำยอม ตาเรียวเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ เขายังไม่อยากให้หญิงสาวกลับมาเจอเขาตอนนี้ แต่ถ้าเด็กน้อยโยเยแบบนี้ เห็นทีคงช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ อะไรจะเกิดก็คงปล่อยเลยตามเลยแล้ว

ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยเดินออกไปในสวนด้านหลังของบ้านหลังใหญ่ สายตาสังเกตสภาพรอบๆ อย่างสนใจ พร้อมชวนเด็กชายพูดคุยไปด้วย หลอกล่อสารพัดให้เด็กน้อยหายโยเย จนร่างเล็กๆ นั้นทิ้งน้ำหนักตัวลงบนบ่าของเขา

อ้าว ว่าไง เจ้าตัวเล็ก หลับซะแล้ว มือเรียวสวยยกขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยที่ซบบ่าตัวเองอย่างรักใคร่เดินไปมาอย่างไม่รีบร้อน

 

 

**************

 

 

นายพัฒนะลุกจากที่นอนในห้องกว้าง เมื่อรู้สึกอยากสูดอากาศยามบ่ายให้รู้สึกปลอดโปร่งเสียบ้าง อาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกไม่สดชื่นมาหลายวันแล้ว

แจ่มใส หนูอาร์ อยู่ไหนกันหมดนะ รำพึงเสียงแหบ ก่อนเดินทะลุออกไปหลังบ้าน อากาศตอนบ่ายแก่ๆ แบบนี้ช่วยให้ชายกลางคนรู้สึกดีขึ้น เขาเดินเอื่อยๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดออกจากกาย เดินออกไปกลางสวน แล้วต้องหยุดนิ่ง เมื่อเห็นร่างสูงของผู้ชายอยู่ในบริเวณบ้านของตัวเอง...ใครกัน...

นายพัฒนะยืนมองด้านหลังของร่างสูงนั้นนิ่งๆ อยู่นาน จนเมื่อร่างนั้นหันกลับมาพร้อมเด็กน้อยที่อุ้มพาดบ่าไว้  เขาถึงกับร้องครางออกมาด้วยความตกใจ

นาย นาย เอ่อ ไอศูรย์เสียงอึกอักจากชายสูงวัยทำให้ไอศูรย์มองไปทันที แล้วต้องอึ้งกับคนที่ยืนอยู่เยื้องด้านหน้าเขาไป

นายพัฒนะ ชายหนุ่มครางเสียงแผ่วอย่างไม่ทันตั้งตัวว่าจะต้องเจอหน้ากันจังๆ แบบนี้ อารมณ์ขุ่นมัวก่อตัวขึ้น แม้เขาจะพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เข้าเต็มปอดเพื่อระงับอาการนั้น แต่มันก็ยากยิ่งนัก ไอศูรย์ยืนตั้งสติอยู่สักพัก ก่อนก้าวเร็วๆ ให้พ้นหน้าผู้ชายคนที่เขายังไม่พร้อมจะเจอหน้าในตอนนี้ ไม่พร้อมที่จะทำใจให้ยอมรับได้ แม้คิดว่าจะพยายามทำใจให้ให้อภัยเพื่อใครบางคน แต่พอเจอหน้าเข้าจังๆ แบบนี้ ภาพท่าทางอมทุกข์และความเจ็บปวดของพี่สาวก็ติดตาขึ้นมา เขารู้ว่าตัวเองยังเจ็บลึกๆ ในใจ แผลนั้นไม่ยังไม่หายไปเสียที  แต่ร่างเด็กน้อยที่หลับใหลบนบ่ากว้างของเขาเริ่มกระดุกกระดิก เรียกสติของชายหนุ่มให้กลับมาอีกครั้ง

อือ ... เสียงเล็กงึมงำก่อนจะหลับไปอีกครั้ง ชายหนุ่มก้าวเร็วๆ เข้าบ้านไปแล้วเรียกหาแจ่มใส

แจ่มใส มานี่หน่อยเร็ว น้องหลับแล้วมารับไปนอนด้วย เร็วๆนะอาการร้อนรนของชายหนุ่ม ทำให้แจ่มใสที่รีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามามองอย่างงุนงง มือเอื้อมมารับเด็กน้อยไปกอดเอาไว้ ส่วนชายหนุ่มทันทีที่ส่งร่างน้อยไปอยู่ในอ้อมกอดของพี่เลี้ยงสาว ก็ขอตัวกลับด้วยความรีบร้อนอย่างผิดสังเกต

เอ่อ ฉันกลับก่อนนะ ไว้วันหลังมาใหม่ละกัน ชายหนุ่มหันหลังก้าวออกจากบ้านเดินแกมวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ผ่านร่างของนายพัฒนะออกไปโดยไม่ทันมอง ชายสูงวัยกว่าร้องเรียกเอาไว้ไม่ทัน

ร่างผอมอ่อนแรงลงจนแทบไม่มีแรงจะยืนเมื่อสักครู่ถ้าเขามองไม่ผิด ถ้าสายตาของคนมากด้วยประสบการณ์อย่างเขายังดีอยู่ ชายหนุ่มคนที่เพิ่งก้าวพรวดพราดออกไป กับเด็กน้อยในบ้านผู้เป็นหลานชายสุดที่รักของเขา ...มันคงจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดนะ... ร่างผอมของชายสูงวัยเซไปจับเอาขอบรั้วเตี้ยๆ ข้างบ้านเอาไว้แน่น ค่อยสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เดินช้าๆ ไปนั่งลงที่เก้าอี้นั่งเล่นข้างบ้าน แล้วปล่อยความคิดล่องลอยไปสู่อดีตอย่างขมขื่น

ในขณะชายหนุ่มอีกคนที่รีบออกไปจากบ้านหลังใหญ่เมื่อครู่ มือเรียวนั้นกำพวงมาลัยรถเกร็งแน่นไปหมด ถอนหายใจออกอย่างแรงเพื่อคลายความขุ่นมัวออกจากใจ ..เขาจะต้องตั้งสติให้ดี ต้องทำสมาธิให้นิ่งเข้าไว้ เพราะอย่างน้อยๆ หลังจากนี้ไป คนที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงนักหนาก็คงจะต้องมาใกล้กันโดยเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว..ไอศูรย์พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ก่อนขับรถออกจากหน้าบ้านเลิศไพทูรย์มุ่งหน้าสู่คอนโดกลางใจเมืองของตัวเอง

 

 

**************

 

 

ปันรสากลับเข้าบ้านมาในเวลาเกือบสามทุ่มตรง ร่างบางก้าวเท้าเร็วๆ จะมุ่งหน้าขึ้นห้องส่วนตัวเพื่อไปดูลูกชาย แต่เสียงเรียกจากบิดาทำให้สองเท้าหยุดชะงักลง

มีอะไรคะ คุณพ่อ เอ่ยถามแล้วเดินไปหาบิดาที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้พักผ่อนในห้องรับแขกที่ตนกำลังจะเดินผ่านไป

นั่งลงก่อนสิ พ่อมีอะไรจะคุยกับเรานิดหน่อยนายพัฒนะพิงร่างผ่ายผอมของตนลงกับพนักเก้าอี้แล้วถอนหายใจยาว

คุณพ่อ อาการไม่ดีอีกเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นไปพักผ่อนดีกว่านะคะ มีอะไรไว้คุยพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะพรุ่งนี้หนูอยู่บ้านทั้งวันค่ะ หญิงสาวเห็นท่าทางอ่อนแรงของบิดา จึงเอ่ยขึ้นเดินตรงเข้าไปจะช่วยพยุง

ไม่ต้องหรอก พ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก นั่งสิเมื่อหญิงสาวนั่งลง ก็ต้องอึ้งกับคำถามจากผู้เป็นบิดา

รสาหนูรู้จักผู้ชายที่ชื่อไอศูรย์ ตั้งแต่เมื่อไหร่ นายพัฒนะถามโพล่งขึ้น แล้วมองหน้าลูกสาวนิ่งๆ เขานั่งคิดอยู่นานหลายชั่วโมงด้วยความเคร่งเครียด มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อยู่ๆ ผู้ชายรุ่นลูกอย่างไอศูรย์จะเกิดอยากมาบ้านเขา แล้วสนิทสนมกับหลานชายเขาขนาดนั้น นี่คือเรื่องผิดปกติที่เขาจะต้องรู้จากปากบุตรสาวให้ได้

คุณพ่อว่าอะไรนะคะ น้ำเสียงถามขึ้นตกใจหน้าซีดปากสั่นขึ้นมาทันควัน หมายถึงอะไรกัน นี่แสดงว่าคุณพ่อของเธอเจอเขาอย่างนั้นเหรอ แล้วเขาเล่าอะไรให้ฟัง

ตอบพ่อมาสิ รสา ว่าหนูรู้จักผู้ชายคนนั้นใช่ไหมนายพัฒนะยังคาดคั้น เห็นหน้าตาท่าทางของลูกสาวเป็นแบบนี้เขาก็รู้คำตอบได้เลาๆ แล้ว

ไม่น่าเลย ไม่น่าจริงๆ มันเป็นความผิดของพ่อเอง ความผิดของพ่อคนเดียว พ่อมันคนบาปนัก ชายสูงวัยรำพันขึ้นมาด้วยความเสียใจและสะเทือนใจ ตอนนี้เขาไม่อยากคาดคั้นลูกสาวอีกแล้ว ถึงแม้จะไม่มีเรื่องราวใดๆ ออกจากปากลูกสาวของเขา เพราะเธอไม่ยอมตอบอะไรทั้งสิ้น  

แต่เขาก็พอจะรู้คำตอบแล้ว ว่าสิ่งที่เขาอยากรู้นั้นคืออะไร หน้าตาของหลานชายตัวน้อยกับชายหนุ่มคนนั้นเหมือนกันอย่างกับแกะขนาดนั้น ก่อนหน้านี้เขาไม่แม้แต่จะสอบถามเรื่องราวเลวร้ายที่เขาคิดว่าลูกสาวน่าจะเจอกับอะไรมาบ้าง ยังคิดอยู่ว่าในฐานะของคนเป็นพ่อ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการให้กำลังใจ และเอาใจใส่ดูแลทั้งสองคนให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาคิดว่าจะลืมเรื่องทุกอย่างที่ลูกสาวพบเจอมาให้หมด แต่ไม่คิดว่า สิ่งที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นในอดีต จะมาพัวพันส่งผลจนลูกสาวของเขาคือผู้ที่ต้องมารับชะตากรรมนั้นเสียเอง

คุณพ่อ เป็นอะไรไปคะ มีอะไรคะ บอกหนูมาสิคะ แล้ว เอ่อ คุณพ่อเจอเขาได้ยังไงถามเสียงอึกอัก ก้มหน้านิ่งเมื่อบิดาจ้องกลับมาสายตาเหมือนทุกข์ใจมากมาย

ไม่มีอะไร ไม่มีๆ เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกทีดีกว่า พ่อขอตัวไปพักแล้ว

คุณพ่อ แล้วตกลงมันคือเรื่องอะไรกันแน่คะ หญิงสาวยิ่งงงเข้าไปใหญ่ที่เห็นบิดา ตอนแรกทำท่าซักไซ้เธอ แต่ตอนนี้เหมือนกำลังตกใจ และหลบหลีกเรื่องอะไรบางอย่าง... หญิงสาวเผลอคิดไปถึงคำพูดของชายหนุ่มเมื่อสามปีมาแล้วที่ให้เธอมาคาดคั้นถามบิดาเอาเองว่าที่เธอถูกจับตัวไปนั้นเพราะอะไร หรือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่ทำให้เธอเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่ทำให้เธอต้องประสบกับความเลวร้ายมันจะเกิดจากความแค้นที่เขามีต่อบิดาเธอจริงๆ แล้วบิดาของเธอเป็นคนก่อความแค้นนั้นขึ้นมา ไม่ใช่เพราะการเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ…

 

 

***************

 

 

เช้าวันนี้ไอศูรย์แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมออกจากบ้าน ทั้งที่เป็นวันหยุด ทำให้อธินยิ่งสงสัยว่าเจ้านายจะไปไหนตั้งแต่เช้า

เจ้านายครับ จะไปไหนครับ ถามขึ้นเมื่อถูกเรียกให้ไปเตรียมรถให้พร้อม

ไปทำภารกิจต่อนะสิ ถ้าเรื่องนี้ไม่สำเร็จ นายก็อดกลับเชียงใหม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นนายต้องช่วยฉันทำเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว อ้อ อีกอย่าง อาทิตย์หน้าเพื่อนฉันจะมาจากอิตาลีด้วยนะ แนทไง นันทกาน่ะ นายจำได้ใช่มั้ยไอศูรย์แกล้งเอ่ยย้ำในท้ายประโยคแล้วแอบยิ้มเมื่อเห็นลูกน้องหนุ่มถึงกับสะดุ้งหน้าแดงก่ำด้วยพิรุธที่ปิดไม่มิด เมื่อเขาเอ่ยถึงเพื่อนสาวของตัวเอง

ครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญครับเจ้านาย รถพร้อมแล้วครับ เป้าหมายที่เดิมใช่มั้ยครับถามขึ้นทั้งที่รู้อยู่แล้ว

อือเสียงตอบรับเบาๆ แล้วก้าวขึ้นตอนหลังของรถในทันที


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha